┏━━━━━❂❂━━━━━┓
บทที่ ๓
┗━━━━━❂❂━━━━━┛
หนึ่งกิโลก็แค่หน้าปกซอยแหละ สู้!
สองมือแบกไม้คานหาบถังไม้หน้าหลัง ยังเช้าตรู่ขนาดนี้แต่ต้องตื่นมาใช้แรงงาน ต่อให้ผ่านไปสิบปีผมก็คงไม่มีวันชิน คงช่วยไม่ได้ที่รองแม่ทัพหยวนเปาจะให้เขาทำงานอะไรแบบนี้
ก็ผมน่ะต่อสู้ไม่ได้เื่เลยน่ะสิ
“เ้าคนปวกเปียกตรงนั้นจะแบกถังไม้ไปไหนรึ”
ทหารเฝ้ายามคนหนึ่งหน้าตาใช้ได้ สูงพอๆกับผมแต่กำยำกว่าเดินเข้ามาถาม ดูแล้วคงจะหมดกะพอดี
นึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็ยังไม่เห็นหน้าตัวเองเช่นกัน แต่ถึงยุคนี้ไม่มีกระจก ยังไงผมว่าตัวเองก็ต้องหล่อมากแน่ๆ หนวดเคราก็ไม่เคยงอกออกมาเลย
“หัวหน้ายะ…”
“อ่อ รองแม่ทัพหยวนสั่งให้ไปตักน้ำมาใส่ตุ่มล่ะสิ ข้าชื่อ ป๋ายนะ เช้านี้อากาศแย่สุดๆ”
ดูมั่นใจในตัวน่าดู
“อ่อ อื้ม ข้าชื่อฮวะ เอ่อ ชื่อ เฟิงินะ”
“ธารน้ำอยู่ห่างไปตั้งเกือบกิโล ข้าไปเป็เพื่อนเ้าดีกว่า อยู่นี่ก็ง่วงนอน เพื่อนๆข้าพากันไปมุงที่ลานฝึกกันหมด”
พอมองตามไปทางลานฝึกที่มีกลุ่มทหารยืนอยู่ ผู้ชายที่ดูน่าจะอ่อนกว่าผมหน่อยคุกเข่าก้มหน้าอยู่นั่นดูน่าสงสาร
มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าเ้าตัวน่าจะทำผิดอะไรบางอย่าง
“ตัดนิ้ว”
ทุกคนไม่ใแต่ผมใ
“ตัดนิ้วเลยเหรอ!”
รองแม่ทัพประกาศกร้าวแบบนั้น เ้านั่นคงไม่รอด
พอดาบชักออกมาผมที่เดินๆอยู่ยังลมแทบจับ ไอ้คนตรงนั้นไม่เพียงต้องรับชะตาอย่างไม่อาจขัดขืน แต่ยังถูกทหารอีกคนกดแขนไปด้านหลังล็อกไม่ให้ขยับ
ดีจริงๆที่คนโดนไม่ใช่ผม
“น้องชายเ้าจะกลายเป็คนพิการเสียแล้วล่ะ”
“นั่นสิ หา! น้องชาย!”
แล้วมันน่าดีใจตรงไหน ตามหลักสูตรโดจินทุกเื่น่ะนะ ถ้าตัวน้องเป็ตัวร้าย เดี๋ยวครอบครัวก็ได้ฉิบหายไม่ต่าง ยิ่งมายุคโบราณแบบนี้ด้วยแล้ว
“ไอ้ที่ควรพูดก็ไม่พูด พ่นมาสามคำสาระสำคัญดันอยู่ท้ายสุดซะได้”
“ฟ-เฟิงิ เ้าด่าข้าทำไม”
รีบก้าวยาวๆไปกลางวง ผลักทหารที่จับมือน้องชายคนสำคัญไปวางบนตอไม้ออกไปอย่างกล้าหาญ แล้วก็ผลักคนที่ล็อกแขนน้องผมอีกคนออกไปจนเจ็บมือ
“หยุดนะ หยุด!”
พวกทหารแถวหน้าชักดาบออกจากฝักชี้ไปที่เป้าหมายเดียว แต่ผมไม่ได้กลัวเกรงจ้องหน้ารองแม่ทัพแน่วแน่
“ถอยไป ไม่งั้นเ้าจะโดนลงโทษ”
พอมองดีๆถึงเพิ่งเห็นว่าข้างๆรองแม่ทัพมีใครยืนอยู่ ถ้าเขาไม่มองจ้องมาจนร่างจะพรุนผมคงไม่เห็นแล้ว ตัวก็สู๊งสูง ไม่รู้ทำเนียนกลมกลืนได้ยังไง
“ลงโทษเลย แล้วปล่อยน้องชายข้าไปเถิด”
“เ้าอยากโดนตัดนิ้วรึ”
ตัดนิ้ว!
ฉิบหาย ลืมบทลงโทษ
ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ ขาทั้งสองตอนนี้กลับสั่นไม่ไหวแล้ว
ไม่สิ ไม่ได้สั่นที่ขา สั่นทั้งตัวนั่นแหละ
“ใครไม่เกี่ยวหลบไป”
“รองแม่ทัพหยวน ข้าเป็พี่ชายจะให้ยืนดูได้ยังไง น้องข้าทำอะไรผิด”
แซ่ด แซ่ด
จู่ๆคนรอบข้างก็ทำหน้าตาไม่อยากจะเชื่อ ซุบซิบอะไรกันไม่รู้ ดูมีลับลมคมในแปลกๆ
“ทำไมทุกคนทำหน้างี้”
“ใครเขาก็รู้กันทั่ว พวกเ้าสองคนพี่น้องไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ” ทหารคนหนึ่งจากบรรดาไทยมุงช่วยตอบ
แต่ถ้าจะพูดแบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้
ผมทำใจดีสู้เสือกางแขนทั้งสองออกปกป้องคนด้านหลัง
สู้เว้ย!
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า เฟิงิ หลบไป”
“แม่ทัพเทียน”
ถึงจะพูดเสียงเรียบ แต่สายตาที่มองผมดุมาก
“ฮือ เข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว”
“ฮือ ข้าก็เข้าใจ”
ไม่ นั่นไม่ใช่เสียงผม แต่เป็เหล่าไทยมุงที่พากันแบ่งเป็สองส่วน ส่วนหนึ่งร้องไห้โฮ อีกส่วนปลอบคนร้องไห้
???
“ขนาดต่างมารดากันแท้”
“นั่นสิที่ผ่านมาคงโดนจับแยกกันตลอด”
“เอ่อ คือ ข้าว่า…”
“สายเืตระกูลเฟิงช่างลึกซึ้งยิ่งนัก ที่ผ่านมาพวกข้าเข้าใจผิดไป”
“ฟังข้าก่อน คือ…”
“ใช่ๆ เดี๋ยวพวกข้าจะช่วยเ้าแก้ไขข่าวลือไร้สาระเช่นนั้นเอง”
“คือข้า…”
“ถุย!”
แหม เ้าน้องชายคุกเข่าสบายใจอยู่ได้ตั้งนาน มาถุยน้ำลายอะไรตอนนี้
แล้วไอ้สายตาอาฆาตที่มองมานั่นอีก ผมไม่ได้เริ่มสักหน่อย พูดแทรกไม่ทันต่างหากล่ะ
พวกทหารจับกลุ่มซุบซิบอะไรกันอีกแล้วไม่รู้ ส่วนน้องชายเ้าของร่างที่มองค้อนผมอยู่ตอนนี้ก็…
“ชิ พี่น้องรึ”
ประชดไม่หยุด
สงสัยคงเป็พี่น้องที่รักกันมากจริงๆ เดี๋ยวนะ พวกทหารรอบข้างตั้งแถวจะทำอะไร
“พวกเ้าจะทำอะ…”
“พูดพร้อมกันนะ เฟิงิยอดกตัญญู”
“เฟิงิยอดกตัญญู! เฟิงิยอดกตัญญู!”
“เฟิงิยอดกตัญญู! เฟิงิยอดกตัญญู!”
“เฟิงิยอดกตัญญู! เฟิงิยอดกตัญญู!”
กล่าวกันเสียงดังฟังชัด จนผมอายจะแย่ ยังดีที่แม่ทัพกับรองแม่ทัพสองคนนั้นเดินออกไปแล้ว พวกทหารที่ชักดาบใส่ผมเมื่อครูก็กลายเป็สมาชิกที่ยืนเรียงหน้ากระดานเรียบร้อย
โอ๊ย กูจะบ้า
≪•◦ ❈ ◦•≫
ในโลกที่ผู้คนใช้กระบี่และดาบเพื่อฝึกฝนตนเองและปกป้องสิ่งสำคัญ
ขอบอกไว้เลยว่า ผมจับดาบไม่เป็สักนิด
“เฮ้อ ไม่แปลกที่รองแม่ทัพหยวนไล่ให้ไปตักน้ำ งั้น…คงต้องไปฝึกฟันดาบเหมือนคนอื่นเขาหน่อย”
่นี้เจอใครก็เอาแต่ล้อเลียนเรียกว่า เฟิงิยอดกตัญญูกันอยู่นั่นแหละ แถมทุกครั้ง…
“อ้าว อรุณสวัสดิ์ เฟิงิยอดกตัญญู”
กึก!
นั่นไงใครเรียกอีกแล้ว ครั้งนี้คงไม่…
“เหอะ!”
“อึ๋ย เจออีกแล้ว”
อยู่จริงๆด้วย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโดนล้อทีไร น้องชายป้ายแดงของผมต้องอยู่ใกล้ๆ แถมส่งสายตามองแรงใส่ทุกที
ว่าแต่ทำไมแยกไปฝึกฟันหุ่นฟางอยู่คนเดียวล่ะนั่น
พอถึงลานฝึก ดาบที่วางพิงอยู่เป็ตับก็ถูกดึงออกมาเล่มหนึ่ง ผมว่าผมเลือกที่มันดูเล็กสุดแล้วนะ แต่หนักชะมัดเลย
มิน่าถึงมีแต่คนกล้ามใหญ่
เดินกะย่องกะแย่งมาถึงหน้าตอไม้เล็กๆที่มีกลุ่มทหารคนอื่นๆอยู่ไม่ไกล
ปึก!
น้องชายผมคงจะเห็นว่าดาบในมือผมมันหนักไป เลยมากระแทกไหล่ใส่จนมันตกพื้น
“กระจอก!”
“เฮ้ย เฟิงชิงหลาง อย่าทำตัวใจนักเลงนักเลย คนที่ช่วยให้นิ้วทั้งสิบของเ้ายังอยู่ไม่ใช่พี่ชายเ้ารึ”
ถึงคนไม่พอใจจะไม่ได้สบประมาทเสียงดัง แต่ระยะที่ห่างกันไม่มากนัก พลทหารคนอื่นเลยได้ยินกันแบบชัดแจ้งแจ่มแจ๋ว
“ใช่ๆ ยังไงเขาก็เป็พี่ชายของเ้านะ ชิงหลาง”
จดจำเอาไว้แล้ว น้องชายคนนี้ชื่อเฟิงชิงหลางสินะ ชื่อเสียงในสังคมดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ไม่เป็ไรถ้าเราตีสนิทกับเขาไปเรื่อยๆ น้ำหยดลงหินทุกวันหินก็กร่อน นิสัยเขาก็คงจะเปลี่ยนไปเอง
“ช-ชิง เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป”
สายตารำคาญใจมองมาจากมุมหนึ่ง ใต้ต้นไม้ทางทิศใต้มีรองแม่ทัพหยวนเปาทำท่าทีเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
≪•◦ ❈ ◦•≫
แม้จะแหวกกระโจมเข้ามาแบบไม่มีซุ่มเสียง แต่เ้าของกระโจมก็ยังคงมองบางสิ่งบนโต๊ะนิ่ง ไม่ใช่เพราะไม่รับรู้ถึงตัวตนใหม่ เพียงแค่ฝีเท้าก็คงจะแยกออกว่าใครเป็ใครได้ในทันทีด้วยซ้ำ
“นี่มันกระดานวางแผนยุทธศาสตร์นี่ขอ…ท่านแม่ทัพ!”
ไม่ทันได้เข้าเื่ นอกกระโจมก็มีเสียงหยาบย่างของใครบางคนจนต้องชักดาบออกมาเตรียมพิทักษ์ผู้บัญชาการที่มองไปทางซี่ลอดกระโจมเช่นกัน
“เฮือก ท่านรองแม่ทัพหยวน ข-ข้าน้อยมิใช่ศัตรูนะขอรับ เกือบคอขาดแล้ว” คนนึกหน้าออกลดดาบลง แต่ยังไม่นำกลับเข้าฝัก
“มีอะไร” เป็แม่ทัพเทียนเอ่ย
“มีผู้บุกรุกขอรับ ทหารตายไปสองคนแล้วขอรับ”
“ใจกล้านักที่มาลูบคมท่านแม่ทัพเทียนชุน”
“นำทางไปสิ”
พอร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้หยิบกระบี่ที่พิงข้างตู้ขึ้นมาได้แล้ว ก็เร่งตามคนแจ้งข่าวออกไปทันที คนหัวเสียแทนเ้านายก็เดินตามหลังมาติดๆ
หยวนเปาไม่คิดว่า พอออกจากกระโจมมาหางตาจะเหลือบไปเห็น ทหารใหม่ที่แม้แต่จับดาบก็ไม่ได้เื่เดินออกจากกระโจมพักออกมาพอดี
เขาไม่มีเวลามาวุ่นวายสงสัยเื่ใครในตอนนี้ก็เลยเมินไปดื้อๆ
ครึ่งชั่วยามต่อมา
สถานที่ที่เคยมีเหล่าชายชุดดำเป็สิบคนรบราฆ่าฟันปะทะฝีมือกันอย่างดุเดือด เพียงแค่พริบตาก็ถูกเ้าของแผ่นหลังแกร่งกวาดเรียบ
“พวกหนักแผ่นดิน ตายเสียให้หมด”
เทียนชุนไม่สนใจใครหน้าไหน ถ้ากล้าท้าทาย ความตายคือสิ่งที่แน่นอน
“จัดการขยะพวกนี้ซะ”
“ขอรับ”
หยวนเปารับทราบเข้าไปจับบรรดาร่างที่นอนคว่ำหน้าไร้ความเคลื่อนไหวมากองรวมกัน
ฉีก!
ลูกดอกอาบยาพิษพุ่งเฉียดหัวไหล่เทียนชุนไปนิดเดียว พอมองไปทางพุ่มไม้ทางด้านหลังก็ปรากฏชายชุดดำคนหนึ่ง วิถีลูกดอกลูกถัดไป กำลังจะเป่าใส่…
“หลบ!”