ได้ฟังเช่นนั้นหญิงสาวยิ้มและกล่าวถึงเรื่องราว
"หอสุรางค์สวรรค์แห่งนี้ก็ได้รับการสืบทอดมาแต่โบราณกาลควบคู่กับหอนิรทุกข์พยายมเช่นเดียวกันและมีบันทึกโบราณตกทอดมาสู่ทุกรุ่น บรรพชนนงคราญสุรางค์สวรรค์กล่าวไว้ว่านงคราญสุรางสวรรค์แต่ละรุ่นนั้นมีหน้าที่สำคัญคือการเฝ้ารอผู้ที่สามารถพิชิตหอนิรทุกข์"
"ซึ่งเรียกว่าผู้กล้าและหากผู้นั้นยังสามารถเอาชนะสุรางค์สวรรค์ได้อีกเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในรุ่นใดนงคราญสุรางสวรรค์ในรุ่นนั้นถูกกำหนดให้เป็นผู้ติดตามรับใช้ผู้กล้าท่านนั้น..มินึกว่าเมื่อถึงรุ่นของข้าท่านกลับสามารถพิชิตหอนิรทุกข์และท่านยังทำให้เกิดสิ่งที่้รียกว่า ลิขิตสวรรค์ ...มังกรบรรพกาลซึ่งบันทึกโบราณกาลกล่าวไว้ว่า "
"คราใดที่โลกนี้ถึงคราจะเกิดกลียุคถึงกาลล่มสลาย มักจะมีผู้ที่สามารถสำแดง ลิขิตสวรรค์ ...มังกรบรรพกาลคือสำแดงพลังจนบังเกิดแสงที่พุ่งสู่ชั้นฟ้าจนเกิดภาพมังกรบรรพกาลสีครามกู่ร้องคำรามก้องฟ้าจะเป็นผู้มากอบกู้มหันตภัยร้ายแรงที่จะเกิดชึ้นกับมนุษยชาติ "
"นับแต่บัดนี้ข้าถือเป็นคนของท่าน จะติดตามท่านไปทุกหนแห่ง ข้าเหมี่ยวเซี๊ยะนงคราญสุรางสวรรค์รุ่นที่สิบห้าได้รับภารกิจและทำตามที่บรรพชนมอบหมายแล้วหากคุณชายจะเดินทางเมื่อไหร่หรือต้องการอันใด ข้าจะได้เตรียมพร้อมให้และพร้อมจะออกเดินทางไปด้วยได้ในทันที"
กังหลงได้ฟังเช่นนั้นถึงอึ้งไปมิทราบว่าเหตุการณ์จะต้องกลับกลายมาเป็นเช่นนี้ ตนเดินทางเพียงลำพังนั้นมีความสะดวกอิสระมากกว่า หากแม้นมามีคนติดตามมิทราบจะดำรงตนอย่างไร จึงกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจ
"เอ่อ..แม่นางข้าคงมิอาจทำเช่นนั้นได้ข้าตัวคนเดียว มีภารกิจที่ต้องทำหลายประการมิอาจนำพาแม่นางไปลำบากด้วยได้เส้นทางที่ข้าจะก้าวเดินต่อไปมีทราบจะเป็นเช่นไรและเรื่องราวที่แม่นางกล่าวมานั้นมิจำเป็นต้องยึดถือให้เป็นไปตามนั้นกระมังบรรพชนท่านอาจกล่าวถึงผู้อื่นที่คงจะมิใช่ข้าผู้นี้"
"ทุกอย่างที่ข้าเหมี่ยวเซี๊ยะกล่าวมาล้วนเป็นไปตามบันทึกโบราณของบรรพชนทั้งสิ้น หากกงจื้อมิเชื่อข้าสามารถนำบันทึกที่ตกทอดฉบับนั้นมาให้ท่านอ่านดูได้ หรือจะเป็นเพราะท่านรังเกียจข้าว่าด้อยความสามารถมิคู่ควร มิอาจเป็นผู้ติดตามท่านได้นงคราญสุรางค์สวรรค์ทุกรุ่นนั้นต่างยึดมั่นต่อคำสั่งเสียของบรรพชนยิ่งชีวิตหากแม้นมิอาจติดตาม ผู้ที่สำแดง ลิขิตสวรรค์ ...มังกรบรรพกาลตามเจตจำนงค์ ก็คงทำได้เพียงต้องสะบั้นชีพจรหัวใจสละชีพต่อหน้าท่านที่มิอาจทำตามคำสั่งเสียของบรรพชนได้ "
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง จนกังหลงถึงกับมิทราบจะทำเช่นไรดูจากสีหน้าเด็ดเดี่ยวของนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะแล้วนางยึดมั่นและจริงจังกับบันทึกของบรรพชนยิ่งนัก หากแม้นตนยังคงปฏิเสธอีกต่อไป นางคงต้องทำตามที่กล่าวไว้เป็นแน่แท้ แต่ถึงอย่างไรตอนนี้ตนก็ยังมิสะดวกที่จะนำพาใครติดตามคงต้องหาวิธีที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็สามารถกระทำตามภารกิจได้โดยมิต้องเกิดปัญหาใด ๆ
"เอ่อ..ข้ามิได้หมายความเป็นเช่นนั้นด้วยความสามารถของแม่นางหากข้ามีวาสนาได้ผู้ร่วมเดินทางเช่นนี้คงเป็นสิ่งที่ยากจะพบพานแล้วแต่เนื่องด้วยตอนนี้ข้ายังมีสิ่งที่ต้องกระทำจึงคิดว่าคงเป็นการไม่สะดวกทั้งต่อตัวข้าและต่อแม่นางด้วยหากข้าต้องการความช่วยเหลือข้าจะมาหาแม่นางในภายหลังอย่างนี้เป็นไร "
"ข้าคงมิอาจไม่ติดตามกงจื้อได้นับแต่ได้กล่าวถึงเรื่องราวไป และข้าก็นับเป็นคนของท่านแล้วภารกิจที่นงคราญสุรางค์สวรรค์ต่างยึดถือและสืบทอดกันมาหลายร้อยปีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยผู้ที่สำแดง ลิขิตสวรรค์ ...มังกรบรรพกาลกอบกู้มหันตภัยที่จะเกิดขึ้นในภายหน้านั้น หากแม้นสิ่งที่คุณชายสั่งให้ต้องกระทำเป็นภารกิจที่เกี่ยวกับการกอบกู้มหันตภัยแล้วข้าย่อมสามารถกระทำตามใจท่านได้แต่หากแม้นท่านยังยืนกรานมิต้องการข้าเป็นผู้ติดตามหรือมิเชื่อถือบันทึกของบรรพชนของนงคราญสุรางค์สวรรค์ข้าคงต้องขอสะบั้นชีพจรหัวใจตกตายต่อหน้าผู้ที่สำแดง ลิขิตสวรรค์ ...มังกรบรรพกาลซึ่งก็คือตัวท่าน ที่มิอาจทำตามคำสั่งเสียของบรรพชนได้ "
เสียงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวจนกังหลงถึงกับหวั่นใจดูท่าหากตนยังคงปฏิเสธอีก ครานี้นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะคงต้องทำตามที่กล่าวไว้เป็นแน่ จึงได้แต่ต้องจำใจตอบตกลงหลังจากพูดคุยสอบถามจึงทราบว่าบันทึกโบราณเป็นสิ่งสืบทอดที่นงคราญสุรางค์สวรรค์ทุกรุ่นต่างต้องยึดถือซึ่งต้องรอจนพบเจอผู้สำแดง ลิขิตสวรรค์ ...มังกรบรรพกาลและคอยติดตามร่วมช่วยกอบกู้มหันตภัยครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นของมนุษย์แม้จะไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุร้ายใดจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ลิขิตสวรรค์ ...มังกรบรรพกาล เมื่อได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ภาระอันยิ่งใหญ่นี้กังหลงจึงจำต้องก้มหน้ารับกังหลงฉุกคิดถึงเรื่องพลังฝีมือของนงคราญสวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะว่าอาจเกี่ยวข้องกับเม็ดพลังธาตุวารีจึงสอบถามขึ้น
"มิทราบวิชาฝีมือที่แม่นางตอนใช้"หงษ์น้ำแข็งสยายปีก..หงษ์มายาพิฆาต..และหงษ์ระเริงฟ้าพสุธากำสรวญนั่นเป็นวิชาที่เกี่ยวของกับธาตุวารีใช่รึไม่ ?"
"ใช่แล้วคุณชายเป็นวิชาด้านธาตุวารีที่สืบทอดมาจากบรรพชน..มิทราบคุณชายสงสัยในเรื่องใดรึ ?"
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะกล่าวถามขึ้น
"บังเอิญข้ามีความสนใจในเม็ดพลังธาตุวารีมิทราบแม่นางทราบเกี่ยวกับเม็ดพลังนี้บ้างรึไม่ ?"
"ข้ามิทราบเกี่ยวกับเรื่องเม็ดพลังธาตุวารีและมิเคยเห็นเช่นกันข้าจะให้คนของหอสุรางค์สวรรค์ลองเสาะหาดู หากข้ามีข้อมูลข้าจะแจ้งให้คุณชายทราบสิ่งนี้นับเป็นธาตุวิเศษตามธรรมชาติคงยากจะเกิดขึ้นและยากจะพบเจอ..!! "
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะกล่าวขึ้นพร้อมเรียกผู้อาวุโสของหอสุรางค์สวรรค์มาสอบถามและสั่งความต่างๆ ครู่หนึ่ง
หลังจากจัดการเรื่องหอสุรางค์สวรรค์เรียบร้อยกังหลงและนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะจึงออกเดินทางร่วมกันไปยังตระกูลหยางตามกำหนดเดิมที่กังหลงได้ตั้งใจไว้บุรษหนุ่มคล้ายนักศึกษาบอบบางพร้อมอิสตรีโฉมสะคราญปานเทพธิดาเดินทางเคียงคู่กันไปตามเส้นทางสู่ตระกูลหยางในทันที
จากการสอบถามผู้คนเส้นทางสู่ตระกูลหยางต้องตัดผ่านแนวเทือกเขาเนตรอสูรบางส่วนทั้งสองเดินเท้าปกติทัศนาป่าเขาไปเรื่อย ๆ เมื่อเข้าสู่แนวเทือกเขาที่เต็มไปด้วยป่ารกมืดครึ้มทั้งสองต้องหยุดอย่างกระทันหันเพราะสัมผัสถึงพลังระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ช่วงชั้นสูงสุดที่แอบแฝงอยู่ และทันใดก็ปรากฎร่างสองร่างออกมาพร้อมเสียงหัวเราะอย่างลำพองใจ
"ฮ๋าฮ๋า ฮ่า ช่างเป็นกิ่งทองใบหยกอันเหมาะสมกันโดยแท้ แต่เสียดายเวลาเสพสุขของพวกเจ้าได้หมดลงแล้วช่างเป็นสตรีที่สะคราญโฉมโดยแท้หากจะทำลายทิ้งซะเลยโดยที่มิได้ลิ้มชิมรสความงดงามนี้คงต้องเสียดายของแย่..เจ้าสามบุรุษหนุ่มที่มีระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งมอบให้เจ้าส่วนสตรีนางนี้มอบให้ข้า ข้าจะดูแลให้ความสุขแก่นางก่อน เจ้าดูหน้าอกที่ชูชันหน้าท้องแบนราบตะโพกที่ผายเรียวขายาวเข้ารูปช่างเย้ายวนยิ่ง "
"พี่ใหญ่ดูแน่ชัดแล้วใช่รึไม่ว่าไม่มีจอมยุทธระดับราชันย์ติดตามมาข้ามิอยากพลาดท่าเหมือนพี่สองถ้าไม่มีใครคอยปกป้องเจ้าหนุ่มนี่เดี๋ยวข้าจะส่งมันให้หายสาบสูญไปภายในสามกระบวนท่าแต่พี่ใหญ่อย่าลืมหลงเหลือความสุขไว้เผื่อข้าด้วยหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ ได้เห็นสายตาอันหื่นกระหาย ได้ยินการกล่าวเช่นนั้นถึงกับหน้าแดงระเรื่อชั่วครู่รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านออกมาทันทีนับเป็นคำพูดที่หยามเกียร์ติต่อนางยิ่งนัก นางก้าวออกเพื่อจะลงมือแต่โดนกังหลงยกมือห้ามไว้