สุดยอดนักผจญภัย

การเจอกันของรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุด

เฟอร์กัสมองดูไลท์และเบเรียลด้วยความชื่นชม เขารู้สึกว่าไลท์นั้นเหมาะกับการเป็นรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของเผ่ามนุษย์จริงๆ 

ไลท์เป็นคนที่ชอบเก็บตัวไม่ชอบทำตัวโดดเด่น นอกจากนี้เขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบโอ้อวดความแข็งแกร่งของตัวเอง เพราะรุ่นเยาว์บางคนที่พอมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งก็คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุดและก็ชอบสร้างความวุ่นวายไปทั่ว ถ้าหากไม่ใช่เพราะเบื้องหลังของตัวเองที่แข็งแกร่ง ไม่รู้ว่าจะต้องมีรุ่นเยาว์กี่คนที่ต้องตายเพราะปัญหาที่ตัวเองก่อ 

นอกจากนี้เบื้องหลังของไลท์ ไลท์ก็เป็นคนสร้างขึ้นมาเอง เขาใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองในการพากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้มาถึงระดับนี้ และทำให้ทั้งโลกรู้จักกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ 

เพราะแบบนี้เฟอร์กัสถึงได้รู้สึกชื่นชมไลท์และกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้

“ มาๆ ฉันจะแนะนำผู้อาวุโสของตระกูลฟรอสให้พวกเธอรู้จัก ” เฟอร์กัสพูดขึ้นพร้อมกับแนะนำตัวผู้อาวุโสทั้งเจ็ดคนให้กับไลท์ 

ผู้อาวุโสกลุ่มนี้เป็นเพียงหนึ่งในผู้อาวุโสทั้งหมด

จากที่ฟลินท์และฟีเลียเล่ามา ความแข็งแกร่งของห้าตระกูลผู้พิทักษ์นั้นทรงพลังที่สุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยก็ว่าได้ แม้ว่าจะมีสภาจอมเวทย์อีกสามสภาจอมเวทย์ก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงกับหนึ่งตระกูลผู้พิทักษ์ได้เลย

ตระกูลฟรอสมีตัวตนระดับSSSทั้งหมดแปดคน ซึ่งมีเฟอร์กัสที่เป็นผู้นำตระกูล และอดีตผู้นำตระกูลอย่างท่านฟิคก้า และหกปราการ นอกจากนี้ก็มีผู้อาวุโสอีกสามสิบเจ็ดคนที่มีความแข็งแกร่งในระดับSS 

หกปราการคือคำเรียกของเสาหลักของตระกูลฟรอส พวกเขามีทั้งหมดหกคน ซึ่งสองในหกปราการก็อยู่เบื้องหน้าของไลท์ในตอนนี้ 

โทเลสโต้และคูเซล

โทเลสโต้เป็นชายชราที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับคนที่อายุแปดสิบปี ใบหน้าซูบตอบ ผิวหนังเหี่ยวย่นเล็กน้อย เส้นผมสีขาวราวกับหิมะ แต่ทว่าท่าทางการเดินของเขายังดูหนักแน่นและทรงพลัง นอกจากนี้ดวงตาของเขาก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา 

ส่วนทางด้านคูเซลเป็นหญิงสาววัยกลางคนที่มีเส้นผมสีฟ้า รูปร่างผอมสูง ใบหน้าที่ดูเย็นชาและไม่สนใจสิ่งใดๆรอบๆตัว แต่ถึงอย่างนั้นเธอกลับมองมาที่ไลท์ก่อนที่จะมองไปที่เบเรียลด้วยแววตาเปร่งประกาย

ส่วนปราการอีกสี่คนอยู่เฝ้าที่ตระกูลฟรอสเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมาสร้างความวุ่นวาย แม้ว่าจะไม่มีใครกล้าที่จะมาสร้างความวุ่นวายให้ก็ตาม

