ตอนที่ 2 แมงเม่ากับกองไฟ
จตุรัสซินเทียนจวิน ถนนเก่าสายสิบสอง
ณ ร้านเหล่าเถียนวั่ง
เฟอร์รารี่สีแดงแปร๊ด เบรกลากล้อหน้าร้านอาหารเก่าแก่ ตัวพ่อคลี่เนกไทออกมาพันมือ ก่อนจะเดินสับเท้าลงจากรถหรูฉายเดี่ยวเสี่ยงตาย สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าผิดไปจากที่คาดคิด หงอี้คลอเคลียเด็กหนุ่มกลางร้านอาหารซึ่งๆหน้า ดูท่าพวกเขาคงไม่ใช่แค่คู่นอน จู๋จี้นัวเนียเหมือนผ้วเมียที่อยู่กินกันมาก่อน "หงอี้! ฉันคิดไว้อยู่แล้ว ว่าสันดานมันเปลี่ยนกันไม่ได้!"
หลิวเจียตี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระตุกคอเสื้อจากด้านหลัง ใช้กำปั้นข้างที่พันเนกไทซัดหน้าอดีตคนรักไม่ยั้ง
"จะจะเจียตี้ คุณมาได้ยังไง!" พ่อหนุ่มสำส่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามแก้ตัว
"ย่านจัตุรัสซินเทียนจวิน ต่อให้เป็เขตนอกอิทธิพลของฮุ้ยเหยี่ยน แต่อย่าลืมว่าคนของฉันแทรกซึมอยู่ทุกมุม! "
"หงอี้! ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ความสัมพันธ์ระหว่างสองสำนัก ถือว่าจบกันตรงนี้!" เจียตี้คลี่เนกไทจากข้อมือฟาดหน้าไอ้หน้าหล่อนั่น
"เจียตี้ เดี๋ยวก่อน! นายอย่าเข้าใจผิด เขาก็แค่น้องชายของผม พวกเราไม่ได้มีเื่อย่างว่า" ปลาไหลแบบเขาแก้ตัวหน้าด้านๆ
"ฮะฮ่า พี่น้องงั้นเหรอ พี่น้องที่ขึ้นคร่อมกันบนโซฟา! งั้นระหว่างนายกับฉันก็เป็พี่น้องเหมือนกันสินะ! " เจียตี้ไม่ได้รู้สึกเสียดายรักเฮงซวยแม้แต่นิดเดียว เขารู้สึกโล่งใจด้วยซ้ำไป
"หงอี้! นายใช้โอกาสเปลืองเกินไป"
"ส่วนเ้าเด็กนี่ ฉันขอก็แล้วกัน..." เจียตี้กรีดนิ้วเรียวยาวเกยใต้ค้างหนุ่มคนนั้น
"อยากจะรู้นักว่าเด็กๆเนี่ย... มันจะอร่อยขนาดไหน นายถึงได้เลือกมันมากกว่าฉัน" เขาออกแรงลากคนของหงอี้ขึ้นรถหรูกลับคฤหาสน์
"โถ่โว้ย! " หงอี้ทุบเบาะโซฟาหนังจนยุบยวบ เด็กเอ็นคนโปรดถูกกระชากไปต่อหน้าต่อตา แต่หงอี้ทำอะไรไม่ได้เลย เขาเจ็บใจยิ่งกว่าถูกรุมกระทืบซะอีก ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเล็กๆ พอไม่มีฮุ้ยเหยี่ยนคุ้มกะลาหัว ไม่กล้าหือกล้าอือในวงการ
เอี้ยด! รถแดงวิ่งด้วยความเร็วตลอดเส้นถนน เขาเบรกกะทันหันกลางถนนเปลี่ยว แค่ความเงียบขรึมตลอดทางก็ทำเ้าหนุ่มหน้าละอ่อนกลัวจะแย่ ตอนนี้เจียตี้เล่นบทแด๊ดดี้ขาโหด เขาอ้อมมาเปิดประตูอีกฝั่งลากคนซื่อออกมาพิงหลังรถ คร่อมแนบอกจนเขาขยับไปไหนไม่ได้ เจียตี้เคลื่อนมือปลดกระดุมเม็ดบนสุดสองจุด แหวกให้เห็นซอกคอขาวๆ
"อย่านะครับคุณลุง" เขาอุทานออกมาด้วยความเคยชิน ทำเ้าพ่อเสียฟอร์มหมดอารมณ์
"คุณลุงงั้นเหรอ! ปากดีนี่! คงไม่มีใครบอกสินะ ว่าอยู่ต่อหน้าฉันต้องทำตัวยังไง" เขากระหน่ำไซ้หลังหูทั้งที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ยิ่งทำพฤติกรรมต่ำตมแบบนี้ ภาพที่ได้เห็นบาดตาในร้านเหล่าเถียนวั่งยิ่งฉายวนในหัว จนเข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเด็กคนนี้
"บอกมา! ตกลงแกเป็อะไรกับหัวหน้าสำนักเซี๊ยะิ่ หวงหงอี้ " เจียตี้ฝืนใจกระทำผู้เยาว์ไม่ลง เปลี่ยนจากจู่โจมด้วยริมฝีปาก เป็กดมือบีบคอแทน
"แคร่ก! ผะผมเป็คนโปรดของคุณหงอี้ ทุกคืนคุณเขามักจะซื้อบริการจากผม หนึ่งปีเต็มที่ให้ผมเป็คู่นอน... " เขาตอบตรงไปตรงมาไม่รักษาน้ำใจ
"ไสหัวไป! รีบไสหัวไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ!!!" เจียตี้โกรธจนมือสั่น ตะเบ็งเสียงสาด ไล่ตะเพิดเด็กอ่อนหัดไปให้พ้นหน้า
เช้าวันจันทร์ที่สดใส ห้องพักแพทย์ชำนาญการฮั่วจวิ้นฉีไม่มีใครกล้ารบกวน... บนโต๊ะทำงานที่ควรจะเต็มไปด้วยกองเอกสาร ว่างเปล่าโล่งโจ้ง เขาเหยียดขาพาดหัวโต๊ะอย่างสบายใจ พลางใช้สมาร์ทโฟนไปพร้อมๆกัน
"ประกาศหาเด็กไว้เลี้ยงดูมาเฟียใหญ่แก๊งฮุ้ยเหยี่ยน สำนักัไร้พ่าย เงินเดือนตามตกลง คุณสมบัติ หน้าตาดี เอาใจเก่ง ขี้อ้อน ที่สำคัญต้องขี้อ่อย!" ฮั่วจวิ้นฉีตัวแสบ ตั้งใจพิมพ์ข้อความเปิบพิสดารลงกลุ่มหางาน
"ไม่สิ! ใช้คำโจ่งแจ้งแบบนี้ คงไม่มีใครกล้ามาสมัคร... " เขานั่งคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลบพิมพ์ใหม่ทั้งหมด
"ประกาศรับสมัครคนที่พร้อมดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิด ลุงชราวัย 49 ปี มีอุปนิสัยเอาแต่ใจ ขี้โมโหร้าย ปากหมาแต่ใจดี ขอคนรับข้อนี้ได้ ค่าตอบแทนไม่อั้น แต่ต้องนอนที่บ้านนายจ้าง (นอนกับเ้านาย) "
"อะฮ่า เสร็จ! แบบนี้กำกวมดี ถ้ารู้ว่าฉันใช้คำพูดแบบนี้เ้าหน้าโหดนั่นมีหวังโมโหตายแน่ๆ" จวิ้นฉีเล่นได้แสบซน ขำท้องแข็งอยู่คนเดียวในห้องพักแพทย์
ตึ้งๆ! ตึ้ง! เสียงข้อความอีเมลเข้าหลายฉบับรวดเดียว
"อะอู้ว! ได้ผลแฮะ คนสมัครเยอะขนาดนี้เลยหรอ!" ดูเหมือนว่าคนมึนแบบเขาเริ่มจะสนุกกับงานนี้ มากกว่าดูแลคนไข้ซะอีก
ฮั่วจวิ้นฉีสะดุดตากับประวัติของผู้สมัครหนึ่งคน อะไรมันจะพอดีเป๊ะขนาดนั้น คุณสมบัติตรงตามความ้าทุกอย่าง เด็กหนุ่มขี้อ้อนหน้าละมุนวัย 20+ เหมาะที่จะส่งไปเป็เมียเด็กเ้าพ่อขาโหดเป็อย่างมาก เขากดเบอร์โทรหาเดี๋ยวนั้น
"ฮัลโหล สะดวกเข้ามาสัมภาษณ์งานที่นายเพิ่งสมัครไหม" จวิ้นฉีรีบโทรจี้ให้เขาเข้ามาดูตัว
"อ่ะ เอ่อ... ตอนนี้เลยหรอครับ " โชคดีที่อยู่ละแวกนั้นพอดี เขาตอบรับการสัมภาษณ์งานสายฟ้าแลบ อาไท้รีบไปที่โรงพยาบาลเอกชนชั้น8ตามนัดหมาย
ส่วนจวิ้นฉีเดินรอบห้องมาสิบนาทีแล้ว คนที่ตื่นเต้นกว่าเ้าตัวก็คนนัดสัมภาษณ์นี่แหละ ไม่นานเกินรอเสียงประตูถูกแง้มเปิด คุณหมอขาตกตะลึงความเพอร์เฟคนี้ เขาเล่นมองั้แ่หัวจรดเท้าแบบไม่เกร็งใจแขก... จวิ้นฉีลากหนุ่มน่าเต๊าะมากลางห้อง หมุนตัวสามร้อยหกสิบองศา ยิ่งดูยิ่งละมุน
"ขอแนะนำตัวนะครับ ผมชื่ออาไท้ เคยมีประสบการณ์เป็ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด เคยรับจ้างดูแลคนชรา" เพราะค่าตอบแทนไม่อั้น อาไท้พยายามพรีเซ้นต์ตัวเองเต็มที่
"เริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย ยินดีด้วย!" จวิ้นฉีพร้อมเป็นักดัน ป้อนงานให้หนุ่มพราวเสน่ห์ตามใจ
"อะอ๋า... รับเลยหรอครับ ยังไม่ได้สัมภาษณ์อะไรผมเลยนะครับ" อาไท้งงเป็ไก่ตาแตก ถึงขั้นใช้นิ้วชี้หน้าตัวเองดึงสติคุณหมอ
"ไอ๊หย๊า สำคัญซะที่ไหนล่ะ งานนี้เปลืองตัวหน่อย แต่รับรองว่านายจะสบายไปทั้งชาติ" จวิ้นฉีพูดมีเลศนัย ตบหัวไหล่อาไท้เบาๆ หัวเราะชอบใจที่มุมปาก
"ฉันจะบาปไหมเนี่ย... ช่วยไม่ได้นี่นา หาเด็กสมัยนี้หายากจะตาย ถ้าไม่ทำแบบนี้ชาติหน้าก็ยังหาคนให้เ้าบ้าเจียตี้นั่นไม่ได้ โบราณว่าไว้ อยู่กินกันไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละ" จวิ้นฉีโบกมือลา ส่งอาไท้ถึงหน้าประตู เขายืนกอดอกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภูมิใจในตัวเองที่ทำเื่แสบๆได้เก่งขนาดนี้
"ช่างเถอะ งานอะไรก็รับไปก่อน นี่ก็จะสิ้นเดือนแล้ว ค่าห้องพักยังไม่ได้จ่ายเลย ค่ากินก็ไม่พอแล้ว" อาไท้เดินออกจากตึกสูง แค่เงินค่ารถยังไม่มี เขาเห็นยอดเงินโชว์ในแอพเป๋าตังแค่สามหยวน รีบปิดแอพแทบไม่ทัน
ชาญเมืองท้องถิ่น
หวังเหยาเซิ่ง ตำรวจน้ำดีที่อายุน้อยที่สุดในโรงพัก เพิ่งย้ายมาประจำการเป็วันแรก ในฐานะร้อยโท หรือหมวดเหยา
รถคันเก่าต้องดับเครื่องกลางทาง เมื่อเจอบุคคลต้องสงสัย เขาลงจากรถไปตรวจสอบพร้อมปืนสั้นหนึ่งกระบอก แต่คนที่นอนหมดสภาพริมทาง้าความช่วยเหลือมากกว่าจู่โจม
"ชะ ช่วยผมด้วย" ชายนิรนามร่างโชกเืไหล่แบะ รวบรวมแรงยกมือเป็สัญญาณ
"พอจะได้ยินเื่อิทธิพลมืดมาบ้าง ไม่คิดว่าหลิวเจียนี้จะก่อเหตุอุกฉกรรจ์ขนาดนี้ เอาเถอะ ช่วยคนก่อน ค่อยว่ากันทีหลัง" เหยาเซิ่งแบกเขาขึ้นรถพากลับไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
"ขะ ขอบคุณที่ช่วยเหลือ ผมแซ่ฮั่น จะเรียกว่าถิงเซียวก็ได้ " เขาเป็คนเดียวที่รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ ถิงเซียวกระเสือกกระสนหนีตายจากโกดังร้างปันเซี่ยเกือบร้อยเมตร