62 1-2
ตอนที่108 กินยาลืมเขย่าขวดกระมัง?
“เซียถงหากตัวเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอห้ามเปิดเผยตัวตนของเจ้าในฐานะนักหลอมโอสถต่อหน้าผู้อื่นโดยง่ายเด็ดขาด!”
พอท่านคณบดีเคราขาวเริ่มสงบสติลงจากความตื่นเต้นเขาก็ลืมตาจับจ้องเซียถงกล่าวน้ำเสียงจริงจังขึ้นผิดหูผิดตา
“เพราะเหตุใดรึท่านคณบดี?”
เซียุงเอียงศีรษะมองอีกฝ่ายเจือแววสับสนกล่าวกันว่านักหลอมโอสถเป็นอาชีพอันทรงเกียรติได้รับความเคารพนับถือจากทุกหย่อมหญ้า ดังนั้นแล้วไฉนถึงต้องปิดปังตัวตนอย่างหลบๆซ่อนๆ ด้วย?
“สวรรค์มักอิจฉาคนมีความสามารถโดยเฉพาะกับเจ้าที่มีพรสวรรค์ยิ่งใหญ่เกินตัวมันเป็นเรื่องง่ายที่จะเผลอดึงดูดพวกริษยาคิดร้ายมาหาหลังจากที่เจ้าแกร่งกล้าเพียงพอแล้วเท่านั้นจึงค่อยเปิดเผยสถานะของตนออกไปเป็นดีที่สุดอย่าชักนำปัญหาที่ไม่จำเป็นเข้ามาในยามนี้ที่ยังไม่แข็งแกร่ง”
ท่านคณบดีเคราขราวเอ่ยปากเตือนน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง
เซียถงครุ่นคิดอยู่สักครู่จึงค่อยพยักหน้าตอบหากไป๋หลี่อวี่อิงทราบว่า ในตอนนี้ตัวนางขึ้นกลายเป็นราชาโอสถแล้วอีกฝ่ายคงพยายามทุกวิถีทางเพื่อดับฝันตัดอนาคตกันแน่นอน ถึงแม้เซียถงจะมิได้กลัวไป๋หลี่อวี๋อิงแต่ไม่ควรสร้างปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นมาสุ่มสี่สุ้มห้าเป็นดีที่สุดเซียถงส่งยิ้มให้คณบดี กล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจว่า
“ขอบพระคุณสำหรับคำชี้แนะ!ศิษย์คนนี้จะไม่ทำตัวโอ้อวดหยิ่งผยองต่อผู้ใด!”
“เข้าใจก็ดีแล้วก็...เซียถง ถึงแม้เจ้าจะมีพรสวรรค์พลิกฟาดินอยู่ในมือแต่หากวันพรุ่งนี้และวันข้างหน้าต่อไป เจ้าเลือกที่จะเกียจคร้านเสพความสุขสบายเบื้องหน้า เกรงว่าอนาคตของเจ้าคงหยุดอยู่เพียงเท่านี้เช่นกันดังนั้นจงขยันหมั่นเพียรและทำให้ดีที่สุดในทุกๆ วันและแล้วความสำเร็จที่เจ้าวาดฝันจะมาถึงเอง”
ท่านคณบดีเคราขาวพยักหน้าตอบรับทั้งยังกล่าวเตือนสติและให้กำลังใจเซียถงในเวลาเดียวกันประกายตาของเขาที่จับจ้องสาวน้อยตรงหน้า มันเปี่ยมล้นไปด้วยแสงแห่งความหวัง...
กล่าวคำอำลากันเสร็จสรรพเซียถงเดินผ่านสวนบุปผาท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มอบอุ่นเดินตามทางไปยังประตูหน้าสถานศึกษาเซิงหลิงเพียงลำพังในค่ำคืนนี้นอกจากจะสรรหาใบหญ้าเงินแล้ว นางยังตั้งใจเสาะหาสมุนไพรชนิดอื่นๆมาเพิ่มอีกด้วย ทว่ายังไม่ทันย่างเท้าก้าวออกจากประตูเบื้องหน้าทันใดนั้นพลันปรากฏเงาร่างอรชรงดงามสายหนึ่งเขาขวางทางเซียถงเอาไว้เสียก่อน
“อาจารย์หยุนซี?”
เซียถงเลิกคิ้วมองไปยังหยุนซีที่จู่ๆก็ปรากฏตัวจากข้างทาง ทั้งยังเข้าขัดขวางเส้นทางเดินของนางอีก
“นี่มันใกล้ค่ำแล้วไฉนไม่กลับไปหลอมกลั่นโอสถพลางหลับคาเตาหลอมแทนล่ะ? เสียทั้งเวลาทั้งแรงกายเพื่อเก็บสมุนไพรบนภูเขาให้มันได้อันใด?วันหลังเจ้าไม่ตองตรากตรำเพียงนี้แล้ว หากขาดเหลืออะไรก็แค่มาหาข้าเป็นพอ”
หยุนซีหรี่ตาลงดวงตาคู่สวยสีดอกท้อคล้ายกับว่ากำลังยิ้มแย้มดูใจดีมากและไม่เพียงแค่กล่าวคำลอยโดยเปล่า นางคว้าตะกร้าไม้สานในมือของเซียถงออกมาใช้มืออีกคว้าหิ้วปีกเซียถง ลากกลับไปยังห้องพักของนางโดยไวพร้อมทีท่ากระฉับกระเฉง
“เอ่อ...ท่านอาจารย์หยุนซีกินยาลืมเขย่าขวดกระมัง?”
แปลกมาก!นี่เป็นคำอุทานแรกที่เปล่งดังขึ้นมาในหัวของเซียถงโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรอยยิ้มกริ่มบนใบหน้าและสายตาของอีกฝ่ายไม่ว่าจะดูอย่างไรกลับรู้สึกไม่สบายใจเลยแมสักนิด!
เพราะเมื่อใดที่หยุนซีปั้นหน้ายิ้มแย้มเช่นนี้นั้นหมายความว่า มักจะมีแผนการชั่วร้ายถูกคิดขึ้นแล้วในหัวของนาง!
“ไฉนเจ้าต้องมองข้าเช่นนั้น?ข้าไม่กินเจ้าหรอก”
หยุนซีที่ถูกสายตาตื่นตระหนกของเซียถงเข้าจับจ้องไม่คลายอ่อนนางก็เลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวต่อปนน้ำเสียงไม่พอใจว่า
“เซียถงตั้งแต่ที่เจ้าเข้ามาเรียนที่สถานศึกษาเซิงหลิงก็มักจะมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้อยู่เสมอข้าก็แค่อาจารย์ตัวน้อยคนหนึ่งที่มีหัวใจมีความรู้สึก ข้าเองก็เศร้าเสียใจเป็น...”
พูดจบหยุนซีก็คว้าผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งขึ้นมา ทำเป็นเช็ดน้ำหูน้ำตาเบี่ยงศีรษะเลี่ยงหลบทำตัวเสมือนนางเอกที่ไม่อยากให้ผู้ใดรับรู้ถึงความเศร้าโศกของตน
“ว้า! แย่จัง!”
ต่อหน้าการแสดงที่สุดจะเสแสร้งเกินจริงของหยุนซีเล่นเอาเซียถงหยุดขำไม่ได้ หลังครุ่นพินิจสักครู่หนึ่ง นางก็หันหน้าไปทางหยุนซีและยิ้มถามขึ้นว่า
“ท่านอาจารย์หยุนซีคงอยากจะถามใช่ไหมว่า โอสถฟืนชีพที่ข้าให้องค์รัชทยาทกินในวันนี้ข้าเป็นคนหลอมกลั่นเองกับมือจริงหรือไม่?”
ก่อนที่เซียถงจะกล่าวจบดีหยุนซีรีบยืดตัวเชิดแผ่นอกขึ้นมาละทิ้งสีหน้าเสแสร้งที่ดูเศร้าสร้อยเกินจริงทิ้งไป แทนที่มาด้วยความเคร่งขรึมนัยน์ตาสีดอกท้อสั่นไสว เอ่ยถามปนน้ำเสียงประหม่าเล็กน้อยว่า
“ถูกต้องเจ้าเป็นคนหลอมกลั่นโอสถฟื้นชีพเองใช่หรือไม่?”
เซียถงพยักหน้าตอบไปตามตรง
“ใช่!”
ได้ฟังดังนั้นหยุนซีก็เริ่มขมวดคิ้ว สายตาดูล่อกแล่กราวกับกำลังกระวนกระวายใจสีหน้าดูตื่นตัวขึ้นมาก จากเมื่อครู่ จองเซียถงเขม็ง กล่าวถามย้ำเสียงเข้มขึ้นว่า
“ที่เจ้ากล่าวเป็นความจริง?”
เซียถงมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมพยักหน้ายืนยันคำตอบอีกครา
“ตอนนี้เจ้ากลายมาเป็นราชาโอสถแล้ว?”
จู่ๆหยุนซีก็ออกแรงคว้าแขนของเซียถงเข้ามาใกล้ เอ่ยถามด้วยท่าทีแสนร้อนใจ
“ใช่แล้วแต่เพียงชั้นต้นเท่านั้น”
เซียถงกล่าวตอบ
“ไม่อยากจะเชื่อเลย...”
หยุนซีมองหน้าสบสายตากับเซียถงอยู่นานก่อนจะส่ายหน้าอานด้วยความเหลือเชื่อ นางไม่คิดไม่ฝันเลยสักนิดว่าเซียถงจะสามารถเลื่อนขั้นกลายมาเป็นราชาโอสถได้แล้วภายในเวลาแค่หนึ่งเดือนแม้จะทราบมาอยู่ก่อนแล้วว่า ภายในกายของสาวน้อยคนนี้มีธาตุไฟที่แกร่งกล้าอย่างยิ่งแถมธาตุไม้เองก็โดดเด่นมิใช่อ่อนด้อย แต่ถึงแบบนั้น พอได้ฟังคำตอบกับหูตัวเองหยุนซีก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
เซียถงขมวดคิ้วจ้องหน้าอีกฝ่ายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรพอทอดสายตามองตรงเข้าไปในดวงตาคู่นั้นนางก็สังเกตเห็นหลายหลากคลื่นอารมณ์ที่แสนซับซ้อนยิ่งยวดพัลวันอยู่ภายใต้นัยน์ตาไสวสีดอกท้อบริสุทธิ์ทั้งความรู้สึกเหลือเชื่อ ตื่นเต้น วิตกกังวล และก็ความเศร้าโศก...
“เซียถงอาศัยความเร็วระดับนี้ของเจ้าคิดว่าใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะบรรลุกลายเป็นปราชญโอสถได้?”
ไม่นานจากนั้นหยุนซีก็กุมมือเซียถงเอาไว้แน่นหนา เอ่ยปากถามขึ้นมาอีกครั้งทว่าครานี้กลับไม่เหมือนกันคราก่อนๆ ที่เคยมีมาประกายสายตาของอีกฝ่ายที่มีให้มันเปี่ยมล้นไปด้วยแววความคาดหมายสุดคนานับ
หยุนซีออกแรงบีบมือซะแน่นทำเอาเซียถงรู้สึกถึงกระแสเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาราวกับกระดูกมือกำลังถูกบดขยี้ทว่าอย่างไร นางก็มิได้ผลักอีกฝ่ายออกไปเพียงขมวดคิ้วข่มความเจ็บปวดเหล่านั้นเอาไว้ และกล่าวกับหยุนซีว่า
“ศิษย์คิดว่าอีกไม่นานนัก”
เมื่อได้ยินคำตอบของเซียถงดวงตาคู่นั้นของหยุนซีเป็นประกายงดงามระยิบระยับขึ้นทันควันนางในตอนนี้ช่างงดงามเกินบรรยาย และสวนกว่าทุกวันที่ผ่านมา ทุกอณูผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใสเปี่ยมความสุขล้นปรี่พรรณนาเทียบเคียงดั่งบุปผาที่บานสะพรั่งยามฤดูใบไม้ผลิ
“เซียถงเมื่อใดที่เจ้ากลายมาเป็นปราชญ์โอสถได้ ให้รีบเดินทางมาบอกข้าทันที!”
“ตกลง!”
เซียถงพยักหน้าตอบตกลงโดยไม่มีลังเลเพราะนางทราบดีว่าหยุนซีจะต้องมีความลับอะไรสักอย่างอยู่เบื้องหลังและต้องการความช่วยเหลือจากนักหลอมโอสถระดับปราชญ์โอสถขึ้นไปตราบใดที่สามารถตอบสนองความปรารถนาของหยุนซีคนนี้ได้นางก็จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ
หยุนซีหัวเราะยิ้มแย้มออกมาโดยไม่มีเก็บซ่อนใดๆซึ่งรอยยิ้มดังกล่าวมันไม่เหมือนกับรอยยิ้มอันแสนเจ้าเล่ห์ที่นางเคยมีมาทว่าคราวนี้กลับเป็นรอยยิ้มจากก้นบึ้งหัวใจอย่างแท้จริงกระทั่งเซียถงก็ยังสัมผัสได้ถึงความสุขที่กลั่นออกมาจากใจของอีกฝ่ายมันเป็นของจริงมิใช่มายาดั่งทุกครั้งที่ผ่านมา ทำเอาเซียถงอดยิ้มตามมิได้