Posher พอร์ช : รักให้ลืม

ติดตามความเคลื่อนไหวของแต่ละตอนได้ที่ IG : that.striped.spiderr
ตอนที่ 2
คืนแรก
จันทร์เ้านิ่งไปเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไรดีระหว่างตกลงกับปฏิเสธที่ดูตื่นเต้นขนาดนี้ ไม่ใช่ไม่เคยมีแฟนนะ เพียงแต่เขาหล่อเกินไปหน่อยไกลจนเกินเอื้อม เธอก็เลยไม่นึกว่าเขาจะสนใจ จนคำพูดเมื่อกี้เนี่ยแหละ
ไม่ใช่ว่าเขาจะสนใจเธอจริงๆหรอกนะ
“แค่ดื่มเอง ผมอยากหาเพื่อนดื่มอยู่พอดี”
“เอ่อ…” ผิดหวังเลยแฮะ เขาแค่อยากได้คนดื่มเป็เพื่อนแต่เธอดันคิดซะไกลเลย “ก็ได้ค่ะ ว่าแต่คุณพักที่ไหนคะ”
เธอถามเพื่อความปลอดภัยของเขา ถ้าเกิดเมาขึ้นมาจะได้พาไปส่งได้ถูก
“ผมอยู่ข้างบน ไม่ต้องห่วงครับ”
“โอเคค่ะ” ในเมื่อเขาอยู่ห้อง้างั้นเธอก็จะได้ไม่ต้องกังวล “คุณจะให้ฉันสั่งอะไรให้ไหมคะ”
“เอาแบบนั้นมาให้ผมสองขวดก็ได้ครับ” เขาชี้ไปที่ขวดเหล้าบนโต๊ะ ที่เหลือเพียงน้อยนิด
“โอเคค่ะ” เธอลุกขึ้นแล้วเดินไปสั่งเหล้าที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับขวดเหล้าในมือสองขวด
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกันแต่ก็ห่างกันพอสมควรเขายังคงเทเหล้าใส่แก้วและดื่มไม่หยุดทั้งที่สายตาและร่างกายเริ่มจะไม่ไหว
“ผมถามได้ไหม คุณมาทำอะไรที่นี่”
“ฉันกับครอบครัวมาทำสัญญากับเ้าของบริษัทแห่งหนึ่งค่ะ”
“เกี่ยวกับอะไรเหรอครับ”
“ส่งออกไวน์ค่ะ ที่บ้านฉันเป็โรงงานผลิตไวน์แล้วก็มีสวนผลไม้ด้วย”
“ผมก็อยากมีสวนเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มทำอะไรก่อนดี”
“แค่มีใจก็พอแล้วค่ะ การทำสวนผลไม้ต้องใช้เวลาและความอดทน พยายามบำรุง ทะนุถนอมมันก็จะออกมาตามที่เรา้า”
“เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่าครอบครัวของคุณทำอะไรบ้าง”
การที่เธอจะเอาเื่ส่วนตัวไปเล่าให้คนอื่นฟังมันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ถ้าให้คิดอีกมุม วันนี้เราคงได้เจอกันครั้งแรกและครั้งสุดท้ายอนาคตน่าจะยากเพราะฉะนั้นจะเล่าให้ฟังสักนิดสักหน่อยก็คงไม่เป็ไร
จันทร์เ้าเริ่มเล่าั้แ่สมัยเรียนมอ.ต้นจนถึงมอ.ปลาย ว่าแต่ละ่ชีวิตมีเื่ให้น่าตื่นเต้นขนาดไหนจากนั้นก็ร่ายยาวจนมหาลัย
พอร์ชให้ความสนใจกับเื่ราวที่หญิงสาวเล่าให้ฟังเป็อย่างมากน้ำเสียงและริมฝีปากของเธอที่ขยับไปมาช่วยทำให้เขาผ่อนคลายจนลืมตัวเผลอหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบตลอดเวลา
ไม่รู้ว่านาฬิกาหมุนไปถึงเลขไหน…
เขาหัวเราะไปกับเื่วัยเด็กแสนซนของเธอจนลืมความเ็ปไปชั่วขณะ
จันทร์เ้าสังเกตผู้ชายตรงหน้าเพราะกลัวว่าเขาจะช็อกแล้วเป็ลมไป
ถึงเวลาที่เธอควรจะถามเขากลับบ้าง
“คุณล่ะ มาทำอะไรที่นี่”
“ผมมาคุยงานครับ”
“คุณเป็ลูกครึ่งแสดงว่าปกติคุณอยู่ที่ไหนคะ”
“ผมไปมาฝรั่งเศสกับแคนาดาครับ แต่หลังจากนี้ไปคงได้กลับไทยถาวร”
“คุณคงกำลังเครียดใช่ไหมคะ”
“นิดหน่อยครับ”
“มีอะไรอยากจะระบายไหมคะ ฉันรับฟังได้นะ”
พอร์ชหลุบตาลงเพราะไม่อยากเผยด้านอ่อนแอออกมาให้ใครได้เห็นสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดในตอนนี้คือการระบายอารมณ์แต่ก็ไม่รู้ว่าควรแสดงออกมายังไง
นอกจากการดื่มให้ตัวเองเมาแล้วง่วงหลับไป
“คุณ…ค่อยๆกินก็ได้นะคะ”เธอทนไม่ไหวเอ่ยห้ามชายหนุ่มที่กำลังกระดกเหล้าเข้าปากอย่างบ้าคลั่งเรียวมือบางยื่นออกไปเพื่อหวังจะจับขวด…
“คุณ…”
เขาใช้มือเช็ดริมฝีปากที่เปียกชื้นก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมองเธอ
“คุณเคยอยากตายไหมครับ”
คำถามของเขาทำให้เธอกลืนน้ำลายด้วยความกลัวไม่ได้กลัวว่าเขาจะทำอะไรเธอหรอกนะ แต่กลัวเขาจะทำร้ายตัวเองต่างหากท่าทางของเขาเหมือนคนกำลังอมทุกข์แถมสายตายังดูเศร้าโศกผิดหวังและเสียใจจนเธออดสงสารไม่ได้
"ทำไมคุณถึงอยากตายล่ะ”
“หึ มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็” เขาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชน้ำเสียงเย้ยหยันพยายามตอกย้ำความเ็ปที่มีให้เพิ่มมากขึ้นหัวใจถูกใครบางคนทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีลมหายใจที่มีอยู่ทุกวันนี้มีเพียงครอบครัวเท่านั้น
จันทร์เ้ารู้สึกไม่ดีกับคำพูดของเขายิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งทำให้แววตาของเธอเศร้าหมองสงสารชายหนุ่มที่ก้มมองแก้วเหล้าในมือไม่รู้ว่าเขามีเื่อะไรในใจถึงได้ทุกข์มากขนาดนี้อยากถามกลับก็กลัวจะก้าวก่ายเกินไป
เธอค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้เขาและพยายามพูดปลอบอย่างระมัดระวัง
"ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าคุณเป็อะไร แต่อย่าคิดอะไรแบบนั้นสิคะ คนที่รักคุณมีอีกมากลองมองดูคนที่อยู่ข้างกาย ลองมองดูตัวเอง ถ้าคุณมองเห็นตัวเองในสภาพนี้ฉันว่าคุณต้องกลับมารักตัวเองแน่"
ชายหนุ่มใช้ดวงตาแดงก่ำค่อยๆหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมา
จันทร์เ้ายิ้มค้างเขาหัวเราะที่เธอยุ่งเื่คนอื่นหรือเปล่า
“คือฉัน…”
"คุณรู้จักผมเหรอ"น้ำเสียงเ็าทำให้เธอนิ่งไปสักพักก่อนจะส่ายหน้าไปมา
"เปล่าค่ะ"
"แล้วมาสอนอะไรผม ผมแค่้าคนดื่มเหล้าเป็เพื่อน เื่อื่นไม่ต้องยุ่ง"
คำพูดจริงใจของเขาทำให้เธอแทบอยากจะกระอักเืออกมาความปรารถนาดีที่เอ่อล้นถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว น่าจับตีจริงเชียวคนอุตส่าห์เป็ห่วงยังมาพูดจาไม่น่าฟังอีก
พอร์ชไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยถ้อยคำไร้มารยาทแบบนั้นแต่เป็เพราะเขารับไม่ได้ต่างหากที่ตัวเองโง่เง่าจนโดนหลอกใช้ซ้ำยังให้ใครก็ไม่รู้มาปลอบใจอีก
ช่างน่าสมเพช
"ฉันไม่ได้จะสอนคุณ เพียงแต่…คุณดูน่าสงสารเกินไป"ประโยคหลังพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ไม่ต้องมาสงสารผม ผมไม่มีอะไรให้น่าสงสารหรอก"
ชายหนุ่มมีท่าทีต่อต้านอย่างเห็นได้ชัดสมองไม่้ารับฟังความคิดเห็นของใคร เพราะเขาโดนกระทำมามากพอแล้วนับั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปเขาจะลืมเื่ราวปวดร้าวที่เคยเกิดขึ้นให้หมดสิ้นแล้วเริ่มต้นใหม่ซะ
จันทร์เ้าได้แต่ถอนหายใจนั่งนิ่งโดยที่สายตาคอยเหลือบมองชายหนุ่มด้วยความเป็ห่วงอยู่ตลอดเวลา
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้เขายังคงดื่มเหล้าจนถึงขวดสุดท้าย กระทั่งถึงขนาดเทขวดเพื่อให้หยดน้ำไหลออกมาจนหมดก็ไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่ จำไม่ได้แล้วว่าสีน้ำอำพันไหลเข้าปากไปแล้วกี่อึกตอนนี้เริ่มรู้สึกง่วง ศีรษะโอนเอนไปมาพิงกับพนักเก้าอี้อย่างอ่อนล้าเปลือกตาหนักอึ้งจนยกไม่ขึ้นแล้ว
ดีนะที่ยังพอจำได้ว่ากำลังนั่งอยู่กับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง
"คุณ...มีแฟนหรือยัง" เขาก็เอ่ยถามขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ถามฉัน?” เธอพยายามเปล่งเสียงที่หายไปออกมาจนดูแหบพร่าเซ็กซี่โดยไม่รู้ตัว
“ครับ ผมถามคุณ”
แฟนเหรอ…ไม่อยากจะบอกหรอกนะว่าั้แ่เกิดมาเธอเคยมีแฟนมาแค่สองคนจะเรียกยังไงดี คนคุยหรือคนรักเธอเองก็ยังไม่รู้
"ฉันไม่มีหรอกค่ะ" เธอส่ายหน้า
"ถ้าคุณมีแฟน...ที่รักกันมา 3 ปี จนกระทั่งได้แต่งงานกัน...หลังแต่งยังไม่ถึงปีคุณก็จับได้ว่าเขาไปมีอะไรกับคนอื่น คุณจะทำยังไง"
สมองของจันทร์เ้ากำลังงุนงงกับคำพูดของเขาจนกระทั่งสติกลับมาและทวนความหมายของคำถามนั้นอีกครั้ง…
เื่นี้คงไม่ใช่ปมในใจของเขาล่ะมั้ง
เธอพยายามยกหนังตาขึ้นเล็กน้อยจ้องมองดวงตาคมเข้มที่กำลังเหม่อมองมา ทำให้เห็นใบหน้าที่กำลังโศกเศร้าเสียใจ
รู้สึกคันๆเจ็บๆยังไงก็ไม่รู้
"ถ้าเป็ฉัน...ฉันคงทำใจไม่ได้"
ชายหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีเหนือความคาดหมายกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหลุบสายตาลงนิ่งไปสักพักถึงได้เอ่ยขึ้น
"คุณรู้ไหม...ว่าผมเจ็บ เธอเป็ผู้หญิงที่ผมไว้ใจและรักมากผมไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้าทำอะไรแบบนั้น ถ้าแค่มีอะไรกันผมคงยังพอให้อภัยได้แต่เธอกลับ้าทำลายทุกอย่างที่พี่ชายผมสร้าง ผมควรทำยังไง…ผมมีพี่อยู่แค่คนเดียวยังไงก็ไม่มีทางเลือกเธออยู่แล้ว แต่…”
ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือปิดดวงตาที่กำลังเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำไหล่สั่นไหวเพราะความเสียใจอย่างที่สุด…ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็ไม่มีทางทำร้ายพี่ชายแน่แต่ทำไมเขาถึงตัดสินใจทิ้งเธอไม่ได้หัวใจบีบรัดแน่นจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เจ็บไปหมดแล้ว เจ็บจริงๆ
จันทร์เ้าไม่รู้ว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้างแต่สิ่งที่เห็นในตอนนี้คือเขากำลังเสียใจมากและดูเหมือนจะยิ่งแย่ลงกว่าเก่าด้วยความที่เธอเป็คนอ่อนไหวอยู่แล้ว แถมยังมาเจอผู้ชายร้องไห้ใส่อีกน้ำตาก็เริ่มเอ่อคลอออกมา
เธอขยับตัวเองเข้าไปใกล้เขาอีกครั้งใช้ฝ่ามือบางแตะไปที่แผ่นหลังแกร่งและลูบลงช้าๆเพื่อปลอบโยนเธอคงไม่สามารถพูดอะไรได้เพราะมันเป็เื่ส่วนตัวของเขา แต่สิ่งเดียวที่ทำได้คือใช้กายภาพในการบ่งบอกว่า ‘เธอจะเป็คนอยู่เคียงข้างเขาเอง’
ชายหนุ่มคล้ายพังกำแพงที่มีในใจค่อยๆเอนศีรษะไปพิงไหล่ของเธอทั้งที่น้ำตายังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหล
“ผมเกลียดความรัก มันไม่มีจริง มันเป็แค่เื่หลอกลวงทั้งนั้น” น้ำเสียงอู้อี้พูดตัดพ้อทั้งที่ฝ่ามือยังปิดใบหน้าอยู่
สิ่งที่ชายหนุ่มเจอมาคงทำให้ความรู้สึกของเขาพังลงจนไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เธอเห็นใจและสงสารเขาเหลือเกิน
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะคะ ความรักดีๆก็มีเยอะนะ”
“ผมเคยมีรักแท้ให้ผู้หญิงคนหนึ่งแต่ทุกอย่างมันกลายเป็แค่คำโกหกหลอกลวง คำว่ารักที่เธอเคยพูดมันไม่มีอยู่จริง..."
จันทร์เ้ากอดไหล่เขาไว้แน่นเพื่อแสดงความอบอุ่นให้ผู้ชายคนนี้ได้รับรู้ว่าอย่างน้อยก็ยังมีเธออยู่ข้างๆไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยแต่อย่างน้อยก็คงพอจะทำให้เขาดีขึ้นมาบ้าง
“แต่ก่อนฉันก็เคยมองว่าความรักไม่มีจริงแต่พอนานวันเข้าถึงได้เข้าใจ ความจริงสิ่งที่ทำร้ายเราอยู่ไม่ใช่ความรักแต่เป็ความคิดเราเองต่างหาก คุณเป็คนดีคนหนึ่ง สักวันต้องเจอความรักดีๆแน่ค่ะ”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเพื่อสบสายตากับเธอ
“คุณคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“ผมเป็คนดีเหรอ”
“คุณเป็คนดีค่ะขนาดเธอคนนั้นทำแบบนี้กับคุณคุณยังไม่ทำอะไรซ้ำต้องมานั่งร้องไห้โดดเดี่ยวคนเดียวแบบนี้อีก”
“เพราะผมไม่เหลือใครแล้วต่างหาก”
“คุณยังมีครอบครัวกับตัวคุณอยู่นะคะ…การที่คุณจะรักใครสักคนได้ คุณต้องรักตัวเองให้เป็ก่อน จากนั้นความรักดีๆจะเข้ามาหาคุณเองค่ะ”
“รักตัวเอง…”
“ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวบนโลกนะคะอย่าจมปลักนานนัก”
ผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนนี้เป็ใครกันทำไมถึงได้รู้วิธีปลอบใจคนอื่นทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแถมยังมั่นใจอีกว่าเขาเป็คนดีขนาดนี้…
ความคิดของเขาในตอนนี้คือการโทษตัวเองเกี่ยวกับเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อไหร่ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแสดงว่าความรักของเขายังไม่มากพอที่จะทำให้ผู้หญิงที่เขารักมั่นใจในความรู้สึกและมันก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่คิดอยู่เป็ความจริงความคิดของเขากำลังทำร้ายตัวเองอย่างที่เธอบอกไว้
จันทร์เ้าเห็นเขาจ้องมองด้วยแววตาบางอย่างใบหน้าก็เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเขินอาย เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างวนเวียนอยู่ในท้องหัวใจเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขายิ่งขยับเข้ามาใกล้…
เขามีความรู้สึกว่าอยากอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้อยากััเธอให้ได้มากกว่านี้ถ้อยคำปลอบใจที่ไม่เคยได้ยินจากใครมาก่อนคล้ายกุญแจเปิดหัวใจที่ปิดตายไว้ให้เปิดออกมาเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดให้ทั้งสองคนเข้าหากัน จนในที่สุดริมฝีปากของเขาก็ประกบลงไปอย่างแ่เบา ดูดดึงโดยไม่ได้สอดลิ้นอุ่นเข้าไปดวงตาของหญิงสาวเปล่งประกายจนไม่สามารถละสายตาไปไหนได้เขาใช้เวลาปากขบไปมาสักพักก่อนจะค่อยๆถอนริมฝีปากออกและขยับใบหน้าออกมาเล็กน้อยเพื่อมองดูภาพรวมตรงหน้า
ความร้อนรุ่มของร่างกายทำให้เขาอยากทำมากกว่านี้…
ชายหนุ่มประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้งฝ่ามือข้างหนึ่งสอดเข้าเส้นผมใต้ท้ายทอยของเธอไว้เพื่อกดย้ำริมฝีปากให้แแ่มากยิ่งขึ้น ลิ้นอุ่นพยายามเปิดปากบางออกและควานหาความหวานดูดกลืนลมหายใจอย่างร้อนแรงจนเธอไม่สามารถต้านทานได้
การตอบสนองที่เงอะงะของเธอทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจเป็อย่างมากและสิ่งหนึ่งที่ยิ่งเพิ่มความ้าของเขาให้ทวีคูณมากขึ้นไปอีกก็คือ ‘นี่คงเป็จูบแรกของเธอ’
#นิยายเื่นี้เกี่ยวกับพอร์ช น้องชายของพอลสัน ที่มีปมความรักในอดีต แต่แล้วหนึ่งคืนในวันนั้นก็กลายเป็จุดเปลี่ยนของความรู้สึก เื่นี้พอร์ชจะเป็ผู้ชายอ่อนโยน อบอุ่น จะไม่เหมือนพี่ชายที่ดูน่าเกรงขาม เนื้อเื่บางจุดจะโยงไปเื่ของพอลสันด้วย ฝากติดตามด้วยนะคะ รักรีทค่า