[จบ] ฉันก็แค่อยากอยู่เงียบ ๆ

    บทที่ 25 ปีแห่งมังกรดำ

    บทที่ 25 ปีแห่งมังกรดำ


    ชาวเมืองแยกย้ายกันกลับไปจึงทำให้โบสถ์แห่งแสงกลับมาเงียบอีกครั้ง 


    ลิลเลียนปัดพื้นและรีบปรี่ไปที่ก๊อกน้ำ เธอมองซ้ายแลขวาแล้วบิดเกลียวเบา ๆ เหมือนร็อบบ์


    “โว้ว!”


    กระแสน้ำขนาดใหญ่พุ่งออกมาทำให้ลิลเลียนกระโดดจนตัวโหยง เธอหมุนวาล์วน้ำอีกครั้งและอุทานว่า “นายท่าน สิ่งนี้มันน่าสนใจมาก”


    “นั่นไม่ใช่ของเล่นนะลิลเลียน” ร็อบบ์พูดเนือย ๆ “เจ้าสิ่งนี้ใช้เพื่อลดภาระงานลงไป ดูเหมือนว่าคุณเหนื่อยเกินกว่าจะตักน้ำหลาย ๆ ครั้งต่อวัน ฉันจึงทำสิ่งนี้ขึ้นเป็นพิเศษ ถ้าอยากจะใช้น้ำก็มาเปิดวาล์วนี่ โอ้ ใช่ มีก๊อกน้ำในครัวกับห้องน้ำด้วยนะ และถ้าอยากให้มีก๊อกน้ำตรงไหนเพิ่มอีกก็บอกฉัน แล้วจะเรียกช่างตีเหล็กให้มาช่วย”


    ใบหน้าเล็กแดงก่ำของหญิงสาวเผยความประทับใจ ผิวพรรณของคนยุโรปขาวมาแต่เดิม ตอนนี้เมื่อมันถูกแต้มด้วยสีแดงระเรื่อ ร็อบบ์ก็อดไม่ได้ที่จะสับสนเพราะไม่เคยเห็นภาพนี้ในเกม


    “ขอบคุณค่ะนายท่าน” ลิลเลียนกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ “ฉันขอสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อนายท่านไปตลอดชีวิต”


    “หึ อย่าสาบานแบบนั้นสิ” ร็อบบ์พูดเบา ๆ ว่า “ไม่แน่ว่าวันหนึ่งคุณอาจจะเจอชีวิตใหม่ อย่าเพิ่งรีบร้อนกำหนดชีวิตตัวเอง”


    สิ่งที่พูดไปเมื่อครู่คือความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง ใครจะไปจินตนาการว่าจู่ ๆ จะข้ามมิติมาโลกนี้หลังจากที่เขาแค่ปิดเกมอยู่ดี ๆ? ไม่รู้เลยว่าจะอธิบายชีวิตที่ขึ้นลงได้อย่างไร


    “นายท่าน นายท่าน… วาล์วยังมีน้ำหยดอยู่เลยควรทำอย่างไรดีคะ?” ลิลเลียนเริ่มเบะปากจะร้องไห้


    “ดี!” ร็อบบ์เอ่ยสั่ง “ไปเอาปากกากับผ้าขาวมา ฉันจะเขียนประกาศแปะไว้ใจกลางเมืองว่า ‘ภารกิจค้นหา’ ใครหายางธรรมชาติมาได้ ฉันจะให้เหรียญทองเป็นเงินรางวัล”


    “การใช้เงินแก้ปัญหามันไม่สิ้นเปลืองไปหรือเจ้าคะ? เราไปหาตามแนวเขาสนดำดีไหม?”


    “ไม่ไป ขี้เกียจ” ร็อบบ์พลิกเก้าอี้หินและพูดต่อ “ไม่มีทางที่ฉันจะไปฟาร์มของงก ๆ อีกแล้ว ฉันเป็นเพียง NPC ปล่อยภารกิจ ไม่ใช่นักผจญภัยทำภารกิจ”


    เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า


    และไม่กี่วันก็ผ่านไปในพริบตา!


    ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขา หลังจากหลบเลี่ยงก็อบลินกลุ่มเล็ก ๆ มาได้ก็ดำดิ่งเข้าไปในป่าลึก ขุดสมุนไพรกลับมามากมาย รวมไปถึงยางธรรมชาติตามที่ร็อบบ์ประกาศไว้


    ในที่สุดก๊อกน้ำของร็อบบ์ก็แก้ปัญหาการรั่วซึมได้ และมันจะไม่รั่วอีกต่อไปด้วย


    งานของลิลเลียนนั้นง่ายกว่ามาก ทันทีที่เปิดวาล์ว น้ำประปาก็จะไหลลงมา ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดความเหนื่อยลงไปได้มาก มีแค่เฉพาะเมื่อน้ำในอ่างเก็บน้ำหมดเท่านั้นที่เธอต้องสูบน้ำขึ้นไปในอ่างเก็บน้ำ แต่มันแตกต่างจากการใช้ถังตักแบบเมื่อก่อนมากโข


    เธอมีเวลาเย็บผ้าและอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มมากขึ้น หนึ่งเจ้านายแสนขี้เกียจกับหนึ่งคนรับใช้ที่เงียบงันราวกับภาพวาด


    ตอนนี้เธอไม่เพียงแค่ทำสเต๊กอร่อย ๆ ได้เท่านั้น แต่ยังศึกษาวิธีทำชุดสาวใช้อีกด้วย ลิลเลียนสามารถเย็บชุดแม่บ้านได้แม้จะไม่ชำนาญทักษะการตัดเย็บเฉกเช่นร็อบบ์ก็ตาม


    ในเวลาว่าง เธอตัดเสื้อผ้าหลากหลายชุดให้กับร็อบบ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำตามสไตล์ที่นักบวชในโบสถ์ควรสวมใส่ แม้ว่าชายหนุ่มจะสามารถใช้ทักษะการตัดเย็บเสื้อผ้าได้ แต่มักจะรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่ทำเองนั้นไม่ดีเท่าผู้หญิงทำ ดังนั้นเขาจึงยอมใส่เสื้อผ้าที่เธอตัดให้ไปโดยปริยาย


    บ่ายวันนั้น ลิลเลียนที่นั่งเย็บผ้าอยู่ข้างชายหนุ่มพูดขึ้นว่า “นายท่าน ไร่นาพร้อมแล้ว เมื่อถึงเวลาเพาะปลูกในฤดูใบไม้ร่วง เราจะได้ปลูกมันฝรั่งกัน”


    “โอ้ปลูกมันฝรั่งในฤดูใบไม้ร่วงเหรอ?” ร็อบบ์จำได้ว่าไม่เคยรู้วันเดือนปีในโลกนี้เลยนอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่าอากาศไม่หนาวพอที่จะสวมใส่เสื้อกันหนาว


    “ฮะ? ทำไมนายท่านถึงไม่รู้เวลาล่ะ?” ลิลเลียนเอียงศีรษะด้วยความฉงนและพูดว่า “ปีนี้คือปี 1344 เป็นปีแห่งมังกรดำโบยบิน วันที่ 20 กรกฎาคม หนึ่งเดือนก่อนสิงหาคมสามารถปลูกมันฝรั่งได้”


    ร็อบบ์ถาม “ฉันเข้าใจเรื่องปี 1344 แต่ปีแห่งมังกรดำโบยบินคืออะไร”


    ลิลเลียนเริ่มสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำไมเจ้านายคนนี้ถึงไม่รู้? อย่างไรก็ตาม เธอเป็นเพียงทาสและไม่จำเป็นต้องสงสัยในตัวผู้เป็นนาย


    เธอจึงตอบอย่างตรงไปตรงมา “ฉันได้ยินพวกผู้ใหญ่พูดว่ามีเทือกเขาขนาดใหญ่ที่อยู่กลางทวีปเฟิงโม่ มีมังกรดำชื่อเอวิคัซอาศัยอยู่ มันดำรงอยู่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดทราบว่ามันอายุเท่าไหร่ ปกติแล้วมักนอนอยู่บนภูเขาไม่ออกมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทุก ๆ สี่ปี มันจะตื่นและบินออกจากภูเขาไปหาสมบัติเพื่อนำกลับเข้าไปในถ้ำ ดังนั้นทุกปีจะมีหนึ่งหรือสองเมืองถูกมังกรดำปล้น และในปีนั้นจะถูกเรียกว่าปีแห่งมังกรดำโบยบิน”


    “เข้าใจแล้ว” ร็อบบ์หารจำนวน 1344 ด้วย 4 เพื่อให้ได้คำตอบ “หมายความว่าเจ้านั่นปล้นมนุษย์มาแล้ว 336 ครั้งเป็นอย่างน้อย และยังไม่ถูกฆ่าอีกเหรอ?”


    “เพราะมันแข็งแรงเกินไป” ลิลเลียนแลบลิ้นเล็ก ๆ ของเธออย่างกังวลแล้วเล่าต่ออีกว่า “มีนักผจญภัยนับไม่ถ้วนที่ต้องการฆ่าและเอาสมบัติที่สะสมมานับพันปีจากถ้ำของมัน แต่เจ้ามังกรนั้นสังหารนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม ไม่มีใครสามารถเอาชนะมังกรดำเอวิคัซได้ เราได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มันบินมาที่เมืองของเรา”


    เมื่อมาถึงจุดนี้ ลิลเลียนก็กระซิบเสียงเบา “ฉันไม่เห็นมังกรดำมาสามครั้งแล้ว …ในเมืองที่ยากจน ไม่มีแม้แต่สมบัติล้ำค่าสักชิ้น เจ้ามังกรดำคงไม่มีทางมาถึงเมืองเวสต์วินด์แน่ ๆ หรือแม้กระทั่ง ...โอกาสที่จะได้เห็นมันก็ไม่มี”


    “อย่าปักธงสิ!” ชายหนุ่มลูบคางครุ่นคิด “ไม่แน่ว่าครั้งหน้า คุณอาจจะได้ร่วมโต๊ะอาหารกับมัน”


    “หืม? ปักธงคืออะไร?” ใบหน้าของลิลเลียนเผยความสับสน


    “อืม มันก็ยากที่จะอธิบาย...”


    ร็อบบ์กำลังสนทนากับสาวใช้ตัวน้อยด้วยความสุข ทันใดนั้นเขาก็เห็นคนกลุ่มใหญ่มาที่ประตูโบสถ์ ผู้นำคือนายกเทศมนตรี ตามมาด้วยภรรยาและลูกชาย รวมถึงครอบครัวร่ำรวยซึ่งมีเกียรติที่สุดในเมือง


    ชายหนุ่มเอ่ยปากถาม “คุณจะทำอะไร? มาสารภาพบาปเหรอ?”


    นายกเทศมนตรีกล่าวว่า “คุณพ่อ ขอเชิญท่านไปพบกับบารอน เพอร์ซิอัสที่ประตูเมือง”


    “อะไรนะ? ใครคือบารอน เพอร์ซิอัส” ร็อบบ์สงสัย 


    …ฉันไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ทำไมต้องไปทักทายด้วยล่ะ?


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ฉันก็แค่อยากอยู่เงียบ ๆ ที่คุณอ่าน