ตอนที่7 งานเลี้ยงบ้านตระกูลพยัคฆ์เหิน
4ปีก่อนในวันที่ฝนตกเด็กสามคนวิ่งลอดรั่วเหล็กที่ขาดจนเกิดรูสุนัขลอดออกมาจากสถานที่แห่งหนึ่งทั้งสามวิ่งฝ่าสายฝนที่เทกระหน่ำมาจนถึงใต้อาคารแห่งหนึ่งที่ที่เป็ตึกร้างห้าชั้น พวกเขาวิ่งเข้าไปหลบฝนอยู่ด้านในเมื่อคิดถึงเื่ที่เพิ่งได้เห็นมาเมื่อครู่ก็ทำให้ก๊อตตาเป็ประกายหันไปพูดกับเบจ
“สุดยอดจริงๆ นี่ซินะที่เขาเรียกกันว่าสังเวียนเถื่อน”
“ใช่ไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่ามันสุดยอด”
เบจพูดขึ้น
“แต่มีนาคิดว่ามันน่ากลัวออกนะ”
เด็กหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มพูดขึ้น
“โธ่มีนา มีเราอยู่ทั้งคน เราไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรเธอได้หรอก”
ก๊อตพูดอย่างมั่นใจเพราะถึงแม้ตอนนี้เขาจะเป็แค่เด็ก12ย่าง13ปีแต่นับว่าเป็อัจฉริยะในด้านการต่อสู้ที่มีบ้านตระกูลหลักของพยัคฆ์เหินเป็คนสนับสนุนค่าใช้จ่ายในเื่การฝึกฝนพลังในการต่อสู้
“นี่เบจ ฉันอยากจะทำอะไรบางอย่างแกจะเอาด้วยกับฉันไหมวะ”
อยู่ๆก๊อตก็พูดขึ้น
“อะไรวะ”
“ฉันจะตั้งบริษัทรับเดิมพันสังเวียนเถื่อนฉันเบื่อที่จะใช้เงินของพวกบ้านตระกูลหลักงี่เง่าที่ชอบพูดยกตนข่มท่านพวกนั้นจะตายอยู่แล้วพูดอยู่ได้ว่าใครคือตระกูลหลัก ใครคือตระกูลรอง ฉันล่ะเบื่อ”
“แกจะทำยังไงวะ”
“สังเวียนเถื่อนคือเวทีสำหรับพวกนักสู้หรือผู้ตรวจตราและนักสำรวจที่ไม่ค่อยจะมีงานทำใช่ไหมฉันคิดว่าจะหานักสู้ที่เก่งๆซักคนที่ยังไม่มีผลงานในสังเวียนเถื่อนมาลงแข่งแล้วปั่นเดิมพัน”
หากคำพูดนี้ออกมาจากปากของเด็กคนอื่นเบจก็คงจะหัวเราะเยาะแล้วเดินหนีไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้จากปากเพื่อนรักอย่างก๊อตก็ทำให้รู้สึกว่ามันอาจจะเป็ไปได้
วันต่อมาก๊อตและเบจได้ตามหานักสู้ที่แข็งแกร่งจนไปพบกับอาม ชายร่างท้วมผิวคล้ำผมหยิกที่มีอายุ15ปีถึงจะเป็แค่เด็กมอต้นแต่พละกำลังของมันนับว่าแข็งแกร่ง ก๊อตไปเจอมันกำลังวิวาทชกต่อยกับนักเรียนมอปลายอยู่เด็กมอปลายสิบกว่าคนโดนอามคนเดียวซัดจนหมอบกลับกันอามเพียงแค่าเ็เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเมื่อยื่นข้อเสนอเรียบร้อยอามก็กลายมาเป็พนักงานคนที่สามของบริษัท
จากนั้นไม่นานเด็กชายสองคนก็เข้ามาร่วมด้วยจากการแนะนำของอามคนหนึ่งเป็เด็กสวมแว่นตัวเตี้ยชื่อเสรีและอีกคนเป็เด็กหัวฟูตัวสูงชื่อโบ๊ทเสรีทำหน้าที่สร้างข่าวเกี่ยวกับนักสู้ในสังเวียนเถื่อนเพื่อปล่อยออกไปให้นักเดิมพันอ่านข้อมูลนับว่าแน่นปึกทำให้รู้ว่าคนไหนมีโอกาสจะชนะ คนไหนมีโอกาสจะพ่ายแพ้ส่วนโบ๊ทมีหน้าที่ทำเว็บเดิมพันออนไลน์เมื่อปล่อยข้อมูลของนักสู้ที่จะขึ้นสังเวียนไปแล้วก๊อตก็ส่งอามที่เป็นักสู้โนเนมขึ้นสังเวียนโดยสองสามครั้งแรกให้อามแกล้งแพ้อย่างราบคาบ และสำหรับครั้งต่อไปอัตราเดิมพันของอามก็ขึ้นสูงกิจการของพวกเขาก้าวหน้าไปมากในเวลาไม่นาน ก็มีพนักงานเข้าร่วมอีกหลายคนนักสู้ก็มีมากขึ้นเช่นกัน ก๊อตกลายมาเป็พี่ใหญ่ส่วนเบจกลายเป็พี่รองของพวกเขาจนในวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น
ก๊อตประสบอุบัติเหตุพร้อมกับแม่ของเขาเป็ผลให้แม่ของเขาตายไปส่วนก๊อตก็กลายเป็คนที่สมองสั่งการช้าพลังการบ่มเพราะสลายหายไปจนหมดสิ้นกลายเป็แค่คนพิกลพิการที่ไร้ประโยชน์ยังดีที่มีเบจคอยจัดการทุกเื่แทนจึงทำให้บริษัทยังคงสามารถอยู่ต่อได้เวลาผ่านไปจากเพื่อรักกลายเป็คนแปลกหน้า จากคนรักกลายเป็คนรักของคนอื่นจากพี่น้องกลายเป็คนที่คอยกลั่นแกล้ง
“นี่หรือพี่ใหญ่ของเรา”
อามพุดขึ้นเมื่อเห็นเบจพาก๊อตที่อยู่ในอาการเอ๋อๆมาที่บริษัทพร้อมใช้ฝ่ามือหนาๆตบเข้าที่หัวของอีกฝ่ายจนร่างของเขาเซและล้มลงไปกองกับพื้น
