สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 6 ตอนที่ 170 กลิ่นคาวเลือด

        อันเจิงนั่งฟังอยู่เงียบ ๆในสมองเริ่มเก็บเรื่องราวเก่า ๆ ที่กระจัดกระจายกลับเข้ามาทั้งหมด

 

        วันนั้นที่เทือกเขาชางหมานเขารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายการโจมตีครั้งใหญ่ที่กำลังพุ่งเข้ามา ไกลออกไป เขาก็เห็นเหล่ายอดฝีมือกำลังยืนล้อมรถม้าศึกอยู่รถม้าศึกนั่นก็คือรถม้าขององค์ชายเฉินจ่งชวี่แห่งจักรวรรดิต้าซีอีกทั้งรถม้านี้อันเจิงเป็นคนช่วยออกแบบขึ้นมาใหม่ เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วอันเจิงจึงร้อนใจขึ้นมาทันที

 

        เฉินจ่งชวี่เป็นเพื่อนรักของเขาและเป็นเหมือนพี่น้องเลยด้วยซ้ำ การใช้ชีวิตในจักรวรรดิต้าซีมานานขนาดนั้นหากไม่มีความช่วยเหลือจากเฉินจ่งชวี่ อันเจิงก็คงต้องพบกับปัญหาอยู่หลายครั้งเขามีนิสัยที่ซื่อตรง เกลียดความชั่วดั่งศัตรู ฉะนั้นเขาจึงทำให้ผู้คนในจักรวรรดิต้าซีไม่พอใจเป็นอย่างมากเฉินจ่งชวี่คอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอและหลายครั้งที่ช่วยเขาจัดการกับคนที่ไม่อาจจัดการได้

 

        ในใจของเขาเฉินจ่งชวี่ก็เหมือนคนในครอบครัว

 

        ฉะนั้น ในตอนนั้นอันเจิงจึงไม่ได้คำนึงถึงอย่างอื่นเขาพุ่งเข้าไปราวกับมังกรพุ่งลงมาจากฟ้า

 

        เพียงหมัดเดียวก็ทำให้ผู้คนที่ล้อมอยู่ถอยออกไปจากนั้นอันเจิงก็ตะโกนออกไปว่า...อย่ากลัวข้ามาแล้ว เขามาหยุดตรงหน้ารถม้าศึกราวกับเทพสามตาที่กำลังสู้รบก็ไม่ปานขณะนั้น ทุกคนที่ล้อมอยู่กระเด็นไปด้านหลังอย่างไม่อาจควบคุมได้นั่นไม่ใช่สิ่งที่เตรียมกันมา เพราะอันเจิงแข็งแกร่งมากเกินไป

 

        เหล่ายอดฝีมือที่ล้อมรถม้าอยู่รู้ดี ท่ามกลางพวกเขาไม่มีใครสามารถต้านทานการโจมตีจากอันเจิงได้

 

        แต่ในขณะนั้นเอง มีมือยื่นออกมาจากรถม้าและใช้มีดแทงที่หลังของอันเจิงอย่างดุดันร่างของอันเจิงสั่นไหวครู่หนึ่ง พลังลมปราณวุ่นวาย

 

        คลื่นพลังลูกใหญ่สีดำพุ่งออกมาจากรถม้าทำให้ร่างของอันเจิงกระเด็นออกไป เพียงชั่วพริบตา ดวงตาทั้งสองข้างของอันเจิงก็มองอะไรไม่เห็นอีกเลยทั้งยังมีความเจ็บปวดราวกับไฟแผดเผา จากนั้นเลือดก็เริ่มไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง

 

        คนที่คิดจะกำจัดอันเจิงต่างรู้ดีหากครั้งนี้พลาดไป พวกเขาจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สองด้วยพลังที่อันเจิงมี เขาต้องไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีได้แน่ ฉะนั้นเมื่อคนในรถม้าเป็นคนคุมสถานการณ์ เขาก็พุ่งลงมาจากรถม้าทันทีจากนั้นก็ใช้อาวุธโจมตีไปที่หลังหัวของอันเจิง

 

        เพียงครู่เดียวราวกับคออันเจิงแทบจะถูกตัดลงมา ในขณะที่เหล่ายอดฝีมือโจมตีมาจากด้านหลัง หัวของเขาก็ขาดไปครึ่งหนึ่งและเอียงไปด้านข้างแล้วแต่ถึงกระนั้น การต่อสู้ในครั้งนี้ อันเจิงก็ยังฆ่าผู้ที่ลอบโจมตีตายไปหนึ่งในสาม

 

       ภาพความทรงจำในครั้งนั้นหวนกลับมาอีกครั้ง พลังลมปราณของอันเจิงวุ่นวายมากขึ้น

 

        วันนั้นเทือกเขาชางหมานฝนตกหนักเขาที่อยู่ไกลหลายพันกิโลเมตร เพื่อช่วยเพื่อนรักจึงรีบเดินทางมาแต่กลับถูกลอบโจมตีที่เทือกเขาชางหมาน การสู้รบที่ดุดันราวกับจะดับสูญเทือกเขาชางหมานก็ไม่ปาน

 

        ถึงแม้จะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ทุกครั้งที่เขานึกถึงเรื่องนี้ อันเจิงก็ยังไม่อาจเข้าใจว่าทำไมเฉินจ่งชวี่ถึงทำเช่นนี้

 

        เสียงของหลี่ชางหลี่ลากอันเจิงให้กลับมาทำให้เขาตื่นขึ้นจากทุกอย่างที่ผ่านมาแล้ว

 

        “ซูไทเฮารู้ดีด้วยพลังอำนาจที่นางมีคงไม่สามารถทำให้ตัวเองสมปรารถนาได้ เพราะนางได้สูญเสียการสนับสนุนจากแคว้นจ้าวไปแล้วนางจิตใจต่ำช้าเกินไป ราชาและไทเฮาแห่งแคว้นจ้าวจึงผิดหวังกับนางอย่างมาก ตอนนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่แคว้นเยี่ยนสูญเสียฮองเฮาราชาแคว้นจ้าวจึงส่งนางมาแคว้นเยี่ยน”

 

        หลี่ชางหลี่พูดต่อ“ในใจซูไทเฮาคิดเพียงอยากล้มล้างแคว้นจ้าว แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกมา ตอนนั้นคนที่นางพามาจากแคว้นจ้าว ส่วนใหญ่ก็คือคนที่ราชาไม่ชอบทั้งนั้นฉะนั้นคนเหล่านั้นก็คือผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน ความเชื่อใจที่ซูไทเฮามีต่อพวกเขามากกว่าข้าหลายเท่า”

 

        เขาถอนหายใจอีกครั้ง“ถึงแม้ภายหลังจะมีบางเรื่องที่ทำให้ซูไทเฮาเชื่อใจข้ามากขึ้น แต่ในความเป็นจริงเรื่องที่เกี่ยวกับหลายปีก่อนนั้น ยังมีรายละเอียดมากมายที่ข้าไม่รู้”

 

        อันเจิงถาม “นอกจากจูเก๋อเชียวหยุน เจ้ายังรู้อีกหรือไม่ว่ามีใครบ้าง?”

 

        หลี่ชางหลี่ตอบกลับ “ความจริงแล้วเรื่องที่ข้ารู้ว่าจูเก๋อเชียวหยุนร่วมแผนการนี้ก็เป็นเพียงความบังเอิญขุนนางที่รู้เรื่องในตอนนั้น ตอนนี้ก็ถูกไทเฮากำจัดไปหมดแล้ว แต่ที่จูเก๋อเชียวหยุนยังไม่ตายเหตุผลข้อแรกก็คือ จูเก๋อเชียวหยุนมีพลังวัตรที่แข็งแกร่งมาก อีกทั้งยังมีวิธีการปรุงยาพิษต่างๆ มากมาย...ตอนนั้นที่รัชทายาทถูกฆ่า ความจริงก็เป็นยาที่ได้มาจากจูเก๋อเชียวหยุน”

 

        อันเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อยนึกถึงพิษที่อยู่ในตัวของมู่ฉางเยียน หากวิเคราะห์ดูแล้ว จูเก๋อเชียวหยุนและมู่ฉางเยียนก็มีความสัมพันธ์ที่สนิทกันมากฉะนั้นไทเฮาจึงส่งคนไปจับตาดูที่บ้านของจูเก๋อเชียวหยุนตลอดนั่นเองแต่มู่ฉางเยียนจะไม่รู้เลยหรือว่า ตอนนั้นพี่ชายเขาถูกจูเก๋อเชียวหยุนวางยาพิษจนตาย?

 

        หากมู่ฉางเยียนรู้เรื่องนี้ คนอย่างเขาก็คงจะมีจิตใจที่น่ากลัวมากเลยทีเดียวเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เขาสามารถเข้าพวกกับศัตรูได้

 

        “เหตุผลข้อที่สอง ไทเฮาต้องการจูเก๋อเชียวหยุนทักษะด้านการแพทย์ของจูเก๋อเชียวหยุนเก่งกาจ และแข็งแกร่งกว่าพลังวัตรหลายเท่าไทเฮารักสวยรักงาม การจะรักษาความสาวความสวยเอาไว้จึงจำเป็นต้องให้จูเก๋อเชียวหยุนอยู่ใกล้ๆ ตัว”

 

        “แต่ถึงกระนั้นไทเฮาก็รู้ดีว่าช่วงนี้จูเก๋อเชียวหยุนเอนเอียงไปทางราชามากฉะนั้นนางก็มีความคิดจะฆ่าจูเก๋อเชียวหยุนเช่นกันหากไม่ใช่เพราะมีเหตุการณ์ที่ชาวโยวลอบโจมตีอย่างกะทันหันละก็คาดว่าไทเฮาก็คงลงมือแล้วล่ะ”

 

        อันเจิงพยักหน้า “จูเก๋อเชียวหยุนรู้ตัวว่าไทเฮาอยากฆ่าเขาฉะนั้นจึงเอนเอียงไปทางฝั่งของราชามากกว่า”

 

        หลี่ชางหลี่ส่ายหน้า “ไม่มีประโยชน์ความจริงเรื่องที่ราชาแอบทำทั้งหมด ไทเฮาก็รู้อยู่แล้ว รวมไปถึงเรื่องที่ราชาก่อตั้งกลุ่มเด็กอายุน้อยมาฝึกพลังวัตรไทเฮาก็รู้เช่นกัน ก่อนหน้านี้ที่ไทเฮาไม่เคยลงมือจัดการนั่นเพราะสิ่งที่ราชาทำไม่ได้ส่งผลร้ายกับนางเลยสักนิด...อย่าลืมล่ะว่าเพราะเรื่องที่ฆ่าฟางเจิง ในมือไทเฮาก็กุมอำนาจจากเหล่ายอดฝีมือที่มีพลังในขอบเขตจุลภาคอยู่หลายคนยอดฝีมือบางคนทำเพื่อไทเฮา ต่อให้ราชาจะต่อสู้ แต่มันจะไปมีความหมายอะไร”

 

        อันเจิงส่ายหน้า “ข้าไม่อยากรู้เรื่องพวกนี้บอกมาว่ายังมีใครอีก”

 

        “ตอนนั้นคนที่ไทเฮาอยากลากเข้ามาเกี่ยวข้องมากที่สุดก็คือแม่ทัพอัศวินเพลิงเหล็กฟางจือจี่แต่ทว่าฟางจือจี่ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับไทเฮาอยู่แล้ว เพราะเดิมทีเขาก็เป็นคนเย่อหยิ่งและหัวสูงอำนาจไม่ได้มีความหมายกับเขา อีกอย่าง ด้วยพลังที่เขามีไทเฮาก็ไม่มีทางกำจัดเขาได้ง่าย ๆ ฉะนั้นสำหรับฟางจือจี่แล้ว ไทเฮาทำได้เพียงแค่คิดแต่ไม่กล้าลงมือจริงๆ”

 

        อันเจิงพยักหน้า “ฉะนั้นฟางจือจี่จึงไม่ได้เข้าร่วมแผนการ?”

 

        “ไทเฮาเคยพูดถึงครั้งหนึ่งบอกว่าหากฟางจือจี่ไปเร็วกว่านี้ ตอนนั้นคงไม่ต้องลำบากขนาดนั้น นั่นก็แปลว่าฟางจือจี่ต้องไปที่นั่นแต่จะเข้าร่วมการลอบสังหารหรือไม่ ข้าก็ไม่รู้แล้วล่ะ”

 

        “ยังมีใครอีก?”

 

        “ยังมีอีกคนที่ข้าแน่ใจและมีอีกคนที่ข้าไม่แน่ใจ”

 

       หลี่ชางหลี่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ความจริงแล้ว ในตำหนักวิหารสวรรค์มีผู้แข็งแกร่งอีกท่านหนึ่งเล่ากันว่าเขาเป็นอันดับหนึ่งในแคว้นเยี่ยนแม้แต่แม่ทัพฟางจือจี่ก็ไม่อาจล้มเขาได้ เพียงแต่คนคนนี้เก็บตัวราวกับไม่มีใครเคยเห็นเขามาก่อน ครั้งก่อนตอนที่ชาวโยวลอบโจมตีและปล่อยปีศาจหินออกมาคนที่ลงมือจับปีศาจหินในวันนั้นก็คือผู้แข็งแกร่งท่านนี้เอง”

 

       อันเจิงคิดในใจว่านั่นก็เป็นเพียงเงาเท่านั้น ไม่ใช่คนจริง ๆ เสียหน่อย ดูแล้วหลี่ชางหลี่ไม่รู้เรื่องพลังวัตรเลยจริงๆ ฉะนั้นจึงดูไม่ออกว่านั่นคือเงาแต่ไม่ใช่ร่างคน

 

        หลี่ชางหลี่พูดต่อ“คนคนนี้คือใครข้าไม่รู้ ตอนนั้นเขาได้ร่วมการลอบสังหารหรือไม่ ข้าก็ไม่แน่ใจแต่ด้วยพลังที่เขามี ตอนนั้นก็ไม่ควรเข้ามายุ่งเรื่องนี้เลยจริงหรือไม่เพราะหากฟางเจิงชนะขึ้นมาละก็ อย่างนั้นแคว้นเยี่ยนก็คงต้องตายกันเป็นเบือแน่”

 

        อันเจิงถามต่อ “อีกคนล่ะ...”

 

        “คือ...”

 

        หลี่ชางหลี่มองอันเจิงแวบหนึ่งในแววตามีความแปลกใจปนมาด้วย “เป็นเถ้าแก่โรงจวี้ฉ่างคนที่ถูกเรียกว่าเป็นเสือในหุบเขา นั่นก็คือซางห้วยเฉิง”

 

        ในใจอันเจิงรู้สึกชาขึ้นมาทันทีสมองราวกับถูกฟ้าผ่าลงมาก็ไม่ปาน ร่างเขาสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้จากนั้นก็ยิ้มขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณ

 

        หลี่ชางหลี่พูด“ความสัมพันธ์ของเจ้ากับโรงจวี้ฉ่างก็ดูไม่เลว เจ้าคงไม่รู้เรื่องของคนที่ฆ่าคนสนิทของเจ้าในตอนนั้นและเจ้าก็ไม่รู้ว่าคนในโรงจวี้ฉ่างเข้าร่วมแผนการนี้ด้วยสินะ ฮ่า ๆ ๆ...ดูจากท่าทางลำบากใจของเจ้าแล้วข้าก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาไม่น้อย”

 

        เขาเอนตัวไปด้านหลังจากนั้นก็เหมือนร่างกายจะฟื้นฟูขึ้นบ้าง “รู้หรือไม่ว่าทำไมโรงจวี้ฉ่างถึงมีตำแหน่งพิเศษสำหรับหน่วยทหาร? แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะจวงเฟยเฟยอะไรนั่นถึงแม้จวงเฟยเฟยจะมีมันสมอง และยังจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ แต่ในความเป็นจริงเหตุผลเดียวที่โรงจวี้ฉ่างยังคงยืนหยัดมาถึงทุกวันนี้นั่นเพราะซางห้วยเฉิงยังไม่ตาย”

 

       “ซางห้วยเฉิงเป็นหัวหน้าของโจรป่าบนสิบเก้าหุบเขาในสิบเก้าหุบเขานี้มีโจรป่าจำนวนนับหมื่นคน และทุกคนต่างก็ยกย่องซางห้วยเฉิงเพียงคำพูดเดียวของซางห้วยเฉิงโจรป่าบนสิบเก้าหุบเขาก็พร้อมจะพุ่งลงมาจากหุบเขาเหมือนน้ำป่าไหลหลาก ฉะนั้นนับตั้งแต่ตอนที่ซางห้วยเฉิงได้รับบาดเจ็บจนถึงตอนนี้ หน่วยทหารจึงไม่กล้าขับจวงเฟยเฟยออกจากตำแหน่งเจ้าของโรงจวี้ฉ่าง”

 

        “ตอนนั้นท่านเสนาบดีของหน่วยทหารก็คือห่าวผิงอันเขาขึ้นไปบนสิบเก้าหุบเขาเพียงตัวคนเดียว จากนั้นก็เผชิญหน้ากับซางห้วยเฉิงด้วยความซื่อตรงและบารมีของห่าวผิงอัน ซางห้วยเฉิงจึงรู้สึกซาบซึ้งฉะนั้นเขาจึงรับปากนำคนมาสมทบกับหน่วยทหาร แต่ถึงกระนั้นซางห้วยเฉิงก็ยังเก็บโจรป่าห้าพันคนและม้าอีกจำนวนหนึ่งเพื่ออยู่เฝ้าบนหุบเขา”

 

        “ซางห้วยเฉิงลงจากหุบเขาและเข้าเมืองหลวงเขานำคนจำนวนห้าถึงหกพันคนมาเข้าร่วมกองกำลังของหน่วยทหารจากนั้นก็มีบางส่วนเข้าสู่กองทัพอัศวินเพลิงเหล็กในกองทัพนี้มีจำนวนนับร้อยคนที่มาจากเจียงหูฉะนั้นต่อให้ความเป็นความตายของซางห้วยเฉิงจะยังไม่ชัดเจนแต่มันก็ส่งผลมากสำหรับหน่วยทหาร”

 

        อันเจิงเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อรู้สึกว่าความเกร็งที่คอผ่อนคลายลงจึงพูดขึ้น “ซางห้วยเฉิงเป็นอะไร?”

 

        “การต่อสู้บนเทือกเขาชางหมานซางห้วยเฉิงเป็นเพียงคนเดียวที่พุ่งเข้าไปต่อกรกับฟางเจิงโดยตรงแล้วยังไม่ตายถึงแม้ในตอนนั้นร่างของฟางเจิงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ทว่าซางห้วยเฉิงก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดีฉะนั้นจึงถูกอัดจนร่างกายเหมือนตายเช่นนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าหมอนี่จะดวงแข็งมากกลับมีชีวิตอยู่อย่างนี้มานานหลายปีแล้ว”

 

        อันเจิงรู้สึกว่าลำคอของตนมีรสหวานทะลักขึ้นมาเป็นพักๆ นั่นก็คือเลือดที่พร้อมกระอักออกมานั่นเอง

 

        “นั่นสินะ...เขาทนมานานขนาดนี้แล้วยังไม่ตาย”อันเจิงยิ้มแห้ง ๆ

 

        ที่ซางห้วยเฉิงยังไม่ตายนั่นก็นับเป็นผลงานของอันเจิงเหมือนกัน จนถึงตอนนี้ ร่างกายของซางห้วยเฉิงดีขึ้นไม่น้อยนั่นก็เพราะได้ส่วนผสมสำคัญจากเขา เพื่อจวงเฟยเฟย เขายังหาส่วนผสมของยาให้นางอีกด้วย

 

        ไม่ว่าอย่างไรอันเจิงก็ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า คนที่ตัวเองช่วยจะกลายเป็นหนึ่งในศัตรูทำไมตอนนั้นซางห้วยเฉิงถึงเข้าร่วมแผนการนี้ จวงเฟยเฟยต้องรู้อย่างแน่นอน แต่เขาควรจะทำตัวเช่นไรเมื่ออยู่ต่อหน้านาง? ไปเค้นถามนางหรือ?

 

        ทันใดนั้น อันเจิงก็รู้สึกขบขันขึ้นมารู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องบ้าบอ

 

        เสียงของหลี่ชางหลี่ยังคงดังขึ้นข้างหูแต่ทว่าจิตใจอันเจิงกลับว้าวุ่นไปหมด

 

        “เป็นอะไรไป? รู้สึกทำงานยากขึ้นแล้วใช่หรือไม่?ฮ่า ๆ ๆ...อันเจิง เจ้ายังหนุ่มเกินไปความสัมพันธ์ของเจ้ากับโรงจวี้ฉ่างใกล้ชิดกันขนาดนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับจวงเฟยเฟยก็ไม่ชัดเจนนึกไม่ถึงเลยสินะว่า สามีของนางจะเป็นหนึ่งในศัตรูของเจ้า คิดแล้วข้าก็มีความสุขนักต่อให้ข้าจะตายไปเจ้าก็คงไม่มีความสุขนักหรอก”

 

       หลี่ชางหลี่หัวเราะด้วยเสียงที่เย็นยะเยือก “ข้าอยากมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้นจริงๆ อยากรู้ว่าสุดท้ายเจ้าจะทำอะไรกับจวงเฟยเฟย”

 

        อันเจิงลุกขึ้น “บอกข้ามา ที่ตำหนักจิงเซี่ยวมีความลับอะไรอยู่”

 

        “เจ้าไม่อยากรู้ไม่ใช่หรือ?”

 

        “ข้าก็แค่ไม่อยากให้เจ้าตายง่ายเกินไปให้เจ้าคายสิ่งที่รู้ออกมาให้หมด จะได้ถือว่าใช้เจ้าอย่างคุ้มค่า”

 

        หลี่ชางหลี่พูดขึ้น“สิ่งที่ตำหนักจิงเซี่ยวซ่อนอยู่คือทหารผู้ยิ่งใหญ่ ข้ารู้เพียงเท่านี้แต่ก็น่าเสียดาย เดิมทีข้าคิดอยากฟื้นฟูร่างกายทั้งหมดจากนั้นก็จะจัดการนางซูชิงนวนชั่วช้านั่น ให้นางคลอดลูกให้ข้าอีกหน่อยลูกคนนี้ก็จะขึ้นครองแคว้นเป็นคนต่อไป ตอนนั้นราชาฆ่าคนในครอบครัวข้าข้าก็จะแย่งชิงราชวงศ์ของมัน!”

 

        ไม่รอให้หลี่ชางหลี่พูดจบ อันเจิงก็ใช้มือบีบคอของหลี่ชางหลี่แล้ว

 

        แกรก!

 

        เพียงครู่เดียว คอของหลี่ชางหลี่ก็หักกระดูกแทงเนื้อออกมาด้านนอก ทันใดนั้นเลือดก็พุ่งออกมาย้อมชุดของอันเจิงกลิ่นคาวเลือดช่างรุนแรงยิ่งนัก แต่กลับรุนแรงสู้กลิ่นคาวเลือดที่อยู่ในลำคออันเจิงไม่ได้เลย

คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

นิยาย แฟนตาซี
571K 2468
หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
449K 1017
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
364K 318
ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

นิยาย แฟนตาซี
3.26M 1036
เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
218K 196
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734