ผมมีระบบเจ้าเมือง

    บทที่ 35   เจ้าหญิงเอลฟ์

    บทที่ 35  

    เจ้าหญิงเอลฟ์


    ครึ่งวันต่อมา หลี่มู่ฟาน และทหารอีก 50 คนสวมชุดลำลองพวกเขาขี่ม้าสูงไปยังหมู่บ้านมนุษย์ 


    เมื่อชาวบ้านเห็นพวกเขา ชาวบ้านต่างคิดว่าเป็นโจรภูเขาลงมาปล้นสะดม ทำให้พวกเขาตีฆ้องร้องป่าวประกาศเพื่อเตรียมพร้อมที่จะป้องกันโจรภูเขา


    และเมื่อเห็นชาวบ้านชาวนาไม่กี่พันคนออกมาเตรียมต่อสู้ หลี่มู่ฟาน ก็ประสานมือทันที


    “ทุกคนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก พวกเราไม่ใช่โจรภูเขาแค่อยากทำธุรกิจกับพวกเจ้าเท่านั้นเอง”


    ชายชราคนหนึ่งตะโกนขึ้นในฝูงชน “นายท่าน หมู่บ้านของพวกเราไม่มีเงินไม่มีอาหาร ไม่มีธุรกิจใดๆ โปรดกลับไปเถิด!”

     หลี่มู่ฟาน ขมวดคิ้วและหันไปพยักหน้าให้กับหลิวหลง


    “เอามันออกมา!”


    หลิวหลงหันไปสั่งทหารด้านหลัง และทหารคนหนึ่งก็ถือกล่องไม้วางลงบนที่โล่งระหว่างทั้งสองฝ่าย เมื่อเปิดดูพบว่าเป็นเหรียญเงินทั้งหมด


    ในทวีปเทียนเหิง เหรียญเงิน เป็นสกุลเงินที่ใช้ได้เช่นเดียวกับเหรียญทอง เหรียญทอง 1 เหรียญเท่ากับเหรียญเงิน 10 เหรียญ เหรียญเงินที่อยู่ในกล่องนี้มีไม่น้อยกว่า 1,000 เหรียญ ซึ่งเพียงพอสำหรับคนทั้งหมู่บ้านที่จะซื้ออาหารทั้งเดือน!


    ประตูของชาวบ้านธรรมดา แง้มออกมา ถูกเหรียญเงินที่ส่องประกายอยู่ตรงหน้าทำให้ตาพร่า ชายชรากกล่าวเสียงสั่นเครือว่า “นายท่าน เงินพวกนี้…”


    ชาวบ้านที่ตื่นตระหนกต่างคิดว่าคนตรงหน้าจะต้องเป็นพวกโจรอย่างแน่นอนถึงได้มีเงินมากมาย”

     หลี่มู่ฟาน กล่าวอย่างเฉยเมยว่า  “ผู้ใหญ่ พวกเราแค่ต้องการซื้อหมูและแกะในหมู่บ้านเท่านั้น และข้าก็จะไม่เอาเปรียบพวกท่านเช่นกัน หมูตัวละ 6 เหรียญเงิน แกะตัวละ 4 เหรียญเงิน ดีหรือไม่?มีเท่าไหร่ข้าต้องการทั้งหมด!”


    ชาวบ้านได้ยินดังนั้นก็มองหน้ากันไปมา ราคานี้สูงกว่าราคาตลาด หากมีเหรียญเงินเหล่านี้ฤดูหนาวนี้ก็คงไม่ต้องกลุ้มใจอีกต่อไป


    “นี่….นายท่านช่างใจกว้างแต่ในหมู่บ้านของเราไม่มีหมูและแกะมากมายขนาดนั้น..”


    “ไม่เป็นไรแค่ขายให้ข้าก็พอ ไม่ทราบว่าผู้ใหญ่รู้หรือไม่ว่ายังมีหมูและแกะขายอยู่ที่ไหนบ้าง”


    ชายชราลังเลเล็กน้อย “ห่างจากหมู่บ้านไป 20 ลี้ มีเผ่าก็อบลินอยู่ หากนายท่านต้องการซื้อก็ต้องไปยังเมืองหยุนหลันที่อยู่ไกลออกไป”


    “เมืองหยุนหลัน…”

    ขณะที่ หลี่มู่ฟาน กำลังจะตอบเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากที่ไกลๆ


    “ฮ่าๆๆ!ไม่ต้องไปพวกเราอยู่ที่นี่แล้ว”เมื่อมองไปตามเสียง ก็เห็นพวกก็อบลินรูปร่างเตี้ยและมีผิวเขียวเข้มกำลังมุ่งมาทางนี้


    คนที่อยู่บนหลังม้าต่างมีร่างกายที่แข็งแกร่ง ดูเหมือนจะคุ้มกันใครบางคนที่อยู่ภายในรถม้า


    “เผ่ามนุษย์ที่อยู่ด้านหน้าจงฟังคำสั่งขององค์หญิง ตอนนี้ข้าต้องการให้พวกเจ้าคุ้มครององค์หญิงกับอาณาจักร!”


    “องค์หญิงนั้นหรอ?”


    ทุกคนในที่นี้ต่างตกใจ ชายชรากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า


    “อูเหล่าปา เจ้าหมายความว่าในรถม้าคือองค์หญิงนั้นหรือ?”


    พวกก็อบลินที่ถูกเรียกว่า อูเหล่าปาเงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ


    “นี่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ตาเฒ่าเจียง ยังไม่รีบให้คนของเจ้าจัดเตรียมเพื่อไปส่งองค์หญิงกลับอาณาจักรอีก เจ้าอยากจะโดนทำโทษหรือไง?”


    ที่นี่คือดินแดนเผ่าเอลฟ์องค์หญิงที่พวกเขาพูดถึงก็คือองค์หญิงของเผ่าเอลฟ์


    เขาเหลือบมองไปที่ หลี่มู่ฟาน และคนอื่นๆก่อนจะตะโกนว่า “แล้วพวกเจ้ามีธุระอะไร ข้าจะยึดเงินเหล่านี้ไว้ก่อน พวกเจ้ารีบพาองค์หญิงกับอาณาจักรทันที!”


    “ ไอ้หนู แกมองอะไร ไม่รู้หรือว่ารถม้าคันนี้เป็นที่นั่งขององค์หญิง ข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมา!”


    พวกก็อบลินมักจะใช้คำที่น่าเกลียดและกดขี่พวกอ่อนแอ พวกเขาขี้เกียจที่จะซื้อขายและจะทำการขโมยแทน ดังนั้นพวกเขาจึงมีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ แต่ก็ไม่มีใครในละแวกนี้เอาชนะพวกเขาได้ ในเวลานี้พวกเขากำลังใช้ชื่อขององค์หญิงเอลฟ์เพื่อกดขี่ทุกคน


    “กล้าดียังไงมาแตะต้องเงินของข้า?”


     หลี่มู่ฟาน ไม่ใช่คนอารมณ์ดี เมื่อได้ยินเช่นนี้เส้นเลือดบนหน้าผากเขาก็กระตุก เขายิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าเศษสวะ คิดว่าองค์หญิงแล้วจะทำได้ทุกอย่างหรอ ให้นางลงจากรถม้าเพื่อให้ข้าเห็นนางก่อน!”


    คนที่คุ้นเคยกับ หลี่มู่ฟาน รู้ทันทีว่ากษัตริย์องค์น้อยของเขากำลังจะระเบิด


    “กล้าหาญ ดีนี่! กล้าดียังไงมาพูดกับข้าแบบนี้ เจ้าพยายามที่จะก่อกบฏอย่างนั้นหรือ!”


    ก็อบลินตัวใหญ่คำรามออกมา เสียงของมันเหมือนเสียงเห่าหอนของสุนัข แต่ก่อนที่ หลี่มู่ฟาน จะระเบิดอารมณ์ออกมาแสงเยือกเย็นก็เพิ่งออกมาจากที่ไกลๆ

    “ฟิ้ว!” ลูกธนูยาวถูกยิงลงพื้นต่อหน้าฟานชิงเยว่ บนรถม้ามีชายเผ่าเอลฟ์ร่างสูงใหญ่และหล่อเหลากำลังถือคันธนูจ้องมอง หลี่มู่ฟาน อย่างเย็นชา


    ดูเหมือนหากว่าไม่ตกลงพวกเขาจะลงมือสังหารทันที


    ฟึบ!


    เสียงชักดาบดังมาจากด้านหลัง สมาชิกทุกคนในทีมต่อสู้ดึงดาบเหล็กออกมา พวกเขาพร้อมที่จะรับคำสั่งจาก หลี่มู่ฟาน แล้วเตรียมที่จะพุ่งเข้าปะทะ


    สถานการณ์เริ่มตึงเครียด


    ชายเผ่าเอลฟ์มองไปที่ หลี่มู่ฟาน อย่างเย็นชาและกล่าวว่า “เป็นอย่างไร?เผ่ามนุษย์ที่ต่ำต้อย องค์หญิงอยู่ในรถแล้วเจ้ามีอะไรจะพูดอีก?”


    “ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าจะทำอะไรมาก่อน ตราบใดที่อยู่ในดินแดนของข้าเจ้าจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของข้า ตอนนี้เจ้ารีบพาคนของเจ้าเดินตามขบวนรถไปทันที ถ้าเจ้าสามารถพาองค์หญิงกลับวังได้อย่างราบรื่น เจ้าย่อมที่จะได้รับรางวัล”


    เผ่าเอลฟ์เป็นเผ่าระดับลึกลับและได้สร้างบารมีมาอย่างยาวนาน ในสายตาของพวกเขาเผ่าพันธุ์ระดับเหลืองเป็นเพียงกลุ่มทาสเท่านั้น

     

    เมื่อเห็น หลี่มู่ฟาน ก้มหน้าลงโดยไม่พูดไม่จา ชายเผ่าเอลฟ์ก็ระวังตัวเล็กน้อย


    “ทำไม?หรือว่าเจ้าไม่ฟังคำสั่ง?ข้าแนะนำให้เจ้าซื่อสัตย์ วันนั้นเผ่ามนุษย์ที่น่ารังเกียจของอาณาจักรหยุนฉินกล้าโจมตีขบวนรถ ขององค์หญิง รอให้องค์หญิงกลับไปนำทัพใหญ่มากวาดล้างพวกหยุนฉินก่อน บางทีในอนาคตพวกเราอ่านผนึกดินแดนของพวกเจ้าเผ่ามนุษย์ และเมื่อถึงเวลานั้นข้าจะกำจัดเจ้าก่อน!”