ด้วยความตัวตนระดับSSSและระดับSSของตระกูลฟรอสก็สามารถสยบทุกๆกองกำลังของเผ่ามนุษย์ได้ทั้งหมด 

ตระกูลผู้พิทักษ์อีกสี่ตระกูลก็มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับตระกูลฟรอสเหมือนกัน

“ ไลท์ พรุ่งนี้เธอว่างมาเข้าร่วมการประชุมไหม มีบางเรื่องที่พวกเราจะต้องขอความเห็นของเธอด้วย ” เฟอร์กัสพูดขึ้น

“ ถ้าอย่างนั้นผมก็คงต้องเข้าร่วมแล้วล่ะครับ ” ไลท์ตอบรับก่อนที่จะพูดต่อว่า “ แล้วงานประชุมในวันพรุ่งนี้มีหัวข้ออะไรหรอครับ? ” 

“ งานประชุมพรุ่งนี้เป็นการพูดคุยระหว่างกองกำลังระดับสูงที่จะไปสร้างเมืองของตัวเองขึ้นที่โลกภายนอกหอคอยแห่งนิรันดร์ อย่างที่เธอรู้ หอคอยแห่งนิรันดร์ใกล้ที่จะพังทลายแล้ว เพราะฉะนั้นพวกเราจึงต้องย้ายทรัพยากรบางส่วนออกไปท่ี่โลกภายนอกและสร้างเมืองหรือสร้างฐานที่มั่นของกองกำลังตัวเอง ซึ่งพวกเราก็จะมาพูดคุยกันว่าใครจะวางอาณาเขตของตัวเองตรงไหน เพื่อที่จะได้แบ่งแยกพื้นที่และดูแลทวีปมนุษย์ได้ทั้งหมด ” เฟอร์กัสพูดขึ้น

ไลท์พยักหน้ารับเขาเข้าใจได้ทันที ตอนนี้ทุกๆกองกำลังที่อยู่ในหอคอยแห่งนิรันดร์ต่างย้ายออกมายังโลกภายนอกมเมื่อพวกเขาออกมาแล้วพวกเขาก็ต้องเริ่มจากศูนย์ใหม่ ซึ่งพวกเขาจะต้องยึดครองพื้นที่สวยๆหรือพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นมันอาจจะเกิดการต่อสู้และแย่งชิงพื้นที่เหล่านั้นได้ และมันอาจจะทำให้อาณาจักรต่างๆที่อยู่รอบๆต้องพลอยโดนผลกระทบไปด้วย

นอกจากนี้อาจจะมีบางกองกำลังที่ต้องการยึดอาณาจักรเป็นของตัวเองก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็นับว่าโชคดีของเหล่าอาณาจักรที่ยังมีสภาจอมเวทย์คอยดูแลอยู่จึงทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะมีปัญหากับสภาจอมเวทย์ด้วยเหตุนี้ทำให้การชุมนุมในครั้งนี้คือการแบ่งพื้นที่ของตัวเองให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นปัญหาคงได้ตามมาไม่หยุดหย่อน

หลังจากที่พูดคุยกันเล็กน้อยเฟอร์กัสก็ขอตัวกลับไปดูแลงานต่อ ซึ่งคนอื่นๆก็ขอตัวกลับไปด้วยเหมือนกัน ยกเว้นเพียงแค่คูเซลที่ยังคงยืนอยู่

“ เบเรียลฉันอยากที่จะประลองฝีมือกับเธอ เธอสามารถประลองกับฉันได้ไหม? ” คูเซลถามขึ้นด้วยความคาดหวัง

เธอได้ยินมาว่าเวทย์น้ำแข็งของเบเรียลทรงพลังกว่าเวทย์น้ำแข็งของฟีลิปป์ที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมเวทย์น้ำแข็งที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้ เพราะฉะนั้นเธอจึงอยากที่จะทดสอบเวทย์น้ำแข็งของเบเรียล

เบเรียลพยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ ตกลง เอาเป็นว่าหลังจากที่จบงานชุมนุมก่อนแล้วกันพวกเราค่อยมาประลองกัน ” 

