ยอดยุทธชุดชมพู

    54.สำนักแพทย์โอสถ

    54.สำนักแพทย์โอสถ

                   ไป๋หลงเดินตามหลิงชงเข้าไปในสำนักแพทย์โอสถศิษย์ทั้งหลายและบรรดาอาจารย์แพทย์โอสถที่เดินสวนไปมาล้วนหยุดคารวะหัวหน้าสำนักมีหลายคนเหลือบมองไป๋หลง คล้ายสงสัยว่าเป็นผู้ใดทว่าเมื่อเหลือบเห็นแผลเป็นที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าปิดหน้าแต่ละคนก็รีบเบือนหน้าหนีทันที เพื่อไม่ให้เสียมารยาทจ้องมองนานเกินไป

                   “ดูเหมือนคนสำนักแพทย์โอสถจะมีมารยาทกันอยู่บ้าง”ไป๋หลงเอ่ยขึ้นหลังจากที่สังเกตเห็นพฤติกรรมของคนในสำนักแพทย์โอสถที่พยายามไม่จ้องมองแผลเป็นของเธอนานเกินไป

                   “ต้องดูว่าใครเป็นคนอบรมคนเหล่านี้”หัวหน้าสำนักแพทย์ว่าพลางยืดอกด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

                   เสี่ยวไป๋เบ้ปาก พลางกระซิบข้างหูเจ้านายของมัน“หลงตัวเอง!”

                   ไป๋หลงยิ้มบางๆ แล้วกระซิบกลับ“ก็คงไม่เท่าท่านเสี่ยวไป๋ จอมหลงตัวเองแน่นอน!”

                   เสี่ยวไป๋ทำหน้าตางอง้ำไม่พอใจที่ถูกกล่าวหาขณะที่ไป๋หลงเมินเฉยไม่สนใจมันอีกต่อไป

                   สำนักแพทย์โอสถมีพื้นที่ครึ่งนึงของสำนักฝึกยุทธประกอบไปด้วยหอสูง ซึ่งเป็นอาคารหลักของสำนัก มีจำนวนถึงสิบชั้น ไว้เก็บคัมภีร์และตัวยาที่สำคัญทั้งหลาย ชั้นอื่นๆเป็นที่ทำงานของเหล่าอาจารย์และผู้ที่อยู่ในระดับเทพโอสถส่วนชั้นล่างสุดมีไว้สำหรับทดสอบฝีมือการปรุงยาของเด็กแต่ละชั้นปี ซึ่งหนึ่งปีจะเปิดการทดสอบสองครั้งส่วนเวลาอื่นๆ หอชั้นล่างนี้มีไว้สำหรับเหล่าอาจารย์ และผู้ที่อยู่ในระดับแพทย์โอสถแล้วเท่านั้นจึงจะใช้เตาปรุงยาของสำนักได้ขณะที่เหล่าแพทย์ฝึกหัดใช้เตาหลอมที่อยู่ในชั้นเรียนของตนซึ่งมีมากพอให้ศิษย์เหล่านี้ใช้ และมีอาคารเรียนต่างๆรายล้อม

                   “เจ้ามาที่นี่เพื่อที่จะรับการฝึกหัดปรุงยาตามแบบแผนที่สำนักวางไว้หรือตั้งใจมาวัดระดับแพทย์โอสถของตนเอง”หัวหน้าสำนักแพทย์โอสถถามขณะที่นั่งลงบนเก้าอี้ในห้องปรุงยาหลักของสำนัก

                   ไป๋หลงเดินวนรอบเตาหลอมยาขนาดใหญ่โตมากพอที่จะโยนคนราวยี่สิบคนลงไปในหม้อนั้นได้ เดินวนลูบๆ คลำเตาขนาดใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตขณะที่ดวงตาเปล่งประกาย พลางตอบคำถาม

                   “อย่างที่ท่านรู้ความสามารถของข้าไปไกลเกินกว่าที่หลักสูตรสำนักของท่านจะสอนข้าได้แล้ว”ไป๋หลงมองสำรวจลายของเตาหลอมที่ประณีตงดงามแต่ต่อให้เตาหลอมนี้สร้างมาดีเพียงใดก็ยังไม่อาจสู้เตาหลอมของไท่ซ่างเหล่าจวินบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าได้

                   “เจ้าต้องการวัดระดับและใช้ยาสมุนไพรของสำนักสินะ”หัวหน้าสำนักแพทย์โอสถยิ้มอย่างรู้ทัน

                   “ถูกต้อง ข้าต้องการวัดระดับเพื่อใช้อภิสิทธิ์ต่างๆ แต่ข้าไม่สนใจตัวยาของสำนัก”ไป๋หลงยิ้มเจ้าเล่ห์

