“แกร๊งๆๆ”เสียงของดาบปะทะกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงร้องอันเจ็บปวดสองเสียงติดกัน!
เสียงร้องเตือนอย่างทันท่วงทีของคุณชายเจ็ดตระกูลเจิ้งบวกกับเสียงคำรามจากวิชาพยัคฆ์สามคำรามของเซียวหลิงอวิ๋นทำให้ทั้งคู่มีเวลาตอบสนองทันเวลา!
แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของทั้งสองคนถือได้ว่าเป็นนักยุทธ์ที่เก่งกาจที่สุดในบรรดานักยุทธ์กลุ่มนี้!
แต่ด้วยดาบใหญ่ที่รวดเร็วดุจสายลมและพลังดุจขุนเขา ก็ยังทำให้อีกฝ่ายที่อยู่ในหมอกทึบต้องรู้สึกหวาดกลัวอยู่ดี!
หลิ่วอวิ๋นเทาใช้ดาบคมกริบบังคับให้เซียวหลิงอวิ๋นต้องถอยกลับในขณะเจี่ยงอิงก็ใช้แส้ในมือเป็นดั่งงูที่พุ่งออกมาเป็นวงซ้อนวงขัดขวางไม่ให้เซียวหลิงอวิ๋นเข้ามาใกล้ได้! แล้วทั้งสองคนก็ตะโกนเสียงดัง!
เจิ้งอวิ๋นเผิงที่อยู่อีกฝั่งนี้ก็เคลื่อนที่อย่างว่องไวหลบหนีจากแสงสีทองที่ชิวเทียนฉี่ปล่อยออกมาได้ยินเสียงตะโกนของเจี่ยงอิงกับเสียงแส้ที่แหวกผ่านอากาศดังเข้ามาในหูจึงรีบตะโกนเสียงดังใส่ชิวเทียนฉี่ “เจ้าเสือชิวบอกหลานชายของเจ้าให้หยุดเดี๋ยวนี้ หนึ่งในสองคนนั้นมีหลานชายของข้าอยู่ด้วย!”
“เจ้าเจ็ดก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเจ้าแย่งภูเขาไฟในปกครองของคนอื่นไปเหตุใดเจ้าไม่นึกถึงความปลอดภัยของญาติตัวเองบ้างเล่าตอนนี้พอดาบมาจ่อถึงคอแล้วถึงได้รู้จักกลัว รู้จักเจ็บอย่างนั้นหรือ?”
“อ๊าก!”เสียงร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง!
เจิ้งอวิ๋นเผิงร้อนใจมากขึ้นกว่าเดิมจึงตะโกนเสียงดังกลับไป “เจี่ยงอิงเป็นลูกชายคนเดียวของอวิ๋นเยี่ยนพี่หญิงสามของข้าที่เสียไปแล้ว!”
ลูกชายที่อวิ๋นเยี่ยนตั้งท้องอย่างนั้นหรือ?
ชิวเทียนฉี่นึกถึงภาพของสาวงามคนหนึ่งขึ้นมาในหัวหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่สองชั่วอึดใจก็ตะโกนเสียงดัง “หลิงอวิ๋นอย่าเพิ่งฆ่าพวกเขา!”
เซียวหลิงอวิ๋นหลบแส้ที่เข้ามานัวเนียอย่างว่องไวและพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วดาบใหญ่เหล็กดำในมือของเขากำลังจะฟันลงไปที่เอวของชายวัยกลางคน เมื่อได้ยินดังนั้นมือของเขาก็หดกลับอย่างรวดเร็ว “ฟุ่บ”ปลายดาบกรีดผ่านเอวของหลิ่วอวิ๋นเทาไปเพียงเฉียดทำให้เกิดรอยเลือดสีแดงสดปรากฏขึ้น เขาใช้ก้าวลวงวิญญาณถอยกลับออกมาอย่างรวดเร็วหายไปในหมอกก่อนที่แส้ของเจี่ยงอิงจะติดตามมาทัน
ชั่วพริบตาต่อมาเซียวหลิงอวิ๋นปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ชิวเทียนฉี่มองไปที่เจิ้งอวิ๋นเผิงซึ่งอยู่ห่างออกไปสิบหมี่อย่างเย็นยะเยือก “เห็นแก่หน้าท่านอาชิวข้าจะไว้ชีวิตพวกเขาชั่วคราว ให้เวลาหนึ่งร้อยชั่วอึดใจท่านจะนำอะไรมาแลกกับชีวิตของทั้งสองคนนั้น”
“เจ้าหนุ่มความคิดฆ่าฟันของเจ้าที่มากเกินไปไม่ส่งผลดีต่อการเติบโตของเจ้านะ”เจิ้งอวิ๋นเผิงจับจ้องไปที่เซียวหลิงอวิ๋น แล้วก็ต้องตกใจอย่างมากเด็กคนนี้มีพลังยุทธ์แค่เพียงนักยุทธ์ระดับหกแต่เจ้าเด็กครึ่งอายุของเขาคนนี้กลับใช้หมอกหนาสังหารนักยุทธ์ระดับเก้าจนดับอนาถได้!
ตัวเขาเองวิ่งไปหาผู้บาดเจ็บทั้งสอง!แล้วสายตาก็เหลือบมองไปที่ร่างกายของทั้งสองคน แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้ง โชคดีโชคยังดีจริงๆ ที่เราเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของเจี่ยงอิงออกไปได้ทันการณ์ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสได้ต่อรองอะไรกันทั้งนั้นแล้ว!
“ท่านอาเจ็ด!”เจี่ยงอิงที่กำลังระแวดระวังอย่างเต็มที่เมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาใกล้ก็กำลังจะเหวี่ยงแส้ในมือออกไป แต่พออีกฝ่ายมาถึงตัวใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏขึ้น!
“คุณชายเจ็ด!”คนข้างๆ มีบาดแผลที่ได้รับจากดาบหลายแห่ง ใบหน้าสั่นเล็กน้อยเพราะอาการบาดเจ็บแต่ก็ไม่กล้าคลายความระแวดระวังแม้แต่น้อยแม้แต่การรักษาบาดแผลตัวเองยังไม่กล้าทำเลยซึ่งเมื่อหลิ่วอวิ๋นเทาเห็นผู้มาเยือนก็อดใจชื้นขึ้นมาไม่ได้ รีบร้องเรียกออกไป!
“รีบรักษาบาดแผลก่อนเถอะ!”เจิ้งอวิ๋นเผิงก็ไม่พูดอะไรมาก หยิบยาสมานแผลชั้นดีส่งให้เจี่ยงอิงทันที!
“คุณชายเจ็ดคนร้ายอาศัยหมอกนี้เข้าทำร้ายคนของเราอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เพิ่งจะล่าถอยไปคุณชายเจ็ดต้องจับคนร้ายมาให้ได้นะ!” หลิ่วอวิ๋นเทาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน!เขาชิงชังเจ้าคนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในหมอกนี้มาก!
“ตอนนี้ปลอดภัยชั่วคราวแล้วพวกเจ้ารักษาบาดแผลให้เรียบร้อยก่อนเถอะ!” เจิ้งอวิ๋นเผิงหัวเราะอย่างขมขื่นในใจจับคนร้ายงั้นหรือ? คนร้ายเห็นแก่หน้าเจ้าเสือของตระกูลชิวถึงได้หยุดมือด้วยซ้ำแล้วเจ้าเสือของตระกูลชิวก็อยู่ที่นี่ด้วยต่อให้ข้ากับหลิ่วหมิงของตระกูลหลิ่วร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่มือของเจ้าเสือนั่นเลย!จะให้จับคนร้ายได้อย่างไร!
“พวกเจ้าสองคนรออยู่ที่นี่อย่าไปไหนล่ะ”
...
ห่างจากพวกเจี่ยงอิงประมาณยี่สิบหมี่!
เจิ้งอวิ๋นเผิงนั่งลงตรงฝั่งตรงข้ามเซียวหลิงอวิ๋นกับชิวเทียนฉี่โดยรักษาระยะห่างออกไปสามหมี่!ไม่ได้หันหน้ามามองเซียวหลิงอวิ๋น แต่หันไปทางชิวเทียนฉี่ แล้วหัวเราะอย่างขมขื่น “เจ้าเสือพวกเราสองพี่น้องรู้จักกันมาเกือบสามสิบปีแล้ว!ขอถามหน่อยเถอะว่าทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้? พวกเจ้าสำนักวิญญาณเมฆาคงไม่ได้หมายตาภูเขาไฟลูกนี้หรอกใช่หรือไม่?”
ในฐานะที่เป็นนักยุทธ์ระดับหกพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งของเซียวหลิงอวิ๋นนั้นทำให้เจิ้งอวิ๋นเผิงประหลาดใจและตกใจมากก็จริงอยู่แต่ในใจเขา ทั้งสองมีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่งอย่างสำนักวิญญาณเมฆาอยู่และชิวเทียนฉี่เองก็มีทั้งอายุและพลังยุทธ์ที่เหนือกว่า!
คาดไม่ถึงว่าชิวเทียนฉี่จะหัวเราะตอบกลับมา“พวกเราสำนักวิญญาณเมฆาไม่ได้เหมือนอย่างพวกเจ้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นการแย่งชิงภูเขาไฟวิญญาณในปกครองของคนอื่นไปหรอกนะข้ามาที่นี่ตามคำสั่งของผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสองของสำนักเราให้มาคอยคุ้มครองหลิงอวิ๋นกลับบ้านสกุลเซียวเพื่อจัดการกับปัญหาที่พวกเจ้าก่อเอาไว้ ไม่ต้องมามองข้าข้าไม่ได้มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนี้สิ่งที่เจ้าต้องทำคือการทำให้ท่านอาจารยน้อยคนนี้หายโกรธต่างหากขอเพียงหลิงอวิ๋นไม่เอาเรื่อง ก็ถือว่าจบเรื่องแล้ว!”
คำสั่งของผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสอง!ผู้อาวุโสสูงสุดที่ชิวเทียนฉี่พูดถึงก็คือผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักหลักนั่นคือผู้อาวุโสที่มีผู้ให้ความเคารพนับถือมากที่สุดในสำนักวิญญาณเมฆามิใช่หรอกหรือ? แล้วไหนจะคำที่ชิวเทียนฉี่เรียกเจ้าหนุ่มคนนี้ว่าท่านอาจารย์น้อยอีก!
ได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักทั้งสองคนและยังทำให้เจ้าเสือจอมเย่อหยิ่งอย่างชิวเทียนฉี่เรียกว่าท่านอาจารย์น้อยได้เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่? มีภูมิหลังใหญ่โตเกินไปแล้ว!
เทียบกับเซียวหลิงอวิ๋นแล้วเด็กหนุ่มกับเด็กสาวในตระกูลเจิ้งกับหลิ่วของเราที่ถูกเรียกว่าสุดยอดอัจฉริยะในสำนักอำนาจสวรรค์ไม่ต่างอะไรไปจากนกกระจอกเผชิญหน้าหงส์เพลิงเลย!
นี่ต่างหากคือสุดยอดอัจฉริยะอย่างที่แท้จริง!
เจิ้งอวิ๋นเผิงรู้สึกตกตะลึงกับเรื่องของผู้อาวุโสสูงสุดกับท่านอาจารย์น้อยจนทำอะไรไม่ถูกหลังจากนั้นครู่ใหญ่ เ0จิ้งอวิ๋นเผิงที่หัวใจขมขื่นก็หันไปหาเซียวหลิงอวิ๋นรอยยิ้มประจบประแจงปรากฏบนใบหน้า!
“อะแฮ่มน้องชายมีความสัมพันธ์กับตระกูลเซียวอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าชื่อเซียวหลิงอวิ๋นเซียวเซิ่งหู่ที่พวกเจ้าทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสเมื่อครึ่งเดือนก่อนคือท่านพ่อของข้าเซียวว่านจุนก็คือท่านปู่ของข้าเอง!เจ้าว่าตระกูลเซียวมีความสัมพันธ์กับข้าหรือไม่เล่า?”
หลังจากที่เซียวหลิงอวิ๋นพูดเช่นนี้เจิ้งอวิ๋นเผิงก็รู้สึกใจหายวาบ ร่างกายเย็นวาบไปครึ่งตัวเลยทีเดียว!
“ที่แท้ก็เป็นนายน้อยหลิงอวิ๋นนี่เองพี่เซิงหู่พ่อของท่าน เอ่อ... มีนิสัยใจคอหยิ่งผยองไปสักหน่อยว่าด้วยเรื่องของภูเขาจิงหั่วหลิงซานแห่งนี้แต่เดิมทุกคนก็มีความเห็นไม่ลงรอยกันบ้างอยู่แล้วบวกกับผู้อาวุโสสามของตระกูลหลิ่วเองก็มีนิสัยใจร้อนเช่นกัน ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงเริ่มต่อสู้กันและพลาดไปทำร้ายพี่เซิงหู่จนได้รับบาดเจ็บเข้าเรื่องนี้ตระกูลเจิ้งของเรา...”
เซียวหลิงอวิ๋นขี้เกียจฟังเขาพูดไร้สาระขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก “ผู้อาวุโสสามจากจวนหลิ่วโหวสินะ”
“ใช่ๆๆว่าที่ท่านโหวคนต่อไปของตระกูลหลิ่วก็คือคุณชายหลิ่ว หลิ่วอิงนี่แหละ!”
“หลิงอวิ๋นหลิ่วอิงคนนี้จัดเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับข้า มีอายุมากกว่าข้าและเจ้าเจ็ดสิบกว่าปี เมื่อสามปีก่อนได้ก้าวเข้าสู่ระดับผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางแล้วได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะที่ได้เป็นผู้ใช้พลังวิญญาณคนแรกของตระกูลหลิ่วในรอบเกือบร้อยปี”ชิวเทียนฉี่ที่อยู่ข้างๆรีบแจ้งข้อมูลของหลิ่วอิงออกไปทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เซียวหลิงอวิ๋นวู่วาม!
ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางแล้วอย่างไร? อายุสี่สิบกว่าเกือบจะห้าสิบแล้วยังเป็นแค่ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางยังกล้าเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะที่ได้เป็นผู้ใช้พลังวิญญาณในรอบร้อยปีได้อีกหรือ?อย่างไรก็ดีพลังยุทธ์ของเขาไม่ได้อยู่ในระดับที่ตัวเองจะสามารถรับมือได้ในเวลานี้อีกทั้งตระกูลหลิ่วก็มีผู้ใช้พลังวิญญาณแล้ว ตระกูลอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนของจวนเจิ้งอ๋องที่เป็นหนึ่งในแปดอ๋องย่อมไม่ด้อยไปกว่าตระกูลหลิ่วอย่างแน่นอน!
เซียวหลิงอวิ๋นครุ่นคิดอย่างรวดเร็วและพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง “ตระกูลหลิ่วมีหลิ่วอิงแล้วตระกูลเจิ้งอ๋องของเจ้ามีหัวหน้าเป็นใคร?”
“อะแฮ่มเป็นพี่สองของข้าเอง มีชื่อว่าเจิ้งอวิ๋นหลง เป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลาง!”เจิ้งอวิ๋นเผิงรีบพูด!
คนคนนี้เป็นคนฉลาดไม่เลวคอยสังเกตคำพูดและสีหน้าของอีกฝ่ายด้วย จากนั้นก็พูดออกมาหมดเปลือกราวกับเทน้ำถั่วไล่บอกชื่อ ฐานะ พลังยุทธ์ของผู้ที่เป็นแกนนำของทั้งหกตระกูลใหญ่บอกแม้กระทั่งจำนวนคนที่ทั้งหกตระกูลใหญ่พามาโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
สามปรมาจารย์วิญญาณเก้าผู้ใช้พลังวิญญาณ ด้วยกำลังพลเท่านี้ไม่น่าแปลกใจที่สามารถไล่บี้ตระกูลเซียวจนเกือบตายได้ต่อให้ได้ตระกูลว่านกับตระกูลพานเข้ามาช่วยก็ไม่สามารถต้านทานได้แน่!ประเด็นสำคัญคือตระกูลว่านกับตระกูลพานไม่กล้าที่จะเปิดศึกอย่างจริงจังด้วยซ้ำ!
“ท่านอาชิวผู้ใช้พลังวิญญาณจะไม่ลงมือกับนักยุทธ์อย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่ได้หากให้ผู้ใช้พลังวิญญาณลงมือกับนักยุทธ์ได้ตามใจชอบแล้วโลกนี้จะไม่ยิ่งวุ่นวายมากไปกว่านี้อีกหรือ! ตลอดทุกยุคทุกสมัยผู้ใช้พลังวิญญาณจะลงมือได้ก็ต่อเมื่อต้องรับมือหรือสังหารนักยุทธ์ผู้ชั่วร้ายสุดๆที่มีพลังแกร่งกล้าอย่างแท้จริงเท่านั้น”
“ฮ่าๆถ้าอย่างนั้นก็ย่อมได้!”
หลังจากผ่านไปหนึ่งถ้วยชาข้อตกลงก็บรรลุ!
ชิวเทียนฉี่มีรอยยิ้มบนใบหน้าในขณะที่เซียวหลิงอวิ๋นยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยส่วนเจิ้งอวิ๋นเผิงกลับมีรอยยิ้มที่ขมขื่น!
“เจ้าเจ็ดเจ้าจะเสียใจอะไรนักหนา!เจ้าจะรู้สึกโชคดีด้วยซ้ำที่คนที่มาพร้อมกับหลิงอวิ๋นเป็นข้าแล้วเจ้าก็บังเอิญมาเจอเข้าพอดีอีก หากเป็นคนอื่น หรือเป็นผู้อาวุโสจ้าวก็คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นกันแล้ว หลานชายของเจ้าถูกฆ่าตายอย่างแน่นอนยังไม่ใช่แค่นั้นนะ ตระกูลเจิ้งของเจ้ารวมถึงตระกูลอื่นๆนอกเหนือจากผู้ใช้พลังวิญญาณแล้ว คนอื่นๆ คงไม่มีใครรอดแน่
ต่อให้เหล่าผู้ใช้พลังวิญญาณของพวกเจ้าจะรอดชีวิตมาได้ภูเขาจิงหั่วหลิงซานแห่งนี้ก็ไม่มีทางตกเป็นของพวกเจ้าแน่ในท้ายที่สุดก็จะสูญเสียทั้งยอดฝีมือและกลับมามือเปล่าอีกต่างหากกลายเป็นเรื่องตลกในอาณาจักรไปเสีย
สำหรับเวลานี้ข้อตกลงเช่นนี้ถือเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับพวกเจ้าแล้วสูญเสียแค่นักยุทธ์ไม่สลักสำคัญไปไม่กี่คน ในขณะที่คนสำคัญๆ ไม่มีใครเป็นอะไรภูเขาจิงหั่วหลิงซานแห่งนี้ก็ยังได้ส่วนแบ่งสิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือผลักให้ตระกูลหลิ่วกลายเป็นแพะ... อะแฮ่ม เป็นคนผิดข้อตกลงที่ดีเช่นนี้ ยังไม่พอใจอีกหรือไร?”
“เจ้าเสืออย่างไรเสียตระกูลหลิ่วก็เรียกได้ชื่อว่าเป็นพวกพ้องของพวกเราอยู่หากพวกเราทิ้งพวกเขาไป ก็จะกลายเป็นว่า...”
“พอเถอะเจ้าเจ็ด อย่าทำตัวเป็นแมวร้องไห้ให้หนูอยู่เลยถึงข้าจะไม่รู้เรื่องตระกูลเจิ้งอ๋องของเจ้ามากนักแต่จะมีตระกูลใหญ่ในอาณาจักรนี้สักกี่ตระกูลกันที่สามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็นพวกพ้องกันได้จริงๆตระกูลหลิ่วก็แค่พวกพ้องขยะเท่านั้น เมื่อมีผลประโยชน์ก็เข้าร่วมไม่มีผลประโยชน์ก็บอกลา หากคิดจับมือกับตระกูลหลิ่วจริงๆก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรนอกจากปัญหาเท่านั้นหรือตระกูลเจิ้งของเจ้าเต็มใจจะรับผิดแทนตระกูลหลิ่วเพื่อชดใช้หนี้แค้นของตระกูลเซียวแทนล่ะ? หลิงอวิ๋นฆ่าทั้งสองคนตรงนั้นได้เลย!”
“อย่าๆๆเจ้าเสือ นายน้อยหลิงอวิ๋น ข้อตกลงก็ได้ตกลงกันไปแล้วจะผิดสัญญาได้อย่างไร? ข้าก็แค่รู้สึกไม่สบายใจจึงได้พูดออกไปเช่นนั้นขอทั้งสองอย่าได้เข้าใจความจริงใจของตระกูลเจิ้งของเราผิดไป!ขะ...ข้าจะพาตัวเจี่ยงอิงมาที่นี่ส่วนหลิ่วอวิ๋นเทาถือว่ามีสถานะอยู่บ้างในตระกูลหลิ่วหากนายน้อยหลิงอวิ๋นสามารถจับเป็นได้ คงจะทำให้หลิ่วอิงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาได้บ้าง!”
“เมื่อท่านอาเจ็ดเรียกเด็กหนุ่มที่ใช้แส้เสร็จแล้วก็แจ้งข่าวให้หลิ่วหมิงมาที่นี่ด้วย!” เซียวหลิงอวิ๋นลุกขึ้นยืน
เรียกหลิ่วหมิงมาที่นี่คนคนนี้คิดจะฆ่าหลิ่วหมิงอย่างนั้นหรือ? หลิ่วหมิงไม่ใช่พวกของหลิ่วอวิ๋นเทาที่เป็นแค่นักยุทธ์ระดับเก้าแต่เป็นถึงผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางเลยนะ!เจิ้งอวิ๋นเผิงมองไปที่เซียวหลิงอวิ๋นอย่างอ้ำอึ้ง!
“มัวยืนเซ่ออะไรอยู่รีบไปเรียกเจี่ยงอิงมาที่นี่ได้แล้ว!” ชิวเทียนฉี่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเจ้าเจ็ดที่ฉลาดหลักแหลมคนนี้เมื่อเจอสัตว์ประหลาดเซียวหลิงอวิ๋นเข้าก็สติปัญญาลดลงฮวบฮาบทันทีจนลืมคิดไปว่าหลิ่วหมิงไม่ได้ฝึกวิชาประเภทขจัดจิตเสริมแกร่งวิญญาณมาดังนั้นภายในหมอกนี้ ตัวเขาย่อมไม่สามารถหลบเลี่ยงการลอบโจมตีของเซียวหลิงอวิ๋นได้!