ตอนที่73 โจรร้ายบนเขา
ย้อนกลับไปเล็กน้อย
บนเขาที่อยู่อีกฟากของเมืองหน้าด่านอู๋โจวนั้นปรากฏนายทหารคนหนึ่งที่มีหนวดเขี้ยวเขาสืบได้ว่าบนเขามีกลุ่มโจรที่ร้ายกาจหลบซ่อนอยู่ กลุ่มโจรนี้มักจะออกปล้นตามเส้นทางระหว่างภาคกลางและภาคตะวันตกเฉียงใต้อยู่เสมอซึ่งทุกครั้งที่พวกออกปล้นกลุ่มโจรกลุ่มนี้มักจะสังหารคนที่ตัวเองปล้นอย่างโหดเหี้ยมตลอดเวลาและด้วยช่วงเวลาที่ผ่านมาเมืองอู๋โจวนั้นอยู่ในครอบครองของกิลอดาเลียแต่กิลอดาเลียกำลังอยู่ในช่วงทำศึกกับกิลโอเอซิสทำให้กิลอดาเลียไม่ค่อยมีเวลามาดูแลบริเวณเชิงเขาทางด้านนี้เท่าไหร่นักเมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปอีกเมืองหนึ่งก็ถูกครอบครองโดยอีกกิลหนึ่งซึ่งทางกิลนั้นก็ดูเหมือนจะไม่ให้ความสำคัญกับเส้นทางและภูเขาแห่งนี้มากนักทำให้กลุ่มโจรกลุ่มนี้เหิมเกริมมากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายนายทหารคนนี้จึงตัดสินใจที่จะออกสืบเรื่องราวของกลุ่มโจรกลุ่มนี้ด้วยตนเองเมื่อเขาได้สืบไปสักพักก็พบว่ากลุ่มโจรกลุ่มนี้นั้นมีหัวหน้าโจรที่ร้าจกาจมากคนหนึ่งซึ่งหัวหน้าโจรนี้เป็นจอมเวทที่ใช้วิชาเวทด้านมืดอีกด้วย ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทำให้กลุ่มโจรกลุ่มนี้ไม่รู้สึกเกรงกลัวและยังยึดเอาภูเขาแห่งนี้เป็นที่พักอาศัยว่างๆ โจรเหล่านี้ก็เที่ยวลงมาปล้นฆ่าชาวบ้านที่ใช้เส้นทางนี้ในการทำมาหากินหรือบางทีกลุ่มโจรก็บุกเข้าไปปล้นฆ่าถึงในหมู่บ้านที่อยู่รอบบริเวณตีนเขา
ขณะนี้นายทหารคนนี้กำลังแอบลอบเข้าไปในค่ายโจรเพื่อตามหาหัวหน้าโจรและปลิดชีพเขารู้ว่าตัวเขานั้นหลังจากปลิดชีพหัวหน้าโจรแล้วอาจจะหมดโอกาสหนีออกไปแต่เขาก็ไม่คิดจะถอยหลังอีกเพราะเขาได้ตัดสินใจที่จะเอาชีวิตตัวเองแลกกับจอมโจรคนนี้เพราะอย่างน้อยหากไม่มีจอมโจรคนนี้หนุนหลังกลุ่มโจรกลุ่มนี้คงเป็นเพียงกลุ่มโจรธรรมดาที่รอวันถูกกำจัดเท่านั้นทันใดนั้นเอง
‘ทาส! พวกมันไม่ได้ฆ่าทุกคนที่ปล้นจริงๆ ด้วยแต่พวกมันกลับลักพาตัวผู้หญิงและเด็กวัยรุ่นมาเป็นทาสเพื่อใช้เป็นแรงและคอยบำเรอพวกมัน ไอ้พวกบัดซบเอ๊ย!’ นายทหารคิดอย่างเหลืออดเวลานี้เขากำลังรู้สึกโกรธมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
‘เราต้องช่วยพวกเขาออกไปให้ได้’ นายทหารคิดในใจ
จากเดิมที่ตั้งใจจะมาฆ่าหัวหน้าโจรตอนนี้นายทหารกลับต้องเปลี่ยนแผนเพราะเขาดันเห็นว่ามีกรงขังที่กำลังขังทาสเอาไว้เป็นจำนวนมากเขาจำเป็นต้องช่วยเหลือคนที่ถูกจับมาเป็นทาสเหล่านี้
ในระหว่างที่เขากำลังคิดหาแผนการอยู่นั้นสายตากลับเหลือบไปเห็นกรงขังที่พวกโจรเอาไว้ขังทาสผู้ชายซึ่งภายในกรงขังนั้นมีเหล่าชายฉกรรจ์ที่ดูแข็งแรงอยู่หลายคนนายทหารตัดสินใจได้ทันที
นายทหารหนวดเขี้ยวแอบอยู่จนกระทั่งถึงช่วงเวลาเช้ามืดที่มีกลุ่มโจรบางกลุ่มได้ออกไปจากค่ายเพื่อไปดักปล้นชาวบ้านทำให้เวลานี้ในค่ายโจรมีโจรเหลือน้อยลงนายทหารอาศัยความคล่องแคล่วหลบรอดสายตาโจรเข้าไปในค่ายโจรได้ทีละคนเขามุ่งหน้าไปที่กรงขังอย่างช้าๆ
“พวกเจ้า! จงเตรียมพร้อมข้ามาเพื่อช่วยพวกเจ้าทั้งหมดออกไป”หลังจากแอบเข้าประชิดกรงขังได้นายทหารได้พูดขึ้นเบาๆ
!!
ทาสที่ถูกขังอยู่ตกใจขึ้นเล็กน้อยแต่พวกเขาเหมือนจะรู้ตัวว่าไม่ควรโหวกเหวงโวยวายไปจึงแสร้งทำท่าสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ทันที
แต่นายทหารกลับสนใจทาสคนหนึ่งที่ไม่มีอาการตกใจเลยแม้แต่น้อยทาสคนนี้ทำเพียงชำเลืองตามองมายังนายทหารเท่านั้น นายทหารได้เพ่งมองแล้วพินิจพิเคราะห์ทาสคนนี้อย่างตั้งใจ
‘รูปร่างสมส่วน หลังมือหยาบกร้านคล้ายกับคนที่เป็นมวยที่สำคัญใบหน้าแบบนี้คนไทย!’
นายทหารขยับตัวเข้าไปใกล้ทาสคนนั้นทันทีแล้วพูดขึ้น
“เจ้าต่อสู้ได้ใช่หรือไม่”
“...พอได้” ทาส คนนั้นตอบ
“ดี! งั้นเจ้านำกลุ่มทาสบุกเข้าไปช่วยเหลือทาสคนอื่นๆหลังจากนั้นหลบออกไปทางทิศตะวันตกของค่ายโจรข้าจะไปดึงความสนใจเอาไว้ให้...จำไว้เจ้ามีเวลาแค่ 15 นาที”
“ตกลง!”
หลังจากนั้นนายทหารก็ชักดาบสั้นออกมาโจมตีเข้าใส่กรงขังทำให้ทาสที่อยู่ในกรงสามารถออกมาจากกรงได้สำเร็จแต่ทว่าเสียงของการโจมตีกลับดังออกไปจนทำให้โจรที่เป็นยามเฝ้ารู้ตัว
“ทำตามแผน! ข้าจัดการที่เหลือเอง”นายทหารพุ่งปราดออกไปพร้อมกับร่ายเวทย์บางอย่างออกมาซึ่งทำให้ค่ายโจรตกอยู่ในความโกลาหล
ทาสชายที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทาสได้พุ่งนำหน้าด้วยความเร็วสูงเมื่อไปถึงกรงขังอื่นๆเขาก็ตวัดขาเตะเข้าใส่กรงอย่างแรงจนทำให้กรงขังพังลงอย่างง่ายดาย
“เห้ย! ทำแบบนี้ได้แล้วทำไมไม่ยอมหนีแต่แรกละ” ทาสอีกคนที่วิ่งตามมาเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ
“มีข้าที่ต่อสู้ได้แค่คนเดียวจะทำอะไรได้แต่เวลานี้ไม่ใช่อีกแล้วเพราะนายทหารคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา” ทาสที่เป็นผู้นำ ตอบพร้อมกับพุ่งไปทางโจรที่กำลังวิ่งเข้ามาขวางจากอีกทางหนึ่ง
โจรที่วิ่งเข้ามามีจำนวนถึง5 คนซึ่งมีอาวุธครบมือทุกคนแต่ทาสผู้ชายคนนี้กลับไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยเขาพุ่งเข้าไปประชิดตัวโจรอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้ท่าโจมตีออก
มอญยันหลัก!
ทาสใช้ขาถีบออกไปข้างหน้าเป็นการยันโจรเอาไว้เพื่อขัดจังหวะก่อนที่จะโจมตีต่อด้วย
จระเข้ฟาดหาง!
ท่าเตะที่สวยงามฟาดเข้าที่ปลายคางของโจรคนแรกอย่างแรงหลังจากนั้นทาสชายก็พุ่งเข้าประชิดตัวโจรคนอื่นพร้อมกับใช้วิชาแม่ไม้มวยไทยออกมาอีกหลายกระบวนท่าทำเอาโจรทั้ง5 ลงไปนอนกองกับพื้นในเวลาไม่กี่นาที
“พวกเจ้าหนีไปทางนั้น! ข้าจะกลับไปช่วยนายทหาร หากรอเกิน 10 นาทีพวกเจ้าจงจากไปเสีย” ทาสชายกล่าวพร้อมกับเตรียมจะวิ่งกลับไปช่วยนายทหารที่กำลังปั่นป่วนค่ายโจรด้วยเวทมนตร์ต่างๆ
หลังจากที่นายทหารปั่นป่วนค่ายโจรอยู่นั้นเขาได้ลงมือสังหารลูกน้องโจรไปแล้วหลายคนเวลานี้เขาจึงคิดจะหลบหนีออกไปสมทบกับกลุ่มทาส แต่เมื่อหันกลับมานายทหารได้เห็นว่าทาสชายที่เขาแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าได้ฝ่าวงล้อมเข้ามาช่วยเขาแล้ว
“ทาสคนอื่นๆ หนีออกไปแล้ว พวกเราควรไปได้แล้ว”
“ดี! งั้นก็ไป! เจ้านำหน้าข้าคุมหลัง” นายทหารตัดสินใจได้เด็ดขาดและรวดเร็วเขาออกคำสั่งพร้อมกับวิ่งตามหลังทาสชายคนนั้นไปทันที
ด้วยความคล่องแคล่วของทาสที่มีฝีมือของวิชาแม่ไม้มวยไทยในระดับสุดยอดยอดฝีมือทำให้โจรเล็กโจรน้อยต่างไม่อาจรับมือเขาได้ยังไม่นับนายทหารที่ถือดาบสั้นแต่กลับใช้เวทมนตร์แปลกๆ ออกมาหลายครั้งซึ่งทุกคนครั้งก็ทำให้พวกโจรต้องเสียชีวิตหรือไม่ก็บาดเจ็บสาหัสทันที
ในที่สุดทั้งคู่ก็หนีออกจากค่ายโจรไปได้สำเร็จในเวลานั้นเองหัวหน้าโจรที่นำลูกน้องไปออกปล้นได้กลับมาเขาพบกับสภาพของค่ายที่พังพินาศจึงบรรดารโทสะตัดหัวลูกน้องออกทันที 3 คนเป็นการระบายอารมณ์
“เตรียมกองกำลังทั้งหมดเดี๋ยวนี้! ข้าจะไปฆ่าพวกมันด้วยตัวเอง!”หัวโจรตะโกนออกคำสั่งด้วยเสียงดังปานฟ้าร้องเสียงของหัวหน้าโจรดังไกลออกไปจนนายทหารที่กำลังพากลุ่มทาสกว่า 100 ชีวิตหลบหนี
ซึ่งการเดินทางทำได้ช้ากว่าที่นายทหารคาดการณ์เอาไว้มากเพราะมีทาสหลายคนที่ไม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากขาดสารอาหารและบางคนก็มีอาการบาดเจ็บจากการถูกกดขี่ข่มเห่ง แต่ทุกคนกลับกัดฟันแล้วพยายามวิ่งลงจากเขาต่อไป
แต่ปรากฏว่าการเดินทางกลับราบรื่นกว่าที่คิดจนกระทั่งถึงตีนเขานายทหารที่คิดว่าปลอดภัยแล้วกลับพบกับกองโจรซึ่งมีจำนวนกว่า 300 คนมาดักอยู่ หัวหน้าโจรแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยม
“หนูตัวใดเล็ดลอดเข้าไปปล่อยทาสของข้า จงออกมารับความตายเสียเดี๋ยวนี้!”
ถึงจะถามแบบนั้นแต่หัวหน้าโจรก็จับจ้องอยู่ที่นายทหารคนนั้นคล้ายกับรู้อยู่แล้วว่านายทหารคนนี้คือคนที่สร้างเรื่องทั้งหมด
“ข้าจะถ่วงเวลาเอาไว้อีกครั้ง พวกเจ้าจงหนีไปทางช่องเขาขาดนั่น”
“มีข่าวว่าช่องเขาขาดถูกปิดพวกเราจะผ่านไปได้หรือ...อีกอย่างท่านคนเดียวจะขวางพวกมันได้หมดงั้นหรือ”ทาสคนนั้นถามอย่างเป็นห่วง
“ใช่ๆ พวกข้าก็เป็นชายชาตรีเอาแบบนี้ดีกว่าพวกข้าจะอยู่ช่วยท่านขวางพวกมันไว้ ส่วนท่านนำผู้หญิงและเด็กๆหนีไป หากสวรรค์เบื้องบนมีจริงข้าคิดว่าคงไม่ใจร้ายปล่อยให้พวกเราตายฟรีหรอก”ทาสชาย อีกคนก้าวมาข้างหน้าแล้วเอ่ยขึ้น
“ตกลง! หากสวรรค์มีจริงแล้วข้ารอดไปได้ ข้า ‘ข้าวต้มมัด’ขอสาบานว่าจะกลับมาแก้แค้นให้กับพวกท่าน!”เมื่อพูดจบข้าวต้มมัดก็พากลุ่มทาสผู้หญิงและเด็กหนีไปทางช่องเขาขาดทันที โดยทิ้งนายทหารและเหล่าทาสผู้ชายที่เหลืออยู่ประมาณ60 กว่าคนเอาไว้
“เคี๊ยกๆๆๆ พวกแกไม่รู้หรือว่าช่องเขาขาดถูกปิดอยู่พวกแกคิดว่าจะหนีไปไหนได้งั้นเหรอ เคี๊ยกๆๆๆ”
……
ข้าวต้มมัดพากลุ่มทาสวิ่งหนีเข้ามาได้ไม่นานก็ถูกทหารที่แต่งกายด้วยชุดเกราะและอาวุธครบมือออกมาลุมล้อมเขากวาดสายตามองก็รู้ได้ทันทีว่าทหารเหล่านี้ไม่ใช่พวกเดียวกับโจรบนเขาเขาจึงตัดสินใจยกมือขึ้นสูงพร้อมกับก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดขึ้น
“ข้าชื่อข้าวต้มมัด เป็นผู้นำของคนกลุ่มนี้พวกข้าหลบหนีโจรภูเขาจึงหลงมายังที่แห่งนี้ พวกท่านทหารกล้าโปรดช่วยเหลือพวกข้าสักครั้งยังมีสหายของพวกข้าที่กำลังรับมือกับพวกโจรอยู่ทางด้านนั้น”
ทหารที่ได้ยินกลับยังไม่ลดอาวุธลงสายตาของพวกเขากลับยังมองตรงไปยังกลุ่มทาสและข้าวต้มมัดอย่างตั้งใจ
‘ทหารกลุ่มนี้ไม่ธรรมดา ไม่มีวี่แววของความลังเลเลยสักนิดคนที่ฝึกทหารกลุ่มนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่’ ข้าวต้มมัดคิดในใจเขากำลังรู้สึกตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆเพราะเขาไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าทหารกลุ่มนี้กำลังคิดอะไรอยู่ ทันใดนั้นเอง
“สวัสดี...ข้าชื่ออัลเฟรดเป็นเจ้าเมืองอู๋โจวที่อยู่ถัดจากช่องเขานี้ไปข้าขอเชิญพวกท่านเข้ามาในเมืองเพื่อพูดคุยสักครู่หนึ่ง” อัลเฟรดที่ด้านหลังสะพายหอกอยู่ก้าวออกมาพูดขึ้น
“ขอบคุณท่าน! แต่ข้าขอตัวกลับไปช่วยสหายของข้าก่อนข้าฝากท่านดูแลผู้หญิงและเด็กด้วย”
“ไม่จำเป็น! หากมีโจรจริงพวกข้าจะไปจัดการเอง”เมื่อพูดจบอัลเฟรดก็โบกมือขึ้นในอากาศ
ปรากฏทหารม้าวิ่งออกจากประตูด่านออกมาอย่างรวดเร็วข้าวต้มมัดเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้เลยว่าอัลเฟรดที่ยืนห่างออกไปนั้นกำลังแอบมองเขาอยู่
‘ดูท่าจะเป็นทาสที่หนีโจรมาจริงๆ แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องระมัดระวังไว้ก่อนหากมีโจรจริงๆ คงต้องหาทางขึ้นเขาไปจัดการ’ อัลเฟรด คิดในใจ
.....
หลังจากที่ทหารม้าจากไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับทาสผู้ชายที่ยังรอดชีวิตอยู่30 กว่าคน นั่นหมายความว่ามีทาสที่เสียชีวิตไปแล้วกว่า 30คน แต่ปรากฏว่านายทหารที่มาช่วยพวกเขากลับไม่ได้กลับมาด้วยข้าวต้มมัดจึงรีบเดินเข้าไปถามทันที
“นายทหารคนนั้นเล่า เหตุใดถึงไม่ได้มาด้วย”
“หัวหน้าโจรเมื่อเห็นว่ามีทหารม้าปรากฏตัว มันจึงตัดสินใจล่าถอยกลับขึ้นเขาแต่มันกลับจับนายทหารคนนั้นไปด้วย!”
“อะไรนะ!” ข้าวต้มมัดตกใจเขาไม่คิดว่าคนที่มาช่วยพวกเขากลับถูกจับไปเสียเอง เขาก้มหน้าลงและคิดหาวิธีที่จะกลับไปช่วยนายทหารคนนั้นแต่ทว่าเวลานี้เขาและกลุ่มทาสอยู่ในการควบคุมของคนอื่นอยู่ซึ่งดูแล้วเจ้าเมืองอู๋โจวคนนี้ยังไม่ไว้ใจพวกเขาเต็มร้อยซึ่งหากเขาจะเอ่ยปากขอร้องให้เจ้าเมืองคนนี้ข่วยก็คงเป็นไปไม่ได้
“ท่านยังไม่ต้องคิดมากหรอก หากโจรจับสหายท่านไปนั่นหมายความว่าเขายังคงมีชีวิตรอดอยู่เอาไว้กุนซือของพวกเราเดินทางมาถึงในวันพรุ่งนี้ข้าจะลองปรึกษากับกุนซือดูว่าจะช่วยเหลือสหายของท่านได้หรือไม่”อัลเฟรดที่ดูเหมือนจะเดาความคิดของข้าวต้มมัดออกจึงพูดขึ้น
“ขอบคุณท่านเจ้าเมือง” ข้าวต้มมัดรีบกล่าวขอบคุณแต่ทว่า
“ไม่จำเป็นในเมื่อมีโจรอยู่ใกล้เมืองของข้า ข้าย่อมต้องหาวิธีกำจัดส่วนเรื่องสายของเจ้านั้นข้าไม่รับประกันว่าจะช่วยเขาออกมาแบบยังมีชีวิตอยู่ได้หรือเปล่า”อัลเฟรด กล่าวกับข้าวต้มมัดตรงๆ
“ยังไงข้าก็ต้องขอบคุณท่านเจ้าเมืองมากๆ แต่ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากขอร้องข้าขอเดินทางไปกับพวกท่านด้วยได้หรือไม่” ข้าวต้มมัด กล่าวด้วยแววตาแน่วแน่เขาอยากเดินทางไปช่วยนายทหารคนนั้นด้วยตนเองถึงแม้ว่าไปถึงแล้วนายทหารคนนั้นจะตายไปแล้ว เขาก็จะอาศัยโอกาสนี้แก้แค้นเพราะเขาอยากกำจัดหน้าโจรคนนั้นด้วยตัวเอง
.....
เตียวเลี้ยวและ ฮิโดโยชิ กำลังควบม้ามุ่งตรงมายังเมืองอู๋โจวอย่างรวดเร็วทันใดนั้นเองฮิโดโยชิเหลือบเห็นนกตัวหนึ่งกำลังบินลงมาหาเขาซึ่งดูเหมือนจะเป็นกส่งจดหมายเมื่อนกบินลงมาเกาะที่แขนเรียบร้อยฮิเดโยชิก็หยิบจดหมายออกมาจากขาของนกตัวนั้นแล้วกางออกอ่านทันที
เมื่ออ่านจบเขาก็หันไปพูดกับเตียวเลี้ยวว่า
“ดูเหมือนหน่วยข่าวกรองที่ข้าวางเอาไว้ที่ช่องเขาขาดจะรายงานมาผิดกลุ่มคนที่มาไม่ใช่กองทหารแต่เป็นกลุ่มทาสที่กำลังหนีโจรบนภูเขา”
“หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือเป็นเรื่องดี” เตียวเลี้ยว ตอบรับ
“แล้วแบบนี้ท่านจะแสดงอะไรให้ท่านกุนซือได้เห็นกันละ” ฮิเดโยชิ เอ่ยถาม
“ฮ่าๆๆ การแสดงของข้าคงต้องเปลี่ยนจากการทำศึกเป็นการจับโจรเสียแล้ว”เตียวเลี้ยว พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มๆ
“ท่านคิดจะไปจับโจรด้วยตัวเอง? แบบนี้จะเป็นการแสดงได้อย่างไร”ฮิเดโยชิ ถามอีกครั้ง
“ได้สิ เพราะความจริงข้ารู้เรื่องโจรบนเขาก่อนแล้วและข้ายังรู้อีกว่าหัวหน้าโจรบนเขานั้นแอบลักลอบร่วมมือกับ ‘อิกิ๋ม’ที่เป็นห้าทหารเสือของวุยก๊กเช่นเดียวกับข้า ข้าจึงจัดเตรียมการแสดงบางอย่างเอาไว้แต่ไม่คิดว่าจะมีคนตัดหน้าข้าเสียแล้ว”
“ท่านจะบอกว่าความจริงท่านวางแผนจะจัดการกับหัวหน้าโจรบนเขาเพื่อให้อิกิ๋มปรากฏตัวแล้วท่านก็จะจัดการอิกิ๋มใช่หรือไม่แต่ข้าไม่เข้าใจว่าท่านทำแบบนี้แล้วเกี่ยวข้องอันใดกับโจโฉ”
“ฮ่าๆ แล้วหากข้าบอกว่าเวลานี้อิกิ๋มอยู่กับโจโฉเล่าท่านจะว่าอย่างไร”
“โจโฉ ปรากฏตัวแล้ว จริงรึ! เหตุใดไม่มีใครล่วงรู้”ฮิเดโยชิถามอย่างตื่นตระหนก
“ถูกต้อง! เพียงแต่เขายังไม่คิดจะขึ้นเป็นใหญ่ในเวลานี้เขาทำเพียงติดต่อหาคนใกล้ตัวในอดีตซึ่งความจริงข้านั้นได้รับการติดต่อเรียบร้อยแล้วเพียงแต่ว่าข้าไม่ต้องการกลับไปอยู่ข้างเขาอีกแล้ว...ข้าได้ชดใช้หนี้ให้กับเขาไปแล้วในอดีต”
ความจริงแล้วในตอนที่โจโฉสามารถเอาชนะลิโป้ได้แล้วนั้นโจโฉจับลิโป้รวมทั้งตันก๋งและเตียวเลี้ยวมารับโทษโจโฉได้สั่งนำตัวลิโป้ไปฆ่าทันทีที่จับได้แม้ลิโป้จะร้องขอชีวิตอย่างไรก็ไม่สำเร็จส่วนตันก๋งนั้นเคยช่วยเหลือโจโฉ โจโฉจึงพยายามโน้มน้าวให้ตันก๋งมาเป็นพวกแต่ตันก๋งยืนยันไม่ขออยู่ร่วมแผ่นดินด้วยโจโฉจึงสั่งนำตัวตันก๋งไปฆ่าทั้งที่ตัวเองต้องเสียใจ
คนสุดท้ายคือเตียวเลี้ยวที่เป็นทหารเอกของลิโป้เขาที่รู้ว่าลิโป้ร้องขอชีวิตจึงก่นด่าอยู่นานต่อมาเขาก็ด่าโจโฉต่อและแน่นอนว่าโจโฉได้ยินก็โกรธมาก จึงสั่งทหารลากตัวเตียวเลี้ยวไปประหารทันทีเหมือนกับลิโป้แต่กวนอูซึ่งอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วยและเป็นคนบ้านเดียวกันกับเตียวเลี้ยวจึงเอ่ยปากขอชีวิตเตียวเลี้ยวไว้โดยกล่าวว่าเตียวเลี้ยวเป็นคนมีฝีมือ และยืนยันกับโจโฉว่าเตียวเลี้ยวไม่มีทางทรยศ
โจโฉที่คิดจะเอาใจกวนอูเป็นทุนเดิมจึงฟังคำของกวนอูที่กล่าวด้วยความมั่นใจจึงออกคำสั่งหยุดการประหารเตียวเลี้ยวพร้อมเดินเข้าไปหาแล้วพูดกับเตียวเลี้ยวอย่างนอบน้อมว่า
‘ได้ยินชื่อเสียงท่านขุนพลมานานข้าเพียงแต่ลองใจว่าท่านจะห้าวหาญสมคำร่ำลือไหมเท่านั้น’ เมื่อกล่าวจบก็ตัดเชือกให้เตียวเลี้ยวด้วยตัวเอง
ทำให้เตียวเลี้ยวลดความโกรธที่มีต่อโจโฉลงในที่สุดจึงตัดสินใจคุกเข่าคำนับโจโฉตั้งแต่นั้นมาเตียวเลี้ยวได้สร้างผลงานมากมายจนกลายเป็น 1 ใน 5 ทหารเสือของวุยก๊กแต่สิ่งที่เตียวเลี้ยวทำนั่นก็เพราะทดแทนบุญคุณต่อโจโฉที่ไว้ชีวิตเขาในวันนั้นเท่านั้นซึ่งถือว่าเขาได้ชดใช้ไปเรียบร้อยหมดแล้ว
และเมื่อมาเกิดใหม่อีกครั้งเตียวเลี้ยวที่ได้รู้ความจริงว่าโจโฉเป็นคนแบบไหนจึงไม่คิดจะกลับไปรับใช้อีกเพราะเขารู้สึกว่าโจโฉนั้นถึงจะมีความเป็นผู้นำที่เด็ดขาดมากขนาดไหนแต่สำหรับความรับผิดชอบชั่วดีกลับไม่ตรงกับที่เขาต้องการเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่รับใช้โจโฉอีกในชาตินี้
ความจริงคนที่เตียวเลี้ยวออกตามหาคือลิโป้และตันก๋งเพราะเขายังรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ที่ในวันนั้นไม่ได้ถูกประหารพร้อมกับสองคนนั้นเพียงแต่เขาไม่ได้ยินข่าวของทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย จนเขาได้พบกับกวนอูที่นำข่าวของกุยแกมาบอกทำให้เตียวเลี้ยวรู้สึกสนใจว่าเหตุใดกุยแกถึงไม่กลับไปอยู่กับกวนอูและเมื่อเตียวเลี้ยวมาถึงช่องเขาขาด เขาจึงแอบสังเกตชีวิตชาวเมืองอู๋โจวและเมืองจ้านลู่เตียวเลี้ยวก็เริ่มเข้าใจว่าเหตุใดกุยแกถึงไม่กลับไปรับใช้ข้างกายโจโฉเพราะหากดูความมีชีวิตชีวาของชาวบ้านของทั้งสองเมืองและทหารที่อยู่ตามกำแพงเมืองแล้วเตียวเลี้ยวมั่นใจอย่างแรงกล้าเลยว่าเจ้านายของกุยแกจะต้องเป็นคนดีอย่างแน่นอนอย่างน้อยก็ดีกว่าโจโฉในอดีตที่ไม่ค่อยไว้ใจใครสุดท้ายเตียวเลี้ยวจึงตัดสินใจที่จะอยู่ฝั่งกุยแก
เตียวเลี้ยวที่เตรียมแผนเอาไว้จึงตัดสินใจจะดำเนินแผนการจัดการอิกิ๋มทันทีเพื่อเป็นการแสดงให้กุยแกได้เห็นว่าเขานั้นไม่คิดจะกลับไปรับใช้โจโฉอีกแล้วแต่ทว่าแผนการของเขากลับยังไม่ทันได้เริ่มก็พบกับปัญหาเข้าเสียก่อน
ฮิเดโยชิที่ได้ยินเตียวเลี้ยวพูดถึงโจโฉจึงเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างเขาจึงกล่าวถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“หากท่านต้องเจอกับลิโป้ท่านจะทำเช่นไร”
คำถามที่คล้ายกับคำถามของกุยแก แต่เปลี่ยนจากโจโฉเป็นลิโป้
“ข้าจะเกลี้ยกล่อมให้เขามาเข้าร่วมกับพวกเราข้าขอสาบานว่าข้าจะต้องชักชวนเขามาเข้าร่วมให้ได้!” เตียวเลี้ยวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ฮิเดโยชิยิ้มขึ้นแล้วไม่ถามอะไรต่ออีกเพราะหากถามไปมากกว่านี้บางทีอาจไม่เป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายแล้วถึงแม้เขาจะยังอยากถามออกไปว่า ‘หากลิโป้ไม่ยอมเล่าท่านจะทำเช่นไร’
แต่เมื่อฮิเดโยชิได้มองแววตาที่แน่วแน่ของอีกฝ่ายเขาที่เคยเป็นถึงไดเมียวของญี่ปุ่นย่อมดูออกว่าหากเมื่อเวลานั้นมาถึงแล้วลิโป้ยังปฏิเสธเตียวเลี้ยวย่อมมีวิธีจัดการกับคำพูดที่เขาได้ลั่นวาจาเอาไว้ในวันนี้อย่างแน่นอน