“ ตกลงเดี๋ยวจบงานชุมนุมเดี๋ยวพวกเราค่อยมาประลองกัน ” คูเซลพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะขอตัวกลับไป

หลังจากที่คูเซลกลับไปแล้ว คนอื่นๆก็พากันเข้ามาทักทายไลท์และเบเรียล 

ในฐานะตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดถ้าหากได้ทำความรู้จักเอาไว้ก็ไม่เสียหาย อย่างน้อยการสร้างมิตรก็ย่อมดีกว่าการสร้างศัตรู

การจัดงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จุดประสงค์ก็เพื่อการสร้างมิตรขึ้นมา

การทำความรู้จักกันและทำให้มีคนรู้จักมากยิ่งขึ้นก็ทำให้ในอนาคตสามารถทำอะไรก็ได้ง่ายขึ้น 

ไม่นานตัวแทนสี่ตระกูลผู้พิทักษ์ก็เดินทางมาถึง พวกเขาพาลูกหลานตัวตนระดับสูงมาด้วย พวกเขาต้องการที่จะให้ลูกหลานพูดคุยกันและกันพร้อมกับเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาไว้ด้วย 

ซึ่งรุ่นเยาว์ของสี่ตระกูลไลท์เองก็รู้จักดี เพราะทั้งสี่คนนั้นก็คือรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุด ได้แก่ยูเวสแห่งตระกูลอูเบกอส วอร์เฟียสแห่งตระกูลวัลแคน เฮเลนแห่งตระกูลซันไทม์ เมอร์ยอสแห่งตระกูลเครอส 

ส่วนฟีลิปป์แห่งตระกูลฟรอสก็ปรากฏตัวออกมาเป็นคนสุดท้าย 

หลังจากที่ห้ารุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดปรากฏตัวขึ้นก็กลายเป็นจุดสนใจทันทีเพราะทุกคนรู้ดีว่าสี่ในห้ารุ่นเยาว์จะต้องขึ้นมานั่งตำแหน่งผู้นำตระกูล 

ส่วนทางด้านเฮเลน เธอเป็นผู้หญิงเพราะฉะนั้นเธอจึงอาจจะแต่งงานเข้ากับตระกูลอื่น ทำให้เธอไม่ค่อยมีอำนาจสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มีความแข็งแกร่งที่ทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าขัดเธอ 

ทั้งห้าคนทักทายตามปกติเนื่องจากพวกเขาก็เป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่แค่ไม่ค่อยได้เจอกันเท่านั้น อีกอย่างพวกเขาก็เป็นว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงต้องทำความรู้จักกันเอาไว้ ไม่แน่ว่าในอนาคตพวกเขาอาจจะต้องร่วมมือกันก็ได้ 

อีกอย่างพวกเขาก็รู้เรื่องที่หอคอยแห่งนิรันดร์กำลังพับทลาย เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่ค่อยมีเวลามาทะเลาะกัน พวกเขาจะต้องทุ่มเทในการหาพื้นที่สำหรับตระกูลของตัวเอง

หลังจากที่ทักทายกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เดินมายังจุดที่ไลท์และเบเรียลยืนอยู่

เมื่อทั้งห้าคนเดินไปหาไลท์ก็กลายเป็นที่พูดคุยของผู้คนรอบๆ ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดเรื่องสนุกๆขึ้นก็ได้ เพราะฉะนั้นทุกๆคนจึงจับตามองทันที

“ เจอกันอีกแล้วนะไลท์ ” ยูเวสกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม 

“ เช่นกันยูเวส ดูเหมือนว่านายจะพัฒนาตัวเองขึ้นมากเลยนะตั้งแต่เจอกันครั้งล่าสุด ” ไลท์สัมผัสได้ว่าพลังของยูเวสนั้นแข็งแกร่งกว่าในอดีตมาก ตอนนี้เขาได้กลายเป็นตัวตนระดับSSSเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

“ ก็เพราะนายนั้นแหละทำให้ฉันต้องรีบพัฒนาตัวเองไม่อย่างนั้นฉันก็อาจจะไม่สามารถตามนายทันได้อีก ” ยูเวสยิ้มบางๆพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น 

“ ไลท์ ในงานประลองรุ่นเยาว์ฉันจะต้องท้าประลองกับนายและเอาชนะนายให้ได้ ” เมอร์ยอสพูดขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง แม้ว่ายูเวสจะแพ้ให้กับไลท์อย่างหมดรูป แต่สำหรับเขาเขาต้องประลองด้วยตัวเองเท่านั้นจึงจะรู้ว่าไลท์แข็งแกร่งแค่ไหน 

“ เหอะคนอย่างนายไม่สามารถทำให้ไลท์เอาจริงได้หรอกเมอร์ยอส ” ฟีลิปป์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ แกหมายความว่ายังไงฟีลิปป์? แกอยากโดนฉันอัดอีกหรือไง? ” เมอร์ยอสหรี่ตาลงพร้อมกับมองไปที่ฟีลิปป์พร้อมกับแสยะยิ้มออกมา

“ ฉันก็แค่พูดความจริง เพราะถ้าหากไลท์เอาจริง พวกเราทุกคนในที่นี้จะถูกฆ่าทันที ” ฟีลิปป์พูดขึ้น

ยูเวสและคนอื่นๆมองไปที่ฟีลิปป์ด้วยความสนใจ

“ แสดงว่านายได้ประลองฝีมือกับไลท์มาแล้วสินะฟีลิปป์ ” วอร์เฟียสพูดขึ้นพร้อมกับกุมคางและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสนใจ 

“ ใช่ ฉันได้ประลองฝีมือกับไลท์มาแล้ว ผลก็คือฉันแพ้อย่างขาดลอยแม้แต่ฉันจะใช้มหาเวทย์แล้วก็ยังทำให้ไลท์เอาจริงไม่ได้เลย ยูเวสนายก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่หรอว่าถ้าหากไลท์เอาจริงมันจะเป็นอย่างไง ” ฟีลิปป์พูดพร้อมกับมองไปที่ยูเวสที่เคยประลองกับไลท์มาแล้ว

ยูเวสพยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ อย่างที่ฟีลิปป์บอก ต่อให้พวกเราทุกคนลุมไลท์พร้อมกับก็ใช่ว่าจะสามารถเอาชนะได้ ในช่วงสงครามเมื่อห้าปีก่อน ไลท์สามารถสังหารราชาปีศาจสองตัวพร้อมกันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมันเร็วมากจนแม้แต่พวกฉันหรือเผ่าปีศาจก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าไลท์สังหารราชาปีศาจไปตอนไหน เมื่อรู้สึกตัวอีกทีราชาปีศาจสองตัวนั้นก็ถูกสังหารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี้ก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่าไลท์นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน ” 

พวกฟีลิปป์ที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ แม้ว่าพวกเขาจะได้ยินเรื่องนี้มาก่อนแล้วจากตัวแทนของตระกูลที่เข้าร่วมในสงครามครั้งนั้นและอยู่ในที่เกิดเหตุ

เฮเลนมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาประหลาดใจเธอไม่คิดว่าไลท์จะแข็งแกร่งขนาดนี้ทั้งๆที่ไลท์อายุน้อยกว่าเธอด้วยซ้ำ 

“ ถ้าหากนายต้องการที่จะประลองกับฉัน ฉันก็สามารถตอบรับคำขอของนายได้ ” ไลท์ยิ้มพร้อมกับมองไปที่เฮอร์ยอส

“ ดี ฉันเองก็อยากจะรู้ว่าฉันคนนี้จะฝีมือห่างกับนายมากแค่ไหน ” เมอร์ยอสพยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น

“ ไลท์ฉันเองก็อยากที่จะประลองกับนายด้วย นายคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม? ” วอร์เฟียสถามขึ้นด้วยความคาดหวัง เขาเองก็อยากรู้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะห่างชั้นกับไลท์มากเพียงไหน 

“ ได้สิ ” ไลท์พยักหน้ารับ สำหรับเขา การประลองก็เป็นการฝึกฝนฝีมือของตัวเองไปในตัวด้วย แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะอ่อนแอกว่าเขา เขาก็จะต้องทำเต็มที่ นอกจากนี้เขาก็อาจจะนำความคิดของศัตรูนำมาสร้างทักษะใหม่ของตัวเองก็ได้

“ ฉันขอปฏิเสธ ฉันของเป็นคนนั่งดูแทนแล้วกัน ” เฮเลนพูดขึ้น เธอไม่ค่อยชื่นชอบการต่อสู้สักเท่าไหร่ 

“ งั้นก็ตามนั้น วันประลองก็าเอาเป็นช่วงจบงานชุมนุมแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น

“ ตกลงตามนั้น ” เมอร์ยอสพยักหน้ารับ สำหรับเขาจะประลองตอนไหนก็คือการได้ประลองเหมือนกัน

หลังจากที่พวกเขาพูดคุยกันสักพักก็แยกย้ายกันไปยังจุดที่ตระกูลของตัวเองยืนอยู่

“ จริงสิไลท์ พรุ่งนี้นายเข้าร่วมประชุมด้วยไหม? ” ฟีลิปป์ถามขึ้น

“ เข้าร่วมสิ อีกอย่างพ่อของนายก็เชิญฉันแล้วด้วย ฉันจะปฏิเสธได้อย่างไร ” ไลท์พูดขึ้น

“ เข้าใจแล้ว งั้นเจอกันพรุ่งนี้ ” ฟีลิปป์พูดขึ้นก่อนที่จะเดินจากไป ในฐานะลูกชายของเฟอร์กัสผู้นำตระกูลฟรอส ทำให้ฟีลิปป์ต้องไปต้อนรับและพูดคุยกับแขกอีกบางส่วน

ตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยงก็ใช้เวลาไปกว่าห้าชั่วโมงก่อนที่งานเลี้ยงจะจบลง

เมื่องานเลี้ยงจบแล้ว ไลท์และเบเรียบก็เดินทางกลับไปที่คฤหาสน์ของตัวเองโดยรถม้า

หลังจากที่กลับมาถึงคฤหาสน์แล้ว ไลท์และเยเรียบก็อาบน้ำและเข้านอนทันที

เช้าวันต่อมา ไลท์ที่กำลังนอนหลับอยู่ก็ถูกปลุกโดยเบเรียล

ไลท์นอนกลิ้งไปมาบนเตียงพร้อมกับแววตาที่ง่วงนอน

“ ตื่นได้แล้วน่าไลท์ วันนี้นายจะต้องไปประชุมกับพวกคุณเฟอร์กัสนะ ” เบเรียลพูดขึ้น

“ เข้าใจแล้วน่า แต่ฉันขอนอนต่ออีกสิบนาทีได้ไหม? ” ไลท์พูดพร้อมกับเริ่มที่จะนอนอีกครั้ง

ทันใดนั้นบรรยากาศรอบๆก็เย็นลงอย่างรวดเร็ว

“ นายจะตื่นเองหรือให้ฉันจับนายยัดเข้าไปในห้องเย็น? ” เบเรียลถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่งดงาม

ไลท์ลืมตาก่อนที่ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง

“ เข้าใจแล้วๆ ฉันตื่นแล้ว ”ไลท์พึมพำออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำ

หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ทั้งสองก็ออกไปกินข้าวเช้า

หลังจากที่กินข้าวเช้าเสร็จแล้วทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์หลักอีกครั้งโดยการนั่งรถม้าไป

ไม่ถึงสิบนาทีทั้งสองก็มาถึงคฤหาสน์หลักก่อนที่จะเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลัก

คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน