ร่างของหลินกู๋หยู่หันไปด้านหนึ่งเล็กน้อยเพื่อบดบังสายตาของซ่งซื่อ พูดด้วยรอยยิ้มว่า "ถ้าท่านแม่อยากทำสิ่งนี้จะต้องหาหินและอิฐจำนวนหนึ่ง ไม่เช่นนั้นจะปกปิดได้อย่างไรไม้ใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน หากไหม้ขึ้นมาจะทำอย่างไร?"
เมื่อได้ฟังดังนั้น หว่างคิ้วของซ่งซื่อก็กระตุกเล็กน้อย"บ้านของเจ้ามีสิ่งเหล่านั้นหรือไม่?"
"พวกเราใช้หมดแล้วไม่เหลือแล้ว" หลินกู๋หยู่กล่าวพลางเดินไปที่ข้างเตียงพลางจากนั้นเอื้อมมือไปแตะเตียงเตา "พี่สะใภ้ใหญ่ พี่มาสัมผัสที่นี่?"
เมื่อได้ยินดังนั้นซ่งซื่อมองไปที่ชิ้นเนื้ออย่างตะกละตะกลามปราดหนึ่งจากนั้นเดินไปที่เตียงของโต้ซาและสัมผัสมัน "มันอุ่นจริงด้วย!"
“ยิ่งไฟที่เตาแรง มันจะอุ่นกว่านี้” หลินกู๋หยู่มองที่ซ่งซื่อด้วยรอยยิ้ม “บ้านพี่สะใภ้ก็ทำได้เช่นกัน”
เมื่อได้ยินถ้อยคำของหลินกู๋หยู่สีหน้าของซ่งซื่อดูน่าเกลียดเล็กน้อย มุมปากของนางกระตุก เปลือกตาของนางก็หลุบต่ำลง"บ้านของเราจะมีกำลังทำสิ่งนี้ได้ที่ไหนเล่า?"
หลินกู๋หยู่เพียงแค่ยิ้ม
พวกเจ้าไม่มีเวลาทำพวกเราก็ไม่มีเวลายิ่งกว่า เพราะสุดท้ายแล้วพวกเราก็แยกครอบครัวกันแล้ว
ส่งซ่งซื่อออกไปอย่างสุภาพ หลินกู๋หยู่มองไปที่ชิ้นเนื้อจากนั้นเดินเข้าไปตัดเนื้อชิ้นใหญ่ออกใส่ลงในขวดโหล หยิบตะกร้าอีกใบมาแบ่งไข่ออก
ฉือหางมองไปที่การกระทำของหลินกู๋หยู่ด้วยสีหน้างุนงง"เจ้ากำลังทำอะไรหรือ?"
หลังจากหลินกู๋หยู่จัดการทุกอย่างตรงหน้าเรียบร้อยแล้วก็ไปที่เตาและเริ่มล้างหม้อ"ข้าจะไปหาฟืนในตอนบ่าย บ้านอุ่นขึ้นย่อมดีกว่า"
ฉือหางช่วยหลินกู๋หยู่ทำความสะอาดและทำอาหารในขณะที่กำลังล้างผักด้วยน้ำอุ่น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจากข้างนอก"เจ้าสาม เจ้าสาม!"
ฉือหางรีบไปเปิดประตู เห็นโจวซื่อเดินเข้ามา
รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวซื่อสดใสมากยิ่งขึ้นนางเอามือออกจากแขนเสื้อ "ในห้องนี้อบอุ่นจริงๆ!"
ฉือหางปิดประตูอย่างนุ่มนวลชี้นิ้วมือไปที่เก้าอี้ข้างๆ "ท่านแม่ ท่านนั่งลงก่อน"
“ท่านแม่” หลินกู๋หยู่เรียกด้วยความเคารพนอบน้อมนางไม่คิดเลยว่าโจวซื่อจะมาเร็วขนาดนี้
โจวซื่อมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างเฉยเมยพยักหน้าและเดินเข้าไปข้างในห้อง
โต้ซาเดิมถอดรองเท้าและนั่งอยู่บนเตียงเล็กๆซึ่งเต็มไปด้วยของเล่นของเขา ตอนนี้เขากำลังเล่นของเล่นเหล่านั้น
“ท่านย่า” โต้ซาร้องเรียกทันทีที่เห็นโจวซื่อจากนั้นก้มหน้าลงและเล่นของเล่นในมือต่อไป
หลังจากหย่อนตัวนั่งลงถัดจากโต้ซาโจวซื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นใต้บั้นท้ายของนาง เมื่อสัมผัสเตียงด้วยฝ่ามือ นางรับรูได้ถึงความอบอุ่น
“หนาวหรือไม่?” โจวซื่อเอื้อมมือไปแตะมือเล็กๆ ของโต้ซา พบว่าแม้เด็กน้อยจะไม่ได้สวมเสื้อผ้าหนาๆแต่กระนั้นมือของเขาก็อุ่นเป็นพิเศษ
ภายในห้องอากาศไม่หนาวใบหน้าของเด็กน้อยก็ดูดีขึ้นมาก
"ท่านแม่"หลินกู๋หยู่เดินไปที่ข้างเตียงเล็กด้วยรอยยิ้ม "พวกเรากำลังทำอาหารอยู่พอดีท่านอยู่ทานอาหารที่นี่ด้วยกันเถอะ"
โจวซื่อพยักหน้าโดยไม่แม้แต่จะมองหลินกู๋หยู่สายตาของนางจับจ้องไปที่โต้ซา
ไม่ว่าโจวซื่อจะแสดงท่าทีอย่างไรกระนั้นหลินกู๋หยู่ก็ไม่เก็บเอามาใส่ใจ นางหันหลังกลับเดินไปที่เตา
หลินกู๋หยู่ปรุงอาหารอย่างประณีต นางไม่เทอาหารทั้งหมดลงไปแล้วทอดเหมือนที่คนอื่นๆทำ
ผัดผักสองจาน หมูฝอยผัดพริกหยวกหนึ่งจานยังมีหมูฝอยผัดแบบไม่เผ็ดสำหรับโต้ซา
ฉือหางช่วยหลินกู๋หยู่นำอาหารที่เตรียมไว้ทั้งหมดไปที่โต๊ะจากนั้นไปช่วยหลินกู๋หยู่ทำงาน
มองดูฉือหางเดินออกไปข้างนอกโจวซื่อนั่งบนเตียงเล็ก และลอบมองอาหารบนโต๊ะอย่างลับๆ ล่อๆ แล้วบุ้ยปากก้มศีรษะลง และจับของเล่นไว้ในมือแล้วแกล้งโต้ซา
หลินกู๋หยู่มักจะเตรียมไข่ตุ๋นหนึ่งชามสำหรับโต้ซาเป็นประจำหลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางก็เตรียมสำหรับโจวซื่อด้วยหนึ่งชามจากนั้นก็ตะโกนเรียกคนมาทานอาหาร
ขณะที่รับประทานอาหารหลินกู๋หยู่ก็วางชามและตะเกียบอย่างเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าโต้ซายังคงเล่นอยู่จึงพูดอย่างเคร่งขรึมว่า "โต้ซา ถึงเวลาทานข้าวแล้วเวลานี้ยังเล่นอะไรอีก?"
โต้ซาถือของเล่นไว้ในมือ เมื่อเห็นว่ามีไข่ตุ๋นชิ้นหนึ่งอยู่ในชามของเขารอยยิ้มบนใบหน้าสดใสขึ้น เด็กน้อยพูดอย่างตื่นเต้นว่า "ไปล้างมือ!"
เมื่อพูดเช่นนั้น โต้ซาก็โยนของเล่นทิ้งไหลตัวเองลงไปที่พื้น สวมรองเท้าและรีบวิ่งไปที่ประตู
ฉือหางเข้ามาพร้อมถังไม้เติมน้ำอุ่นลงไปจนรู้สึกว่าไม่ร้อนแล้ว พูดกับโต้ซาว่า"ทำไมเจ้าไม่เรียกท่านย่ามาล้างมือด้วยล่ะ?"
