ตอนที่ 44 ข้าสะบัดมือเพียงครั้งเดียว
ทั่วร่างของหลินเฟยอาบไล้อยู่ในแสงสีทองอย่างสิ้นเชิงกระจายกลิ่นอายอันเก่าแก่โบราณออกมาอย่างบางเบา เมื่อเขานั่งอยู่ตรงนั้นก็ราวกับกลายเป็นหนึ่งเดียวกับโลกทั้งใบเชื่อมต่อผืนฟ้าและผืนดินเข้าด้วยกัน ละลอกคลื่นแห่งพลังม้วนกวาดออกไปอย่างต่อเนื่อง
พื้นฐานลมปราณขั้นปราณยุทธเงินนั้นเปรียบเสมือนเป็นการก้าวย่างที่ยิ่งใหญ่ช่องว่างระหว่างปราณยุทธเงินและปราณยุทธขาวนั้นมากมายราวกับระยะห่างของสวรรค์และปฐพี
ผู้ฝึกตนทุกคนต่างต้องการบรรลุถึงขั้นนี้เพราะมันเป็นก้าวแรกที่จะสามารถสัมผัสและเชื่อมต่อเข้ากับฟ้าดินได้อย่างแท้จริง!
หากมองไปที่หลินเฟยในตอนนี้ก็ดูกับว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเขาสูงขึ้นเกือบช่วงศีรษะเส้นผมสีแดงยาวขึ้นอีกไม่น้อยรูปร่างดูสมส่วนมากขึ้น
ใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ของบุรุษเพศดูสง่างามทั้งยังอ่อนเยาว์ผิวพรรณขาวนวลเนียนทว่ากลับแผ่กลิ่นอายอันแข็งแกร่งออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ!
เมื่อเขาลืมตาขึ้นก็เห็นว่าดวงตาสีแดงนั้นส่องประกายเจิดจ้าเมื่อรวมเข้ากับทุกอย่างแล้วทำให้ตอนนี้เขาดูไม่ธรรมดาโดยสิ้นเชิง
“ข้ารู้สึกถึงพลังที่เชื่อมต่อกับสวรรค์และปฐพีแม้จะยังเล็กน้อยเพียงนี้ก็ตาม แต่นี่คือสิ่งที่ผู้ฝึกตนที่ยังไม่บรรลุถึงขั้นนี้ไม่สามารถสัมผัสได้ หากข้าบรรลุถึงขั้นปราณเซียนทะลวงเข้าไปยังอาณาจักรแห่งเซียน ข้าไม่สามารถปีนป่ายสวรรค์ได้เลยหรอกรึ?”
หลินเฟยครุ่นคิดไปอย่างวุ่นวายเมื่อได้สัมผัสกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ความกระหายในพลังที่ไม่เคยมีกลับปะทุขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ
“ต่อไป!”
หลินเฟยลุกขึ้นบินทะยานไปยังใจกลางของสระเทพเซียนเมื่อจิตวิญญาณเชื่อมถึงสวรรค์และปฐพีหลินเฟยก็สามารถรู้ได้เลยว่าตอนนี้เขาสามารถบินได้ได้แล้ว!
แม้จะไม่สามารถบินได้เป็นระยะเวลานานแต่เขาก็บินได้แล้วจริงๆ
หลินเฟยหยุดนิ่งอยู่กลางสระเทพเซียนที่มีโลหิตเทพเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งหลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกพลังตบะก็ระเบิดออกมาอย่างเต็มกำลังทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นไปทั่วผืนน้ำโลหิตเบื้องล่าง
“กายเนื้อของข้าก็ทะลุผ่านมายังปราณยุทธเงินเช่นกัน ด้วยพลังอำนาจในการบดขยี้ของสายโลหิตเทพการจะฝึกฝนกายเนื้อให้พัฒนาขึ้นก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้อีกแล้ว นี่คือโชควาสนาอย่างนึงที่ไม่ธรรมดาโดยสิ้นเชิง”
ดวงตาของหลินเฟยสาดประกายความมุ่นมั่นออกมาเมื่อเขาโคจรลมปราณเซียนนิจนิรันดร์เส้นแสงห้าแฉกเสี้ยวนึงที่คล้ายรูปสามเหลี่ยมไม่มีฐานก็ปรากฎขึ้น โดยไร้ซึ่งความลังเลเขาทิ้งตัวลงไปยังสระเทพเซียนทันที!
ทันทีที่จมลงไปความเจ็บปวดจนไม่อาจบรรยายได้ก็ประดังเข้ามาราวกับสายน้ำหลากโลหิตเทพราวกับเป็นมีดอันแหลมคมบดขยี้ลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง เส้นเลือดปูดโปนมองเห็นได้ชัดเจนบนใบหน้าของหลินเฟยที่บิดเบี้ยวไปมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ร่างกายของเขาแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็วจนแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแต่ภายในร่างกายเปลวเพลิงแห่งชีวิตกลับลุกโชติช่วง พื้นฐานฝึกตนหมุนวนด้วยความรวดเร็วพลังรักษาของสายโลหิตมังกรเมื่อรวมเข้ากับเผ่าเทพนั้นไม่อาจดูถูกได้
ร่างกายที่แห้งเหี่ยวของเขาค่อยๆฟื้นสูขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่นานมันก็กลับไปแห้งเหี่ยวเช่นเดิมผิวหนังของหลินเฟยปริแตกออกราวกับกำลังจะแหลกสลาย
แต่ยิ่งความเสียหายทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่าใดหลังจากฟื้นฟูกลับมาแล้วมันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น!
ราวกับไม่รู้จบขั้นตอนที่ว่านี้ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าพร้อมกับโลหิตเทพที่ถูกกลั่นสกัดหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของหลินเฟยทีละหยด ทีละหยด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางทะเลแห่งความเจ็บปวดนั้นในที่สุดก็ผ่านไปอีกหกเดือน ตอนนี้เองโลหิตเทพหยดสุดท้ายได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของหลินเฟยโลหิตเทพทั่วทั้งสระเทพเซียนได้ถูกหลอมรวมเข้าไปในร่างของหลินเฟยเป็นที่เรียบร้อย!
“รวม!”
โลหิตเทพและโลหิตมังกรภายในร่างสั่นไหวอย่างรุนแรงเพื่อตอบรับกับคำพูดของหลินเฟยโลหิตจากเผ่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองหมุนวนอยู่ภายในร่างด้วยความรวดเร็วมากขึ้น มากขึ้นจนเกิดเป็นกระน้ำวนขนาดยักษ์!
กระแสน้ำวนนั้นมีสีทองตัดสลับกับสีแดงที่ส่องประกายสดใสออกมาพวกมันค่อยๆหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างช้าๆท่ามกลางขั้นตอนนี้ไม่อาจเร่งรีบ ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใดสำหรับหลินเฟยเขารู้แต่เพียงว่ากายเนื้อของเขาได้พุ่งทะยานขึ้นไปยังจุดที่เหนือกว่าพลังตบะไปแล้ว
เวลาหกเดือนได้ผ่านพ้นไปอีกครั้งวงจรของการหลอมรวมโลหิตของสองเผ่าผู้ยิ่งใหญ่ในที่สุดก็เสร็จสิ้นลงหลินเฟยค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ
ภายในดวงตาสีแดงแวบไปด้วยแสงแห่งความลึกลับทั่วร่างส่องประกายสีทองออกมาอย่างเรือนรางรูปร่างสมส่วนของเขาดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างน่าพิศวง
ทั่วทั้งเรือนกายแผ่พลังขั้นวงจรสมบูรณ์ปราณยุทธเงินออกมาอย่างต่อเนื่องหากวันข้างหน้ามีโอกาสที่เหมาะสมก็สามารถทะลวงขึ้นไปยังขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองได้อย่างแน่นอน!
“ตอนนี้แม้แต่โลหิตของข้าก็ดูคล้ายกับจะกลายเป็นอาวุธวิเศษที่ทรงพลังการหลอมรวมนี้ทำให้ข้อดีของสายโลหิตทั้งสองผสานรวมกันได้อย่างดีเยี่ยม!”
หลินเฟยพึงพอใจกับเรือนกายที่กลั่นสกัดจนมีพลังล้ำหน้าพื้นฐานฝึกตนของเขาไปไกลไม่ต้องสงสัยเลยว่าเวลาเพียงแค่หกเดือนสามารถทำให้เรือนกายของหลินเฟยก้าวไปอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณยุทธเงินได้นั้น โลหิตเทพช่างมีพลังที่ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง!
“ถึงเวลาที่ข้าจะต้องออกไปแล้ว”
หลินเฟยทะยานขึ้นจากสระเทพเซียนที่ตอนนี้ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงกระแสลมปราณภายในโลกแห่งนี้คล้ายกับมีต้นกำเนิดมาจากโลหิตเทพความหนาแน่นนั้นบางเบาเสียจนแทบจะสัมผัสไม่ได้ภาพทับซ้อนเกิดขึ้นราวกับโลกนี้กำลังจะหายไปได้ทุกเมื่อ
“เดี๋ยวนะ!”
หลินเฟยเบิกตากว้างใจเต้นรัวท่ามกลางภาพทับซ้อนของโลกภายนอกกำลังรุนแรงขึ้นเหมือนเขากำลังคิดอะไรออกมาได้
“ถ้าโลหิตเทพนี้เป็นของจริง แล้วสมุนไพรพวกนั้นล่ะ!”
ร่างของหลินเฟยแวบขึ้นพริบตาเดียวก็ออกมาภายนอกของถ้ำมายืนอยู่ในจุดที่เบื้องหน้าเขาเต็มไปด้วยสมุนไพรที่หายากบางชนิดก็ต้องใช้เวลานานหลายพันปีเพื่อเติบโต มีไม่น้อยที่หาแทบไม่ได้แล้วหากไม่ใช่สำนักหรือตระกูลที่ยิ่งใหญ่
“ข้ารวยแล้ว!”
หลินเฟยหัวเราะคิกคักกระโจนใส่ต้นสมุนไพรเหล่านั้นอย่างหน้ามืดตามัวแค่เพียงต้นสมุนไพรพวกนี้หนึ่งต้นหากนำไปประมูลราคาของมันนั้นไม่สามารถจินตนาการได้เลยอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าหมื่นเหรียญทอง! นั่นยังเป็นเพียงต้นที่หาง่ายที่สุด!
“ต้นเมือกเขียว!”
“เถาวัลย์หมื่นพิษ!”
“หญ้าแสงตะวัน!”
เพียงไม่กี่อึดใจลานที่เต็มไปด้วยสมุนไพรนับหมื่นก็เริ่มจะดูโล่งเตียนขึ้นมากองดินที่ถูกขุดขึ้นกระจัดกระจายไปทั่วราวกับที่แห่งนี้พึ่งผ่านสมรภูมิ สามารถมองเห็นหลุมบ่อเล็กใหญ่มากมายเต็มไปทั่วบริเวณ
หลินเฟยมีความสุขอย่างแท้จริงสมุนไพรพวกนี้หายากมากในโลกภายนอก หากไม่เข้าไปสำรวจในพื้นที่พิเศษก็แทบจะไม่มีโอกาสได้พวกมันมา
จริงๆแล้วทุกสำนักหรือตระกูลใหญ่ๆต่างก็มีสวนสมุนไพรหายากของพวกมันแต่เขาจะสามารถไปฉกฉวยจากพวกมันมาได้อย่างไร? ในช่วงเวลาที่หลินเฟยมีความสุขอยู่นี่เองภาพทับซ้อนก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นและเริ่มมองเห็นรอยแตกมากมายกระจายไปทั่วท้องฟ้าแห่งนี้แล้ว
“อีกนิดเดียว!”
ดวงตาของหลินเฟยเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยขณะมองไปยังดอกแสงจันทร์ขนาดใหญ่ยี่สิบกว่าดอก! ต้นของมันใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็นในปีนั้นมากนัก ความเร็วของหลินเฟยระเบิดขึ้นเขากลายเป็นเส้นรุ้งพุ่งไปยังลำต้นของดอกแสงจันทร์แม้มันจะสูงใหญ่ไม่น้อยแต่เขาก็ขุดมันขึ้นมาทั้งต้น!
วินาทีนั้นเองสายตาของหลินเฟยพล่าเลือนลงเมื่อทุกอย่างกลับมาชัดเจนเขาก็กลับมาอยู่ข้างบึงน้ำที่เขามาถึงในตอนแรก ภายในมือยังมีดอกแสงจันทร์ที่หลุดร่วงตอนที่เขายัดทั้งต้นของมันเข้าไปในแหวนมิติ หากเปิดแหวนมิติของเขาออกมาตอนนี้แปดในสิบส่วนเต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่านาๆชนิด
“ฮ่าๆ ปีนั้นข้าได้มาห้าดอกแต่ตอนนี้ข้ามีถึงยี่สิบดอกและยังมีลำต้นมันด้วย!”
หลินเฟยหัวเราะร่ามีสมุนไพรไม่น้อยเช่นกันที่มีราคาค่างวดไม่มากนักแต่หลินเฟยก็ยังคงเก็บพวกมันมาทั้งหมด ตอนนี้เขายืนมองดอกแสงจันทร์ขนาดใหญ่ในมือแววตาก็หวนลำลึกไปถึงครั้งที่เขายังอ่อนแอขณะดั้นด้นไปเก็บดอกแสงจันทร์ตามบันทึกของตระกูลในปีนั้น
“หึ คิดแล้วก็เสียหน้านัก หากเป็นตอนนี้เสือเมฆราตรีนั่นข้าสะบัดมือเพียงครั้งเดียว...”
หลินเฟยยังพูดไม่ทันจบลมหอบใหญ่ก็พัดพามาเสื้อผ้าหน้าผมของเขากระพรือไปตามกระแสลมนั้น ทันทีที่สายลมหยุดลงหลินเฟยที่ยืนกระพริบตาปริบๆก็รู้สึกถึงน้ำบางอย่างหยดลงมาบนเสื้อของเขา
แหมะ!
ความเย็นเยียบบางอย่างก่อตัวขึ้นภายในจิตใจเส้นขนทุกเส้นบนร่างลุกตั้งชี้ชันหลินเฟยค่อยๆหันหน้ากลับไปอย่างช้าๆ
ภาพที่เขาเห็นคือดวงตาสีฟ้าอ่อนขนาดมหึมาขนาดใหญ่กว่าสองจ้าง[1จ้าง–3.3เมตร]กำลังจ้องมองมาพร้อมกับปากขนาดใหญ่
ที่เต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมส่องประกายวิบวับวิบวับน่าเข้าไปสัมผัส ขนของมันเป็นสีขาวบริสุทธิ์มีลายพาดสีแดงพาดไปผ่านไปทั่วทั้งลำตัว
เขี้ยวยาวสีโลหิตโค้งงองุ้มเมื่ออยู่ตรงนั้นก็กระจายแรงกดดันอันน่าหวาดผวาออกมาจนสั่นสะเทือนไปทั่วบึงน้ำ
ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักมันสัตว์อสูรผู้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์แห่งราชันสรรพสัตว์ พยัคฆ์เขี้ยวโลหิต!
พรืด!
ลมหายใจของมันพ่นรดไปที่หลินเฟยทำให้ใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะพลังที่กระจายออกมาของมันบ่งบอกว่าเหนือกว่าปราณยุทธเงินไปช่วงใหญ่อาจถึงขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองช่วงท้าย! เหงื่อเม็ดใหญ่ๆไหลลงจากหน้าผากอย่างต่อเนื่อง
“เอ่อ”
หลินเฟยพยามจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างแต่วินาทีเดียวกันนั่นเองกรงเล็บที่คล้ายกับใบมีดอันแหลมคมของมันก็ตะปบลงมา!
ตู้ม!!
หลินเฟยกรีดร้องเสียงแหลมร่ายใช้ท่าเท้าเงามายาจนเกิดเป็นภาพติดตาขึ้นแต่พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตเต็มไปด้วยประสาทสัมผัสที่ว่องไวยังไงมันก็เป็นถึงผู้มีเชื้อสายหนึ่งในราชันแห่งสรรพสัตว์ กระโดดติดตามร่างจริงของหลินเฟยไปทันทีเห็นได้ชัดว่ามันต้องการ
ดอกแสงจันทร์!
“ข้ารู้ๆ! ดอกแสงจันทร์มีความเย้ายวนเกินห้ามใจกับสายพันธุ์ของเจ้า! เช่นนี้เป็นอย่างไรข้าให้เจ้าหนึ่งกลีบ!”
หลินเฟยทะยานร่างบินหนีพร้อมกับเด็ดกลีบของดอกแสงจันทร์โยนไปหนึ่งกลีบเมื่อพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตเห็นเช่นนั้นมันอ้าปากกว้างขึ้นกลืนดอกแสงจันทร์เข้าไปทันทีพร้อมกับกลายเป็นเส้นแสงพุ่งเข้าหาหลินเฟยด้วยความไวมากกว่าเดิม!
“เจ้า เจ้า เจ้ากินของข้าไปแล้ว แล้วทำไมยังไล่ตามมาอีก! นี่ข้าไปทำกรรมอะไรไว้กับเผ่าพยัคฆ์!”
เสียงระเบิดไล่หลังมาติดๆจากกรงเล็บสีเงินแวววาวของพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตพร้อมกับเสียงโหยหวนของหลินเฟยที่โดนพลังกระแทกเข้าที่กลางหลังอย่างจัง!
“ม่ายย!”
.
.
.