                   “หืม...”หลิงชงทำน้ำเสียงสนใจ “ข้ายังไม่เคยได้ยินว่ามีคนไม่สนใจสมุนไพรที่สำนักเก็บสะสมไว้ทั้งๆที่สำนักเก็บสมุนไพรล้ำค่าไว้มากมาย”หลิงชงทำท่าครุ่นคิด “เว้นแต่ว่าเจ้าจะมีทรัพย์สินมหาศาลเท่ากับอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งเจ้าจึงมีปัญญาหามาใช้เองได้ซึ่งนั่นไม่น่าเป็นไปได้....พอจะบอกเหตุผลที่เจ้าไม่สนใจสมุนไพรของสำนักได้หรือไม่”หลิงชงถามด้วยความสงสัย

                   เสี่ยวไป๋หลุดหัวเราะคิกคักทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องสมุนไพร ตอนเด็กไป๋หลงบังคับให้เขาไปหาสมุนไพรมาให้มากมายซ้ำยังเป็นสมุนไพรล้ำค่าที่หาซื้อไม่ได้นางจัดการตากแห้งสมุนไพรและบดเป็นผงไว้ใช้มากมายถ้านางยังอยากได้สมุนไพรไร้ค่าของสำนักแพทย์โอสถก็แปลกแล้ว!

                   ไป๋หลงไม่ตอบ เหลือบสายตามองคนทั้งหลายที่อยู่ในห้องโถงเป็นสัญญาณบอกให้หลิงชงไล่คนเหล่านี้ออกไปจากห้อง...

                   “พวกเจ้าทุกคนออกไปให้หมด...”หลิงชงแผ่พลังยุทธน้ำเสียงก้องไปทั่วทั้งห้องโถงทำให้ทุกคนในห้องต่างชะงัก มือที่กำลังปรุงยา ก่อนคนทั้งหลายจะค้อมศีรษะให้หัวหน้าสำนักแล้วล่าถอยออกไปจากห้องโถงแม้จะนึกสงสัยว่าหัวหน้าสำนักมีความลับใดจะคุยกับเด็กสาวหน้าตาอัปลักษณ์ผู้นี้

                   “เชิญเจ้าพูด”หลิงชงกล่าวเมื่อทุกคนล่าถอยออกไปหมด

                   “ข้าคิดว่าท่านคงรู้จักสิ่งนี้”ไป๋หลงยื่นตราหยกสีขาวให้...

                   หลิงชงรับตราหยกมา เป็นหยกชั้นดีผิวเรียบลื่นมันวาวสีขาวเหมือนมันแพะ มีมูลค่าค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่ทำให้หลิงชงดวงตาเบิกกว้างไม่ใช่คุณภาพของเนื้อหยก

                   เขาถึงกับมือสั่นเมื่อเห็นลวดลายบนตราหยก ผิวหยกสลักลวดลายงูจงอาง ขดหาง ชูคอแผ่แม่เบี้ยกางเต็มที่ปากอ้าขู่คำรามอวดเขี้ยวยาวในปาก แค่ตราสัญลักษณ์ก็สลักได้เหมือนจริงชวนขนลุกอำนาจที่เป็นเจ้าของตรานี้ยิ่งน่ากลัวกว่า

                   “หอจิวหรง!”หลิงชงอุทานด้วยความตกใจ หอจิวหรงเป็นกิจการค้าขายสมุนไพรล้ำค่าและโอสถคุณภาพสูงมากมาย ยังมียาที่จัดเข้าขั้นว่าเป็นยาวิเศษอีกหลายตัว

                   หอจิวหรงผุดขึ้นในใต้หล้าเมื่อสิบปีก่อนโอสถฝึกยุทธของหอจิวหรงมีคุณภาพสูงช่วยให้ผู้ฝึกยุทธก้าวหน้าได้ภายในเวลาสั้นๆทว่าราคาโอสถเพียงเม็ดเดียวก็สามารถซื้อคฤหาสน์ได้นับสิบหลัง! ยังมียาสมุนไพรที่เป็นตำนานมากมายที่ผู้คนเคยได้ยินแต่ชื่อไม่เคยพบเห็นแม้แต่เห็ดหลินจือในร้านที่วางขาย ต้นอายุน้อยที่สุดคือหนึ่งพันกว่าปี!!!

                   แม้ว่าหลินจือนั้นอายุมากเกินไปจะทำให้เสียคุณสมบัติที่เหมาะสมน้ำมาปรุงโอสถทิพย์ ทว่าหลินจือของหอจิวหรงกลับมีสรรพคุณเป็นเลิศยิ่งอายุมากยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตัวยา...

                   หอจิวหรงเป็นสถานที่ซึ่งแพทย์โอสถมากมายอยากเข้าไปทำงานเพราะมีตัวยามากมายพร้อมที่จะให้แพทย์โอสถทดลองหลอมตัวยาต่างๆที่ตนคิดค้นขึ้นได้อย่างอิสระหนำซ้ำยังเลี้ยงดูผู้คนอย่างดี หอจิวหรงกลายเป็นสถานที่ซึ่งผู้คนมากมายต้องการผูกสัมพันธไมตรีด้วย ดังนั้นจึงมีอำนาจมากมายเกี่ยวพันกับหอจิวหรง

                   จากแรกเริ่มเพียงตั้งต้นสาขาแรกจากอาณาจักรเฟยเวลาผ่านไปสิบปีหอจิวหรงแผ่ขยายอำนาจครอบคลุมทุกอาณาจักรกลายเป็นขุมอำนาจนึงในใต้หล้า! ขอเพียงหอจิวหรงเคลื่อนไหวใต้หล้านี้จะตกอยู่ในกำมือของหอจิวหรงทันที!

                   “ถูกต้องเป็นหอจิวหรง”ไป๋หลงกล่าวขณะนั่งลงด้วยท่าทางสบายๆ

                   “จะ...เจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับหอจิวหรง”หลิงชงควบคุมอารมณ์ไม่ได้ตื่นเต้นตกใจจนเสียงสั่นไปหมด เขารีบวางตราหยกลงบนโต๊ะทันที ขณะที่ไป๋หลงเอื้อมมือไปหยิบ ก่อนจะเก็บอย่างดี

                   หลายปีมานี้เขากังวลถึงอำนาจของหอจิวหรงที่นับวันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนน่าตกใจแม้แต่ฮ่องเต้อาณาจักรเฟยยังเป็นกังวล ว่าสักวันหอจิวหรงอาจเป็นภัยแก่ใต้หล้าแม้จะส่งนักสืบมือดีมากมายไปสืบข่าวเรื่องของหอจิวหรง กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆแน่นอนว่าทุกอาณาจักรล้วนส่งคนไปสืบเช่นกัน

                   ทุกคนล้วนผิดหวังแม้จะวางสายสืบไว้ในหอจิวหรงก็พบเพียงว่าเป็นสถานที่ทำการค้าสมุนไพรเท่านั้น ไม่มีอำนาจใดๆอยู่เบื้องหลังมีเพียงผู้ที่อยากผูกสัมพันธไมตรีด้วย หวังผลเรื่องของสมุนไพรที่หอจิวหรงมี

                   “ฮึ ฮึ”ไป๋หลงหัวเราะมีเลศนัย ขณะกางพัดในมือออกแล้วพัดเบาๆด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยคล้ายคุณชายเสเพลผู้หนึ่ง

                   “ท่านรู้ประวัติของหอจิวหรงหรือไม่...”ไป๋หลงขยับพัดเบาๆส่งคำถามและรอยยิ้มลึกลับให้หลิงชง ไม่ยอมตอบคำถาม

                   หลิงชงเองก็ไม่ได้คิดจะคาดคั้นคำตอบให้ได้เดี๋ยวนั้นเพราะอย่างไรหากคนตรงหน้าไม่ต้องการพูดเขาก็ไม่มีวันสืบข่าวใดๆถึงความเกี่ยวพันระหว่างนางและหอจิวหรงได้ในเมื่อหอจิวหรงเชี่ยวชาญการปกปิดความลับถึงเพียงนั้น...

                   “ได้ยินมาว่าหอจิวหรง ถือกำเนิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้วตั้งชื่อหอ ตามนามของจ้าวหอ จิวหรงผู้นี้เป็นสตรีลึกลับไม่เคยมีใครพบเห็นจ้าวหอผู้นี้มาก่อนทุกคนที่ติดต่อค้าขายกับหอจิวหรงเคยพบเพียงแค่ผู้ดูแลหอเท่านั้น”หลิงชงขมวดคิ้วเมื่อนึกถึงจ้าวหอลึกลับผู้นี้

                   ไป๋หลงขยับยิ้มลึกลับเพราะจิวหรงผู้นั้นคือเธอ!!! สิบปีก่อนเธอคิดจะสร้างขุมอำนาจขึ้นโชคดีที่มีเจ้าเสี่ยวไป๋หาสมุนไพรล้ำค่าให้และมีหวงเหวินผู้มีความสามารถโดดเด่นด้านวิชาปรุงโอสถ และยาพิษ ดังนั้นกิจการหอจิวหรงจึงถูกสร้างขึ้นอย่างลับๆภายใต้การรู้เห็นเป็นใจของฮ่องเต้ และท่านอ๋อง แห่งอาณาจักรฮุ่ยทั้งสองพระองค์ล้วนวางแผนต่างๆเกี่ยวกับหอจิวหรงรวมทั้งการก่อสร้างและแผนขยายอำนาจ โดยเริ่มต้น ตั้งหอจิวหรงที่อาณาจักรเฟยเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต เนื่องจากอาณาจักรเฟยมีกิจการค้าสมุนไพรมากมายการเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งกิจการจึงไม่เป็นที่ผิดสังเกตการใช้คนก่อตั้งกิจการก็ล้วนแล้วแต่เป็นสายลับที่อาศัยในอาณาจักรเฟยมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายดังนั้นจึงยากที่จะมีใครพบเห็นความผิดปกติ

                   สาเหตุที่เธอต้องการสร้างหอจิวหรงในขณะนั้นก็เพื่อจะช่วยเป็นฐานอำนาจรับประกันความปลอดภัยของอาณาจักรฮุ่ยซึ่งเป็นอาณาจักรที่อ่อนแอที่สุด หากว่าวันใดวันหนึ่งมีผู้โลภมากคิดอยากกลืนกินอาณาจักรฮุ่ยไม่ว่าพวกขุนนางทั้งหลาย หรือแม้แต่อาณาจักรเพื่อนบ้านอย่างอาณาจักรเฟย!!!

                   ในเวลานั้นเธอไม่มีความทรงจำของเทพเซียนเธอเป็นแค่สตรีคนหนึ่งที่วิญญาณหลงยุค มาเข้าสิงร่างของหงหนิงหรงวิญญาณที่แต่เดิมมีนามว่าจิวหรงเป็นทนายสาวจากต่างภพสิบปีผ่านไปด้วยความทุ่มเทของคนมากมายทั้ง ฮ่องเต้ ท่านอ๋อง และบรรดาองครักษ์คนสนิทของเธอหอจิวหรงก็แผ่ขยายอำนาจ ไปทั่วทุกอาณาจักร ผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในใต้หล้า ที่แม้แต่ฮ่องเต้อาณาจักรเฟย ยังต้องหวาดระแวงกับอำนาจของหอจิวหรง...

                   ทุกวันนี้อาณาจักรฮุ่ยไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวความแข็งแกร่งของอาณาจักรเฟยซึ่งเป็นมหาอำนาจที่ครอบครองใต้หล้าอีกต่อไป...เพราะเพียงเธอแค่กระดิกนิ้วออกคำสั่ง อำนาจที่หอจิวหรงมีก็พร้อมจะถล่มอาณาจักรเฟยให้หายสาบสูญไป!

                   ไม่ว่าจะเกิดภพชาติใดนิสัยชอบความมั่นคงปลอดภัย ยังคงตามติดตัวเธอไปทุกภพ แม้กระทั่งยามเกิดเป็นจิวหรงดังนั้นเมื่อเธอข้ามภพมาสิ่งที่เธอต้องทำก็คือ สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ตัวเองและให้อาณาจักรที่กลายมาเป็นครอบครัวของเธอในโลกนี้...

                   “ที่ข้ามีตราของหอจิวหรงเป็นเพราะข้าคือศิษย์เอกของเทพโอสถ ผู้ทำงานในหอจิวหรง ข้าคิดว่าท่านคงรู้จักอาจารย์ของข้า ผู้มีนามว่า หวงเหวิน”ไป๋หลงกล่าวขณะรินชาให้จ้าวสำนักและตัวเองดื่มแก้กระหาย ไป๋หลงยกชาขึ้นมาจิบทำสีหน้าพึงพอใจกับรสชาติของชาชั้นดี และกลิ่นหอมของชา

                   เรื่องนี้เธอไม่ได้โกหก เพียงแต่เธอละส่วนสำคัญเอาไว้...

                   “ข้ายังจำได้หวงเหวินเป็นศิษย์ที่มีความสามารถที่โดดเด่นทุกคนคาดเดาว่าเขาจะไปถึงระดับแพทย์โอสถได้ก่อนจบการศึกษาปีสุดท้ายแต่น่าเสียดายที่เขาลาออกจากสำนักกลางคันเพราะปัญหาทางบ้านที่เขาต้องไปดูแลกิจการต่อข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นหนึ่งในแพทย์โอสถที่ทำงานในหอจิวหรงเป็นหนึ่งในแพทย์โอสถที่สร้างชื่อให้หอจิวหรงได้ดังนั้นสำนักแพทย์โอสถพยัคฆ์ทมิฬก็พลอยมีชื่อเสียงไปด้วยในฐานะที่หวงเหวินเคยร่ำเรียนที่นี่”หลิงชงทำสีหน้าภาคภูมิใจเมื่อกล่าวถึงหวงเหวิน ก่อนจะหรี่ตามองอย่างจับผิดเด็กสาวตรงหน้า

                   “ข้าได้ยินมาว่าหวงเหวินเดิมทีเป็นองครักษ์ของเจ้าเหตุใดองครักษ์ผู้นี้จึงไปโผล่ที่หอจิวหรงได้ คุณหนูฮุ่ยหนิงหรง!”หลิงชงเปิดโปงฐานะที่แท้จริงของคนตรงหน้า

                   “ตามที่ท่านสืบมาคงรู้ว่าองครักษ์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับข้าพวกเขาดูแลข้าเพียงเพราะคำสั่งจากฮ่องเต้แห่งอาณาจักรฮุ่ยพวกเขาแต่ละคนล้วนมีอิสรเสรี ที่จะไปไหนมาไหนได้หน้าที่ของพวกเขามีเพียงสอนวิชาความรู้ให้ข้า และคอยคุ้มกันภัยให้เท่านั้นส่วนเรื่องความสนใจส่วนตัวของพวกเขาคิดจะเข้าร่วมกับกลุ่มอำนาจใด ข้าไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวอีกอย่างแพทย์โอสถที่เข้าไปทำงานในหอจิวหรง ไม่ได้มีแค่อาจารย์ข้ายังมีคนจากอาณาจักรอื่นๆ แม้กระทั่งอาณาจักรเฟยดังนั้นการที่ท่านมานั่งจับผิดข้าถือว่าเสียเวลาเปล่า...”ไป๋หลงยิ้มบางๆ แน่นอนว่าเรื่องนี้ถูกวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วการกว้านซื้อแพทย์โอสถจากอาณาจักรต่างๆที่มีความสามารถเข้ามาทำงานกับหอจิวหรงตอนก่อตั้งกิจการทำให้คนที่คิดจะสืบความลับของหอจิวหรงต้องปวดหัวกับการสืบหาที่มาของหอจิวหรง...ใต้หล้านี้จะหาใครเจ้าเล่ห์เพทุบายเท่าจ้าวจื่อหาน อาจารย์ผู้สอนวิชาค่ายกลให้เธอไม่มีอีกแล้ว เขาคือกุนซือที่สอนการวางค่ายกลและแผนลวงให้ คนผู้นี้หน้าตาอ่อนโยนทว่าร้ายลึก!

                   และถึงแม้หอจิวหรงจะก่อตั้งมาแล้วสิบปีก็ไม่มีผู้ใดสืบความลับของหอจิวหรงได้เพราะหอจิวหรง มีจ้าวจื่อหานผู้นี้อยู่เบื้องหลัง! คอยเป็นกุนซือวางแผนล่อหลอกคนที่คิดจะสืบความลับของหอจิวหรง!!!

                   เหมือนที่โหรเฒ่าแห่งอาณาจักรฮุ่ยทำนายไว้วาสนาของเธอสูงส่งเหนือกว่าผู้ครองแคว้น...ฮึฮึในเมื่อมีคนหนุนหลังมากมายถึงเพียงนี้เธอจะไม่มีวาสนาสูงส่งได้อย่างไร! คอยดูเถิดใต้หล้าเอ๋ย! ข้าคนนี้แหละจะเหยียบทุกอย่างไว้ใต้ฝ่าเท้า! แม้แต่อาณาจักรเฟยข้าก็จะเบียดให้ตกจากอันดับหนึ่ง!

                   “เฮ้อ..ข้าคงคิดมากเกินไปจริงๆไม่ใช่แค่เจ้าที่สามารถมีป้ายของหอจิวหรงได้ลูกศิษย์คนอื่นๆของหอจิวหรงก็มีได้เช่นกัน”หลิงชงถอนหายใจนึกปลงตกที่ไม่อาจสืบหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของหอจิวหรงได้เพราะเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าพอจิวหรงเป็นเพียงกิจการที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ค้าขายอย่างเดียวโดยไม่มีสิ่งใดแอบแฝง... “แต่ข้าก็อดประหลาดใจไม่ได้ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์ของแพทย์โอสถแห่งหอจิวหรงแล้วทำไมยังต้องมาเข้าเรียนที่สำนักพยัคฆ์ทมิฬให้เสียเวลาอีก ในเมื่ออนาคตของเจ้าที่หอจิวหรงมีอาจารย์หนุนหลังให้เจ้าก้าวหน้าได้อยู่แล้ว

                   “จริงอยู่ว่าหอจิวหรง มีชื่อเสียงเงินทองและอำนาจ แต่ที่นั่นเป็นแค่หอการค้าเท่านั้น ย่อมแตกต่างจากสำนักพยัคฆ์ทมิฬที่สร้างขึ้นเพื่อฝึกฝนเด็กๆโดยเฉพาะข้าต้องโง่มากแน่ๆ ที่เลือกอยู่ในหอจิวหรงแทนที่จะเข้าสำนักพยัคฆ์ทมิฬอันโด่งดัง” ไป๋หลงลูบขนของเจ้ากระต่ายน้อยที่นอนบนตักเล่น

                   “อีกอย่างข้าเกิดมาชะตาอาภัพบิดาไม่เหลียวแล ชีวิตตกต่ำ ถูกแม้กระทั่งข้ารับใช้เหยียดหยามข้าจะไม่ยอมเป็นหนิงหรงคนเก่า ที่อ่อนแอ ข้าต้องการพลังยุทธ ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้นดังนั้นข้าจึงเลือกที่จะเข้าสำนักพยัคฆ์ทมิฬเพื่อฝึกฝนตนเอง”แววตาของไป๋หลงเจิดจ้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “และถึงแม้ตอนนี้ข้าจะเสียโฉมใบหน้าอัปลักษณ์ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำข้าได้อีกต่อไป... ด้วยพละกำลัง ด้วยอำนาจของข้าสักวันข้าจะเหยียบใต้หล้าไว้ใต้ฝ่าเท้า!!!”ไป๋หลงประกาศกร้าวถึงเจตจำนงของตนเองและแน่นอนว่าเธอจะทำมันโดยไม่พึ่งพาพลังของเทพเซียนเธอจะทำมันด้วยพละกำลังของมนุษย์!

                   “ข้าเชื่อว่าสักวันเจ้าจะทำได้”หลิงชงกล่าวเขารู้สึกได้ว่าไป๋หลงผู้นี้ไม่ธรรมดานับแต่วินาทีแรกที่ได้พบเห็นสตรีผู้นี้รัศมีของนางก็สูงส่งกว่าผู้ใดซ้ำนางยังมีวาสนาเป็นเจ้าของสัตว์เทพอสูร ที่สามารถพูดภาษาคนได้แม้เขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าเจ้ากระต่ายนี้มีพลังแบบไหน อาจเป็นพละกำลังที่มากกว่าปกติความเร็วที่เป็นเลิศ หรือมีพลังเวททว่ามนุษย์ธรรมดาไม่เคยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้านายของสัตว์เทพอสูรอย่างมากก็เป็นได้แค่ผู้ที่มีสัญญาผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกัน ทว่าเจ้าเสี่ยวไป๋ตัวนี้ดูอย่างไรก็เป็นทาสให้ไป๋หลงโขกสับมากกว่า

                   ยังมีรัชทายาทเฟยหานตงที่หลงรักนางแม้ว่าตอนที่นางกลายเป็นศพเฟยหานตงก็ไม่เคยห่างกายนางไปไหน...นี่ยังไม่รวมกับที่นางมีอาณาจักรฮุ่ยหนุนหลัง และยังมีอาจารย์จากหอจิวหรงที่ทรงอำนาจ...ใต้หล้านี้คงยากจะหาคนที่มีโชควาสนาดีเช่นนางไม่ได้อีกแล้ว...หากคนเช่นนางไม่สามารถเหยียบใต้หล้าไว้ใต้ฝ่าเท้าได้แล้ว ยังจะมีใครทำได้อีก...โชคดีที่นางเกิดเป็นสตรี หากเกิดเป็นบุรุษ เกรงว่าบัลลังก์ของอาณาจักรฮุ่ยคงเป็นของนางไปแล้ว!

                   “ที่ข้ายอมเปิดเผยว่าตนเองเป็นศิษย์ของหอจิวหรงก็เพื่อลดระยะเวลาที่ข้าต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์กับการร่ำเรียนวิชาปรุงโอสถที่ข้าเรียนรู้มาจากอาจารย์หวงเหวินซึ่งวิชาเหล่านี้เขาก็เรียนมาจากที่นี่อีกที”ไป๋หลงกล่าว “สิ่งที่ข้าต้องการคือศึกษาตำราแพทย์ทั้งหมดของที่นี่และใช้เตาหลอมที่มีคุณภาพที่สุดในการหลอมยา ข้าต้องการความรู้ทั้งหมดของหอจิวหรงเพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเองแต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือข้าต้องการรักษารอยแผลอัปลักษณ์บนหน้าของข้าข้ารู้ดีว่าต่อให้เป็นหมอเทวดาที่มีชื่อก็ยังยากจะรักษาใบหน้าของข้าให้กลับมาเหมือนเดิมได้...”ไป๋หลงกล่าวขณะยกมือขึ้นจับแผลเป็นที่อักเสบนูนแดงขึ้นมาแผลเป็นประเภทนี้มักทำให้รู้สึกเจ็บเป็นบางครั้ง แม้แผลจะหายสนิทแล้วก็ตามทว่ามันยังคงอักเสบเมื่อยังต้องสัมผัสอากาศและเชื้อโรค...

                   “หากผลการทดสอบของเจ้าออกมาอยู่ในระดับเทพโอสถข้าจะยอมให้เจ้าเดินไปมาได้อย่างอิสระในหอโอสถนี้ อยากหยิบจับ ใช้สอยสิ่งใดเจ้าย่อมทำได้ทุกประการ เช่นที่เทพโอสถคนอื่นๆได้รับอนุญาต”หลิงชงกล่าว

                   “ท่านจะทดสอบข้าเลยหรือไม่...”ไป๋หลงดวงตาลุกวาวยามจับจ้องไปที่เตาหลอมยักษ์ปกติยาที่เธอปรุงออกมาผนวกกับสมุนไพรล้ำค่าที่เธอมี ทำให้ประสิทธิภาพของยามีคุณภาพสูงมากหากว่ายาของเธอใช้เตาหลอมนี้ไม่รู้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะน่าตื่นตะลึงเพียงใด!

                   “ได้... เพียงแต่การทดสอบนี้ต้องให้บรรดาอาจารย์ของสำนักแพทย์โอสถเป็นพยานและต้องมีการกำหนดหัวข้อที่จะปรุงยาขึ้นมาก่อน”หลิงชงกล่าว “ซึ่งวันนี้คงยังไม่สะดวกเพราะเมื่อข่าวแพร่ออกไปว่าซุนเย่ผิงตายเพราะนักฆ่าจะนำพาความหวาดกลัวมาสู่ลูกศิษย์ทั้งหลายในสำนักทันที คาดว่าเย็นนี้จ้าวสำนักต้องเรียกทุกคนไปประชุมเพื่อจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเรียกความเชื่อมั่นของลูกศิษย์ในสำนักคืนมาว่าสำนักสามารถดูแลความปลอดภัยให้พวกเขาได้...”หลิงชงกล่าว พลางจ้องไป๋หลง “ถึงแม้ว่านักฆ่านั้นจะไม่มีอยู่จริงแต่เป็นเจ้าที่ลงมือสังหารซุนเย่ผิงก็ตาม”

                   “ใครใช้ให้นางลงมือลอบสังหารข้าก่อนละ!”ไป๋หลงจ้องตาอย่างไม่ยอมแพ้ “ให้นางตายเร็วแบบนี้ยังนับว่าข้าเมตตาแล้วหากเป็นในสถานการณ์อื่นรับรองว่าจะค่อยๆกรอกยาพิษทรมานนางทุกวันๆจนกว่าข้าจะพอใจแล้วค่อยปล่อยให้นางตาย!”น้ำเสียงของไป๋หลงแฝงความโหดเหี้ยมอำมหิต...

                   “เมตตามากกกก...”เสี่ยวไป๋บ่นพึมพำเบาๆเมื่อนึกถึงตอนที่ไป๋หลงสั่งให้ยมทูตขาวดำจัดการกับซุนเย่ผิง คนแบบนางหรือเรียกว่ามีเมตตา!!!

                   “โอ้ย..”เสี่ยวไป๋ร้องลั่นเมื่อถูกเขกหัวแรงๆทีนึง   

                   “พูดมากจริงเจ้ากระต่ายปากมาก!”ไป๋หลงก่นด่า เจ้ากระต่ายขาวที่ปากไม่เคยอยู่สุข

                   เสี่ยวไป๋มองค้อนให้ทีนึงอย่างไม่พอใจขณะที่สายตามองมาราวกับจะบอกว่า เจ้ามันอำมหิต ชอบใช้ความรุนแรง!

                   หลิงชงมองคนและกระต่ายปะทะคารมกัน พลางกะพริบตาปริบๆการได้เห็นสัตว์เทพอสูรเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ถูกรังแก ไม่ภาพที่เห็นได้ทั่วไปนักน่าแปลกที่สัตว์เทพอสูรยอมให้มนุษย์ผู้หนึ่งรังแกได้ถึงเพียงนี้...หากว่าไม่ได้สืบชาติตระกูลของสตรีตรงหน้าจนกระจ่างชัด เขาต้องคิดว่าไป๋หลงผู้นี้เป็นศิษย์จากสำนักเซียนมีตะบะแก่กล้า สามารถกำราบเทพอสูรได้หรือเป็นผู้ได้รับสืบทอดพลังปราณจากมังกรฟ้า เช่นเฟยหานตง...

                   “ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวก่อนดีกว่าอีกเดี๋ยวคงใกล้เวลาเรียนช่วงบ่ายของสำนักฝึกยุทธแล้ว...”ไป๋หลงเอ่ยปากล่ำลา “หากว่าท่านพร้อมจะทดสอบข้าเมื่อไหร่ก็ส่งคนมาแจ้งข้าด้วยข้าต้องการใช้เตาหลอมยักษ์โดยเร็วที่สุด ข้าจะได้ค้นหาตัวยามาทดลองหลอมยารักษาแผลเป็นบนหน้าตัวเอง”

                   “ได้ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ข้าจะส่งคนไปตามเจ้าเอง”หลิงชงรับปาก “อ้อจริงสิเจ้าพอรู้หรือเปล่า หวงหลงหายไปไหน ข้าไม่พบเขาตั้งแต่วันที่เจ้าถูกลอบสังหารแล้วตอนนี้มี่ถงวันๆนั่งทำหน้าเศร้า พูดแต่ว่าหวงหลงทิ้งนางไปแล้วเพราะนางไม่เชื่อฟังคำสั่งของเขา”หลิงชงกล่าวขณะที่สีหน้าแสดงความหนักใจเมื่อกล่าวถึงเรื่องของมี่ถง เขารู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากหวงหลงแล้ว เขาเข้าใจดีว่าทำไมหวงหลงต้องตะคอกมี่ถงจนทำให้มี่ถงเสียใจคิดว่าอาจารย์โกรธเกลียดนาง ถ้าเขาเป็นหวงหลงก็จะทำเช่นกันใครจะปล่อยเด็กเห็นภาพไม่เหมาะสมนั้นได้เล่า

                   แต่จะว่าไปแล้วไป๋หลงผู้นี้ก็เหลือเกินจริงๆนางกล้าลงมือกลั่นแกล้งผู้คนรุนแรงถึงเพียงนั้นได้อย่างไรถึงขั้นให้มี่ถงไปเห็นภาพเช่นนั้น... หากว่านางไม่มีอำนาจของเฟยหานตงหนุนหลัง เขาก็อยากจับนางมาฟาดก้นหลายๆทีโทษฐานที่ทำให้บุตรีของเขาไปเห็นในสิ่งที่ไม่เหมาะสม...

                   “หัวหน้าสำนัก ท่านทำสายตาเช่นนั้นคงไม่พอใจเรื่องที่ข้ากลั่นแกล้งหวงหลง และปล่อยให้มี่ถงไปเห็นภาพไม่เหมาะสมใช่หรือไม่”ไป๋หลงถามอย่างรู้ทัน“ข้ามีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้น วิธีการใดที่ทำให้ข้าแก้แค้นได้สาแก่ใจที่สุด ข้าย่อมต้องเลือกวิธีนั้นโดยที่ข้าไม่สนใจว่าจะต้องใช้ใครหรืออะไรก็ตามเป็นเครื่องมือ!!!”ไป๋หลงยิ้มเยือกเย็นชวนขนลุก“เรื่องของมี่ถงข้าพิจารณาอย่างดีแล้วสิ่งใดที่ไม่ควรเห็นข้าย่อมไม่ให้นางได้เห็นแน่นอนเรื่องนี้ข้ายอมรับว่าลงมือหนักไปหน่อย”ไป๋หลงว่าพลางลุกขึ้นยืนเตรียมตัวกลับสำนักฝึกยุทธ

                   “ส่วนหวงหลงนั้นเขามีธุระด่วนไม่ทันได้ร่ำลา คิดว่าอีกไม่นานเขาก็คงกลับมา ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ทิ้งมี่ถงไป โดยไม่บอกลาสักคำหรอก”ไป๋หลงกล่าวพลางลูบขนสีขาวเรียบลื่นของเจ้าเสี่ยวไป๋เล่น“ข้าขอตัวกลับละ”ไป๋หลงว่าพลางค้อมศีรษะให้หัวหน้าสำนัก แล้วก้าวออกจากหอโอสถไป...

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธชุดชมพู ที่คุณอ่าน