(จบ)ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารในวันสิ้นโลก

    บทที่ 38 การออกเดินทาง (รีไรต์) 

    บทที่ 38 การออกเดินทาง (รีไรต์) 


    [ภารกิจสำรวจ : เยี่ยมชมฐานผู้รอดชีวิตอย่างน้อยสามแห่ง จ้างพนักงานให้เมืองอาหารอย่างน้อยหนึ่งคน] 


    [รางวัลภารกิจ : ทักษะการฝึกสัตว์ (สามารถเลือกสัตว์กลายพันธุ์ที่กินได้สามชนิด) บลูไดมอนด์  สิบก้อน กล่องสุ่มหนึ่งกล่อง]


    ดวงตาของเจียงอี้อิ่นเป็นประกาย รางวัลของภารกิจน่าสนใจเหลือเกิน แต่ละอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้ทั้งสิ้น


    ทักษะการฝึกสัตว์ที่สามารถเลือกสัตว์กลายพันธุ์ได้สามชนิดนั้น เธอตัดสินใจแบ่งเลือกอย่างรวดเร็ว หมูป่ากลายพันธุ์ ไก่ฟ้ากลายพันธุ์ และแกะกลายพันธุ์


    ร้านค้าระบบจะขยายตัวไปพร้อมกับร้านอาหาร ทำให้สามารถซื้อเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมได้หลากหลายชนิด แต่ถ้าพูดถึงรสชาติแล้ว สัตว์กลายพันธุ์นั้นอร่อยกว่าเยอะ 


    ยิ่งไปกว่านั้น เธอค้นพบว่าอาหารที่ทำเอง ไม่ใช่ของที่มีอยู่ในร้านค้าระบบ เช่น ขนมโก๋ถั่วเขียว ข้าวสวย ฯลฯ ให้ความสามารถในการฟื้นฟูที่ดีกว่า


    แต่อาหารเหล่านี้ผลิตจำนวนมากได้ยาก จึงจำกัดข้อได้เปรียบของเธอในด้านนี้


    และทักษะการฝึกสัตว์ก็เปรียบเสมือนสิ่งที่เธอต้องการมาโดยตลอด


    ไม่ต้องพูดถึงบลูไดมอนด์ มันเป็นสิ่งสำคัญในการซื้อยาฟื้นคืนชีพ


    กล่องสุ่มก็ทำให้ตื่นเต้นเช่นกัน ครั้งที่แล้วเธอเปิดได้ทักษะพลังธาตุน้ำแข็ง - ลูกธนูน้ำแข็งรุ่นทดลอง บางทีคราวนี้อาจจะได้รับทักษะโดยตรงเลยก็ได้


    เพื่อรางวัลเหล่านี้ เธอจำเป็นต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ


    ลองดูข้อกำหนดของภารกิจสิ ช่างบังเอิญจริง ๆ


    เมื่อได้ยินว่าเจียงอี้อิ่นต้องการไปด้วย อาสยงก็ยกมือทั้งสองข้างเห็นด้วยทันที “ดีเลยครับ ผมกำลังกังวลว่าถ้าไม่ได้กินอาหารที่เถ้าแก่ทำ ผมต้องผอมแน่ ๆ”


    เธอหัวเราะ “พวกคุณเอาอาหารมาเยอะแยะ ให้กัปตันกู้เอาให้คุณกินบ้างสิ”


    อาสยงทำหน้าเศร้า “ลูกพี่บอกว่า พวกนั้นเป็นเงินที่ทุกคนทำงานหนัก ไม่สามารถให้ผมได้”


    “ก็ถูกของเขานะ ถ้าให้คุณกินคนเดียว มันก็ไม่ยุติธรรมกับคนอื่น แต่ถ้าทุกคนกินด้วยกันก็จะทำให้รายได้ลดลง” เธอเข้าใจการตัดสินใจของกู้ไฮว่ถิง รีบอธิบายเหตุผลให้อาสยงฟัง


    อีกฝ่ายพยักหน้าแรง ๆ “ผมรู้ครับ ลูกพี่ถูกเสมอ เขาพูดอะไรผมก็เชื่อฟังทั้งนั้น”


    กู้ไฮว่ถิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “ครั้งนี้พวกเราออกเดินทางนานพอสมควร ถ้าคุณไปกับพวกเรา เมืองอาหารจะทำยังไงครับ”


    เธอคิดวางแผนเรียบร้อยแล้ว คืนนี้ร้านหมี่หยางชุนจะอัปเกรดเป็นเลเวลห้า สามารถจ้างหุ่นยนต์ AI ได้แล้ว ถึงตอนนั้นแม้เธอไม่อยู่ ร้านทั้งสองก็ยังสามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ


    แต่เธอไม่สามารถพูดแบบนั้นได้ จึงบอกว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาค่ะ ฉันจะจัดการเอง แต่ระหว่างทางฉันคงจะรบกวนพวกคุณหลายอย่าง แต่เรื่องอาหารและเครื่องดื่มระหว่างทางฉันจะเป็นคนจัดการเอง ขอฝากด้วยนะคะ”


    เธอรู้ตัวดีว่าฝีมือของตนยังไม่ดีพอ แม้จะมีพลังพิเศษรุ่นทดลอง แต่ก็มีข้อจำกัดมากมาย เธออาจใช้พลังได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นหากเกิดอันตรายจริง ๆ เธอก็ต้องพึ่งพาทีมของกู้ไฮว่ถิงและเจิ้งฮุ่ยเจวียน


    แต่เพื่อให้ภารกิจสำเร็จ เธอก็ต้องหน้าด้านขอ ‘ติดรถ’ ไปด้วย


    จากนั้นก็ได้ยินกู้ไฮว่ถิงพูดอย่างอ่อนโยน “พวกเรามากินมาดื่มที่ร้านคุณหลายครั้งแล้ว ถ้าคุณอยากไปด้วยก็ไปเถอะ ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนอะไรเพิ่มหรอก”


    เขายิ้มอย่างไม่ยี่หระ “ผมมั่นใจว่าจะปกป้องคุณได้ ฉะนั้นไม่มีปัญหาแน่นอนครับ”


    ซุนเฮาที่อยู่ข้าง ๆ พูดเสริม “ถูกต้องครับ เถ้าแก่ไม่ต้องกังวลเลย ลูกพี่ของเราเก่งมาก มีเขาคุ้มครองอยู่ อันตรายใด ๆ ก็เป็นเรื่องเล็ก”


    แม้จะพูดเช่นนั้น เจียงอี้อิ่นก็ยังเตรียมอาหารอร่อย ๆ ไว้มากมายนอกเหนือจากการเตรียมสินค้า


    นอกจากอาหารที่ขายในเมืองอาหารแล้ว เธอยังนำเกี๊ยวที่เหลือออกมาทั้งหมด ทำเป็นเกี๊ยวทอด เกี๊ยวนึ่ง และเกี๊ยวต้ม บรรจุเต็มกล่องใหญ่หลายกล่อง


    ตอนเย็นเมื่อเด็กน้อยมากินข้าว เธอก็บอกเขาว่าเธอจะไม่อยู่สักระยะหนึ่ง


    เด็กคนนั้นตื่นเต้นขึ้นมาทันที ไม่สนใจจะกินข้าวอีกต่อไป เขายกมือขึ้นมาทำท่าทาง จู่ ๆ ก็ใช้นิ้วลากผ่านลำคอ ทำท่าเชือดคอ


    เธอเข้าใจความหมาย “นายคิดว่าข้างนอกอันตรายเกินไป ไม่อยากให้ฉันไปใช่ไหม”


    เขาพยักหน้าแรง ๆ 


    “แต่ฉันไม่มีทางเลือก ฉันมีเรื่องที่ต้องไปจัดการจึงจำเป็นต้องไป แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ได้ไปคนเดียว เพื่อนที่มีพลังพิเศษของฉันจะปกป้องฉัน” 


    เด็กชายขมวดคิ้ว ยังคงมีสีหน้าวิตกกังวล 


    เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ยื่นมือออกไปแตะหน้าผากเขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แต่กลับพบว่านิ้วของเธอเลอะไปด้วยคราบสกปรก เธอแกล้งสูดหายใจเข้าลึก ๆ “นายไม่ได้อาบน้ำมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”


    เด็กชายรีบวิ่งหลบไปหลังต้นไม้อย่างรวดเร็ว 


    ฮ่า ๆๆ เขาอายเหรอเนี่ย


    เธอรีบพูดต่อ “ฉันไม่พูดแล้วละ เอาเป็นว่าอีกไม่กี่วันฉันจะไม่อยู่ที่นี่ แต่นายยังคงมากินข้าวที่นี่ได้ตามปกติ ฉันจะให้หุ่นยนต์ AI ทำอาหารแล้วแขวนไว้บนต้นไม้ และอีกอย่าง...”


    เธอเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง เห็นเด็กที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้มองลอดออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงพูดต่อ “เห็นพื้นที่ว่างตรงนี้ไหม ที่นี่มีพลังพิเศษปกคลุมอยู่ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เข้ามาจะไม่มีใครทำอันตรายได้ ถ้านายถูกผู้มีพลังพิเศษไล่ล่าอีกก็มาหลบภัยที่นี่ได้”


    เด็กชายถึงกับนิ่งอึ้ง 


    “จำไว้นะ ถ้าเจออันตรายก็มาหาฉันที่นี่ ฉันตั้งค่าหุ่นยนต์ AI ไว้หมดแล้ว พวกมันจะไม่ทำร้ายหรือเข้าใกล้นาย นายพักผ่อนที่นี่ได้อย่างสบายใจ” 


    พูดจบเธอก็รออยู่ครู่หนึ่ง เด็กน้อยก็ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ได้แสดงท่าทีตอบสนองใด ๆ เธอเหลือบมองท้องฟ้าพลางกล่าวว่า “ฉันยังมีอะไรต้องเตรียมอีกเยอะ ไว้คุยกันใหม่นะ”


    เธอโบกมือลา ระหว่างเดินกลับไปยังไม่วายทิ้งท้ายไว้ว่า “ไว้เจอกันนะ“


    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็มาถึงวันออกเดินทาง กู้ไฮว่ถิงมารับเธอแต่เช้า 


    ส่วนคนอื่น ๆ ไปรวมตัวกับเจิ้งฮุ่ยเจวียนที่ฐานมู่หลาน อีกสามสิบนาทีต่อมาทั้งสองกลุ่มจึงมาเจอกัน


    แน่นอนว่าการเดินทางในยุคนี้ไม่เหมือนอดีต ที่มีพาหนะมากมายให้เลือก ความจริงแล้ว บริเวณที่ห่างไกลจากฐานออกไป แม้แต่ถนนที่ยังพอสัญจรได้ยังแทบไม่เหลือ พวกเขาทำได้เพียงเดินเท้าเท่านั้น


    ในตอนแรก รอบ ๆ ยังคงมีร่องรอยของผู้มีพลังวิเศษอาศัยอยู่ ผู้คนมากประสบการณ์สามารถพบเส้นทางลับเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรได้ แต่หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง สภาพแวดล้อมโดยรอบก็กลับคืนสู่สภาพเดิม  ไม่มีที่ไหนที่ช่วยผ่อนแรงได้อีกต่อไป พวกเขาทำได้เพียงปีนป่ายไปตามรากไม้ ลำต้น และใบไม้ขนาดใหญ่ เธออดคิดไม่ได้ว่านี่ไม่ใช่พืช แต่เป็นภูเขาสีเขียวขนาดมหึมา


    ในตอนแรก เธอพยายามอย่างหนักที่จะตามทุกคนให้ทัน แต่ค่อย ๆ พบว่าตามไม่ทันจริง ๆ


    พละกำลังของผู้มีพลังวิเศษนั้นแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก ร่างกายที่เธอยืมมานั้นมักจะไม่ได้กินอิ่มท้อง ไม่นานก็เริ่มหอบหายใจ อ่อนล้า ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจคิด


    เจียงอี้อิ่นรู้สึกร้อนใจ พยายามอย่างหนักที่จะเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้น แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นดังใจหวัง เธอเหยียบพลาด ตกลงมาจากต้นไม้สูงหลายเมตร


    เธอตกใจจนมือไม้อยู่ไม่สุข แต่ก็ไม่สามารถคว้าอะไรไว้ได้ ร่างทั้งร่างหงายไปข้างหลังอย่างช่วยไม่ได้ เธอหลับตาปี๋ ภาวนาขออย่าให้กิ่งไม้ข้างล่างเสียบทะลุร่าง 


    ขณะที่กำลังร่วงลง ความรู้สึกบีบรัดก็แล่นเข้ามาที่เอว ทันใดนั้นก็รู้สึกราวกับกำลังเหาะอยู่บนปุยเมฆ ไม่กี่วินาทีเท้าทั้งสองข้างก็ได้สัมผัสกับเถาวัลย์ที่ยืดหยุ่นอีกครั้ง


    เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก็พบว่าตัวเองกำลังซบอยู่ในอ้อมอกของกู้ไฮว่ถิง


    “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ” เธอพูดพลางตบอกเบา ๆ “ฉันนึกว่าจะตายแล้วเนี่ย”


    กู้ไฮว่ถิงยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ซุนเฮาก็พูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “มีลูกพี่อยู่ อย่าว่าแต่ตกไปเลย แค่อยากจะลงไปยังยาก เขาน่ะเก่งสุด ๆ ไปเลยละ


    เธอสัมผัสได้ถึงฝีมืออันยอดเยี่ยมของกู้ไฮว่ถิงเป็นครั้งแรก จึงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว “สุดยอด ๆๆ โชคดีที่มีกัปตันกู้อยู่”


    เมื่อได้ยินคำเรียกขานนี้ กู้ไฮว่ถิงก็ทำแสดงสีจนใจ ก่อนจะดันศีรษะเธอเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เลิกประจบสักที ไปต่อได้แล้วน่า”


    ทันทีที่พูดจบ เขาก็มองไปข้างหลัง ทุกคนต่างพากันนิ่งอึ้ง มีเพียงเจียงอี้อิ่นที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังคงสงบสติแอบมองไปข้างหลังอย่างลับ ๆ 




    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน