“จัดการตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วครับนาย” เสียงของลูกน้องคนสนิทเอ่ยรายงานความเรียบร้อยให้บอสใหญ่อย่างเอเธล เวลส์ที่นั่งครองโต๊ะทำงานได้รับทราบ
เวลส์พยักหน้ารับเบาๆก่อนจะแอบคิดอะไรบางอย่างในหัวแล้วขยับมุมปากแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ
‘หึ! รอรับความสนุกจากฉันได้เลย’
ั์ตาสีน้ำขาวสะท้อนความแวววับของความร้ายกาจในตัวตนของเขาออกมาก่อนที่เขาจะละมือออกจากงานตรงหน้าแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขาเรียวยาวทั้งสองขยับก้าวเดินนำออกไปจากห้องทำงานของเขาด้วยท่าทางอันน่าเกรงขามพร้อมด้วยลูกน้องคนสนิทของเขาที่เดินตามไล่หลังอยู่ติดๆ ไม่ห่างกัน
ทางด้านของอีกฝั่ง...
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจู่ๆ กรีซก็ดันเสียรู้ พลาดท่าให้กับคนของเอเธล เวลส์เข้าอย่างจัง ขณะที่เธอกำลังพยายามหาทางเข้าไปค้นหาเอกสารบางส่วนในห้องเก็บเอกสารลับ... ที่เธอเคยเข้าไปมาแล้วครั้งหนึ่ง
เพียงพริบตาหนึ่งเท่านั้นจู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์แต่งกายด้วยชุดสูทเรียบร้อยสีดำสองคนพุ่งประชิดตัวเข้าจู่โจมเธอทันทีจากทางด้านหลังจนเกิดความชุลมุนอยู่ชั่วครู่ ...
“อื้อออ ปล่อยฉันนะ” กรีซดีดดิ้นไปมาตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่ทว่าก็ดูจะไม่เป็ผล ก่อนที่จะมีฝ่ามือใหญ่ของชายฉกรรจ์คนหนึ่งยัดผ้าผืนบางผืนหนึ่งอุดปากปิดเสียงกรีดร้องของเธอขณะที่ชายฉกรรจ์อีกคนจับตัวเธอมัดเอาไว้แน่นอย่างเืเย็นแล้วพาตัวไป
กรีซถูกพาตัวขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตึกข้อมือของเธอถูกจับมัดตึงติดไว้อยู่กับพนักเก้าอี้ตัวใหญ่กลางห้องกว้างสีอึมครึม
“อ่อยอั้นนะ!! ...” ั้แ่ถูกจับตัวมา หญิงสาวก็เอาแต่พยายามส่งเสียงโวยวายก่อกวนอย่างไม่เป็ภาษาท้าทายเหล่าบรรดาลูกน้องของเขาที่คอยยืนคุมเฝ้าเธอไว้ตลอดราวกับว่าเธอเป็นักโทษยังไงอย่างงั้น
ขณะที่บรรดาลูกน้องของเขาก็เอาแต่ยืนนิ่งเงียบไร้ซึ่งการตอบโต้กับการกระทำของเธอ แต่ทว่าพวกเขากลับมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอือมระอาแทนเสียอย่างนั้น
“อ่อยอักอี!!”ปล่อยสักที!! กรีซยังพยายามที่จะแหกปากเปล่งเสียงออกมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้สนใจอุปสรรคตัวดีที่กำลังอุดปากของเธออยู่เลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น...
ปึง!
เสียงกึกก้องดังขึ้นมาจากทางประตูบานสีเข้มประตูถูกเปิดออกเรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปสนใจ
ร่างสูงใหญ่ดูน่าเกรงขามแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นเกือบศอกสีดำเข้ม ้าปลดกระดุมประมาณสองเม็ดแหวกให้เห็น่อกแกร่งด้านในท่อนล่างสวมกางเกงขายาวดีไซน์ที่เรียบหรูสีเดียวกับเสื้อ ใบหน้าคมสัน จมูกโด่งรั้งเข้ารูปตามสไตล์หนุ่มออสเตรเลียั์ตาสีน้ำข้าวเปล่งประกายซ่อนความร้ายกาจไว้ภายในกำลังสะกดทุกสายตาให้จับจ้องไปที่เขาคนเดียวขาเรียวยาวของเขาค่อยๆ ย่างก้าวเข้ามาหาหญิงสาวที่ถูกมัดตึงไว้อยู่กลางห้องสีมืดก่อนที่ใบหน้าหล่อขรึมจะแสยะยิ้มมุมปากขึ้น
“ไง!! ไม่คิดว่าจะกลับมาให้ฉันเอาคืนถึงที่เลยนะ” เสียงทุ้มราบเรียบเอ่ยทักทายด้วยความเหยียดหยันพลางปรายตามองสภาพของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสมเพช
หญิงสาวมองใบหน้าหล่อขรึมอันแสนติดตรึงเหนี่ยวรั้งในห้วงความทรงจำนิ่งๆอย่างสำรวจ ก่อนจะจ้องมองสู้สายตาคมของคนตรงหน้าที่เคยมีสถานะเป็เ้าของหัวใจของเธอกลับอย่างไม่ไหวติงโดยไม่มีท่าทีโต้ตอบใดๆ
สองสายตามองจ้องสู้สายตากันอยู่เนืองๆอย่างไม่กระพริบ ก่อนที่เ้าของเสียงทุ้มจะขยับเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวมุมปากได้รูปแสยะยิ้มขึ้นอีกครั้งด้วยความเหยียดหยัน“ยังทำตัวเหมือนเดิม ไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงเลยนะ”
ประโยคคำพูดจิกกัดถูกเปล่งออกมาพร้อมสายตาเหยียดหยันที่มองจ้องั้แ่หัวจรดเท้า
“เอื่องอองอั้น!” เื่ของฉัน! นี่คือประโยคที่เธอพยายามจะเปล่งออกมาตอกกลับคนตรงหน้าอย่างประชดประชัน
คนตัวสูงมองความพยายามโต้ตอบของหญิงสาวแล้วเขาก็ยิ่งรู้สึกสมเพชมือหนาเอื้อมไปกอบกุมกรอบหน้าเล็ก ออกแรงบีบเน้นที่สองหน้าแก้มของหญิงสาวล็อกไว้ไม่ให้ขยับหนีไปไหน
“อื้อ ... อื้ออออ” เสียงอู้อี้พร้อมการสะบัดหน้าไปมาอย่างพยายามหลบหนีฝ่ามือหนาจากชายหนุ่มของกรีซยิ่งทำให้คนตัวสูงหงุดหงิดและรำคาญ
“ถ้ายังไม่อยากเจ็บตัวก็อยู่ให้มันนิ่งๆ” เขาเอ่ยคำสั่งเสียงเรียบพร้อมออกแรงบีบที่ฝ่ามือใหญ่มากขึ้นกว่าเก่า
ซึ่งแน่นอนว่าคำสั่งของเขานั้น... ไม่ได้ทำให้หญิงสาวกระทำตามเลยแม้แต่น้อย
เธอยังคงสะบัดใบหน้าหนีไปมาอย่างไม่ยอมอ่อนต่อเขาง่ายๆสายตาของทั้งคู่ยังคงฟาดฟันกันต่อ ก่อนที่มือหนาจะออกแรงบีบมากขึ้นจนผิวแก้มเนียนนั้นมีร่องรอยสีแดงๆเผยออกมาบนผิวขาวนุ่มตามรูปร่างเรียวนิ้วยาวๆ ของเขา
“อ่อย!!!” ปล่อย! กรีซพยายามดิ้นสู้กับคนตรงหน้าต่อแม้ว่าจะเจ็บหน้าแก้มทั้งสองแล้วก็ตามแต่เธอก็ยังคงทำทีไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่แสดงอาการเ็ปใดๆ ให้เขาได้เห็น
ในขณะเดียวกันเวลส์ก็ยกมือหนาอีกข้างหยิบดึงสิ่งที่อุดปากของเธอออกแล้วปาทิ้งไปกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ
“หึ!ปล่อยน่ะ ฉันปล่อยแน่! ...” เขาเอ่ยพูดพร้อมกระตุกแสยะยิ้มที่มุมปากโดยที่ฝ่ามือยังคงบีบหน้าแก้มทั้งสองของหญิงสาวอยู่ไม่ปล่อยก่อนจะเอ่ยต่อ “แต่มันก็คงไม่ง่าย เหมือนครั้งที่แล้วหรอกนะ”
“ถ้าคุณจะไม่ปล่อยฉันไป... งั้นก็ฆ่าฉันเลยสิ! จะเสียเวลาอยู่ทำไม!” กรีซขึงตามองสู้คนตรงหน้ากลับอย่างไม่ยอมอ่อนพลางเอ่ยท้าทายออกไปอย่างหมาจนตรอกเธอรู้ดีอยู่แก่ใจ และรู้จักเขาดียิ่งกว่าใครๆ ลิมิตความเด็ดขาดเฉียบคมของเขามันไม่เคยมีที่สิ้นสุดรอบก่อนที่เธอรอดมาได้โดยไม่ได้ถูกจับดำเนินคดีก็นับว่าเป็ปาฏิหาริย์มากแล้ว แต่ทว่าครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีพอที่จะรอดไปได้แบบนั้นอีกไหม
ถ้าตอนนี้เธอยังสามารถหลุดพ้นออกไปได้แต่สุดท้ายก็ใช่ว่าเธอจะไม่ต้องวนกลับมาพบเจอเขาอีก
“หึ!เธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าการตายมันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างเธอ” เขาเอ่ยจิกกัดต่ออย่างเจ็บแสบ
แววตาคนฟังเปลี่ยนไปวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความแข็งกร้าวดังเดิมอย่างข่มกลั้นอารมณ์คำพูดตรงไปตรงมาเสียดแทงกระตุกหัวใจคนฟังให้ะเืความรู้สึกตามไม่น้อย มือเล็กทั้งสองข้างกำจิกเข้าหาเนื้อตัวเองแน่นและไม่ปริปากเอ่ยต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก
“ทำไม... สะทกสะท้านเหรอ? ไม่คิดว่าแค่นี้มันจะทำให้เธอมีความรู้สึกได้นะ นี่มันยังไม่ถึงเศษเสี้ยวที่เธอเคยทำไว้กับฉันเลย”
หญิงสาวมองสบั์ตาสีน้ำข้าวตามนิ่งๆพยายามข่มอารมณ์เก็บความรู้สึกวูบไหวและความจุกเจ็บทั้งหมดที่มีไว้ในส่วนลึกที่สุดของเธอ เื่ราวอดีตเธอไม่สามารถกลับไปย้อนแก้ไขอะไรได้อีกแล้วส่วนปัจจุบันก็ฟาดฟันกันจนมองไม่เห็นหนทางที่จะกลับมากันได้อีก
แล้วเธอควรจะต้องทำยังไง?
“งั้นพี่... คะ คุณ้าอะไร?” เกือบแล้ว ... เธอดันเผลอหลุดปากเรียกเขาว่าพี่ตามเดิมก่อนที่สุดท้ายจะเลี้ยวกลับคำพูดของตัวเองทัน
สายตาคมของเวลส์มองอีกคนที่ตั้งคำถามกลับมาอย่างไม่ค่อยถูกใจด้วยความสะอิดสะเอียนก่อนจะออกแรงบีบกรอบหน้าเล็กให้เชิดรั้งขึ้น ใบหน้าหล่อขรึมโน้มลงไปใกล้กว่าเดิมเล็กน้อยพลางเค้นเสียงหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ยเน้นคำพูดทีละคำอย่างเสียงดังฟังชัด“ชีวิต! … ชดใช้ทุกอย่างที่เธอทำ ด้วยชีวิตของเธอ!”