“เฮ้ย แกไม่เล่นแรงไปหน่อยหรอถึงยังไงเขาก็เคยเป็พี่ใหญ่เรานะเว้ย”
หญิงสาวชุดม่วงพูดขึ้นเธอชื่อว่าหลิน
“ไอ้เอ๋อเนี่ย แต่ก่อนมันชอบวางท่ากับฉันชอบออกคำสั่งนั่นคำสั่งนี้ คิดว่าตัวเองใหญ่แล้วบ้าอำนาจฉันอยากเอาคืนมันมานานแล้ว วันนี้พี่ใหญ่เบจพามันมา ฉันก็เลยคันไม้คันมือ”
อามกล่าว
“นั่นซิ ฉันก็อยากจะซัดหน้ามันมานานแล้ว”
เสรีพูดขึ้นพร้อมวิ่งเข้าไปแล้วใช้เท้าเตะเข้าที่ใบหน้าของก๊อตดีที่แรงของเสรีมันค่อนจ้างน้อยกว่าคนทั่วไปก๊อตจึงาเ็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
“โอ้ยๆๆ เจ็บ เจ็บ”
ก๊อตนอนกลิ้งกับพื้นด้วยท่าทีน่าเวทนานัก
“แล้วเธอไม่คิดเอาคืนมันบ้างหรอที่มันเคยใช้ครอบครัวของเธอขู่ให้เธอต้องมาทำงานด้วยนะ หลิน”
เสรีพูดขึ้นครั้งตอนที่รู้ว่าหลินคือสาวเชียร์เบียฝีปากดีคนหนึ่งที่ไม่ว่าเธอจะพูดยังไงลูกค้าต่างก็คล้อยตามทุกครั้งก๊อตเลยส่งคนไปสืบข้อมูลของเธอก็ได้รู้ว่าพ่อแม่ของเธอติดหนี้ก้อนใหญ่อยู่กับนายทุนหน้าเืเ้าหนึ่งก๊อตจึงซื้อหนี้ก้อนนั้นของครอบครัวเธอจากนายทุนคนนั้นเพื่อมาขู่บังคับให้เธอมาทำงานด้วยเพื่อล้างหนี้เมื่อนึกถึงเื่เมื่อตอนนั้นเธอก็โกรธขึ้นอีกครั้งก่อนจะคว้าเก้าอี้ตัวหนึ่งขึ้นมากระหน่ำฟาดใส่ร่างของก๊อตไม่ยั้งเมื่อคนอื่นเห็นก็เข้าร่วมตะลุมบอลกัน เบจกับมีนามองดูด้วยความสาแก่ใจ
วันนี้ความทรงจำทุกอย่างผลักดันให้เขาลากร่างของเบจเดินมาจนถึงหน้าตึกห้าชั้นตึกที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็เ้าของมันตึกที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดความอัปยศขึ้นกับเขาจากการที่คนใต้บัญชาการหักหลังและหลุมทำร้ายจนเขาเกือบตายหลังจากโดนรุมกระทืบครั้งนั้นเขาก็หลับไปสามเดือนเต็มๆเมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็กลายเป็คนที่กลัวทุกอย่าง กลัวคนแปลกหน้ากลัวการเข้าสังคมแต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะคนที่อยู่ในร่างนี้ไม่ใช่ก๊อตคนเดิมแต่เป็การอนผู้พิทักษ์คนสุดท้ายแห่งเอลอน่าคนที่เคยตัดหัวผ่าร่างของมนุษย์และปีศาจมานับหมื่นนับแสน
เมื่อยามร่างกำยำสิบกว่าคนเห็นเบจในสภาพนี้พวกมันก็เดาเหตุการณ์ได้ทันที พวกมันกรูกันเข้ามาหาก๊อตโดยพร้อมเพียงไอสังหารแผ่กระจายออกมา ทว่าพวกมันกลับต้องตกตายด้วยน้ำมือของก๊อตลงมือเพียงพริบตาก็สามารถจัดการชายร่างกำยำสิบกว่าคนได้ในทันที จากนั้นก๊อตก็ลากร่างของเพื่อนรักขึ้นมาที่ชั้นห้าเคาะประตูสองสามทีแล้วเหวี่ยงร่างของเบจไปชนกับประตูจนประตูถูกผลักจนเปิดออก
“เฮ้ย”
เสรีที่ยืนอยู่ตรงนั้นร้องออกมาด้วยความใเมื่อเห็นสภาพของเบจและมันยิ่งช็อคขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเห็นก๊อตยืนอยู่ด้านหลังบนพื้นเต็มไปด้วยร่างไร้สติของยามเฝ้าตึกที่พวกมันจ้างไว้
“สวัสดี ลูกน้องที่รักทุกคน”
ก๊อตแสยะยิ้มน่ากลัวจนเสรีะโพรวดถอยออกไปไกลด้วยรองเท้าสปริงไฟฟ้า
“ไอ้สวะเอ้ย กล้าดียังไงมาทำร้ายพี่ใหญ่ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วซินะ ตาย”
อามพุ่งเข้ามาด้วยพละกำลังที่เหนืุ์ของมันบวกกับสปริงไฟฟ้าในรองเท้าส่งผลให้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดหากเป็คนธรรมดาอาจจะโดนการโจมตีของมันกระแทกจนร่างเละไปแล้วแต่ก๊อตเพียงแค่ขยับตัวนิดหน่อยก็สามารถหลบการโจมตีของมันได้เท้าที่เตะออกมาเลยเตะไปโดนประตูจนแหลกเป็เศษเล็กเศษน้อย
“แกยังอ่อนหัดเหมือนเดิมเลยนะ น้องสาม”
ก๊อตกล่าวอย่างเยือกเย็นก่อนจะคว้าหมับเข้าที่แข้งมันเพียงจับเบาๆกลับทำให้อามขยับขาแทบไม่ได้ เสียงกร๊อบของกระดูกที่แตกหักของมันดังขึ้นความเ็ปแปบทำให้มันแทบร้องไห้ออกมา
“การต่อสู้ของจริงมันเป็ยังไง ฉันจะสอนแกเอง”
ก๊อตพูดขึ้นพร้อมกับออกแรงเหวี่ยงร่างใหญ่ๆของมันออกไปปานโยนนุ่น
เพล้ง
ร่างของอามพุ่งเข้าที่หน้าต่างกระจกจนทะลุร่วงตกลงไปที่ชั้นร่างกระดูกทั่วร่างแตกหักเืไหลนองพื้นลมหายใจรวยระรินทุกคนที่เห็นต่างตัวสั่นกลัวไปตามๆกันโดยเฉพาะมีนา เธอกลัวจนผิวหน้าซีดขาวร่างกายสั่นเทานั่งกอดเข่าอยู่ที่โซฟา
“ตัวเกะกะหายไปแล้วเรามาต่อเื่ของเรากันเถอะ”
เมื่อจัดการอามไปแล้วก๊อตก็หันมาพูดกับทุกคนที่อยู่ในห้องทุกคนต่างพากันก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัวความหวาดกลัวจับจิตเกิดขึ้นอยู่ในใจของพวกมันทุกคน ก๊อตไม่ได้ใส่ใจอาการของพวกมันแต่เดินเข้าไปนั่งโซฟาข้างๆมีนายื่นมือเข้าไปหาเธอแล้วลูบที่ผมดำเงา มีนาตัวเกร็งจนสั่นมือของอีกฝ่ายขยุ้มผมของเธอแล้วกระชากเหวี่ยงร่างของมีนาให้ล้มลงไป
“นังแพศยาอย่างแก ไม่มีค่ามานั่งข้างฉัน”
ก๊อตเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็นทำให้อีกฝ่ายได้แต่ก้มหน้าหลบไปใจหนึ่งก็กลัวอีกใจหนึ่งก็โกรธแค้นจนอยากจะสับอีกฝ่ายเป็หมื่นๆชิ้นในเดี๋ยวนี้เลย
“บริษัทใหญ่โตดีนิได้ข่าวว่าพวกแกใช้บริษัทที่ฉันใช้เงินส่วนตัวลงทุนไปมาฟันกำไลมหาศาลนักต่อนักแล้วใช่หรือไม่ แล้วไหนล่ะ ส่วนแบ่งที่ฉันควรจะได้”
ก๊อตเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของแรงกดดันที่ทำให้พวกมันตัวแข็งทื่อ
“ไม่มี ทำไมแกกลับมาวะ ทำไมไม่ตายๆไปซะ”
เสรีกล่าวขึ้นด้วยท่าทีกลัวๆกล้าๆ
“โอ้ นั่นไม่ใช่คำตอบที่ฉันคนนี้้าหุบปากไปซะ”
ก๊อตบอกพร้อมยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ปากตัวเอง
“ทนไม่ไหวแล้วเว้ย ไอ้บัดซบนี่มันจะรังแกกันมากเกินไปแล้ว”
เสรีทนไม่ไหวะโพรวดเข้ามาหาก๊อตทันทีด้วยอานุภาพของรองเท้าสปริงไฟฟ้าทำให้ร่างของมันเหมือนหายวับไปแล้วปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของอีกฝ่ายอย่างฉับพลันมันยกขาขึ้นแล้วหวดลงมาที่หัวของก๊อต
หมับ
มือที่งองุ้มเป็กรงเล็บคว้าหมับที่น่องของมันนิ้วทั้งห้ากดเข้าไปจนกล้ามเนื้อน่องของมันเกิดการฉีกขาดก๊อตบิดมือทำให้น่องของมันยิ่งเ็ป
“อ้าคคคค”
เสรีร้องลั่นด้วยความเ็ปไม่ว่ามันจะออกแรงยังไงก็ไม่สามารถดึงขากลับมาได้
“แกรนหาที่เองนะ”
ก๊อตกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าโเี้ก่อนจะยกร่างเล็กๆของอีกฝ่ายขึ้นแล้วฟาดลงพื้นอย่างแรงเสียงดังปัง!
“อั่ค”
เสรีส่งเสียงออกมาคำหนึ่งก่อนที่ตาจะเหลือกขึ้นข้างบนกลายเป็ขาวขุ่นฟันในปากหลุดร่วงไปหลายซี่ กระดูกกรามหัก เืพุ่งออกจากปากคำใหญ่
ตุบ
ก๊อตปล่อยร่างที่อ่อนระทวยของอีกฝ่ายลงพื้นเสรีนอนหายใจรวยรินคนอื่นๆต่างพากันตัวสั่นขึ้นหนักกว่าเดิมเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นที่หน้าผากพวกมัน โดยเฉพาะเบจและมีนา
“เรามาต่อกันดีกว่า ในเมื่อหุ้นส่วนหายไปสองแสดงว่าส่วนแบ่งก็ย่อมต้องเพิ่มขึ้นมาอีก หากพวกแกเล่นตุกติกอีก ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
ก๊อตนั่งลงที่โซฟาดังเดิม
“200ล้าน นั่นคือส่วนแบ่งของฉัน”
เมื่อเห็นพวกมันเงียบก๊อตเลยพูดขึ้นก่อนเมื่อได้ยินพวกมันก็นั่งกันไม่ติดทำท่าทางกระวนกระวายซึ่งท่าทางของพวกมันทำให้ก๊อตยิ้มออกมา
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ”
อยู่ๆก็มีเสียงคนเดินเข้ามาแล้วพูดขึ้นก๊อตหันไปทางประตูก็เห็นชายร่างกำยำสูงใหญ่สี่ห้าคนเดินเข้ามาพวกมันคงจะเป็นักสู้ในสังกัดบริษัทแห่งนี้ที่ถูกส่งไปยังสังเวียนเถื่อนเมื่อเห็นกำลังสมทบกลับมาพวกมันก็ใจชื่นขึ้น จากความหวาดกลัวกลายเป็เคียดแค้นโบ๊ทลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวเสียงดัง
“มันคือโจรที่คิดจะมาปล้นเงินพวกเราพวกแกฆ่ามันซะ”
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งขมวดคิ้วถามว่า
“เป็มันเองหรอที่จัดการพี่อามที่นอนจมกองเือยู่ด้านล่าง”
“ใช่ มันนั่นแหละ”
โบ๊ทกล่าวอย่างได้ใจ
“ฮะๆ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอจัดการเลยแล้วกัน”
ชายตัวใหญ่ที่สุดกล่าวแล้วเดินเข้ามาหาก๊อต มันทำท่าหักนิ้วมือเสียงดังกรอบแกรบเมื่อเดินเข้าไปใกล้มันก็ยื่นมือเข้าไปคว้าที่ไหล่ของอีกฝ่ายแล้วออกแรงยกขึ้นทว่าทำอย่างไรมันก็ไม่สามารถยกร่างของก๊อตขึ้นได้ทั้งๆที่ขนาดตัวของก๊อตดูเล็กกว่ามันเกือบสองเท่า มันออกแรงจนใบหน้าแดงก่ำก็ยังไม่สามารถยกขึ้นได้
ก๊อตที่นั่งนิ่งจนถึงเมื่อครู่ก็ลุกขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะคว้าหมับเข้าที่หัวของมันแล้วกระชากลงมาเข่าขวาของก๊อตยกขึ้นกระแทกกับหน้าผากใหญ่ๆของมันอย่างแรงขนร่างของมันเซถอยไปข้างหลังสองสามก้าวแล้วล้มหงายหลังนอนสลบไปบนหน้าผากของมันมีรอยยุบลงไปและปริแตกมีเืซึมออกมาจากาแอาบใบหน้าของมันอีกด้านของก๊อตมีกำปั้นขนาดใหญ่ของใครบางคนซัดเข้ามาด้วยความไวเขาเบี่ยงตัวหลบแล้วยื่นมือคว้าจับแขนของมันไว้ก่อนจะออกแรงนิดหน่อยเพื่อเหวี่ยงร่างขนาดใหญ่ออกไปร่างของชายคนนั้นลอยไปกระแทกกับโต๊ะคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งจนพังยับคนที่เหลือเห็นเพื่อนถูกจัดการไปสองคนในเวลาไม่ถึงนาทีก็ไม่กล้าขยับร่างกายแข็งค้าง
“เฮ้อ ฉันจะให้โอกาสพวกแกอีกครั้งเดียว”
ก๊อตเดินอย่างเกียจคร้านไปตรงหน้าของโบ๊ท
“ฉันได้ยินว่าพวกแกได้กำไลมา200ล้านพอดีซินะเอาอย่างนี้แล้วกันโอนมันมาที่บัญชีของฉัน แล้วจากนั้นเราก็ไม่ต้องติดค้างกันอีก”
ก๊อตพูดพร้อมดึงร่างที่อ่อนระทวยของโบ๊ทขึ้นมากดเข้าที่สมาทร์วอทจองฝ่ายตรงข้าม เข้าแอพบัญชีธนาคารแล้วโอนเงินจำนวน200ล้านเข้าที่บัญชีตนก่อนจะลบข้อมูลบัญชีออกจากแอพของโบ๊ท
“ต่อจากนี้เราไม่เกี่ยวจ้องกันอีกใครหน้าไหนคิดจะลองดีก็อย่าคิดว่าฉันจะใจดีปล่อยไปเหมือนในวันนี้”
พูดจบเขาก็หันกายเดินออกจากห้องและลงบันไดจากไปโดยไม่หันมามอง
เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็ได้แต่แปลกใจเมื่อเห็นบางคนกลับมาบ้านชายวัยกลางคนคนหนึ่งร่างสูงผอมหน้าตาแสดงแววอ่อนล้ากำลังยิ้มแย้มพูดคุยกับแม่เลี้ยงของตนอยู่แกรนกอดร่างของชายคนนั้นด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขพ่อของก๊อตทำงานหนักอยู่ที่กองบัญชาการ เขาเป็หัวหน้าแลบทดลองนานๆทีจะได้กลับมาบ้าน
“พ่อ”
ก๊อตกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าก๊อตมีท่าทีต่างไปจากเดิมอีกฝ่ายก็ตะลึงตาค้างทั้งนิสัยทั้งรูปร่างและการแสดงออกของก๊อตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่ก๊อตไอ้เอ๋อที่สมองสั่งการช้าอย่างในอดีตที่ผ่านมาแต่กลับไปเป็ก๊อตที่เหมือนตอนอยู่ประถมคนนั้น
“ก๊อต”
พ่อของเขาเดินเข้ามาตบเข้าที่บ่าเขาเบาๆใบหน้าฉายแววปิติยินดีออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ครับ ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ”
ก๊อยเอ่ยยิ้มๆ
“ฮ่าๆ ลูกหายแล้วจริงๆพ่อคิดว่าพ่อบ้านวสันต์พูดจาเลอะเลือนเสียอีก”
พ่อพูดขึ้นพร้อมยกมือขึ้นทำท่าบาดน้ำตาตัวเองก๊อตได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกับอาการของฝ่ายตรงข้าม
“เอาล่ะ ในเมื่อลูกหายดีแล้วก็ดีวันพรุ่งนี้ก็ไปงานเลี้ยงบ้านตระกูลพยัคฆ์เหินกับพ่อ”
พ่อของเขากล่าวขึ้น
“ไม่ได้นะคะคุณพี่คุณพี่ตกลงว่าจะให้กวินไปแล้วไม่ใช่หรอคะ”
แม่เลี้ยงตัวดีโพล่งขึ้นอย่างรีบร้อนสายตาหมาดร้ายจ้องมาที่ก๊อต
“ก็ไปกันหมดนี่แหละ ทั้งตาก๊อต ยัยหนูแล้วก็ตากวินด้วยเธอก็ด้วย”
ชายกลางคนเอ่ยพร้อมลูบหัวแกรนเบาๆอย่างเอ็นดู
“แต่...”
แม่เลี้ยงคิดจะเอื้อนเอ่ยบางอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา หล่อนจะยอมได้อย่างไรในเมื่อกวินลุกชายของเธอไปแทนก๊อตใน่สามปีที่ผ่านมาเดิมทีมันก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรเมื่อเทียบกับลูกหลานตระกูลคนอื่นๆหล่อนจึงได้ส่งกวินไปฝึกฝนวิชาตามที่ต่างๆที่มีชื่อเสียงเพื่อซักวันจะมีฝีมือโดดเด่นขึ้นมาบ้างและถ้าหากตระกูลสายหลักได้เห็นประสิทธิภาพของกวิน ก็จะทำให้ลูกชายตัวเองได้มีโอกาสเข้าไปในตระกูลหลักจากนั้นชีวิตของกวินก็จะรุ่งโรจน์ และตอนนี้กวินก็สามารถบรรลุพลังขั้นหนึ่งได้แล้วถ้าหากก๊อตที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเก่งมาจากไหนไปด้วยก็ต้องบดบังความโดดเด่นของลูกชายเธอซิ เธอจะยอมได้หรือ
“คุณพี่คะ ตาก๊อตเพิ่งจะหายดีไม่สู้ให้แกได้พักผ่อนก่อนซักปีสองปีค่อยให้ไปร่วมงานก็ยังไม่สายนะคะ”
หล่อนพูดขึ้นก่อนที่พ่อของก๊อตจะเดินขึ้นบันไดไปคำที่เรียกตาก๊อตนั้นทำเหมือนว่าเธอสนิทสนมกับอีกฝ่ายมากทำให้อีกฝ่ายหันกลับมาขมวดคิ้วมองและหันสลับไปมองก๊อตที่ยืนอยู่อีกทาง
“คงไม่จำเป็กระมัง ผมฟื้นคืนความทรงจำได้ก็เป็เดือนๆแล้วคงไม่ต้องอุดอู้แต่อยู่ในห้องตัวเองหรอกจะว่าไปงานเลี้ยงของบ้านตระกูลหลักก็มีอาหารน่าอร่อยอยู่เยอะดีกว่าเศษอาหารที่คุณแม่ เลี้ยงให้ผมกับแกรนกินอยู่ทุกวันถ้าไม่ไปก็ถือว่าพลาดมาก”
ก๊อตยกมุมปากยิ้มก่อนจะกล่าวขึ้นมา
“อะไรนะเศษอาหารงั้นเหรอ”
พ่อขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยบางอย่างแต่แม่เลี้ยงรีบร้อนทำเป็ตัดบทกล่าวว่า
“ตะ แต่ไม่กลัวจะโดนคนอื่นหาว่าเราไร้มารยาทหรือคะที่อยู่ๆคนที่ไม่เคยไปร่วมงานเลยตลอดสามปีที่ผ่านมาดันโผล่ไปร่วมงานไม่บอกไม่กล่าวเดี๋ยวเขาจะบอกว่าตาก๊อตไม่เห็นตระกูลหลักอยู่ในสายตาคิดจะมาก็มาคิดจะไม่มาก็ไม่มา”
หล่อนสรรหาคำมาโน้มน้าวสามีตน
“มีอะไรไม่เหมาะสมตาก๊อตเองก็เป็คนในตระกูลพยัคฆ์เหิน มีเืของตระกูลอยู่ในตัว ใครจะว่าไม่เหมาะ”
พ่อของก๊อตกล่าว
“ใช่แล้วครับคุณแม่ เลี้ยง หรือคิดว่าไอ้ เอ่อพี่กวินเหมาะสมกว่างั้นหรอ คนที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีสายเืของตระกูลพยัคฆ์เหินเลยคุณแม่คิดว่าเหมาะกว่าผมที่มีสายเืของตระกูลอย่างนั้นหรอ อยากรู้จังเลยว่าถ้าหากคุณปู่ใหญ่ได้ยินจะคิดยังไง”
ก๊อตพูดขึ้นเมื่อได้ยินคำเ้าหล่อนก็ได้แต่ก้มหน้าซ่อนอาการเคียดแค้นเอาไว้ใบหน้าหล่อนตอนนี้พลันเขียวคล้ำไม่น่ามอง
“เอาล่ะ ตกลงตามนี้แล้วกัน เธอก็ไปบอกกวินให้เตรียมตัวเอาไว้ด้วยฉันขอตัวไปพักผ่อนซักหน่อย”
พูดจบพ่อก็เดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอน
“ฮึ”
ก๊อตแค้นเสียงออกมาก่อนจะจูงมือแกรนเดินจากไปปล่อยให้แม่เลี้ยงใจร้ายยืนนิ่งเก็บความเคียดแค้นเอาไว้อยู่คนเดียวเธอรู้ดีว่าตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ เพราะอีกฝ่ายได้เปลี่ยนไปแล้วเปลี่ยนไปเป็คนที่ไม่ควรจะยุ่งด้วยถ้าไม่ได้วางแผนมาดีพอ
วันรุ่งขึ้นทุกคนขึ้นยานส่วนตัวที่จอดอยู่บนดาดฟ้าคฤหาสน์เพื่อเดินทางไปยังเขต3ของดาวกันต์ดาวกันต์แบ่งออกเป็ยี่สิบเขต แต่ละเขตมีพื้นที่มากกว่า1ล้านตารางกิโลเมตรเท่ากับเขตๆหนึ่งมีพื้นที่ประมาณหนึ่งประเทศการเดินทางนอกจากจะนั่งยานส่วนตัวแล้ว ยังสามารถขึ้นยานลำเลียงที่สถานีขนส่งมวลชนได้และยังสามารถขับรถไปได้ด้วยเพราะมีสะพานข้ามทะเลยาวเชื่อมต่อแต่ละเขตเข้าด้วยกันแต่การขับรถไปต้องใช้เวลานาน
กวินและแม่ของมันนั่งนิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆต่อก๊อตที่นั่งอยู่ที่นั่งถัดมาเลยแม้แต่น้อยก๊อตเองก็ใช่ว่าจะสนใจพวกมันเขานั่งเล่นอยู่กับแกรนส่วนพ่อของเขานั่งเอนร่างหลับอยู่ที่ที่นั่งถัดไปคงเป็เพราะเหน็ดเหนื่อยกับงานมากจนเกินไปจึงทำให้ร่างกายต้องพักผ่อนให้มากเวลาผ่านไปกว่าสิบชั่วโมงยานของครอบครัวก๊อตก็ลงจอดที่ดาดฟ้าแห่งหนึ่งดาดฟ้าของตึกขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าคฤหาสน์ของก๊อตหลายสิบเท่าที่นี่ยังมียานส่วนตัวจอดไว้ก่อนแล้วหลายลำ
ตัวตึกถ้ามองจาก้าจะเป็เหมือนกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีคฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนปราสาทตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านหน้าคฤหาสน์เป็สนามและสวนกว้างรอบๆสนามมีคฤหาสน์หลังเล็กที่มีขนาดเท่าๆกับคฤหาสน์ของก๊อตตั้งอยู่อย่างเป็ระเบียบหลายสิบหลังมีผู้คนมากมายกำลังหลั่งไหลเดินไปยังปราสาทหลังนั้น
ครอบครัวของก๊อตถูกชายคนหนึ่งนำทางไปยังลิฟท์เพื่อลงไปยังชั้นล่างเมื่อมาถึงชั้นล่างทุกคนก็เดินตามชายคนนั้นไปยังปราสาทหลังใหญ่มีผู้คนมากมายเข้ามาทักทายพ่อของเขาบางคนยังคุยกันเหมือนคุ้นเคยกับแม่เลี้ยงและกวินมีบางคนหันมองมาที่ก๊อตและแกรนด้วยสายตาที่สงสัยแต่เมื่อสบตากับก๊อตที่กำลังทำหน้าขึงขังอยู่ พวกนั้นก็รีบหันกลับไป ก๊อตมองดูบรรยากาศโดยรอบส่วนมากยังคงเหมือนเดิมกับตอนที่เขามาครั้งล่าสุดหากแต่รอบๆสวนหน้าปราสาทมีคฤหาสน์ผุดขึ้นมาอีกหลายหลังมนความทรงจำของก๊อตทำให้เขารู้ว่าคฤหาสน์เหล่านี้เป็ของรุ่นเยาว์ของตระกูลสายรองที่มีพร์
พวกตระกูลหลักจะรับเด็กที่มีพร์เ่าั้เข้ามาในตระกูลหลักแล้วมอบคฤหาสน์ส่วนตัวให้แน่นอนด้านในเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์มากมายในการฝึกฝนร่างกายรวมทั้งทรัพยากรอีกด้วยส่วนตึกสิบชั้นขนาดใหญ่ที่เป็เหมือนกำแพงทรงสี่เหลี่ยมที่เห็นอยู่นี่ก็เป็ของตระกูลหลักทั้งนั้นด้านในมีอุปกรณ์มากมายและมีกิจการหลายอย่างด้วยคนที่อยู่ในตระกูลหลักยังได้รับส่วนแบ่งของกิจการทั้งหมดของตระกูลด้วยเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องทำอะไรมากกว่าฝึกฝนก็มีเงินเข้าบัญชีเดือนละล้านเหรียญทองเหตุผลนี้เองที่ทำให้กวินอยากเข้าในตระกูลหลักจนตัวสั่น
“กรีนในที่สุดฉันก็ได้เห็นหน้านายซักที”
เมื่อเดินเข้าไปในงานก็เห็นชายกลางคนสวมสูทสีดำเดินเข้ามาหาพ่อของก๊อตและเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอย่างเป็กันเองเขามีรูปร่างผอมสูงและมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับกรีนพ่อของก๊อตในความทรงจำชายคนนี้คือลูกพี่ลูกน้องของกรีน ชื่อว่ากบนิสัยดีเถรตรงและสนิทกับครอบครัวของก๊อตมากที่สุด ก๊อตสมัยก่อนจะเรียกเขาว่าลุงกบเมื่อแม่เลี้ยงและพี่ชายขิงก๊อตเห็นคนผู้นั้นก็เข้าไปทักทายอย่างคุ้นเคยสามปีที่ผ่านมาพวกมันคงทำความคุ้นเคยกับผู้คนไว้มากทีเดียว
“เอ๋ นั่นมันก๊อตไม่ใช่หรอ”
ลุงกบหันมาทางก๊อตแล้วเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นก่อนจะเดินมาหา
“สวัสดีครับลุงกบ”
ก๊อตเอ่ยทักทายอย่างยิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
แกรนเห็นดังนั้นก็เอ่ยขึ้นบ้าง
“เอ๋ แม่หนูคนนี้ ไม่ใช่แกรนหรอกหรอ”
ลุงกบหันมาหาแกรนก่อนจะอุ้มร่างเธอขึ้นมา
“ลุงไม่ได้เห็นพวกหลานทั้งสองนานเลยดูซิแต่ละคนโตขึ้นมากเลยทีเดียว”
ลุงกบพุดอย่างเป็กันเอง
“ว่าแต่ได้ข่าวว่าหลานไม่สบายตอนนี้หายแล้วหรอ”
ลุงกบหันมาถามก๊อตอีกครั้งก่อนจะวางร่างของแกรนลง
“ก็ดีขึ้นบ้างแล้วครับ”
ก๊อตตอบ
“ลุงขอโทษนะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนเลยพอดีที่บ้านมีเื่ยุ่งยากนิดหน่อย”
ลุงกบพุดขึ้นพร้อมทำสีหน้าหม่นหมอง
“ไม่เป็ไรครับ ขอบคุณครับ”
กีอตตอบ
“ฮึ พวกตระกูลรองชั้นต่ำบ้านตัวเองยังจัดการปัญหาไม่ได้ยังมีหน้ามาทำหน้าระรื่นอยู่อีก เหอะ”
อยู่ๆมีเสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อหันมองตามเสียงไปจะเจอกับชายวัยกลางคนร่างผอมบางสวมสูทสีดำเรียบร้อยใบหน้าแหลมเล็กบริเวณขอบตาหลุบเข้าไปปากกว้างๆและดูท่าทางอ่อนแรงอยู่ทุกขณะมันยืนถือแก้วไวน์ด้วยท่าทีผู้ดีส่งสายตาเย้ยหยันมาทางลุงกบและครอบครัวของก๊อต
คนๆนี้ในความทรงจำของก๊อตนั้นรู้สึกเกลียดขี้หน้าเป็อย่างมากชื่อของมันก็คือกลดเป็ลูกคนที่ห้าของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน มีศักดิ์เป็ลุงของก๊อตซึ่งมีนิสัยเหย่อหยิ่งชอบดูถูกคนอื่นพูดจายกตนข่มท่านทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้มีความสามารถอะไรเลยร่างกายอ่อนแออาศัยเพียงที่เรียนจบด้านการบริหารจึงได้นั่งตำแหน่งสำคัญในกิจการบ้านใหญ่
“ได้ข่าวว่าบ้านของนายกำลังมีปัญหางั้นซินะ”
ข้างๆกันมีชายร่างสูงโปร่งผมสั้นสวมสูทเช่นเดียวกันกล่าวถามขึ้นคนนี้คือลุงกฤษณ์ ลูกชายคนที่สี่ของผู้นำตระกูลเป็อดีตนักสำรวจที่ประสบความสำเร็จมากมายในดาวหลายๆดวง แต่เมื่อปีก่อนได้ประกาศลาออกจากงานนักสำรวจเพื่อมาช่วยกิจการบ้านใหญ่นิสัยเหย่อหยิ่งไม่แพ้กันชอบพูดจากดดันคนอื่น มีลูกชายสองคนลูกสาวหนึ่งคน
“ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก”
ลุงกบตอบกลับไปเสียงเรียบ
“ขอให้เป็อย่างที่พูดก็แล้วกัน”
กลดพูดยิ้มๆก่อนจะหันไปหากรีน
“นายเองก็เหมือนกันเมื่อไหร่จะทิ้งงานกระจอกๆแบบนั้นแล้วมาทำงานให้บ้านใหญ่เสียที”
“ก็ไอ้ฉันมันกระจอกไม่กล้าคิดมาทำงานให้กับที่นี่หรอก”
กรีนกล่าวประชด
“ในฐานะที่ฉันแก่กว่านายฉันเลยอยากจะให้คำแนะนำซะหน่อยนะกรีน นายควรจะมาทำงานที่บ้านใหญ่ซะ ถ้าหากนายมาทำงานให้เราฉันสัญญาว่าลูกของนายจะได้รับยาเพิ่มประสิทธิภาพเหมือนกับเด็กคนอื่นๆในตระกูลหลัก”
กฤษณ์กล่าวขึ้นพร้อมหันมามองประเมินก๊อตที่ยืนอยู่อีกทางกรีนนับเป็คนที่มีพร์คนหนึ่งของตระกูลพยัคฆ์เหินแม้จะเกิดในตระกูลรองก็ตามที แต่ความสามารถด้านการคิดค้นยาหรืออาวุธต่างๆนั้นหาตัวจับได้ยากตระกูลหลักจึงอยากจะดึงตัวเขามาช่วยงานอยู่บ่อยครั้งแต่เขาไม่ได้สนใจที่จะทำงานกับบ้านหลักนักเพราะเขาเกลียดการเย้ยหยันจากคนของตรพกูลหลักเขาจึงไปเข้ากับทางกองทัพแทน
“ฉันได้ข่าวว่าลูกของนายประสบอุบัติเหตุทำให้ปัญญาอ่อนไม่ใช่หรอ ทำไมยังพามันมาด้วยล่ะหรือนายอยากให้ลูกของนายโดนคนอื่นๆหัวเราะเยาะ”
กลดกล่าวขึ้นพร้อมทำท่าหัวเราะถากถางและยังมิวายส่งสายตาเย้ยหยันมาทางก๊อตด้วย
“ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับคุณลุง เอาเวลาไปคิดหาวิธีมีทายาทไว้สืบทอดเชื้อสายตระกูลหลักของคุณดีกว่า”
ก๊อตเอ่ยเสียงเรียบแต่กลับแทงเข้ากลางใจของกลดยิ่งนักใครๆก็รู้ว่าสภาพร่างกายของมันอ่อนแอขนาดที่ว่าไม่สามารถมีทายาทได้ซ้ำยังมีนิสัยไม่น่าคบหาสาวๆคนไหนก็รีบหนีห่างแม้มันจะมีเงินทองมหาศาลก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเข้าหาเมื่อได้ยินก๊อตพูดจาแทงใจใบหน้าของมันพลันบิดเบี้ยวยิ่งอัปลักษณ์กว่าเดิม
“สงสัยสมองคงได้รับการกระทบกระเทือนยิ่งนักถึงได้พูดจาหยาบคายไร้มารยาท”
มันเก็บความแค้นไว้แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ขอโทษครับผมลืมไปเลยว่าลุงไม่สามารถมีลูกได้”
ก๊อตแสร้งทำรู้สึกผิดขอโทษออกมาอีกคำทำให้มันแค้นแทบกระอักเืออกมา
“นึกว่าใครที่ไหนมาปากดีอยู่แถวนี้ที่แท้ก็ไอ้ปัญญาอ่อน อุ้ย ที่แท้ก็อดีตอัจฉริยะคนนี้นี่เอง”
หญิงสาวผมยาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเธอมีใบหน้าที่ดูดีหุ่นของเธอนับว่าสมบรูณ์แบบ ส่วนเว้าส่วนโค้งสะโพกผายหน้าอกใหญ่เป็ที่หมายปองของหนุ่มๆเธอชื่อมิว เป็ลูกสาวคนเล็กของลุงกฤษณ์ อายุ16นิสัยเอาแต่ใจเหย่อหยิ่งเป็เด็กที่มีพร์คนหนึ่ง ตอนอายุสิบสองก็สามารถบรรลุพลังขั้นแรกได้และตอนนี้ก็ใกล้จะบรรลุพลังระดับขั้นสองแล้ว
“ได้ยินเสียงที่คุ้นๆ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นาย”
ชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามามันมีรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาละม้ายคล้ายมิวอยู่หลายส่วน ลูกชายคนโตของกฤษณ์ อายุ19ชื่อแม็ก เด็กอัจฉริยะอีกคน ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็คู่แข่งตัวฉกาจของก๊อตซึ่งตอนนี้มันสามารถเข้าหน่วยผู้ตรวจตราได้แล้ว และยังอยู่ในกลุ่มหัวกระทิอีกด้วยมันจึงไม่เห็นก๊อตอยู่ในสายตาอีกต่อไป
“ใช่ ฉันเอง ฉันกลับมาแล้ว”
ก๊อตพูดขึ้นพร้อมส่งสายตาท้าทายไปยังอีกฝ่ายแม็กได้ยินจึงเดินเข้ามาหาก๊อตแล้วกระซิบเบาๆข้างหูว่า
“แกอย่าคิดว่ามันเป็เหมือนแต่ก่อนเพราะตอนนี้แกไม่มีวันแข่งอะไรกับฉันได้ ต่อให้แกบังเอิญหายเป็ปกติได้แต่ยังไงก็ไม่มีวันไล่ตามฉันทันคนอย่างแกก็ไม่ต่างอะไรกับหนอนแมลงตัวหนึ่งที่ฉันจะบีบก็ตายจะคลายก็ ยังตายอยู่ดี”
พูดจบมันก็เดินจากไป
“ฮึ”
ก๊อตส่งเสียงฮึออกมาพร้อมยกมุมปากยิ้มให้กับความโง่เง่าของอีกฝ่ายเมื่อแม็กเดินจากไปมิวก็เชิดหน้าเดินสะบัดก้นงอนงามจากไปอีกคนก๊อตเองก็คิดจะเดินจากไปเช่นกันแต่กลับได้ยินเสียงฮือดังขึ้นจากทางเข้าทุกคนต่างหันไปมองตามๆกัน
ที่หน้าประตูมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา คนที่เดินนำหน้าเป็ชายชราคนหนึ่งที่มีร่างกายกำยำเหมือนกับชายวัยกลางคนทว่าใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นเส้นผมที่ขาวโพลน เขาคือผู้นำตระกูลพยัคฆ์เหินคนปัจจุบันปัจจุบันอายุ87ปีแต่ยังแข็งแรงอยู่เลยกลิ่นอายของอำนาจแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัดข้างๆกันมีชายวัยกลางคนที่ร่างกำยำสูงใหญ่ผมสั้นหน้าตาดุดันเดินเคียงข้าง เขาคือลุงกรลูกชายคนโตของผู้นำตระกูลเป็นักสำรวจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของดาวกันต์เป็ผู้บัญชาการนักสำรวจในหน่วยของทางการมีอำนาจโยกย้ายคนในหน่วยไปที่ดาวไหนก็ได้
อีกข้างหนึ่งมีชายชรารุ่นราวเดียวกันเดินมารูปร่างผอมแต่กลิ่นอายของอำนาจไม่ได้แตกต่างกันเขาคือผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลอาชา์หนึ่งในห้าตระกูลหลักของดาวกันต์ห้าตระกูลหลักประกอบไปด้วย พยัคฆ์เหิน อาชา์ สิงห์เวหา วิหคเมฆาและมัจฉาวายุหัวหน้าของอีกสามตระกูลไม่ได้มาแต่ส่งผู้าุโมาแทน เป็เพราะพวกเขาไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนตระกูลพยัคฆ์เหินและอาชา์หัวหน้าตระกูลจึงไม่ได้มาด้วยตัวเอง
ที่เดินตามมาคือรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของตระกูลพยัคฆ์เหินและอาชา์ชายหนุ่มร่างสูงผมสั้นคนหนึ่งคือหลานชายคนโตของตระกูล เคน อายุ25เป็ผู้ตรวจตราระดับSที่อยู่ในหน่วยหัวกระทิชั้นยอดและเมื่อเดือนที่แล้วยังสอบเป็นักสำรวจได้และยังอยู่ในหน่วยแนวหน้าอีกด้วยปัจจุบันยังได้รับตำแหน่งสิบสุดยอดไอดอลแอคชั่นของดาวกันต์ โดยเคนอยู่ที่อันดับ3เป็หน้าเป็ตาให้แก่วงศ์ตระกูล
ตามหลังมาเป็หญิงสาวผมยาวที่มีใบหน้างดงามรูปทรงอรชนสวมชุดราตรีสีแดง ถึงจะเจิดจ้าแต่ไม่ได้ดูน่าตลกขบขันเลยแม้แต่น้อยกลับกันมันยังขับความงดงามของเธอออกมาได้ดีอย่างยิ่งเมื่อเธอคนนี้เดินเข้ามาทำให้มิวดูจืดจางลงไปเลย เธอคือหลานคนรองของตระกูลหลักคิตตี้ อายุ19ปี ปัจจุบันเป็ผู้ตรวจตราระดับAสังกัดอยู่หน่วยหัวกระทิ
ที่เดินตามมาข้างหลังคือสาวน้อยสวมชุดราตรีสีเขียวเด่นสง่าเข้ากับใบหน้าที่งดงามปานเทพธิดาบน์ยิ่งดูเข้ากันเธอคือครีน ลูกสาวคนเล็กของลุงใหญ่ ปีนี้อายุ15ปีเธอสามารถสอบเข้าสถาบันการศึกษาสุริยะ ที่เป็สถานศึกษาอันดับหนึ่งของดาวได้ด้วยคะแนนสูงสุดเป็สาวน้อยมหัศจรรย์ที่คนเขาเล่าลือ และตอนนี้เธอก็มีพลังระดับขั้น2แล้วด้วยในการสอบเข้าเป็ผู้ตรวจตราที่กำลังจะเปิดรับสมัคร ครีนก็คิดจะเข้าร่วมด้วยข่าวมาว่าเธอต้องได้เข้าหน่วยหัวกระทิชั้นยอดแน่นอนและที่สำคัญเธอคือคนที่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ่งกับก๊อตอีกด้วย
และที่กำลังเดินเข้าประตูมาก็คือหนึ่งหนุ่มหนึ่งสาว ผู้ชายผมสั้นสีเหลืองหน้าตาดีจมูกโด่งคมสันส่วนหญิงสาวก็หน้าตาละม้ายคล้ายกัน ทั้งสองเป็ลูกหลานตระกูลอาชา์ซึ่งก๊อตไม่เคยรู้จักมักจี่ด้วย เขาเดาว่าคงจะเป็หลานคนที่โดดเด่นของตระกูลนั่นแหละพวกเขาเดินเข้ามาทุกคนในงานต่างพากันมองตามเป็ตาเดียวแน่นอนเพราะเหล่าคนดังมารวมตัวกันแบบนี้ใครจะไม่ใคร่สนใจ นอกจากก๊อตคนที่ยืนดูพวกเขาแล้วยกมุมปากยิ้มขึ้นก่อนจะหันหลังเดินไปอีกมุมหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจครีนแอบเห็นก๊อตที่เดินไปเธอจึงมองตามหลังเขาไปคิตตี้เห็นน้องสาวมองจึงมองตามสายตาเธอไป เมื่อเห็นก๊อตเธอก็ยกมุมปากยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย