ตอนที่ 77 การมาถึงของนักรบศักดิ์สิทธิ์
ดวงจันทร์ส่องสว่างไสวที่ภายนอกปราสาทโทริสายลมพัดกรรโชกแรงจนต้นไม้แนวป่าลวงตาสั่นไหวซักคิวบัสก้าวเดินออกมาจากชายป่าลวงตาอย่างเชื่องช้าเหลือบมองไปในทิศทางที่ห่างไกลปรากฏกองทัพขนาดย่อมๆกำลังเดินทางมาที่ป่าลวงตาโดยมีบุรุษรูปงามขี่อาชาสีขาวเดินนำขบวนการเคลื่อนที่ของกองทัพนั้นเป็นรูปขบวนที่น่าเกรงขาม ทุกจังหวะการก้าวเดินของมันส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงจนซักคิวบัสรู้สึกได้
มาคัสนำขบวนกองกำลังศักดิ์สิทธิ์มาถึงปราสาทของโทริเมื่อเห็นซักคิวบัสที่ยืนอยู่ที่ชายป่าก็ชูมือส่งสัญญาณเพื่อให้หยุดเคลื่อนขบวนทันทีท่ามกลางความสงสัยของมามอนและทากีร่าที่ตื่นจากการหลับใหลในระหว่างการเดินทางเมื่อเห็นปราสาทหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดวงตาของทั้งสองก็เบิกกว้างทันที
“มามอนพวกเรามาถึงแล้ว”
“อืมข้าเห็นแล้ว หรือว่าเจ้ามาคัสตั้งใจจะถล่มปราสาทของโทริจริงๆ”
“เจ้าก็คอยดูแล้วกันมามอนว่าข้าจะทำจริงๆหรือไม่ กองกำลังศักดิ์สิทธิ์ตั้งขบวนแถวเตรียมการโจมตี!!”
“เฮ้!!”
กองกำลังศักดิ์สิทธิ์เตรียมอาวุธครบมือพร้อมทั้งจัดรูปขบวนในรูปแบบการโจมตีเมื่อมองเห็นกองกำลังของมาคัสเริ่มจัดรูปขบวนทัพซักคิวบัสก็โบกมือเพื่อเป็นส่งสัญญาณบางอย่างพื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนราวกับว่าเกิดแผ่นดินไหวไม่นานก็ปรากฏสัตว์อสูรนานาชนิดพุ่งทะยานออกมาจากป่าลวงตาเป็นจำนวนมากมารวมตัวกันกลายเป็นกองทัพอสูรกองกำลังทั้งสองฝั่งเหลือบมองกันราวกับจะกลืนกินเสียงขู่คำรามของสัตว์อสูรดังระงมไปทั่ว
“เตรียมชุดออกศึกให้ข้า”
“ครับ!”
ทหารนายหนึ่งวิ่งมาจากด้านหลังพร้อมกับกล่องใบใหญ่เมื่อเปิดฝาออกปรากฏสุดเกราะสีเงินที่ส่องแสงระยิบระยับและยังมีโล่สีเงินใบใหญ่และดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับมาจากวิหารเพียงแค่มาคัสเหลือบมองและชูฝ่ามือไปทางชุดออกศึกพวกมันก็บินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วพุ่งทะยานสวมใส่ให้มาคัสทันทีนายทหารอีกนายหนึ่งก้าวเดินมาจากด้านหลังพร้อมกับอุ้มหมวกอัศวินที่ปกปิดใบหน้ายื่นให้แก่มาคัสและในทันทีที่มันมันพุ่งทะยานเข้าไปที่ฝ่ามือของเขาเมื่อสวมใส่มันก็ปกปิดใบหน้าเห็นเพียงสายตาที่ว่างเปล่าของมาคัสเท่านั้นก่อนจะโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยปีกสีขาวอันบริสุทธิ์ดาบในมือยื่นชี้ไปยังด้านหน้า
“ฆ่ามันอย่าให้เหลือบุกได้!!”
“เฮ้!!!”
“เหอะ!!! พวกมนุษย์โอหังอวดดีกองทัพอสูรฆ่าพวกมันให้หมด!!”
“โฮก~!!!”
กองทัพศักดิ์สิทธิ์และกองทัพอสูรตะโกนโห่ร้องลั่นพุ่งทะยานเข้าโจมตีจนเทือกเขาต้องสั่นสะเทือนบนท้องฟ้าปรากฏลูกธนูไฟกลายเป็นห่าฝนธนูเพลิง พร้อมกับวงแหวนเวทหลากหลายชนิดที่ยิงมาจากท้องฟ้าเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณหลายสิบลูกเริ่มมีกองกำลังของทั้งสองฝ่ายตกตายเป็นจำนวนมาก เปลวเพลิงสงครามปะทุไปทุกย่อมหญ้าบนพื้นดินนั้นปรากฏแอ่งเลือดเจิ่งนองในหลายพื้นที่
มาคัสยังคงอยู่ที่กลางอากาศจ้องมองเปลวเพลิงสงครามอันร้อนระอุก่อนจะโบกสะบัดปีกที่กลางเกิดเป็นคลื่นพลังแหวกอากาศส่งร่างของของมาคัสพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วกลายเป็นลำแสงสีขาวเมื่อมาคัสพุ่งทะยานเข้าสู่การต่อสู้ซักคิวบัสที่ยืนอยู่บริเวณชายป่าลวงตาก็ปรากฏรอยยิ้มอันยั่วยวนก่อนจะสะบัดปีกปีศาจที่กลางหลังพัดพาให้ต้นไม้หักไปหลายต้นพุ่งทะยานเข้าหามาคัสด้วยความเร็วกลายเป็นลำแสงสีดำพุ่งเข้าหามาคัสอย่างรวดเร็วลำแสงสีขาวและลำแสงสีดำพุ่งทะยานแหวกอากาศเป็นสองสาย ก่อนจะปะทะกันจนดังสนั่น
“เปรี้ยงง~~~!!!”
ในมือของซักคิวบัสปรากฏเคียวสีดำที่ดูน่าเกรงขามปลายแหลมของมันปะทะเข้ากับโล่ของมาคัสเกิดเป็นคลื่นพลังพัดพาให้กองกำลังศักดิ์สิทธิ์และกองกำลังอสูรแตกกระเจิงบางตนที่อยู่ใกล้กับการปะทะผลของคลื่นพลังทำให้มันแตกระเบิดและตายลงในทันทีดวงตาของมาคัสยังคงไม่สั่นไหวโบกสะบัดดาบในมือโจมตีใส่ซักคิวบัสอย่างรุนแรงเมื่อเห็นใบดาบพุ่งทะยานผ่านมาอย่างรวดเร็วซักคิวบัสกระโดดหลบในท่าสะพานโค้งพร้อมกับฟาดเคียวกลับไป
“เปรี้ยง!!”
เสียงปะทะดังสนั่นเกิดขึ้นอีกครั้งส่งคลื่นพลังทำให้ทุกสิ่งสั่นไหวในยามนี้รอบด้านของมาคัสและซักคิวบัสไม่มีนักรบหรืออสูรตนใดอยู่ใกล้เคียงเพราะหวาดกลัวคลื่นพลังที่ทั้งสองส่งออกมามาคัสและซักคิวบัสโจมตีใส่กันอย่างต่อเนื่องเกิดเป็นคลื่นพลังที่สะเทือนฟ้าสะท้านดินก่อนที่อาวุธทั้งสองจะมาปะทะกันอยู่กลางเนิ่นเขาพร้อมกับใบหน้าของทั้งสองที่ห่างกันไม่กี่เซน
“พ่อหนุ่มหน้าตาเจ้าภายใต้หน้ากากหล่อเหลายิ่งนักหากเจ้ายินดีข้าผู้นี้จะมอบความสุขให้เจ้าทั้งวันทั้งคืน”
“ปีศาจอย่างเจ้าต่อให้เปลือยกายมายืนอยู่ตรงหน้าข้าข้าก็ไม่สน!”
“ปากดีนัก! จงตกอยู่ในมนต์สะกดของข้าเดียวนี้!!!”
ดวงตาของซักคิวบัสเบิกกว้างกลายเป็นสีดำสนิทมันใช้โอกาสที่ใบหน้าของมาคัสอยู่ใกล้ใช้มนต์สะกดทำให้เขาลุ่มหลงและในทันทีที่ดาบของมาคัสปักลงสู่พื้นดินยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวท่ามกลางเสียงหัวเราะของซักคิวบัสที่ทำให้มาคัสตกอยู่ในภวังค์สำเร็จ
“ฮ่าฮ่าฮ่า! คราวนี้เจ้าก็ต้องตกเป็นของข้าแล้วเมื่อจบสงครามครั้งนี้ข้าจะเสพสุขกับเจ้าทั้งคืน ฮ่าฮ่าฮ่า!สัตว์อสูรทั้งหลายจงข้าพวกมันให้หมดเดียวนี้”
ซักคิวบัสหันหลังให้กับมาคัสสั่งให้พวกอสูรโจมตีใส่นักรบศักดิ์สิทธิ์ทันทีเพื่อให้จบศึกสงครามอย่างเร็วไวทันใดนั้นปรากฏเหงื่อหลั่งเย็นที่ด้านหลังราวกับรู้สึกได้ถึงจิตสังหารเมื่อหันกลับไปปรากฏมาคัสที่พุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็วคว้าจับที่คอของเธอกระแทกลงไปที่พื้นดินจนดังสนั่น
“ตูม!!!”
“อั๊ก!!!เป็น...เป็นไปได้ยังไงกัน เจ้าตกตกอยู่มนต์สะกดข้าแล้วซิเจ้าหลุดมาจากมนต์สะกดข้าได้ยังไง?”
“หึ! เพราะว่าข้ามีคนที่อยู่ในดวงใจแล้วยังไงล่ะต่อให้เจ้า! สวยปานนางฟ้านางสวรรค์เจ้าก็ไม่อาจมาแทนคนที่ข้ารักได้และนี่คือโทษของเจ้าที่ทำให้จิตใจของข้าต้องสั่นไหว ย้าก!!!”
“กรี๊ดดด~~~!!!”
หมัดของมาคัสกำแน่นขนัดพุ่งทะยานใส่ใบหน้าของซักคิวบัสอย่างรวดเร็วดวงตาซักคิวบัสเบิกกว้างพร้อมกับกรีดร้องคลื่นพลังที่ห่อหุ้มที่หมัดของมาคัสฉีกกระชากมิติจนบิดเบี้ยวหากถูกโจมตีหัวของเธอต้องแหลกละเอียดแน่นอน
“ตูมม!!”
เสียงปะทะดังสนั่นพื้นดินสั่นไหวราวกับว่าภูเขาไฟจะระเบิดหมัดของมาคัสนั้นกระทบเข้ากับพื้นดินกลายเป็นแอ่งหลุมขนาดใหญ่แตกร้าวไปทั่วทั้งหลุมกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับไม่มีร่างของซักคิวบัสแต่คราบเลือดที่ทิ้งไว้เป็นสายทางเมื่อมาคัสเงยหน้าขึ้นจ้องดูก็พบกับอินคิวบัสที่อุ้มร่างของซักคิวบัสอยู่โดยที่ขาข้างหนึ่งของซักคิวบัสบิดงอจนเสียรูปพร้อมกับเลือดที่ไหลรินไม่ขาดสาย
“ท่านพี่! ท่านต้องแก้แค้นมันให้แก่ข้า”
“คงไม่ได้หรอกน้องพี่ร่างข้าที่เจ้าเห็นเป็นเพียงร่างเงาเท่านั้น ด้วยระดับพลังของมันเมื่อครู่เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเราจะชนะมันข้าว่าเจ้าควรหนีกลับไปพร้อมกับข้าแล้วรายงานท่านโทริถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อน ศัตรูครั้งนี้แข็งแกร่งกว่าพวกก่อนๆยิ่งนัก”
“คิดจะหนีรึ!! ฝันไปเถอะ!”
“เปรี้ยง~!!”
“กรี๊ดด~!!”
มาคัสโผล่มาจากด้านหลังของทั้งคู่อย่างรวดเร็วจนพวกมันไม่สามารถตั้งตัวได้ทันพร้อมกับปล่อยหมัดปะทะร่างของอินคิวแตกสลายกลายเป็นเพียงนิ้วมือนิ้วหนึ่งพร้อมกับส่งร่างของซักคิวบัสปลิวกระเด็นกลิ้งไปถึงชายป่าจนร้องลั่นหยาดเลือดปรากฏที่ริมฝีปากของซักคิวบัสแววตาที่จ้องมองมาคัสนั้นอยากจะฉีกกระชากเขาให้เป็นชิ้นๆเมื่อเห็นมาคัสพุ่งทะยานเข้ามาอีกครั้งมันก็รีบพุ่งทะยานเข้าไปในป่าลวงตาทันทีมาคัสไม่ยอมทิ้งโอกาสที่จะสังหารซักคิวบัสแต่เมื่อเข้ามาภายในป่าลวงตาเขาต้องหยุดชะงักลงทันทีเพราะซักคิวบัสหายไปอย่างไร้ร่องรอยจนน่าแปลกใจเขาจึงทิ้งโอกาสนั้นไว้แล้วก้าวเดินออกมาจากป่าลวงตา
“ป่านี้ต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ถอยก่อนดีกว่า”
เมื่อออกมาจากป่าลวงตาสงครามระหว่างนักรบศักดิ์สิทธิ์และอสูรยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือดมาคัสหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพุ่งทะยานเข้าเข่นฆ่าพวกอสูรทันทีเส้นทางที่เขาพุ่งทะยานผ่านจะปรากฏซากศพล่องลอยไปบนอากาศเลือดของพวกปีศาจต่างย้อมพื้นดินจจเป็นสีแดงฉานท่ามกลางความตื่นตลึงของมามอนและทากีร่าที่เหลือบมองการต่อสู้ภายในกรงขังอย่างไม่กระพริบตา ไม่คาดคิดว่ามาคัสจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
ในขณะที่สงครามนอกปราสาทโทริกำลังเริ่มขึ้นณ ลานประลองภายในปราสาทกำลังร้อนระอุมอร์แกนตะโกนอย่างบ้าคลั่งเมื่อเคนจิกล่าวหาว่าหุ่นเชิดของตนนั้นคือของเล่นก่อนจะร่ายรำโบกสะบัดฝ่ามือส่งหุ่น 10 อสูรและหุ่นแมรี่หญิงอันเป็นที่รักโจมตีเคนจิโดยพร้อมเพียงกันท่ามกลางรอยยิ้มที่แสนชั่วร้ายของมัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะป้องกันการโจมตีของหุ่นเชิดของข้าทั้ง11 ตนได้ยังไง ข้าจะสับเจ้าให้เป็นหมื่นชิ้น!!”
“เงารัตติกาล!!”
หุ่นทั้ง11 ตนพุ่งทะยานเข้ามาใกล้เคนจิพร้อมกับอาวุธที่เตรียมจะฉีกกระชากร่างของเขา ทันใดนั้นเขาก็ได้ใช้ทักษะเงารัตติกาลทันทีเมื่อเคนจิใช้ทักษะของเจ้าชายวลาดที่ 3 ดวงตาของโทริเบิกกว้างไม่คาดคิดว่าจะเห็นทักษะในตำนานที่เป็นกล่าวขานในอดีตเงาของเคนจิกลายเป็นบ่อหลุมกว้างล้อมรอบตัวและในทันทีที่มีแท่งเงาพุ่งทะยานมาจากด้านในเสียบแทงร่างหุ่นทั้ง11 ตนนิ่งค้างไม่เคลื่อนไหวแม้มอร์แกนจะขยับมืออย่างไรก็ไม่สามารถดึงหุ่นเชิดของเขาให้หลุดจากแท่งเงาได้
“ข้าบอกแล้วไงว่ามันเป็นเพียงแค่ของเล่นเท่านั้น!! แหลกไปซะ!!”
เคนจิพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วเหลือทิ้งไว้ซึ่งภาพเงาติดตาเท่านั้นจากจุดเริ่มต้นก่อนจะมาปรากฏร่างที่ด้านหน้ามอร์แกนทันทีพร้อมกับตบฉานไปที่ใบหน้า ส่งร่างของมันปลิวกระเด็นไปที่ด้านข้างอย่างรุนแรงก่อนจะกระแทกกับม่านพลังจนสั่นไหวเป็นระลอก
“ตูมม!!”
มอร์แกนดันร่างของมันลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ปรากฏอาการบาดเจ็บใดๆท่ามกลางความสงสัยของกลุ่มเคนจิ เมื่อสังเกตที่ใบหน้าของมันที่ถูกเคนจิตบปรากฏรอยแตกร้าวลามไปครึ่งใบหน้าก่อนที่จะหลุดร่วงหล่นสู่พื้นภายในใบหน้าที่แตกของมันนั้นปรากฏเพียงความว่างเปล่า
“ข้านึกเอะใจแล้วเชียวว่าทำไมมังกรดินถึงฆ่าเจ้าไม่ได้ที่แท้ร่างกายของแกก็เป็นหุ่นเหมือนกันซินะ เปิดเผยร่างที่แท้จริงได้แล้ว!!”