………………………….
พอล้มบอสใหญ่ได้ โยเฮก็ยึดอำนาจ ซึ่งก็สำเร็จใน 7 วัน ด้วยมีนักสู้ฝีมือดี(มั้งนะ)อย่างกล้าหนุนหลัง แน่นอนว่าเด็กหนุ่มย่อมได้ทุกสิ่งที่ต้องการ นั่นก็คือคำมั่นสัญญาว่าจะไม่รังแกชาวเมือง พร้อมปล่อยนานะและปู่เป็นอิสระ ทันทีที่ล่วงเลยถึงวันที่ 8 ก็ได้เวลาจากลา
กล้าอยู่ในเสื้อกล้ามแขนกุดแดง ยีนส์เก่าๆ รองเท้าผ้าใบ อันเป็นยูนิฟอร์มประจำตัวที่เซย่าชอบใส่ บนบ่าสะพายถุงเป้ที่ทำจากผ้าดิบ ซึ่งข้างในบรรจุอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ครบครัน และเบื้องหน้าของเขาก็คือเรือเดินทางขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายไปโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น
“ คุณเซย่าจะไปจริงๆหรือครับ ไม่อยู่เสพสุขกับแก๊งใหม่ของผมเหรอ ถ้าเป็นคุณ ผมยกตำแหน่งรองหัวหน้าให้เลย ” โยเฮเริ่มทำหน้าเศร้า เพราะถึงนักเลงวัยกลางคนจะรู้จักกล้าแค่ไม่กี่อาทิตย์ แต่เขาก็รักในฝีมือและน้ำใจของเด็กหนุ่ม
“ ฮะ ฮะ ฮะ ไม่ดีกว่าครับ ผมมีธุระต้องไปทำที่โตเกียว ” กล้าปฏิเสธเบาๆ มุมปากแย้มยิ้มเล็กน้อย
“ อืม…..คนหนุ่มก็มีเส้นทางของตัวเองนะ ว่าแต่คุณจะไปที่มูลนิธิแกรนด์ทำไม หรือจะไปสมัครงานบอดี้การ์ดที่นั่น” แม้โยเฮจะผิดหวังที่ต้องอำลา แต่ก็ยังแอบสงสัยอยู่ดี ด้วยมูลนิธิแกรนด์เป็นของตระกูลคิโดะที่ทรงอิทธิพลระดับโลก ชนิดที่บางครั้งนายกของประเทศนี้ยังต้องให้ความเกรงใจ
“ อ้อ….มะ…ไม่หรอกครับ ผะ…ผมก็แค่จะเดินตามเนื้อเรื่อง ด้วยการเข้าแข่งศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ที่ตระกูลคิโดะจัดขึ้นมา…เท่านั้น ” กล้าตอบเขินๆ ด้วยแอบภาคภูมินิดๆที่จะได้สู้ศึกสำคัญในมังงะระดับตำนาน
“ ฮ้า…เดี๋ยวนะ คุณบอกว่าจะไปแข่งในศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ นั่นก็แปลว่าคุณเป็น……นักสู้เหนือมนุษย์ที่เรียกว่า…เซนต์ ใช่มั้ย ” โยเฮถึงกับติดอ่าง ปากคอสั่นเทาจนหยุดไม่อยู่ และนั่นก็ทำให้กล้านึกแปลกใจ
“ แล้วคุณรู้ได้ไงว่าผมเป็น…เซนต์ ผมจำได้ว่าไม่เคยบอกเรื่องนี้กับคุณนี่นา”
โยเฮรีบเปิดโทรศัพท์ให้กล้าดูแทนคำตอบ มันทำให้เด็กหนุ่มได้เห็นโพสต์หนึ่งในเพจตระกูลคิโดะ ซึ่งอธิบายถึงรายละเอียดของศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ที่จะจัดขึ้นในสามวันข้างหน้า แน่นอนว่าในนั้นระบุไว้ชัดเจนว่านักสู้ทั้งสิบที่เข้าร่วมเป็นผู้มีพลังเหนือมนุษย์ และในตำนานเรียกขานพวกเขาเหล่านั้นว่า…เซนต์
“ โอ้ว….คุณซาโอริประกาศโต้งๆออกทางเพจเลยเหรอ ใจกล้านะเนี่ย แหงล่ะสิ เธอต้องการโชว์พาว์ให้ทางแซงทัวร์รี่รู้นี่นา ” กล้าตกใจจนตาโต ก่อนจะพึมพำเบาๆ อันเป็นการสปอยเนื้อเรื่องล่วงหน้า เพราะเขาดูการ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่ามาหลายต่อหลายรอบจนจดจำเรื่องราวได้ทั้งหมด ทว่าข้อมูลดังกล่าวกลับทำให้โยเฮงงหนักกว่าเก่า
“ เดี๋ยวนะครับ ซาโอริที่พูดถึง ใช่ทายาทของตระกูลคิโดะคนนั้น ใช่มั้ย แล้วคุณหนูนั่นจะโชว์พาว์ไปทำไม แซงทัวร์รี่คือใคร ที่สำคัญสุด ไอ้ที่ว่า…..เดินตามเนื้อเรื่อง มันหมายความว่ายังไง ”
กล้าเกาหัวแกรกๆ เพราะไม่รู้จะอธิบายยังไง ครั้นจะบอกไปตรงๆว่าที่นี่คือโลกของการ์ตูนเซนต์เซย่าที่เขาดูมาตั้งแต่เล็ก ก็กลัวโยเฮจะคลั่งหนักกว่าเดิม เลยเปลี่ยนเป็นตัดบทซะดื้อๆ
“ เอาเป็นว่า….ผมขอบคุณมากที่ให้ทุนเดินทาง ไหนจะเรียกเรือโดยสารให้อีก ขอบคุณจริงๆเลย ลาล่ะครับ คุณโยเฮ ”
“ เฮ้…เดี๋ยวสิครับ คุณยังไม่ได้ตอบคำถามเลย ตกลงคุณเป็นเซนต์จริงหรือเปล่า” โยเฮไม่พอใจที่ถูกกล้าหนีหาย จึงตรงเข้าไปจับแขน พร้อมไถ่ถาม
“ โอ้…..ใช่ครับ ผมเป็นเซนต์ และกำลังจะไปสู้ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ที่ประกาศในเพจ นอกเหนือจากนั้น ผมยังตอบไม่ได้ (ไม่รู้จะตอบยังไง) ขอให้คุณโยเฮเข้าใจผมด้วย” กล้ารีบให้ความกระจ่าง ซึ่งก็บอกได้ไม่หมด แต่แค่นั้นก็พอจะทำให้นักเลงวัยกลางคนเลิกฉุดรั้ง
“ อ่า…โอเค ผมเข้าใจแล้ว ยังไงก็ขอให้คุณโชคดีแล้วกัน โว้ย….ดีใจจังโว้ย นี่เรากำลังคุยกับนักรบในตำนานอยู่เหรอเนี่ย ถึงว่าคุณโคตรเก่งเลย ล้มบอสได้ด้วยตัวคนเดียว ” โยเฮรับคำ ก่อนจะยกกำปั้นขึ้นสูงเป็นเชิงสะใจ ที่ได้รู้จักกับยอดคน ทำเอากล้ายิ้มแหยๆ ในใจแอบขบคิด
“ เหอ เหอ เหอ ผมไม่ได้เก่งขนาดนั้นซักหน่อย ก็แค่โชคดี ได้ร่างของเซย่ามาใช้เท่านั้นเอง”
แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้ขึ้นเรือ ก็มีใครบางคนวิ่งตรงเข้ามา คนๆนั้นเป็นเด็กสาวร่างเล็กที่มีชื่อว่า…..นานะ
“ เอ๊ะ! นั่น…นานะนี่นา ”
“ โอ้…จริงด้วย เด็กสาวคนนั้นมาที่นี่ทำไม ”
ทั้งสองนึกสงสัย เพราะเด็กสาวในชุดนักเรียนญี่ปุ่นนางนี้ไม่ได้สนิทกับกล้าถึงขั้นต้องตามมาส่ง แต่ก็ไม่ได้ไถ่ถามทันที เพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังก้มหน้าลงไปหอบ
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก…..”
กล้าและโยเฮยืนรอให้นานะหายเหนื่อยอยู่พักหนึ่ง เด็กสาวก็เงยหน้าขึ้นมาถาม ดวงตาสดใสแลถมึงทึง ทำให้ใบหน้าหวานๆดูดุขึ้นมาทันที
“ นายคิดจะไป ก็ไปเลยเหรอ ไม่คิดจะร่ำลากันก่อนหรือไง ”
“ อ่า….เอ่อ….”กล้าพูดไม่ออก บอกไม่ถูก เพราะคิดว่าตัวเองเป็นแค่คนแปลกหน้าของนานะเท่านั้น เธอไม่น่าจะมาสนใจเรื่องนี้ ส่วนโยเฮก็สมกับชายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปี เลยพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร จึงปลีกตัวออกห่าง พร้อมอมยิ้มเล็กน้อย
“ หึ หึ หึ ท่าทางนี่จะเป็นเรื่องของหนุ่มสาวสินะ งั้นตาแก่อย่างเราคงต้องถอยก่อนดีกว่า ”
ดูเหมือนว่าอาการอึกอักของเด็กหนุ่มจะทำให้นานะอึดอัด เลยยื่นมือมากระชากคอเสื้อ พร้อมตะคอกใส่หน้า
“ นี่ไม่รู้จริงเหรอว่าทำไม ชั้นถึงต้องแคร์นายขนาดนี้ ”
กล้าอยากบอกตรงๆว่า…ไม่รู้ แต่ก่อนจะได้อ้าปาก นานะก็สร้างเซอร์ไพรส์ ด้วยการโผเข้ามาจูบเต็มปาก ทำให้เด็กหนุ่มอ่อนระทวยในบัดดล ด้วยนี่คือครั้งแรกที่เจอเรื่องแบบนี้
“ อึก……..”
ไม่ใช่แค่กล้าเท่านั้นที่แตกตื่น แม้แต่โยเฮและผู้คนแถวนั้นก็ถึงกับตกตะลึง บ้างก็อ้าปาก ตาค้าง ด้วยไม่คิดว่าจะเจอภาพหวาดเสียวแบบนี้
“ ว้าว…..ไม่เบาเลยแฮะ แม่หนูคนนี้ ”
พอแสดงบทรักกลางแดดได้ครู่หนึ่ง นานะก็ค่อยๆถอยห่าง ใบหน้าจิ้มลิ้มสไตค์เด็กญี่ปุ่นแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาแลขวยเขิน ครู่หนึ่งเจ้าหล่อนก็กลั้นใจกล่าวตะกุกตะกัก
“ นะ…..นี่คือจูบแรกของชั้น นะ…นายมะ…ไม่คิดพูดอะไรเลยเหรอ”
กล้ายืนทื่อ สองขาแข็งเกร็ง ดวงตามองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว สองแก้มบนใบหน้าคมสันแปรเปลี่ยนเป็นแดงจัดยิ่งกว่าเด็กสาวเสียอีก เหตุเพราะหนุ่มน้อยคนนี้เป็นชาวเนิร์ดขั้นสุดที่ไม่เคยสัมผัสผู้หญิงมาก่อน แล้วจู่ๆต้องมาพบกับจูบแรก จึงเป็นธรรมดาที่จะออกอาการช็อค
เหมือนนานะจะอารมณ์แปรปรวนมิใช่น้อย เลยไม่รอให้เด็กหนุ่มหายตะลึง และรีบกระตุกแขนของกล้าทันควัน ปากก็ไถ่ถามเสียงแหลม
“ นี่ตกลงนายจะยืนนิ่งเป็นรูปปั้นถึงไหน พูดอะไรออกมาบ้างสิ ”
“ อะ….อ่า เอ่อ…ผะ….ผมพูดไม่ออกน่ะ วะ…ว่าตะ…แต่ที่นานะทำแบบนี้ หมายความว่าไง ” กล้ายังดึงสติกลับมาไม่หมด เลยตอบเสียงสั่น แต่นานะก็ไม่อาจพูดอะไรได้มากกว่านี้ จึงได้แต่ยืนกระฟัดกระเฟียดด้วยอาการขัดเขิน
“ ชิ….”
โยเฮอยากจะบ้องกระบาลของกล้าซะหลายๆที โทษฐานที่บื้อเกินไป และถ้าเขาเป็นเด็กหนุ่ม คงจะไม่ถามปัญญาอ่อนแบบนี้ พร้อมรีบอยู่ต่ออีกหลายวัน เพื่อสานสัมพันธ์หวานชื่นแบบหนุ่มสาว เนื่องจากตอนยังเยาว์ นักเลงวัยเก๋าก็เป็นเสือคนนึง
“ คุณเซย่านี่ซื่อบื้อชะมัด ผู้หญิงเปลือยใจให้ขนาดนี้ ยังทำบ้าบออยู่ได้ ถ้าเป็นเรานะ สานไมตรีกันยาวๆไปแล้ว”
และเพื่อช่วยให้เหตุการณ์คลี่คลาย โยเฮจึงเรียกลูกน้องอีกคนที่ยืนใกล้ๆเข้ามาหา พร้อมแสร้งทำเป็นสั่งงานด้วยเสียงอันดัง เจตนาส่งต่อให้กล้าได้คิด
“ เฮ้ย! ไอ้บากิมานี่ดิ เอ็งจะเซ่อไปถึงไหนฟะ โตป่านนี้ยังไม่รู้อีกหรือไงว่าผู้หญิงจูบ มันแปลว่า…ผู้หญิงรัก ”
“ อ่า…เอ่อ….ละ…ลูกพี่หมายความว่าไงครับ อ้อ....เข้าใจแล้ว ผมผิดเองครับ และถ้าทำได้ จะรีบกลับไปบอกรักสาวคนนั้น” ลิ่วล้อนามว่า “บากิ” ยืนงงอยู่แวบนึง แต่พอเห็นโยเฮกะพริบตาเป็นสัญญาณ พร้อมบุ้ยใบ้ไปทางสองหนุ่มสาว เขาก็เก็ตในบัดดลว่ากำลังถูก…ตีวัว กระทบคราด เลยผสมโรงสอนสั่ง หวังให้ลูกพี่คนใหม่ได้เห็นกึ้น
“ เยี่ยมมาก ไอ้บากิ เอ็งนี่มีแววนะ ท่าทางจะปั้นขึ้น” โยเฮยิ้มชื่นใจ เหตุเพราะลูกน้องคนนี้สามารถรับมุกได้อย่างเหมาะเจาะ และคาดว่าอีกไม่นาน เขาจะดันบากิขึ้นเป็นมือขวา
แม้กล้าจะไร้ประสบการณ์ด้านผู้หญิงโดยสิ้นเชิง แต่เขาไม่ได้โง่เง่าขนาดนั้น เลยเข้าใจความหมายที่ถูกด่ากระทบ และนั่นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มลำบากใจมากกว่าเดิม
“ เฮ้อ…..แบบนี้ ก็แย่น่ะสิ ด้วยมีอัยย์เป็นคนรักอยู่แล้ว แต่เอ….ถ้าเราเพ้อไปเองฝ่ายเดียว อัยย์ไม่ได้สนใจเราเลย แบบนี้หันกลับมาสานต่อกับนานะไม่ดีกว่าหรือ เพราะเธอก็น่ารักไม่แพ้กัน” กล้าแอบลังเลนิดนึง ก่อนจะสะบัดศีรษะ และตัดสินใจเด็ดขาด
“ ไม่ได้ ไม่ได้ ถึงอัยย์ไม่ได้คิดอะไรกับเรา แต่ก็ต้องมั่นคงไว้ จะแอบปันใจให้คนอื่นไม่ได้ ”
แต่ก่อนที่กล้าจะปฏิเสธ อัยย์ก็ยื่นนิ้วมาปิดปากของเด็กหนุ่ม พร้อมชิงกล่าว
“ นายไม่ต้องพูด ชั้นเข้าใจทุกอย่างแล้ว แต่ถึงยังไง ก็ยังยืนยันคำเดิม เพราะทั้งหมดที่ทำลงไป คือความรู้สึกจริงๆของชั้น ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