เมื่อโต้ซาลงจากเตียงสายตาของโจวซื่อก็มองตามโต้ซา เมื่อนางได้ยินคำพูดของฉือหางใบหน้าของโจวซื่อก็บูดบึ้ง นางนั่งบนขอบเตียงโดยปราศจากอารมณ์
ด้วยขาที่ทั้งเล็กสั้นโต้ซาวิ่งไปข้างหน้า ยื่นมือไปจับมือของโจวซื่อแล้วมองไปทางฉือหาง "ท่านย่าล้างมือ"
"ปัญหาเยอะนัก!"โจวซื่อพูดอย่างโมโห ลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจ ก่อนที่จะเดินตามโต้ซาไปที่ประตู
ฉือหางวางอ่างไม้ลงบนพื้นแล้วโต้ซาก็วางมือของโจวซื่อลงในอ่างไม้
หลังจากล้างมือเสร็จหลินกู๋หยู่ก็ยื่นผ้าขนหนูให้
โจวซื่อหยิบผ้าขนหนูจากมือของหลินกู๋หยู่เช็ดให้สะอาดจากนั้นช่วยโต้ซาเช็ดมือเล็กด้วย
ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารโจวซื่อมองดูข้าวในชามของหลินกู๋หยู่และฉือหาง จากนั้นมองไปที่ชามของนางหยิบตะเกียบขึ้นมาเงียบๆ
สุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือยทำครอบครัวล่มจม
คนกินข้าวเพียงไม่กี่คนแต่ทำกับข้าวถึงสามจาน
โจวซื่อพยายามทานอาหารให้มากนางทานจนอิ่มท้องและหน้าท้องยืดออก จากนั้นก็นั่งอย่างเกียจคร้าน
สักพักโจวซื่อก็เดินไปยังด้านข้าง
หลังจากรับประทานอาหารแล้วโจวซื่อรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อย ห้องอุ่นมาก อุ่นมากๆ
“วันหลังพวกเจ้าทำเตียงเตาเช่นนี้ให้ข้า นั่งบนนี้แล้วมันอุ่นจริงๆ” โจวซื่อเหลือบมองที่เตียงเล็กๆ อย่างละโมบ
เมื่อฟังคำพูดของโจวซื่อฉือหางก็พยักหน้าโดยไม่ได้คิดอะไรมากมาย
เมื่อเห็นท่าทีให้ความร่วมมือของฉือหางการแสดงออกบนใบหน้าของโจวซื่อก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"ท่านแม่ท่านยังต้องบอกให้พี่ชายใหญ่เตรียมหินและอิฐเหล่านั้นด้วย"หลินกู๋หยู่มองไปที่โจวซื่อด้วยใบหน้าที่ขมขื่นระคนเศร้าหมองทอดถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "หินและอิฐของบ้านเราใช้ไปหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นข้าก็คงจะไม่ขอให้พี่ชายใหญ่เตรียมสิ่งเหล่านั้นไว้ให้ท่านแล้วละ"
ใบหน้าที่เดิมทีมีความสุขของโจวซื่อแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง “รอก่อน!”
หลินกู๋หยู่มองโจวซื่อด้วยรอยยิ้มและไม่พูดไม่จา
“ข้ากลับก่อน” โจวซื่อยืนขึ้นอย่างเกียจคร้าน เนื้อบนตู้หายไปแล้วแต่ยังมีไข่อีกครึ่งตะกร้า “ข้าจะเอาไข่กลับไปด้วยที่บ้านไม่มีไข่แล้ว"
ฉือหางชำเลืองมองโจวซื่อด้วยความประหลาดใจก้าวไปข้างหน้าเพื่อหยิบตะกร้ายื่นให้โจวซื่อ "ท่านแม่ให้ท่าน"
โจวซื่อหยิบตะกร้าและเดินจากไป
ตอนที่นางออกมาจากบ้านของฉือหาง สีหน้าของนางดูน่าเกลียดเล็กน้อย
เดิมทีนางต้องการเอาเนื้อกลับไปแต่นางไม่คาดฝันมาก่อนว่าหลินกู๋หยู่จะเอาเนื้อมาทำอาหารหมดแล้วเหลือเพียงไข่ครึ่งตะกร้าเท่านั้น
กลับถึงบ้าน ร่างของโจวซื่อสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ในบ้านหนาวมาก ถ้ารู้เร็วกว่านี้นางก็คงไม่กลับมา
โจวซื่อมองไปที่ฉือซงซึ่งตัวใหญ่กว่าโต้ซาเล็กน้อยร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยดินโคลน สกปรกมาก
กลับมาที่ห้องแล้วนั่งบนเตียงเย็นชืดโจวซื่อพูดกับซ่งซื่อที่อยู่ข้างๆ ว่า "วันหลังไปซื้อหินและอิฐดูเหมือนว่าจะใช้ไม่เยอะเท่าไร เอามาทำเตียงเตาในห้องของข้า!"
ซ่งซื่อฝืนยิ้มแป้น ถือตะกร้าในมือ"ดูเหมือนว่าปีนี้จะหนาวมากเป็นพิเศษ ในเมื่อจะสร้างเตียงเตาแล้วเรามาทำเตียงเตาในแต่ละห้องนอนในบ้านนี้กันเถอะ"
“เจ้ามีเงินมากขนาดนั้นเลยหรือ?” โจวซื่อกลอกตาใส่ซ่งซื่ออย่างโกรธๆ ว่า “ข้ามองดูแล้วบ้านของพวกเขาใช้ฟืนเผาเกือบตลอดทั้งวัน”
ซ่งซื่อไม่เอ่ยวาจา
"แม้ว่าจะทำเตียงเตาทุกห้องแต่กระนั้นเราก็ไม่มีไม้ฟืนมากพอที่จะให้ความอบอุ่นกับทุกห้องได้"โจวซื่อนั่งลงบนเตียงแล้วดึงผ้านวมมาคลุมตัว "ออกไปเถอะ"
ก่อนที่ซ่งซื่อจะเดินออกไป นางก็ได้ยินเสียงของโจวซื่อดังจากด้านหลัง"ข้าเห็นว่าบ้านของพวกเขาอบอุ่นมาก เจ้าไม่สะดวกที่จะไปที่นั่นก็ปล่อยให้เด็กสองคนไปที่นั่นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นจะได้ไม่หนาวจนเสียสุขภาพ!"
หลังจากฟังประโยคสุดท้ายของโจวซื่อซ่งซื่อก็เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มแล้วออกไป
พอมองดูลูกชายสองคนที่กำลังเล่นโคลนซ่งซื่อก็กวักมือเรียกทั้งสองคน
“พวกเจ้าสองคนไปเล่นที่บ้านอาสามที่นั่นอบอุ่น” ซ่งซื่อพูด คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวเสริมว่า “อย่าบอกว่าแม่บอกให้พวกเจ้าไปแค่บอกว่าอยากเล่นกับโต้ซา พวกเจ้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแน่นอนว่าจะต้องใกล้ชิดกัน"
ฉือหมิงนำฉือซงเดินไปที่บ้านของฉือหางเมื่อเห็นว่าประตูปิดแล้ว ฉือหมิงก็กัดฟันแล้วเดินไป
"โต้ซา เจ้าอยู่ไหม?" ฉือหมิงยืนอยู่ที่ประตู ยกมือขึ้นเคาะประตู
หลินกู๋หยู่กำลังนั่งซ่อมเสื้อผ้าอยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินการเคลื่อนไหวข้างนอกก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ฉือหางนั่งอยู่ข้างเตา สับไม้ฟืนด้วยขวานในมือ
เมื่อได้ยินเสียง ฉือหางก็วางงานลงเดินไปเปิดประตู
"อาสาม"เมื่อฉือซงเห็นฉือหาง เขาก็ยิ้มทักทาย หันศีรษะไปมองข้างใน "อาสะใภ้สาม"
เมื่อได้ยินเสียงของฉือซงหลินกู๋หยู่ยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย
ทันทีที่ฉือซงเข้าประตูดวงตาของเขากลอกสองครั้ง สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่โต้ซาซึ่งสวมถุงเท้าและกำลังนั่งอยู่บนเตียงพร้อมเล่นของเล่น
"น้องโต้ซา!"ฉือซงรีบวิ่งไปที่เตียงของโต้ซา เขย่งฝ่าเท้าตรงขึ้นไปที่เตียงหยิบของเล่นของโต้ซาขึ้นมาเล่น เขาไม่ได้สวมถุงเท้า ฝาเท้าจึงเต็มไปด้วยรอยสกปรก
“พี่ชายรอง” โต้ซายิ้มกว้าง ยกของเล่นในมือขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"เข้ามาเล่นสิ"ฉือหางมองไปที่ใบหน้าของฉือหมิงที่ซีดเผือดด้วยความหนาวเย็นเมื่อฉือหมิงเข้ามาแล้ว ฉือหางก็ปิดประตู"วันหลังใส่ชุดให้มากกว่านี้ด้วย"
มันอบอุ่นจริงๆ ทันทีที่ฉือหมิงเข้ามาเขารู้สึกเหมือนอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เขาวิ่งขึ้นไปที่เตียงของโต้ซาเอามือแตะเตียง และไม่อยากจากไปอีก
หลินกู๋หยู่เก็บเสื้อผ้าในมือ จากนั้นดึงฉือหางออกมา
“วันนี้อากาศหนาวจริงๆ” ฉือหางยืนอยู่ข้างนอกตัวสั่นเทา ยกมือขึ้นแตะแขนของเขา “ดูเหมือนว่าจะต้องทำเตียงเตาให้ท่านแม่ให้เสร็จให้เร็วที่สุด”
หลินกู๋หยู่ชำเลืองมองฉือหางด้วยสีหน้าเรียบๆและพยักหน้าอย่างสบายๆ “เจ้าพูดถูกแต่วันนี้แสงแดดก็ไม่เลวนะ เจ้าไปค้ำเสาไม้ไผ่เหล่านั้นไว้ข้าจะเอาผ้านวมออกไปตากแดด”
เมื่อพูดจบหลินกู๋หยู่ก็หันหลังกลับและเข้าไปในห้อง หยิบผ้านวมทั้งหมดบนเตียงใหญ่ออกและนำผ้านวมออกจากกล่องไม้มาตากบนไม้ไผ่ด้วย
"ว๊า!"
ขณะที่กำลังตากผ้านวมทันใดนั้นเสียงร้องไห้ของโต้ซาก็ลอดดังออกมาจากในห้อง