“นี่เป็นเสียงของเสิ่นเฟิงหรือ?” เจียงเยี่ยนถามเหลียนจูมีสีหน้าหวาดกลัว “ใช่”
ไม่นานก็ได้ยินเสียง “ตึง” เหลียนจูและเจียงเยี่ยนรีบเปิดประตูห้องวิ่งออกไปดู พบคนผู้หนึ่งไว้ผมสยายหนวดเคราแดง ใส่เสื้อหนังสัตว์ที่ทำมาจากขนสิงโต คอเสื้อเย็บด้วยแผงคอของสิงโต ยืนอยู่ที่ลานกว้างหน้าห้องของเหลียนจู
เทพยุทธเสิ่นเฟิง
“เหลียนจู ไม่ได้พบกันสามปี เจ้าสบายดีหรือ?” เสิ่นเฟิงถาม
เหลียนจูมีสีหน้าหวาดกลัวไม่ตอบ เห็นลานกว้างมีสาวใช้หกคนยืนแข็งทื่อราวกับหิน คาดว่าถูกเสิ่นเฟิงสกัดจุดไว้
เหลียนจูมิได้ตอบ เจียงเยี่ยนกลับกล่าวขึ้น
“เจ้าคือเสิ่นเฟิงโจรราคะหรือ?”
เสิ่นเฟิงขมวดคิ้ว
“เจ้าเป็นใคร?”
“โจรราคาะเช่นเจ้าไม่มีค่าคู่ควรจะถามชื่อข้า” เจียงเยี่ยนตอบ
“เด็กน้อย เจ้าเป็นอะไรกับเหลียนจู?” เสิ่นเฟิงพอเห็นเหลียนจูอยู่ด้วยกับหนุ่มรูปงามหน้าตาดี ก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมา
“ข้าจะเป็นอะไรก็เรื่องของข้า เจ้ายุ่งเกี่ยวได้หรือ?”
เสิ่นเฟิงขมวดคิ้วจนแน่น ความหึงหวงแน่นอก คนชุดดำบริวารมันเคยรายงานว่ามีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งมาช่วยเสิ่นจูไว้มีวิชาดรรชนีกระบี่ร้ายกาจยิ่ง เสิ่นเฟิงคาดว่าเป็นเด็กน้อยผู้นี้จึงตวาดว่า
“เจ้าเด็กน้อย เจ้าใช่คนที่ขัดขวางลูกน้องข้าหรือไม่?”
เจียงเยี่ยนไม่ตอบ เสิ่นเฟิงรู้สึกมีโทสะประดังขึ้นมา มันมีนิสัยวู่วามพุ่งกายเข้าหาเจียงเยี่ยทันที
วิทยายุทธของเสิ่นเฟิงลึกล้ำสมคำร่ำลือ เพียงแค่มันพุ่งกายมาก็เกิดเป็นกระแสลมเสียงดัง มันทำเช่นนี้เพื่อต้องการขู่เจียงเยี่ยนให้หวาดกลัว พอร่างเสิ่นเฟิงใกล้ถึงตัวเจียงเยี่ยนมันก็ต่อยหมัดออก
เคล็ดวิชาสกุลเจียง ใบไผ่ลู่ลม!
เจียงเยี่ยนยังยืนนิ่งกับที่ หากแต่ร่างกายพลิ้วไหวไปมาคล้ายใบไผ่ที่ต้องลมพัด เสิ่นเฟิงต่อยรวดเดียวสามหมัด เจียงเยี่ยนส่ายร่างไหวไปมา หมัดของเสิ่นเฟิงมิอาจกระทบถูกร่างเจียงเยี่ยนแม้แต่น้อย แต่พลังหมัดเสิ่นเฟิงรุนแรงยิ่ง กระแสลมจากหมัดยังกระแทกถูกใบหน้าเจียงเยี่ยนเจ็บแปลบ
เสิ่นเฟิงต่อยอีกหลายหมัดยังคงไม่อาจกระทบถูกเจียงเยี่ยน มันพลันกวาดเท้าเตะใส่ขาเจียงเยี่ยน เด็กหนุ่มพลันกระโดดขึ้นตีลังกาข้ามหัวเสิ่นเฟิง ไปยืนด้านหลังมัน
เจียงเยี่ยนกระแทกฝ่ามือใส่เสิ่นเฟิงทันที ฝ่ามือนี้มีความแกร่งกร้าวประหนึ่งขุนเขาถล่ม
เสิ่นเฟิงรีบหันกาย ต่อยหมัดปะทะฝ่ามือเจียงเยี่ยนโดยตรง แต่เจียงเยี่ยนรีบหดฝ่ามือกลับ จากนั้นสะบัดมือซ้ายจู่โจมท้องน้อยฝ่ายตรงข้าม เสิ่นเฟิงฟันมือขวาใส่ข้อมือซ้ายเจียงเยี่ยน ทำให้เจียงเยี่ยนต้องหดมือกลับอีกครั้ง
เพลงฝ่ามือเจียงเยี่ยนไม่หยุดยั้งขาดตอน คล้ายสายธารหลั่งไหล แต่ยามฟาดออกหนักแน่นดุจขุนเขา ทุกกระบวนท่าล้วนงดงาม เมื่อประกอบกับใบหน้าอันหล่อเหลาของเด็กหนุ่มทำให้เพลงฝ่ามือสูงส่งสง่างามยิ่งกว่าเดิม
ฝ่ามือเทพร่ายกวี!
เสิ่นเฟิงยังคงต่อยหมัดออกอีกหลายกระบวนท่า เจียงเยี่ยนอาศัยวิชาตัวเบาอันลึกล้ำหลบรอดได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นสะบัดฝ่ามือโต้กลับ เสิ่นเฟิงขยับกายหลบเลี่ยงจากนั้นก็ต่อยหมัดออกเช่นกัน
ต่อสู้กันไปได้หลายสิบกระบวนท่า เสิ่นเฟิงรู้สึกรำคาญขึ้นมาจึงต่อยหมัดออกพลังหมัดมีลมปราณเปี่ยมล้น
หมัดเทพราชสีห์!!
หมัดเทพราชสีห์ของเสิ่นเฟิงแกร่งกร้าวรุนแรงถึงขีดสุด เพียงแค่หมัดเดียวก็มีพลังลมปราณกัดดันมหาศาลราวกับขุนเขาลูกใหญ่ถล่มทับ ทำเอาเจียงเยี่ยนอึดอัดหายใจไม่ออก รีบสะกิดเท้าพลิ้วไปด้านหลังทันที
มิคาดพลังหมัดเทพราชสีห์ก่อเกิดเป็นไอสีแดงรูปสิงโตพุ่งตามติด เจียงเยี่ยนใจหายวาบ มันรีบผลักสองมือออก แต่พลังสิงโตแดงนั้นรุนแรงเกินไปกระแทกเขาจนอวัยวะภายในปั่นป่วน
พลังเทพดับสูญ!
เจียงเยี่ยนตัดสินใจข่มกลั้นความเจ็บปวด ดึงพลังเทพดับสูญออกมาใช้ ดวงตาเขาเหลือกขาว เด็กหนุ่มตวาดดังลั่น ทันใดก่อเกิดเป็นไอสีดำขึ้นรอบกายเจียงเยี่ยน ฝ่ามือเจียงเยี่ยนกลับมีประกายสายฟ้าสีทองส่งเสียงดังเปรี๊ยะ
พลังไอสีดำรวมตัวรอบกายเจียงเยี่ยนอย่างแน่นหนาคุ้มครองกายเขาไว้ จากนั้นเกิดแสงสีดำไปกระจายออกทั่วทั้งแปดทิศ กระแทกพลังสิงโตแดงของเสิ่นเฟิงให้สูญสลายไป
เสิ่นเฟิงถึงกับตาโต มันงุนงงว่านี่คืออะไร?
เจียงเยี่ยนเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง เขาพุ่งร่างเข้าหาเสิ่นเฟิงจากนั้นผลักสองมือออกก่อเกิดเป็นพลังสายฟ้าสีทองขนาดใหญ่หลายสิบสายจู่โจมใส่เสิ่นเฟิงทันที เทพยุทธรีบกำหมัดขวาแน่นจากนั้นตวาดออกใช้ด้วยหมัดเทพราชสีห์ หมัดของเขาก่อเกิดเป็นสีแดงเข้มมีใบหน้ารูปสิงโตกำลังอ้าปากคำราม
โครมมมมมมมมมม!!!!
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องยาวนาน พลังฝ่ามือและหมัดปะทะกัน สายฟ้าหลายสิบสายเร่งจู่โจมใส่หมัดเสิ่นเฟิงไม่ยั้ง ทำเอาเสิ่นเฟิงร่างกายสั่นสะท้านเริ่มชาด้านขึ้นมา
หากแต่หมัดเทพราชสีห์ของเสิ่นเฟิงก็มิได้อ่อนด้อย พลังไอสีแดงของมันก็ยังขยายไม่หยุดกลายเป็นรูปสิงโตสยายแผงคอลุกชี้ชัน มีความน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
พลังของทั้งสองปะทะกันยามกะทันหันยากทราบผลแพ้ชนะ แต่เจียงเยี่ยนร่างกายเจ็บปวดทรมานจากชีพจรเทพดับสูญ ใบหน้าเขามีเหงื่อผุดท่วม สีหน้าเจ็บปวดยิ่ง
หากเป็นเช่นนี้เจียงเยี่ยนต้องแพ้แน่!!
เหลียนจูซัดลูกดอกสีทองใส่เสิ่นเฟิง แต่ไอสีแดงจากลมปราณราชสีห์คุ้มครองมันอย่างแน่นหนา ทำให้ลูกดอกสีทองถึงกับถูกไอสีแดงกระแทกหงิกงอไป
เหลียนจูพลันร้องว่า“พอได้แล้ว ข้ายอมไปกับท่าน”
เหลียนจูเห็นเสิ่นเฟิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับก็ร้องอีก“เสิ่นเฟิง ได้ยินหรือไม่ ข้ายอมไปกับท่าน”
แต่เสิ่นเฟิงตอนนี้ปะทะลมปราณกับเจียงเยี่ยน มิอาจรั้งพลังกลับกะทันหันได้ เหลียนจูเห็นเสิ่นเฟิงไม่สนใจมัน นางจึงดึงลูกดอกสีทองออกจากถุงอาวุธลับที่คาดไว้ระหว่างเอว จ่อกับคอตนเอง
“หากเจ้าทำร้ายคุณชายเจียง ข้าก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่”
เหลียนจูพลันใช้ลูกดอกทองแทงใส่คอตนเองทันที!
เจียงเยี่ยนตื่นตระหนกยิ่ง เขาตวาดก้อง “อย่า!”
พลังสายฟ้าที่ฝ่ามือเจียงเยี่ยนพลันเพิ่มจากหลายสิบสายเป็นนับร้อยสาย กระแทกเสิ่นเฟิงจนถอยไปกายไปสองก้าว มีสายฟ้าเล็กๆ สายหนึ่งพุ่งใส่ลูกดอกสีทองที่มือเหลียนจู ทำเอาเหลียนจูร่างกายชาด้านมือปล่อยลูกดอกสีทองทิ้งลงพื้น
เจียงเยี่ยนหอบหายใจอย่างรุนแรง ในชีวิตมันไม่เคยใช้พลังเทพดับสูญมากมายถึงเพียงนี้มาก่อน หากมิใช่คับขันจริงๆ มันคงดึงพลังระดับนี้ออกมาไม่ได้
เสิ่นเฟิงสีหน้าซีดเผือด มันพึมพำว่า “อัสนีแห่งทวยเทพ ไอดำของเหล่าอสูร ดวงใจแห่งราชัน ดับเทพ สยบภูต พิฆาตมาร”
เสิ่นเฟิงถอยกายไปอีกสองก้าวเหงื่อไหลโซมใบหน้าราวกับน้ำตก มันคล้ายเกรงกลัวพลังของเจียงเยี่ยนยิ่ง ครานี้เหลียนจูก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
ทันใดนั้นเสิ่นเฟิงพลันกระโดดขึ้นหลังคาห้องเหลียนจู จากนั้นทะยานกายหายไปกับสายลม!
เจียงเยี่ยนยังรู้สึกเจ็บปวดร่างกายไม่หยุด เขาถึงกับนั่งคุกเข่าลงร่างกายสั่นสะท้าน แม้จะพยายามเร่งลมปราณไปที่ฝ่ามือเพื่อฟาดใส่วัตถุเพื่อระบายความเจ็บปวดออก แต่เขากลับไม่สามารถเร่งลมปราณได้ ลมปราณวนเวียนกัดกินร่างกายเด็กหนุ่มจนเจ็บปวดสาหัส
เจียงเยี่ยนร้องอย่างเจ็บปวดไม่นานก็หมดสติไป!
ไม่ทราบผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด เจียงเยี่ยนลืมตาตื่นขึ้น เขารู้สึกปวดเมื่อยตามตัวอย่างยิ่ง แต่ร่างกายเขาหายเจ็บปวดแล้ว
เห็นเหลียนจูนั่งอ่านหนังสือเฝ้าเขาอยู่ไม่ห่าง พอเหลียนจูเห็นเจียงเยี่ยนขยัยตัวก็รีบเดินมาหาเขาที่เตียง
“คุณชาย ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง”
“เจ็บปวดทั่วตัว แต่นี่เป็นผลจากพลังเทพดับสูญ ไม่นานก็จะหายเอง” เจียงเยี่ยนกล่าว
เหลียนจูพยักหน้า นางกล่าวว่า
“ดื่มยาโอสถกระเรียนของข้าก่อน”
เหลียนจูไปที่โต๊ะ หยิบยามาให้เจียงเยี่ยนทาน หลังจากทานแล้วเจียงเยี่ยนรู้สึกอบอุ่น มีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง
“คุณชาย ท่านรีบไปจากที่นี่เถอะ เสิ่นเฟิงต้องกลับมาอีกแน่”
เจียงเยี่ยนกล่าวว่า
“ไม่ได้ ไปต้องไปด้วยกัน”
“คุณชาย ข้าไปกับท่านมีทำให้ท่านมีอันตราย ท่านไม่เคยมีความแค้นกับเสิ่นเฟิง มันคงไม่ตามทำร้ายท่าน”
“แล้วเจ้าจะยอมให้เสิ่นเฟิงจับไปตัวไปหรือ?” เจียงเยี่ยนถาม
“ถึงข้าหนีไปกับท่าน เราสองคนก็สู้เสิ่นเฟิงไม่ได้”
เจียงเยี่ยนพลันตัดสินใจ
“ที่จริงข้าไม่ใช่จู๋ไข่เยี่ยน ข้าแซ่เจียง ชื่อว่าเยี่ยนเป็นศิษย์ของปราชญ์มารบริสุทธิ์”
เหลียนจูงงวูบ “ท่านว่าอะไร?”
เจียงเยี่ยนรีบเล่าความจริงออกไปเรื่องที่เขาเป็นคนสกุลเจียงและเป็นศิษย์ไป๋เหวินโจว แต่เขาไม่เล่าเรื่องที่หนีออกจากหุบเขาอภิรมย์เพราะเกรงไป๋เหวินโจวจะดูดพลังเขา เพียงแค่บอกว่าเขาออกมาเดินเล่นและได้พบกับเหลียนจูตกอยู่ในอันตรายจึงช่วยเหลือนางไว้
เหลียนจูแทบไม่เชื่อหูตนเอง เจียงเยี่ยนรีบกล่าว
“ข้าเป็นศิษย์ของอาจารย์ไป๋ หากเรารีบไปถึงหุบเขาอภิรมย์ อาจารย์ไป๋อยู่ที่นั่นต้องคุ้มครองเราได้แน่”
เหลียนจูมีน้ำเสียงยินดี
“ที่แท้ผู้มีพระคุณอยู่ที่หุบเขาอภิรมย์ ที่นั่นไกลหรือไม่?”
เจียงเยี่ยนตอบ “ไม่ไกลนัก หากเร่งรีบเดินทางครึ่งวันก็คงถึง”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะรีบไปเก็บเสื้อผ้า และสั่งให้บ่าวรับใช้ออกจากบ้านนี้ไปก่อนเพื่อความปลอดภัย”
เจียงเยี่ยนพยักหน้า เขารู้ว่าชักช้าไม่ได้แล้ว!
เสิ่นเฟิงหลังจากล่าถอยจากบ้านเหลียนจู มันก็พุ่งกายไปยังทิศตะวันออกของเมืองอู่โจว ที่นั่นมีป่าน้อยแห่งหนึ่ง ในป่ามีคนสวมชุดสีชมพูนั่งอยู่ คนที่ยืนข้างคนชุดชมพูคือชายชุดดำที่ถือกระบี่แดง
เสิ่นเฟิงพลันคุกเข่าข้างหนึ่ง ก้มหน้าอย่างสงบเรียบร้อย
คนระดับเสิ่นเฟิงถึงกับคุกเข่าให้คนเสื้อชมพูได้!
“เทพธิดา เด็กน้อยนั่นใช้พลังเทพดับสูญจริงๆ ข้าได้ประลองกับมันแล้ว” เสิ่นเฟิงกล่าว
คนชุดชมพูซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้พลันโบกพัดจีบ ยิ้มพลางกล่าวว่า
“นึกไม่ถึงคิดจับพยัคฆ์แต่กลับได้มังกรแทน”
สีหน้านางปรากฏรอยยิ้มอันงดงามยิ่งกว่ามวลบุปผาใด แววตาคมกริบยิ่งกว่ายอดศาสตราแฝงความมั่นใจเปี่ยมล้น!
----จบตอนที่ 28-----พวกเจียงเยี่ยนจะรอดจากเสิ่นเฟิงได้หรือไม่ โปรดติดตาม เทพธิดาที่ว่าเป็นใคร โปรดติดตามชมการต่อสู้อันสุดมัน ประลองทั้งปัญญาและกำลัง!