ยอดคุณชายอันดับหนึ่ง

    บทที่ 45 กลับมหาวิทยาลัย

    บทที่ 45 กลับมหาวิทยาลัย



     

            ทีมของหวังเฟิงเป็นทีมแรกที่ทำภารกิจได้สำเร็จ หลังจากสมาชิกทุกคนรายงานตัวกับหัวหน้าหน่วยพร้อมกับได้บัตรประจำตัวมาแล้ว ก็ถือว่าได้ผ่านพิธีเข้าหน่วยพยัคฆ์อย่างเป็นทางการ


            “ในที่สุดฉันก็ทำได้!” สวีตงหยางกำหมัดชูขึ้นฟ้า


            “มีลูกพี่อยู่ไม่ผ่านการทดสอบก็ให้รู้ไป” ต้าเป่าพูดพลางลูบพุงน้อย ๆของตัวเองที่เริ่มเติบโตขึ้นทีละนิด และยังไม่ลืมที่จะหาโอกาสประจบหวังเฟิงตลอดเวลา


            เจิ้งหมิงที่ได้ยินรู้สึกเอือมระอาขึ้นมาทันที


            หวังเฟิงเห็นทุกคนอยู่ในช่วงที่กำลังครื้นเครงทีแรกก็ไม่อยากจะทำให้เสียบรรยากาศ แต่สุดท้ายเรื่องนี้ยังไงทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดี


            “ทุกคนผมมีเรื่องจะบอก”ประโยคนี้เรียกความสนใจของทุกคนทันที


            เผชิญกับสายตาระคนสงสัยของสมาชิกทีมที่จ้องมาหวังเฟิงรู้สึกว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่าตอนจับกุมหัวหน้าแก๊งงูดำอีก


            “ทุกคนรู้ใช่ไหมครับว่าหน่วยพยัคฆ์มีระดับพิเศษอยู่ด้วย…”


            พอหวังเฟิงพูดประโยคนี้ขึ้นมาเมิ่งซิ่วอิงก็ตบต้นขาตัวเอง“ฉันนึกไว้แล้วเชียว หัวหน้าต้องเลือกเส้นทางนี้แน่ ๆ อยู่ในฐานทัพน่าเบื่อจะตายสู้ไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้หรอก”


            ต้าเป่าก็พยักหน้าเห็นด้วย“ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่เข้าเกณฑ์ระดับพิเศษได้วัดจากอะไรแต่ฉันรู้ว่าด้วยความสามารถของลูกพี่ ต้องอยู่ระดับพิเศษแน่นอน”


            “ฉันคิดไว้แล้ว…” แม้แต่เจิ้งหมิงก็อดพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาไม่ได้


            หวังเฟิงอมยิ้ม“ใช่ เพราะฉะนั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไปฉันจึงไม่ได้อยู่ในฐานทัพนี้อีก พวกเรามาแลกช่องทางติดต่อกันไว้เถอะ”


            อยู่ด้วยกันมาก็หลายชั่วโมงกระทั่งทำภารกิจการทดสอบเข้าหน่วยพยัคฆ์ร่วมกันพวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าไม่เคยแลกเบอร์โทรศัพท์กันมาก่อนเลยเรื่องนี้ต้าเป่ารู้สึกละอายใจที่สุดเพราะเขานับตัวเองเป็นผู้ติดตามอันดับหนึ่งของลูกพี่ทั้งทีดันไม่มีช่องทางการติดต่อเสียอย่างนั้น


            “น่าเสียดายในฐานทัพมีแต่น้ำผลไม้กระป๋องพวกนี้”สวีตงหยางถอนหายใจออกมา ถ้าอยู่ข้างนอกในวันแบบนี้คงต้องดื่มกินให้หนำใจ


            “ใช่ว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันอีกมีวันว่างเมื่อไหร่ทุกคนโทรหาฉันด้วย” หวังเฟิงยกกระป๋องน้ำส้มขึ้นมา


            สวีตงหยางที่ชอบความครื้นเครงก็ยกกระป๋องน้ำส้มขึ้นมาเหมือนกัน“ดี ! พวกเรารวมตัวกันได้เมื่อไหร่ จะต้องติดต่อไปหาหัวหน้าแน่นอน”


            “เจอกันใหม่!” ทุกคนยกกระป๋องน้ำผลไม้ขึ้นมาชนกันวันนี้ถึงพวกเขาจะอ่อนล้าจากการเดินทาง และทำภารกิจอยู่บ้างแต่คืนนี้ไม่มีใครกลับห้องไปพักผ่อนสักคน พวกเขาต้องการถนอมช่วงเวลานี้ไว้เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้รวมตัวกันแบบนี้อีก

     


    …….….

     


            เช้าวันรุ่งขึ้นหวังเฟิงนั่งรถจิ๊บของหน่วยพยัคฆ์มาที่สถานีรถไฟ เรื่องตั๋วรถไฟไม่ต้องเป็นห่วงเพราะทางหน่วยพยัคฆ์ได้จัดเตรียมไว้ให้หวังเฟิงเรียบร้อยแล้ว และก็สมกับเป็นหน่วยพยัคฆ์พอตนลงจากรถเสร็จก็ขับรถจากไปในทันที…


            หวังเฟิงเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายศรีษะ


            ตั๋วที่ทางหน่วยพยัคฆ์จองให้เป็นตัวชั้นพิเศษ ที่นั่งจึงกว้างขวางกว่า แถมคนยังไม่เยอะเท่าตั๋วชั้นปกติ สิ่งนี้ตรงกับความต้องการของหวังเฟิงพอดีเพราะเขาไม่ชอบความวุ่นวายเท่าไหร่


            หลังลงจากรถไฟเดิมทีหวังเฟิงจะตรงกลับไปที่บ้าน แต่ก็นึกได้ว่าทั้งพ่อ แม่และน้องสาวตัวดีกำลังไปเที่ยวอย่างสบายใจเฉิบ เขาก็เลยเลือกกลับไปที่มหาวิทยาลัยดีกว่า


            วันนี้สมาชิกของห้อง249 อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา โม่เฟย โจวมู่หลางไห่ชิงหยุน กำลังตั้งปาร์ตี้บุกตะลุยในเขตแม่น้ำฝั่งศัตรูอยู่


            “ชิงหยุนทำไมเมื่อกี้ไม่ใช้สกิล เห็นไหมแครี่มันรอดไปได้เลย”


            “โอ้ยยยเอ็งก็รู้ความเร็วมือฉันนี่หว่า”


            “พวกเราตาม!”


            บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความร้อนแรงขนาดหวังเฟิงเปิดประตูเข้ามาก็ยังไม่อาจละทิ้งฮีโร่ที่ควบคุมอยู่เพื่อหันมาดูได้และในจังหวะที่สถานการณ์บนผืนป่าเริ่มคลี่คลายทั้งสามก็ละสายตาหันมามองพอเห็นว่าคนที่เปิดประตูห้องมาเป็นหวังเฟิง ทั้งสามก็ร้องขึ้นมาทันที


            “เหล่าต้า !”


            “โทษทีนะฉันติดธุระด่วนเลยไม่ได้ติดต่อพวกนายเลย” ตอนอยู่บนรถไฟ เขาเห็นว่าในกลุ่มแชทของห้องมีข้อความคาไว้เกือบร้อยที่ไม่ได้อ่าน เลยถือโอกาสมาขอโทษเพื่อน ๆ ต่อหน้าเสียเลย


            เวลานี้โจวมู่หลางก็ตาโตขึ้นมาเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “เรื่องนั้นมันสำคัญที่ไหน บอกพวกเรามาที่เล่นหายหัวไปแบบนี้ หรือจะแอบไปหาพี่สะใภ้ให้พวกเรา ?”


            หวังเฟิงได้ยินก็ถลึงตาใส่โจวมู่หลางไปหนึ่งที“ฉันแค่ไปทำธุระให้ที่บ้านมา”


            “มีเรื่องอะไรให้พวกเราช่วยเหลือไหม? บอกมาได้เลยนะเหล่าต้า” ถึงจะไม่เคยถามอย่างเป็นทางการแต่ไห่ชิงหยุนก็รู้ว่าฐานะของหวังเฟิงคงไม่ธรรมดาถึงจะเป็นแบบนี้การที่มีคนมากขึ้น ย่อมหมายถึงมีทางเดินมากขึ้นไปด้วย


            “ใช่มีปัญหาอะไรอย่าเก็บไว้ ดูอย่างมู่หลางสิ สาว ๆของเขาสร้างปัญหาให้พวกเราไม่เว้นวัน” โม่เฟยรีบสมทบ


            หวังเฟิงเผยรอยยิ้มเล็กน้อยรู้สึกขอบคุณพวกเขาในใจ “ปัญหาเล็กน้อยน่ะ จัดการได้แล้ว ขอบคุณนะ”


            [ทริปเปิ้ล คิล !]


            ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากลำโพงของโจวมู่หลาง ไห่ชิงหยุนโม่เฟยทั้งสามพร้อมกัน เสียงนี้ราวกับฟ้าผ่ากรอกใส่หูของพวกเขาทั้งสามคนมือถือที่วางพักไว้พอหยิบขึ้นมาดูอีกที บนจอก็กลายเป็นสีขาวดำ พร้อมกับตัวอักษร “TrippleKill” แดงหรา ทำเอาพวกเขาเจ็บใจไปตาม ๆ กัน


            “แม่งเอ้ย! เอาให้จบตานี้ก่อน ค่อยคุยกันต่อ” ไห่ชิงหยุนร้องขึ้นด้วยความเจ็บใจ