ในเวลยามค่ำคืนประตูด้านข้างของตะกลูมู่ได้มีเงาร่างของคน 3 คนเคลื่อนไหวอยู่อย่างเงียบๆ พวกเขาทั้ง 3 คนแอบย่องออกมาจากตะกลูมู่อย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้คัยสังเกตุเห็นได้ 1 คนแก่ 1 ชายวัยกลาง 1 เด็กหนุ่ม ถ้ามีคัยมาเห็นก็จะรู้ได้ทันทีว่านี้คือ มู่หลงเปียวหัวหน้าตะกลูมู่ ผู้าุโสองมู่หลงเปา และนายน้อยมู่หลงชิง
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ตัดสินใจจะไปเลี้ยงฉลองกันที่หอกุหลาบแดง แต่ไม่้าให้คัยล่วงรู้ พวกเขาจึงต้องแอบออกมาจากตะกูลด้วยประตูด้านข้างแทนประตูด้านหน้าที่มีคนคุ้มกันของตะกลูคอยดูแลอยู่ หลังจากแอบออกมาได้พวกเขาก็รีบหายไปในความมืดมิดในทันที
ณ หอกุหลายแดง ในตอนนี้ได้มีผู้คนมากมายต่างเดินเข้าเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ ส่วนมากที่มาจะเป็ผู้ชายเกือบทั้งหมด สถานที่แห่งนี้เป็สิ่งก่อสร้างที่มีถึง 2 ชั้น ด้านหน้าทางเข้าได้ตกแต่งไว้ด้วยโคลมไฟสีแดงที่ห้อยตกแต่งไว้ และมีหญิงสาวที่แต่งตัวยั่วยวนคอยยืนต้อนรับแขกอยู่ข้างหน้า หญิงสาวแต่ละคนต่างมีหน้าตาที่สะสวยและหุ่นที่ยั่วยวนเป็อย่างมาก ทำให้ผู้ชายหลายๆคนที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องกลืนน้ำลายลงคอไปเมื่อเห็นหญิงสาวเ่าั้ มีหลายคนที่ทนไม่ไหวจนต้องแวะเวียนเข้าไป
ในตอนนี้ได้มีชาย 3 คนเดินเข้ามาถึงด้านหน้าของหอกุหลาบแดงแล้ว พวกเขาเพียงแค่ปรากฎตัวออกมาก็กลายเป็จุดสนใจของผู้คนรอบด้านในทันที เพราะทั้ง 3 คนเป็บุคคลสำคัญของตะกลูมู่ แต่กลับไม่มีคัยแปลกใจมากนักที่ทั้ง 3 คนนั้นมาที่แห่งนี้ เพราะพวกเขาทั้ง 3 ต่างขึ้นชื่อเื่เป็เสือผู้หญิงอยู่แล้ว
ยินดีต้อนรับนายท่านมู่ทั้ง 3 ..... เสียงของหญิงสาวนางนึงกล่าวทักทายออกมาก่อนที่จะเห็นร่างอันบอบบางร่างนึงก้าวออกมา นางสวบไว้ด้วยชุดสีแดงเพลิงยาวลงไปจนถึงข้อเท้า ชุดของนางรัดแน่นจนเห็นสัดส่วนที่เข้ารูปทั้งหมด ด้านขางของชุดได้ถูกออกแบบให้แหวกขึ้นมาจนถึงต้นขาที่เรียวสวยของนาง และตรงคอที่แหวกลึงลงมาจนเห็นถึงเนินเขาที่จะล้นทะลักออกมา ใบหน้ารูปใข่ที่มีเสน่หเกินห้ามใจ ที่คัยเห็นก้ต้องหลงไหลไปตามๆกัน เธอก็คือหยาง อู่เหม๋ย นางเป็เ้าของหอกุหลาบแดงแห่นนี้
ฮาๆๆ ... ไม่เจอกันตั้งนาน แม่นางอู่เหม๋ยก้อยังคงสวยและน่าดึงดูดเหมือนเดิม ... มู่หลงเปียวกล่าวออกมาก่อนที่สายตาของเขาจะมองสำรวจทั้งร่างกายของนาง เห็นสายตาที่มองมาของมู่หลงเปียวนางก็ไม่ได้โกรธแม้แต่น้อย แต่กลับส่งยิ้มหวานออกมาแทน
ไม่ทราบว่าวันนี้ที่ท่านทั้งสามมา้าให้เรารับใช้อย่างไรดี ... นางกล่าวถามออกมาก่อนจะมองไปที่มู่หลงชิง และแอบยิ้มออกมาเล็กน้อย
นายน้อยมู่ไม่พบกันตั้งนานท่านดูเป็บุรุษที่น่าเกรงขามขึ้นอย่างมาก เื่ราวของท่านในตอนนี้ได้ถูกพูดถึงอย่างมากมายในหอกุหลาบแดง และก็ต้องขอขอบคุณนายน้อยอย่างมากที่ได้เข้าไปช่วยเหลือเสี่ยวเหม๋ยเอาไว้ นางได้กล่าวไว้แล้วว่าถ้านายน้อยมาให้แจ้งแก่นางด้วย นางจะลงมาดูแลท่านเองเพื่อเป็การตอบแทนที่ท่านได้ช่วยเหลือนางไว้
ฮาๆๆๆเช่นนั้นหรือหลานชายของข้านี้ช่างโชคดียิ่งนักที่จะได้รับการดูแลจากสาวงามอันดับ 1 ของหอกุหลายแดง .. ไม่ทราบว่าวันนี้ข้าอยากจะให้ท่านเป็คนดูแลข้าได้หรือไม่แม่นางอู่เหม๋ย วันนี้เป็วันที่ดีของหลายชายข้าอย่างมากข้าเลยอยากได้หญิงสาวที่สวยงามเช่นท่านมาเป็คนดูแลเป็การส่วนตัว มู่หลงเปียวกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่คาดหวังอย่างมาก ต้องพูดเลยว่าหยางอู่เหม๋ยแม้จะมีอายุมากแล้วแต่นางก็ยังคงสะสวยและน่าชวนไปทำมิดีมิร้ายอย่างมาก มองดูภายนอกอาจจะบอกได้ว่านางเป็หญิงสาววันยี่สิบต้นๆเท่านั้นเอง
ฮาๆๆ ถ้าเป็งานฉลองที่สำคัญข้าน้อยก็สามารถที่จะคอยดูแลท่านมู่หลงเปียวได้ แต่้าให้ข้าไปดูแลเป็การส่วนตัวนั้นข้าคิดราคาที่สูงนะ นายท่านมู่จะสู้ไหวหรือเปล่า ... นางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่หยาดเยิ้มไปทางมู่หลงเปียว เห็นแบบนี้แล้วเขาจะอดใจไหวได้อย่างไร
ฮาๆๆ ... เื่เงินไม่มีปัญหาอยู่แล้วขอเพียงแค่แม่นางอู่เหม๋ยไปดูแลข้าก็เพียงพอแล้ว ... มู่หลงเปียวหัวเราะออกมาด้วยความพอใจอย่างมาก
แล้วไม่ทราบว่าท่านมู่หลงเปา้าคัยดูแลดีในคืนนี้ ... นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วทำให้คนเคลิบเคลิ้มได้เลย ...
ไม่ทราบว่าในตอนนี้แม่นางเจียวเจียวอยู่หรือไม่ มู่หลงเปากล่าวถามออกมาก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย ปกติเวลาที่เขาแอบมานั้นเขาจะให้หญิงสาวที่ชื่อเจียวเจียวเป็คนที่ดูแลเพียงคนเดียวเท่านั้น กล่าวได้ว่าเจียวเจียวนั้นเป็สาวงามอันดับสองของหอกูหลาบแดงเลยก็ว่าได้
แน่นอนนางยังว่างอยู่ในตอนนี้ข้าจะให้คนไปตามนางมาให้ก็แล้วกัน เช่นนั้นเชิญนายท่านมู่ทั้ง 3 ไปที่ห้องรับรองพิเศษเลนละกัน พวกเขาทั้งหมดเดินตามหยางอู่เม๋ยเข้าไปข้างใน ทิ้งไว้เพียงสายตาที่อิจฉาของผู้คนรอบด้านที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก ดอกไม้งามที่สวยงามที่สุดทั้ง 3 กลับโดนเก็บไปด้วยตะกลูมู่ทั้งหมด ทำไมข้าไม่มีวาสนาเช่นนี้บ้างนะ เพียงแค่ 1 ในดอกไม้งามที่มาดูแลเป็การส่วนตัวก็ทำให้ข้าตายตาหลับได้แล้ว ... คนผู้นึงได้กล่าวออกมาด้วยความอิจฉาอย่างมาก
เข้ามาภายในหอกุหลาบแดงนั้นแตกต่างอย่างมากถ้ามองจากข้างนอก ภายในตกแต่งไว้ด้วยโครมไฟหลากสีที่มองไปแล้วทำให้รู้สึกถึงความที่น่าสนใจเป็อย่างมาก ในชั้นแรกนั้นจัดไว้ด้วยโต๊ะที่เอาไว้รองรับแขกที่มาเที่ยวอย่างมากมาย ตรงกลางของชั้นที่ 1 เป็เวทีขนาดใหญ่ที่เอาไว้สำหรับการแสดงของหญิงสาวของหอกุหลาบแดง มีทั้งการร้องเล่น เต้นรำ ที่เอาไว้ดึงดูดผู้คนต่างๆที่เข้ามา หอกุหลาบแดงมีหญิงสาวมากมายที่คอยต้อนรับแขกหมุนเวียนกันไป ทำให้หลายๆคนที่เข้ามาไม่รู้สึกเบื่อหญิงสาวเหล่านี้
ส่วนชั้นที่ 2 นั้น แบ่งออกเป็ห้องรับรองเป็การส่วนตัวทั้งหมด เอาไว้รับรองแขกที่้าความเป็ส่วนตัว หรือไม่้าให้คัยรับรู้ถึงพวกเขาได้ แต่ห้องที่ชั้นสองนี้ก็จะมีราคาที่แพงขึ้นไปอีก ทำให้มีเพียงพวกที่มีความมั่งคั่งเท่านั้นที่จะขึ้นมาชั้น 2 ได้ แต่หญิงสาวที่เป็คนดูแลในชั้นที่ 2 นั้นทุกคนต่างได้ผ่านการคัดสันต์มาแล้วเป็อย่างดี แต่ละคนนั้นเป็หญิงสาวงามล่มเมืองได้เลยทีเดียว และการบิริการที่ชั้น 2 นั้นก็มีครบครันทุกอย่างตามที่แขกที่มาใช้บริการ้า
หยางอู่เหม๋ยพาคนทั้ง 3 มาในห้องรับรองที่ใหญ่ที่สุดของหอกุหลาบแดง ในห้องตกแต่งไว้ด้วยของสวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็โต๊ะ เก้าอี้ที่ดูมีราคาแพง พรมปูพื้นลายสวยงานที่เหยีบลงไปแล้วยุบลงไปทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสนามหญ้านุ่มๆ ทั้ง 4 คนนั่งลงที่โต๊ะวงกลมตัวใหญ่ ที่สามารถนั่งล้อมรอบได้ถึง 10 คนเลยทีเดียว บนโต๊ะได้มีกลิ่นหอมของธูปหอมที่ลอบอบอวนไททั่วทั้งห้อง และมีดอกไม่สีสันสวยงามประดับไว้อยู่ในแจกันดอกไม้ ก่อนที่จะมีบริกรนำอาหารและเหล้าเขามาตั้งไว้จนเต็มโต๊ะ ถ้ามีคนภายนอกมามองเห็นก็คงจะพูดเหมือนๆกันว่าหรูหราเป็อย่างมากและก็คงฟูมเฟือยด้วยเช่นกัน
หยาวอู่เหม๋ยนั่งอยู่ด้านข้างของมู่หลงเปียวและคอยดูแลเขาทุกๆอย่าง มู่หลงเปียวหัวเราออกมาด้วยความสุขอย่างมาก
ก็อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาก่อนที่เปิดออกแล้วมีหญิงสาวที่สวมไว้ด้วยชุดที่ม่วงที่บางๆตัวนึงชุดนั้นได้แนบชิดไปกับร่างกายของทำให้มองเห็นสัดส่วนทั้งหมดและมองทะละเข้าไปถึงด้านในของนางได้อย่างรางๆ แม้จะเห็นเช่นนั้นก็สามารถเห็นเนินเขาอันมหึมาสองลูกที่เด่นชัดออกมาอน่างมาก รางมีรูปร่างที่สูงเพียว เอวบางเล็กน้อย ผมสึดำที่ลัดเกล้าขึ้นไปอย่างเป็ระเบียบ เปิดเผยออกด้วยใบหน้ารูปใข่ที่รองรับกับผิวหน้าที่ขาวอมชมพูเล็กน้อย ความงามของนางนั้นคัยได้มาเห็นก็ต้องหยุดหายใจไปได้ชั่วขณะนึงเลยทีเดียว นางก็คือสาวงามอันดับสองของหอกุหลาบแดงเจียวเจียวนั้นเอง
เจียวเจียวคาระวะนายท่านมู่ทั้ง 3 นางกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่หวานซึ่งก่อนที่จะค่อยๆเดินไปนั่งที่ด้านข้างของมู่หลงเปา แล้วก็เกี่ยวแขนของเขาเข้ามากอดไว้ทำให้แขนของเขาในตอนนี้ได้เบียดเข้าไปที่เนินเขาลูกนึงแล้ว เขาสั่นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่หน้าจะเริ่มแดงขึ้นมาเรื่อยๆ
ท่านหลงเปาท่านหายไปไหนมาตั้งนาน ไม่รู้หรอว่าเจียวเจียวคิดถึงท่านมากแค่ไหนถ้าคราวหลังท่านหายไปนานแบบนี้อีกเจียวเจียวจะไม่มาพบท่านอีกแล้วนะ ... นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจนิดๆก่อนจะทำหน้ามุ้นขึ้นมา
ข้าา...ข้าา..ข้าก็แค่ติดงานที่ตะกลูนิดหน่อยนะเลยไม่มีเวลามาหาเ้า ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยก็แล้วกัน .. งั้นคืนนี้ข้าจะอยู่กับเ้าทั้งคืนเลยแล้วกันเพื่อเป็การแก้ตัวที่ข้าหายไปนาน ... เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปลูบหัวของนางแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
มู่หลงชิงเห็นทั้งปู่และพ่อของเขามีรอยยิ้มและมีความสุขขนาดนี้ก็ทำให้เขายิ้มออกมาด้วยเช่นกัน แม้ว่าคนภายนอกจะมองว่าพวกเขาเป็เสือผู้หญิงแต่พวกเขากลับไม่สนใจในเื่นี้ ขอเพียงแต่พวกเขามีความสุขอะไรก็ไม่สามารถมาขัดขวางเขาได้ เพราะแบบนี้ถึงทำให้เขาติดนิสัยแบบนี้มาด้วยเช่นกัน ในตอนนี้เขากำลังรอคอยการปรากฎตัวของ เสี่ยวเหม๋ย หญิงสาวที่เขาได้วางเหยื่อล่อเอาไว้ในครั้งก่อน และครั้งนี้เขาจะต้องนำเหยื่อนั้นไปกินให้ได้ไม่ยอมพลาดอย่างแน่นอน
ผ่านไปสักพักก็ได้มีหญิงสาวที่สวยงามอย่างมากคนนึงก้าวเข้ามาในห้อง เสี่ยวเหม๋ยในตอนนี้นางได้สวบไว้ด้วยชุดสีชมพูที่ยาวถึงเข่าของนางชุดที่นางสวมใส่ไว้ไม่ได้รัดเข้ารูปเหมือนคนอื่นๆแต่กลับดูแล้วเหมือนนางฟ้านาง์ที่ลงมาเยือนโลกมนุษย์ก็มิปาน ขาที่ยาวและเรียวสวยของนางช่างดึงดูดสายตาของเขายิ่งนัก เสียงกลืนน้ำลายของเขาดังออกมาเล็กน้อย และที่มือเริ่มมีเหงื่อไหลออกมาจากอาการตื่นเต้นเล็กน้อย
เสี่ยวเหม๋ยคาระวะนายท่านมู่ทั้ง 3 นางกล่าวออกมาก่อนที่จะจ้องมองไปทางมู่หลงชิง หน้าของนางเริ่มแดงขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ั้แ่ที่เขาได้ช่วยเหลือนางไว้ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว นางรอคอยที่จะพบกับเขาอย่างมาก นางปฎิเสธแขกทุกคนที่้าให้นางไปรับรองเป็การส่วนตัว นอกจากการแสดงบนเวทีแล้วไม่มีแขกคนใดเลยที่ได้เห็นหน้านางอีก เพราะคนที่นาง้าเจอมีเพียงคนเดียวเท่านั้น และในตอนนี้เขาก็อยู่ต่อหน้านางแล้ว จึงทำให้นางเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย
หยางอู่เหม๋ยเหมือนจะดูออกถึงอาการอายของเสี่ยวเหม๋ยนางยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวบอกให้นางไปนั่งข้างๆของมู่หลงชิง นางเดินไปนั่งที่ข้างๆของเขาแล้วหน้าของนางก็เริ่มแดงขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม มู่หลงชิงเห็นเช่นนั้นเขาก็ยิ้มขึ้นมาในใจทันที ..... หึหึ เหยื่อติดเบ็ดแล้ว เขากล่าวออกมาในใจ
แม่นางเสี่ยวเหม๋ยเป็เช่นไรบ้างเ้าสบายดีหรือไม่ จ้าวหงม่านไม่ได้เข้ามาวุ่นวายกับเ้าอีกใช้ไหม ... มู่หลงชิงกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็ห่วงอย่างมาก สายตาที่จ้องไปที่นางมองดูแล้วให้ความรู้สึกที่อบอุ่นขึ้นมาในทันที (แม้พระเอกเราตามเสต็ปเป๊ะ)
นางมองดูเขาที่ถามออกมาเช่นนี้ก็ทำให้นางหน้าแดงขึ้นไปมากกว่าเดิมอีก .... ข้าสบายดี ขอบคุนนายน้อยมู่ที่เห็นห่วงข้า นางกล่าวออกมาก่อนที่จะค่อนๆก้มหน้าลงไม่กล้าวบตากับเขาอีก ....
เช่นนั้นก็ดีแล้วถ้ามีคัยเข้ามาวุ่นวายกับเ้าอีกก็บอกข้าได้เลย ข้าจะมาช่วยแม่นางเสี่ยวเหม๋ยเอง เขากล่าวออกมาเบาๆก่อนที่จะค่อยๆจับมือของนางขึ้นมากุมเบาไว้ที่อกของเขา เหมือนการกล่าวสัญญาต่อนางว่าเขาจะมาช่วยเหลือนางทุกครั้งที่นางมีปัญหา .. เสี่ยวเหม๋ยก้อหน้าลงไม่กล้าสบตาเขาเช่นเดิมแต่ก็ไม่ได้ดึงมือกลับมาแต่ปล่อยให้มู่หลงชิงกุมไว้เช่นเดิม มู่หลงชิงมองเห็นท่าทางของนางจึงยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะตีเนียนจับมือของนางต่อไปแบบนั้น ไม่ปล่อยไปอีก
เห็นท่าทางของหลานชายของเขามู่หลงเปียวก็หัวเราะออกมาอย่างพออกพอใจ ก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกขึ้นมามองทุกคนที่อยู่ที่นี้
เอาละงานฉลองครั้งนี้เรามาดื่มให้กับหลานของข้ามู่หลงชิงที่ได้อันดับ 1 ในการประลองของตะกลูมาได้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ได้ยินที่มู่หลงเปียวกล่าวออกมาก็ทำให้หญิงสาวทั้ง 3 ตกตะลึงเล็กน้อย เพราะพวกนางยังไม่ได้รับข่าวเื่การทดสอบของตะกลูมู่เลย พวกนางต่างก็คิดว่าผู้ชนะคงจะเป็มู่ซื่อเยี่ยนอย่างแน่นอน ทำให้พวกนางไม่ได้ให้คนไปสืบข่าวเื่นี้มาก่อน
เช่นนั้นข้าหยางอู่เหม๋ยก็ขอแสดงความยินดีกับนายน้อยมู่ด้วย และเรื่งค่าอาหารและสุราในวันนี้ข้าจะไม่คิดเงินกับท่านแม้แต่สลึงเดียวเพื่อเป็การแสดงความยินดีให้กับนายน้อยมู่ เมื่อนางพูดออกมาเช่นนั้นก็ทำให้คนทั้งหมดรุกขึ้นมาแสดงความยิดดีกับมู่หลงชิงกันทุกคน แต่คนที่มีความสุขที่สุดน่าจะเป็เสี่ยวเหม๋ยในตอนนี้ นางรุกขึ้นมาแสดงความยินดีด้วยทั้งที่มือของนางข้างนึงยังถูกกุมเอาไว้อยู่
การฉลองเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ นางรำและนักดนตรีเริ่มเข้ามาทำการแสดงในห้องพิเศษนี้ ทำให้ความครึกครื้นเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ปล... ตอนหน้ามีปักธง .....