[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    96 อย่างดุเดือด

    “แย่แล้วสิ ………. นายน้อย ข้าว่าเราจำเป็นต้องหนี พลังวิญญาณของข้าจะหมดแล้ว”


    ตงฟางบอกความจริงพร้อมกับพยายามต้านทานพลังของปีศาจ เขาสามารถใช้ยันต์ธาตุไม้โจมตีได้ก็จริง แต่เขาโจมตีตลอดเวลาไม่ได้เพราะเขามีพลังวิญญาณที่จำกัด ทันทีที่เขาบอกให้นายน้อยคิดแผนหลบหนี ร่างของปีศาจสีแดงก่ำเต็มไปด้วยมัดกล้ามก็ได้พุ่งมาหยุดตรงหน้าตงฟาง หวดหมัดขนาดใหญ่ของมันเขากระทบร่างของเขาจนนายน้อยทั้งสองมองตามทิศทางที่เขาพุ่งไป


    ตู้ม~!


    “ตงฟาง~!!!” เสียงร้องเต็มไปด้วยความตกใจจากนายน้อยทั้งสอง ตงฟางเปรียบเสมือนสิ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถต่อสู้กับปีศาจได้ ด้วยการใช้ยันต์ธาตุไม้ พวกเขาสามารถฆ่าปีศาจไปได้ถึง 20 ตัว แต่พวกเขาก็ตกตายไปแล้วถึง 50 คน  


    ในความคิดของนายน้อยทั้งสองที่คิดว่าตงฟางคงไม่รอด พวกเขาก็เริ่มฉีกยิ้มเมื่อเห็นตงฟางนำดาบสีดำขนาดยาว 2 เมตรขึ้นมารับการโจมตีเอาไว้ได้ทัน มีเพียงแค่แผ่นหลังของเขาเท่านั้นที่พุ่งกระแทกก้อนหินจนเกิดเป็นทางยาวออกไปไกล


    ตุบ~!


    ไม่มีการพุ่งตามเข้าไปซ้ำ มีเพียงแค่ดวงตาเปลี่ยนไปเป็นสีดำพร้อมกับผิวใบหน้าที่เคยเป็นสีแดงถูกพิษแทรกแซงจนดำไม่ต่างจากตา แม้มันจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ แต่พิษที่ตงฟางพ่นออกจากปากใส่ดวงตาของปีศาจในจังหวะที่มันโจมตีมา กลับทำให้มันพลาดท่าตกตายไปในการสวนกลับเพียงครั้งเดียว


    “บ้าเอ๊ย พลังบ้าอะไรกัน ฉันคนนี้เนี๊ยนะถูกโจมตีครั้งเดียวจนหัวไหล่หลุด”


    ตงฟางใช้พลังจิตดึงแขนซ้ายให้กลับเข้ารูป หลังจากมันหลุดจากการรับแรงกระแทกของปีศาจ แม้มันจะเป็นระดับผสานวิญญาณขั้น 9 ก็ตาม หากเป็นมนุษย์ตงฟางคิดว่าเขาไม่มีทางแพ้เรื่องพละกำลังแน่ แต่ปีศาจมันกลับแสดงพละกำลังออกมาไม่ต่างจากระดับจารึก สร้างความระทึกให้เขาไม่น้อย


    “ตงฟาง เป็นยังไงบ้าง”


    “นายน้อยลู่ พลังวิญญาณข้าหมดแล้ว ข้ากำลังจะหนี” ตงฟางบอกสิ่งที่เขาคิดจะทำ


    “งั้นนายน้อยหาน พวกเราสองคนแยกกันหนีออกเป็นสองฝั่ง ตัวใครตัวมัน หวังว่าเราจะได้เจอกันในภายภาคหน้า”



    คนจากสถาบันดาราและสถาบันชิงอี้ แยกกันออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจนก่อนจะวิ่งหนี โดยการวิ่งของพวกเขาไม่มีการเชิญตงฟางให้วิ่งร่วมทางไปเลยสักนิดเดียว เขาจึงกระโดดเข้าไปในป่าแยกทางหนีด้วยตัวคนเดียว ตงฟางคาดการณ์ว่าปีศาจคงไม่ส่งพวกมันมาเยอะเพื่อไล่ตามเขา


    พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ~!


    “วิ่ง!”


