นาฟพุ่งตัวเข้าไปในอาคาร ขึ้นชั้นที่ 10ทันที เป็นอย่างที่คิดไว้เกิดเรื่องที่ห้องของตนนาฟมาถึงหน้าห้องอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้น! เจ้าหน้าที่อาณานิคม5 นาย ที่อยู่ภายในห้อง เห็นนาฟ “นี่เจ้าเป็นเจ้าของห้องนี้ใช่มั๊ย! “ใช่!”มีอะไรเกิดขึ้น “พวกข้าได้รับแจ้งจากห้องข้างเคียงว่าได้ยินเสียงเหมือนต่อสู้กัน และ มีเสียงปืนดังมาจากในห้อง
นาฟที่อยู่ภายในสังเกตไปรอบๆ อยู่สักพักแล้ว “พวกท่านกลับลงไปเถอะเดี๋ยวข้าตรวจสอบเอง
“นี่แกคิดว่าแกเป็นใคร!เอาบัตรประจำตัวมาดูสิ
นาฟที่ สีหน้าตึงเครียดอยู่แล้วไม่อยากมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ หยิบสร้อยจันทร์เสี้ยวออกมา
“นะ นะ นี่มัน! ขอโทษครับ! เดี๋ยวพวกเราลงไปเดี๋ยวนี้ครับ!กลุ่มเจ้าหน้าที่วิ่งออกจากห้องโดยเร็ว
นาฟเดินไปรอบห้อง มือสัมผัสกับของทุกสิ่งทุกอย่างในห้อง เปิดพลังประสาทสัมผัสทั่วร่างอย่างเต็มที่
นาฟเดินมาถึงห้องทำอาหาร เห็นร่องรอยการวิ่งไล่มาถึงห้องนี้อุปกรณ์สิ่งของที่ตกอยู่เต็มพื้นเกิดจากการขว้างปา ของเหมยหลิน กลุ่มชายฉกรรจ์ 5 คนเดินมาล้อมเด็กสาวจากทุกทิศทาง
เด็กสาวปีนขึ้นโต๊ะกระโดด ออกหน้าต่าง “นาฟตามเส้นทางออกหน้าต่างตามรอยไป นาฟเห็นร่องรอยการปีนลงไปชั้นที่9ของเหมยหลิน เห็นรอยเท้ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่วิ่งไล่เหมยหลินจนมาถึงทางบันไดหนีไฟ เด็กสาววิ่งลงไปจนถึงชั้นล่างจากนั้นวิ่งหนีออกไปจากตัวอาคาร
นาฟพยายามตามรอยต่อจากนั้น แต่เป็นเรื่องยากมาก เมื่อเหมยหลินแฝงตัวเข้าไปในฝูงชน “หวังว่านางคงหนีเอาตัวรอดได้นะ!
ค่ำคืนนั้นนาฟออกตามหาเหมยหลิน ตลอดทั้งคืน แปลกตรงที่ไม่พบแม้กระทั่งสัญลักษณ์ หรือร่องรอยที่เหมยหลินน่าจะทิ้งไว้ให้ตนรับรู้
“หรือว่าน้องสาวโดนจับตัวไปเพราะอย่างน้อยนางก็น่าจะทิ้งเครื่องหมายให้เราติดตามได้ น่าแปลก
อีกวันนาฟก็ยังไม่ลดละความพยายาม กลับไปที่หน่วยย่อยขององค์กรจันทร์เสี้ยวเพื่อเข้าถึงข้อมูลการลักพาตัวคน ในคืนวาน เผื่อมีแหล่งข่าวที่พบเห็น
นาฟไปหา มังกี้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง “แสดงว่าพวกมันสืบพบที่พักของน้องชายมาสักพักแล้วรอแค่ช่วงจังหวะที่น้องชายไม่อยู่
เดี๋ยวข้าแจ้งเรื่องราว กับพรรคพวกในองค์กรเราให้ช่วยกันออกตามหาอีกที
มังกี้ก็ไม่รอช้า แยกย้ายกับนาฟออกตามหาทันที
วันนั้นนาฟยังตามหาเหมยหลินไปทั่วทั้งเมือง ลงไปตามอุโมงค์ต่างๆ ในเมืองจนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว
มังกี้เตือนให้นาฟหาสถานที่พักใหม่ เนื่องจากศัตรู รู้ตำแหน่งแล้ว โดยสถานที่พักอาศัยขององค์กรมีอยู่ทั่วทั้งเมือง นาฟเลือกอาคารสูง 12 ชั้นแห่งหนึ่งเป็นที่พักอาศัยโดยขออยู่ชั้น12
ยามค่ำคืนนาฟจะกระโดดออกไป ยังจุดต่างๆ ของเมือง ยามใกล้รุ่งจะกลับมาด้วยสภาพ สะบักสบอม จากการฝืนใช้พลังมากไปร่างกายส่วนขาทั้งสองข้าง มีร่องรอยเลือดซึมปริแตก จากการฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัด
“นี่ก็เข้าวันที่ 4 แล้วยังไม่พบเบาะแส ของน้องสาวเลย นาฟรู้สึกโทษตัวเองที่ตนเองกลับมาช้าเกินทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น “ไม่สิ!เหมยหลินต้องไม่เป็นอะไร นางฉลาดไหวพริบดี คงจะหนีเอาตัวรอดได้
ผ่านมา 5 วันแล้วที่เหมยหลินหายตัวไปวันนี้ขณะที่นาฟกำลังจะออกไปตามหาอย่างเช่นทุกวัน จู่ๆ ก็มีสัญญาณดัง “ปี๊บ!ๆ สัญญาณดังมาจากบัตรสมาชิกโคลิเซี่ยม ตอนนี้นาฟแทบจะไม่สนใจจะต่อสู้กับใคร จึงไม่หยิบขึ้นมาดู แต่สัญญาณยังดังอยู่เรื่อยๆ นาฟหยิบขึ้นมาเตรียมกดปุ่มปฏิเสธการท้าทายออกไปเห็นคนท้าทายเป็น ”อันดับนักสู้ลำดับที่ 2
นาฟชะงักไป พวกตระกูลเชคาลอย่างนั้นรึ คงมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพกกล นาฟจึงกดรายละเอียดขึ้นดู
ภาพแรกที่ฉายขึ้นมา นาฟถึงกับตัวแข็งไปทั้งร่าง นะ นะ นี่มัน!
สิ่งที่เห็นคือ เป็นหวีขนาดเล็กที่เหมยหลินชอบเอาเสียบผมไว้ตลอดเวลาเป็นของที่นาฟเคยซื้อให้เหมยหลิน
ต่อมาแสดงหน้าตาของนักสู้โคลิเซี่ยม รายนามอันดับนักสู้ลำดับที่ 2 ฉายาคุณชายขาว นามเชกัน ขอท้าทาย น้ำตาเลือด
“ลงนามสู้ศึกถึงความตาย!”
และมีข้อความในช่วงท้ายต่อว่า “ชั้นที่ 1 อาคารแลกเปลี่ยนสินค้าแห่งที่ 1 ตระกูลเชคาน”
นาฟสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที พยายามคิดหาหนทาง แต่ก็ไม่รอช้าออกจากที่พัก ตรงไปที่อาคารแลกเปลี่ยนสินค้าของตระกูลเชคาล
พอไปถึงก็ตรงเข้าไป อย่างไม่เกรงกลัว มีผู้คนเข้าออกอาคารแลกเปลี่ยนสินค้าแห่งนี้ค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนสินค้าขนาดใหญ่
“นาฟเดินไปหยุดอยู่บริเวณกึ่งกลางของอาคาร พยายามมองไปรอบๆ มีผู้คนเดินสวนไปมาอยู่เต็มไปหมด “ไม่นานมีชายคนหนึ่งสวมชุดฟอร์มสีขาวของตระกูลเชคาลเดินตรงเข้ามาหานาฟ ยื่นจดหมายให้นาฟ
นาฟยังยืนอยู่ที่เดิม เปิดซองจดหมายออกทันที มีหวีขนาดเล็กไหลออกมาจากซองจดหมายซึ่งเป็นของชิ้นเดียวกับที่แสดงในรูปที่ส่งมา
นาฟเปิดจดหมายอ่านทันที ผ่านไปสักพักไม่นานมือค่อยๆ กำจดหมายทิ้งลงพื้น
“คุณชายบอกว่าถ้าแกตกลงให้แกกดปุ่มตอบรับการท้าทาย ของคุณชายได้เลย! นาฟมองหวีอันเล็กที่อยู่ในมือ เงยหน้าหันมองไปรอบๆ หยิบบัตรสมาชิกโคลิเซี่ยมออกมา ชูขึ้นแล้วกดตอบรับการท้าทายทันที
ชายหนุ่มชุดขาว พยักหน้าแล้วถอยหลังจากไป