    ตงฟางกระโดดขึ้นขี่หลังสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายแมวสูง 3 เมตร มันที่ถูกสะกดจิตจึงรีบวิ่งตามคำสั่งด้วยความเร็วเต็มกำลัง  ภายใต้การวิ่งหลบต้นไม้ไปเรื่อยๆนี้เองนั้น ตงฟางถึงขั้นหน้าซีดหลังจากเขามองด้านหลังเห็นปีศาจตามเขามา 1 ตัว


    “บ้าเอ๊ย จำนวนของมันถูกต้อง แต่ทำไมต้องเป็นระดับจารึกวิญญาณขั้น 9 นี่มันจะโกรธนักยันต์เกินไปไหม!”


    หนึ่งในตัวที่เป็นหัวหน้าเลือกที่จะไล่ล่าตงฟาง ด้วยฝีเท้าของมันที่กระโดดตามหลังสัตว์อสูรระดับ 4 มาติดๆนั้น ทำเอาหัวใจตงฟางเต้นรัวเพราะมันเร็วเกินไป ยังไม่ทันที่เขาจะได้หายใจถึง 10 ครั้ง ร่างสีแดงของปีศาจก็พุ่งทะลวงผ่านสัตว์อสูรระดับ 4 ที่เขาขี่ด้วยการกางกรงเล็บกระซวกเข้าไปในช่วงท้องลากเอาเครื่องในสัตว์อสูรระดับ 4 ออกมาทั้งหมดจนมันตกตาย ตงฟางกลับเคลื่อนไหวเปลี่ยนการหลบหนีใหม่ ด้วยการใช้พลังจิตบินขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที ไม่คิดวิ่งหนีบนพื้นดิน


    พรึ่บ!


    “บ้าเอ๊ย มันไปเอาปีกมาจากไหน”


    ปีกสีแดงไม่ต่างจากค้างคาวกระพือบินไล่ตงฟางขึ้นไปบนฟ้า เขาสำรวจร่างของมันจนรู้ว่าไม่มีปีก และไม่น่าจะตามล่าเขาได้ มันกลับงอกปีกออกมาจากแผ่นหลังบินตามเขามาติดๆ แม้ตงฟางจะบินจนทะลุก้อนเมฆ มันยังคงตามมาไม่เลิก จนเขาต้องทิ้งตัวหลบลงไปวิ่งบนพื้นดินแทน อย่างน้อยๆการเปลี่ยนสัตว์ขี่เรื่อยๆยังดีกว่าใช้พลังของตัวเองวิ่งหนี


    “ความรู้สึกนี้มัน จะต้องมีลำแสงทำลายล้างแน่”


    ตงฟางมองจ้องไปด้านหลัง อีกเพียงแค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเขาก็จะลงถึงพื้นป่า แต่เขากลับมีความรู้สึกเหมือนกับว่าด้านหลังกำลังมีพลังงานวิญญาณเข้มข้นพุ่งตรงมา เขาจึงหันหลังกลับไปดูจนพบว่ามีลำแสงสีแดงบิดเป็นเกลียวพุ่งมาด้วยความรวดเร็วจนต้องใช้พลังจิตดึงร่างตัวเองออกจากวิถีของมัน ปล่อยให้ลำแสงทำลายล้างพุ่งตกกระทบพื้นดิน


    บรึ้ม!!!


    “บ้าเอ๊ย ห่างกันเกินไป พลังของมันห่างกันเกินไป”


    ตงฟางวิ่งแล้วก็วิ่ง สิ่งที่เขาทำในตอนนี้คือคิดหาวิธีหนี แม้จะลองส่งเข็มสังหารระดับ 5 ออกไปโจมตี  เข็มของเขากลับสร้างได้เพียงแค่รอยขีดข่วยบนผิวหนังของมัน ที่วิ่งชนเข็มสังหารของเขาไม่ต่างจากกิ่งไม้


    “หยุด!”


    โทรจิตส่งตรงเข้าไปถึงสมองของปีศาจ ทำให้มันหยุดเท้าตัวเองลงกระทันหันจากคำสั่งในหัวของมัน ภายใต้การวิเคราะห์คำสั่งที่เอ่ยกับตัวของมันอยู่สักพัก มันก็พบว่าคนที่สั่งไม่ใช่คนของมันจึงรีบวิ่งตามตงฟางต่อ


    “ไอ้บ้าเอ๊ย ไอ้ปีศาจ ไอ้ตัวแดง ไอ้ตาดำ ไอ้ปีกค้างคาว วิ่งไปทางอื่นสิโว๊ย อย่าบังคับให้ฉันต้องจนตรอก ไม่งั้นแกจะเจอของดี”


    “ไป ปาย วิ่งไปทางอื่น ไปฆ่าคนอื่นๆไป ไอ้บ้าเอ๊ย”


    ตงฟางวิ่งไปด้วย สับเปลี่ยนสัตว์อสูรไปด้วย การที่เขาใช้โทรจิตพูดคุยกับมันก็เพื่อจะก่อกวนให้มันรำคาญแล้วปล่อยเขาไป มันกลับไม่สนใจเสียงของเขาที่อยู่ในหัวเลยสักนิด ตงฟางจึงเป็นฝ่ายยอมแพ้เงียบเสียงตัวเองลง


    พรวด!


    “บ้าเอ๊ย หน้าผา น้ำตก งั้นกระ…” บรึ้ม!


    ตงฟางพุ่งออกจากป่ามาเจอเข้ากับหน้าผาด้านล่างเป็นน้ำตก เขาที่กำลังจะกระโดดลงไปต้องเปลี่ยนทิศทางหลบเมื่อมีพลังงานสีแดงเข้มจากกรงเล็บส่งมาโจมตีเขาจนหน้าผาในจุดที่เขายืนแหว่งหายไป


    “หนีก็ไม่ได้ พักก็ไม่ได้ แกบังคับฉันเองนะ ”


    ดาบมารโลหิตนำออกมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการเปลี่ยนตัวเองให้เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำจากสายเลือดมังกรมารบรรกาล ทันทีที่ดาบมารโลหิตกลืนเลือดของตงฟางเข้าไปแล้วนั้น เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังที่ดาบส่งมาให้มากมาย จนเขาคิดว่าการต่อสู้ต่อจากนี้ไป น่าจะมีโอกาสสร้างบาดแผลให้กับปีศาจได้ แต่ก่อนจะสู้เขาต้องแจ้งทุกคนให้รู้ถึงปีศาจก่อน ด้วยการนำพลุของศิษย์พี่เยว่สือออกจุดเป็นจำนวน 2 ลูก จนท้องฟ้าเต็มไปด้วยสีแดง


    “ออกมา!”


    กร๊าซ!


    งูสีดำระดับ 5 ปรากฎตัวออกมาด้านข้างของตงฟาง ทางฝั่งปีศาจที่เห็นสัตว์อสูรระดับ 5 มันก็มองจ้องด้วยความรู้สึกเฉยชาของมัน


    “ปล่อยพิษเลย อะไรจะตายก็ช่างมัน เราต้องรอด”


    อสรพิษเวหาอ้าปากกว้างปลดปล่อยพิษสีม่วงออกมาจากปากของมัน จนรอบๆตัวของตงฟางเต็มไปด้วยหมอกพิษ ไม่เพียงเท่านั้นตงฟางได้เสริมพิษของเขาไปเช่นกัน เพื่อให้พิษรอบๆนี้มันเข้มข้นกว่าเดิม 


    พู่ว!


    เลือดถูกพ่นไปบนใบดาบ เพื่อทำให้การฟันของตงฟางมีพิษถึงแก่ชีวิต หลังจากเขาเตรียมตัวเสร็จทางฝั่งตงฟางเป็นฝ่ายเปิดการโจมตี ไม่คิดให้ปีศาจได้ตั้งตัว


    เปล้ง เปล้ง เปล้ง เปล้ง!


    จากเดิมสามารถแทงผิวหนังให้เกิดบาดแผลเล็กน้อย หลังจากตงฟางใช้เลือดตัวเองทาบนเข็มสังหาร ปีศาจกลับรู้ได้ถึงอันตรายจากมัน จนยกกรงเล็บปัดป้องเข็มสังหารของเขาไม่ให้โดนตัว ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับไม่ปล่อยให้เข็มของเขาหล่นพื้นเสียเปล่า จังหวะที่ดึงดูดความสนใจของมันด้วยเข็มสังหาร ตัวของเขาก็พุ่งมารอมันอยู่ข้างๆพร้อมตวัดดาบออกไปสุดแรง


    บรึ้ม เปล้ง~!


    “ยังจะป้องกันได้อีก”


    เปล้ง เปล้ง เปล้ง บรึ้ม~!


    เกิดการปะทะกันระหว่างกรงเล็บและดาบมารโลหิต จนทำให้เกิดเสียงระเบิดและเสียงกระทบกันระหว่างอาวุธที่สองฝ่ายกำลังใช้ ในระหว่างตงฟางพยายามหาทางฟันมันต่อไปเรื่อยๆ เขาได้ใช้เข็มสังหารช่วยสร้างบาดแผลให้มันเช่นเดิม อย่างไรก็ตามการโหมกระหน่ำโจมตีอย่างดุเดือดจากทุกมุมที่เขาเห็นมันเปิดกว้าง ไม่ว่าจะส่งเข็มเข้าไปสังหารหรือพาตัวเองเข้าไปหามัน กรงเล็บที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของมันกลับปัดป้องการโจมตีของเขาได้หมด


    ไม่เพียงกรงเล็บทั้งสองข้างของมันเท่านั้นที่กำลังใช้ต่อต้านเขา ร่างกายของมันก็เริ่มปรับตัวให้สามารถต่อสู้ในหมอกพิษได้เช่นกัน ด้วยการใช้เปลือกตาใสๆของมันปิดดวงตาเอาไว้ไม่ให้พิษซึมเข้าไป การหายใจของมันก็มีเนื้อเยื้อปิดจมูก กลายเป็นว่าพิษของเขาถูกทำให้ไร้ผลไม่ต่างจากหมอก หากเขาไม่สามารถสร้างบาดแผลให้มันได้ เขาก็ไม่มีทางได้เปรียบมัน


    ตู้ม!


    แรงอัดกระแทกจากเท้าสีแดงพุ่งเข้าเตะท้องน้อยจนตงฟางเป็นฝ่ายกระเด็นออกไปไกล ทันใดนั้นปีศาจก็พุ่งตามมาด้วยความเร็วไว เหยียบร่างของเขาที่ยกดาบขึ้นมาป้องกันเอาไว้ จนแผ่นหลังของเขากระแทกพื้นดินเกิดเป็นหลุมลึก


    “หนอย อย่าให้เจอพิษที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ ฉันจะไปฆ่าล้างเผ่าแกเลยคอยดู”


    ตงฟางกัดฟันพูดด้วยความโกรธ ทันใดนั้นอสรพิษของเขาก็สะบัดหางฟาดร่างปีศาจจนมันพุ่งออกไปไกล ทำให้เขาดีใจเพราะอย่างน้อยๆ พละกำลังของอสรพิษระดับ 5 ก็พอสู้กับปีศาจระดับเดียวกันกับมันได้


    “ไปกัน ไปสร้างบาดแผลบนร่างของมัน”


    ตงฟางเช็ดเลือดออกจากมุมปากแล้วเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเปลวไฟ จากนั้นก็พุ่งเข้าไปหาปีศาจ ไม่คิดให้มันได้พักหายใจเช่นเดียวกัน เขาโกรธมากๆกับสิ่งที่มันทำกับเขาในตอนนี้


    ตู้ม!


    กรงเล็บทั้งสองข้างยกขึ้นมาป้องกันดาบที่มาพร้อมกับตงฟางที่ตกลงมาจากอากาศ จังหวะที่มันพยายามใช้เท้าเตะร่างของเขาให้ลอยกระเด็นออกไปนั้น ตงฟางได้ใช้พลังจิตดึงร่างของเขาขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วบังคับอสรพิษฟาดหางเช่นเดิม จนปีศาจพุ่งออกไปไกลแล้วพวกเขาก็รีบตามไปโจมตีมัน


    ตู้ม!


    “ตามไป  แค่นี้ฆ่ามันไม่ได้หรอก”


    ตงฟางขี่หลังของอสรพิษเวหาพุ่งตามปีศาจไปติดๆ ในช่วงเสี้ยววินาทีเขากลับต้องรีบพลิกตัวหลบกรงเล็บที่คมไม่ต่างจากมีด หลังจากปีศาจได้ระเบิดพลังสีดำคลุมร่างของมันจากนั้นก็เป็นฝ่ายพุ่งสวนกลับมาโจมตีเขา


    ตู้ม! พรวด!


    เลือดสีแดงพุ่งออกมาจากปากเป็นจำนวนมากจากร่างที่กระเด็นไปชนสิ่งกีดขวาง ตงฟางที่ลุกขึ้นมาหลังจากถูกสวนกลับจนเขาและอสรพิษแยกจากกัน เขาก็รีบพลิกตัวแล้วตวัดขาเตะไปยังร่างของสิ่งที่พุ่งตามมาโจมตีซ้ำจนมันเป็นฝ่ายกระเด็นออกไป ขณะที่มันพยายามเคลื่อนไหวออกมาจากจุดตกกระแทก อสรพิษก็ได้สะบัดหางเข้าใส่ แต่อสรพิษกลับเป็นฝ่ายถูกเตะกระเด็น ตงฟางจึงเข้าไปช่วยเสริม เกิดเป็นการต่อสู้สลับกันส่งร่างของอีกฝ่ายกระเด็นไปไกล


    ตู้ม บรึ้ม บู้ม บรึ้ม บรึ้ม โคม!


    “มะ ….มันจะอึดไปไหมเฮ่ย”


    ตงฟางกลืนยาฟื้นฟูลงไปเป็นจำนวนหลายเม็ดพร้อมกับใช้พลังจิตกระตุ้นร่างกายตัวเองเพื่อรักษาบาดแผลทั่วร่างกายจากกรงเล็บของปีศาจ ทางฝั่งของมันก็บาดเจ็บไม่น้อยเช่นกัน 


    การต่อสู้ของเขาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำดำเนินมาจนถึงเที่ยงคืน เขาได้งัดทุกอย่างออกมาใช้งาน ศิลปะการต่อสู้ผสมผสาน พลังจิตรูปแบบต่างๆ ยันต์ธาตุไม้ ทุกอย่างกลับฆ่ามันไม่ได้  การใช้ทุกอย่างที่กล่าวมาสร้างภาระให้ร่างกายของเขาไม่น้อย จนตอนนี้แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะขยับตัว จนเขาต้องปิดพลังสายเลือดลงไปก่อนจะตายเพราะดาบมารโลหิต


    ถึงอย่างนั้นปีศาจมันกลับอึดเป็นอย่างมาก  แม้จะได้รับพิษจากเลือดของเขาเข้าไปในร่าง มันกลับระเบิดพลังออกมาได้เรื่อยๆ จนพิษที่ควรจะไหลเข้าสู่หัวใจทำลายได้แค่บริเวณบาดแผลของมันเท่านั้น


    “ฆ่ามัน แม้แกจะตายก็ฆ่ามันให้ได้”


    ตงฟางชี้นิ้วสั่งอสรพิษ เขาไม่มีความรู้สึกรักหรือหวงมันเลยสักนิด มันถูกเขามองเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น ภายใต้คำสั่งของตงฟาง อสรพิษเวหาก็พาร่างของมันที่บาดเจ็บเลื้อยไปทางปีศาจ  มันถูกสั่งให้ฆ่าปีศาจให้ได้เริ่มรวมพลังไปยังปากแล้วกลืนลงไปในท้อง จนร่างของมันเปล่งแสงสว่างจ้า จากการคิดระเบิดตัว


    วิ๊ง!


    ทางฝั่งปีศาจที่เห็นงูกำลังจะใช้พลังชีวิตและพลังวิญญาณระเบิดมันไปพร้อมกัน ทางฝั่งของมันก็ไม่ยอมเช่นกัน ด้วยการดึงพลังงานที่เหลืออยู่น้อยนิดออกมาคลุมตัวเพื่อรับเอาแรงกระแทกที่กำลังจะมาถึง


    บรึ้ม!


    สิ่งเดียวที่ตงฟางรับรู้ได้คือแรงกระแทกจากการระเบิดของอสรพิษอัดกระแทกร่างของเขาจนลอยละลิ่วปลิวลงไปในน้ำตก เขาไม่รู้เลยว่าการระเบิดเมื่อครู่ปีศาจจะเป็นหรือตาย  เขารู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะตาย เพราะพลังจิตและพลังวิญญาณไม่เหลืออยู่เลยสักนิด ทำได้เพียงหวังให้ร่างของเขาลอยขึ้นไปบนผิวน้ำด้วยสติที่ดับลงไป



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน