บทที่ 19 สำเร็จโทษผู้ดูแล
ก่อนหน้านี้ สาเหตุที่อนุหยางไม่กล้าแก้แค้นและลงโทษอนุหลี่นั่นเป็เพราะฉินจงเจิ้งยังคงมีความสนใจในตัวอนุหลี่อยู่บ้าง
ทว่าบัดนี้อนุหลี่อายุมากขึ้น ความงามก็โรยราลง ความเสน่หาก็จืดจางลงไป ไม่ดึงดูดใจฉินจงเจิ้งเท่ากับสิ่งใหม่ ๆ อีกต่อไปแล้ว เมื่อคิดแล้วก็ช่างน่าเสียดายแทนอนุหลี่ที่่นี้กลับใช้ความอดทนของฉินจงเจิ้งที่มีต่อนางได้สิ้นเปลืองยิ่งนัก น่าขำขันเสียจริง!!
ดังนั้น สิ่งที่อนุหยางต้องทำในยามนี้คือค่อย ๆ กัดกร่อนความอดทนที่ฉินจงเจิ้งมีต่ออนุหลี่ให้ได้มากที่สุด เพราะยิ่งความอดทนอดกลั้นนี้หมดไปเร็วเท่าใด เวลาที่อนุหลี่จะล่มสลายก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น…
หลังจากที่เจี้ยงหงได้รับคำสั่งจากอนุหยาง นางก็รีบนำกำไลหยกมันแพะไปยังเรือนบัวหยกทันที
เมื่อฉินหยวนเห็นกำไลหยกชิ้นนี้ นางก็ทราบได้ทันทีว่ากำไลหยกนี้เป็เนื้อหยกชั้นดี เนื้อเนียนละเอียดอ่อนมาก และเมื่อฉินหยวนทราบถึงความสำคัญของกำไลหยกชิ้นนี้ นางก็ปฏิเสธที่จะรับไว้ทันที “สิ่งนี้เป็ของล้ำค่าสำหรับอนุหยาง ข้าจะรับไว้ได้อย่างไรเล่า? เจี้ยงหงเ้าจงนำกลับไปคืนนางเถิด!”
ถึงกระนั้น อนุหยางยังได้กำชับให้เจี้ยงหงนำของสิ่งนี้ไปให้ถึงมือคุณหนูใหญ่ให้ได้ และให้นางรับไว้ด้วย… หากเจี้ยงหงทำเื่เล็กน้อยเช่นนี้ไม่ได้ นางจะกล้าไปเจอหน้าอนุหยางได้อย่างไร?
“ของสิ่งนี้เป็น้ำใจของอนุหยาง นางตั้งใจนำมามอบให้เพื่อเป็การขอบคุณที่คุณหนูใหญ่ดูแลนางเป็อย่างดีมาตลอดหลายปี ท่านเป็ถึงคุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลฉิน จะมีของล้ำค่าใดที่ท่านหาไม่ได้เล่า? หลายปีมานี้ ภายใต้การกดขี่ของอนุหลี่ ทั้งคุณหนูใหญ่และอนุหยางต่างก็ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก อนุหยางยังเอ่ยกับข้าอีกว่า… ต่อไปถ้าหากอนุหยางมีสิ่งของใด ก็ย่อมมีของท่านด้วยเช่นกัน หากคุณหนูใหญ่ไม่แม้แต่จะรับของขวัญชิ้นนี้ไว้ ข้ากลับไปคงไม่รู้จะอธิบายกับอนุหยางเช่นไรแล้วเ้าค่ะ เกรงว่าคงได้แต่ต้องเอาหัวชนกำแพงตายแล้วกระมัง”
เจี้ยงหงเอ่ยวาจาได้คล่องแคล่ว สิ่งใดที่นางพอจะนึกคิดออกมาได้ก็เอ่ยออกมาจนหมดสิ้น และเจี้ยงหงยังกล่าวต่อไปอีกว่า “คุณหนูใหญ่เ้าคะ ท่านรับไว้ด้วยเถิด ไม่เช่นนั้นแล้วอนุหยางคงต้องมามอบให้ท่านด้วยตัวนางเองแล้ว”
“เช่นนั้น ข้ายอมรับของล้ำค่านี้ไว้ก็ได้… กำไลหยกมันแกะชิ้นนี้ข้าจะรับไว้ก็แล้วกัน” ฉินหยวนหันไปสั่งหงอวี้ว่า “หงอวี้ เ้าไปหยิบกำไลหยกมรกตที่อยู่ในตู้หัวเตียงของข้ามาให้เจี้ยงหงนำกลับไปมอบให้อนุหยางแทนข้าทีเถิด”
นับว่าเป็เพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกันเท่านั้น…
เดิมทีเจี้ยงหงตั้งใจจะปฏิเสธ ทว่าฉินหยวนก็คะยั้นคะยอให้นางรับไว้ จากนั้นเจี้ยงจงจึงถอยออกจากห้องไป แล้วกลับไปยังเรือนร่มเย็นของอนุหยาง
หลังจากกลับถึงเรือนร่มเย็น เจี้ยงหงก็นำของตอบแทนจากฉินหยวน มามอบให้อนุหยาง อนุหยางสวมกำไลหยกมรกตทันที สีเขียวของหยกตัดกับผิวขาวผ่องของนางได้เป็อย่างดีทำให้นางดูอ่อนเยาว์ลงถึงสิบปี
“คุณหนูใหญ่ช่างมีสายตาเฉียบแหลมเสียจริง กำไลหยกนี้เหมาะกับนายหญิงยิ่งนัก” เจี้ยงหงถึงกับตาพร่า มองกำไลหยกนี้แล้วพูดออกมาด้วยความยินดีและคาดหวังอย่างบอกไม่ถูก
“เหมาะมากจริง ๆ เพียงแต่หากนำออกไปข้างนอก เกรงว่าจะสะดุดตาผู้อื่นมากจนเกินไป เก็บไว้คงจะดีกว่า”
เจี้ยงหงมองดูกำไลบนข้อมือนายหญิงของตนเอง พลางเอ่ยอย่างขุ่นเคืองว่า “อนุหลี่ช่างอำมหิตและโหดร้ายยิ่งนัก แต่วันเวลาที่นางจะหยิ่งผยองเช่นนี้คงเหลือไม่มากแล้ว”
หากเป็ยามปกติที่ตัดทอนค่าใช้จ่ายก็คงไม่เป็ไร พวกนางยังพออดออมใช้จ่ายกันไปได้ ทว่าอนุหลี่กลับยิ่งร้ายกาจขึ้นทุกที เมื่อเห็นข้าวของของอนุหยาง สิ่งใดดีนางก็จะยึดเอาไปเป็ของตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงฐานะของตนเองเลยแม้แต่น้อย
อนุหลี่เป็เพียงแค่ข้ารับใช้ชั้นต่ำจากชนบทเท่านั้น นางไม่รู้จักประมาณตนเลยหรือ?
หวังเพียงแค่ใช้เสน่ห์ปรนเปรอผู้อื่นให้มีความสุขชั่วครู่เท่านั้น…
ภายในเรือนบัวหยก แม่นมหลินกำลังัักำไลหยกมันแกะที่เพิ่งได้มาอย่างพินิจ นางพบว่าเมื่อััแล้วให้หยกนี้ให้ความอบอุ่นดังเช่นที่เล่าลือกันจริง ๆ หากสวมใส่ในฤดูหนาว ผิวกายก็จะรู้สึกอบอุ่นขึ้นได้
“กำไลหยกชิ้นนี้ของอนุหยาง ช่างเป็ของขวัญอันล้ำค่ายิ่งนัก” แม่นมหลินกล่าวพร้อมกับลูบกำไลหยกไปด้วยความชื่นชม เนื่องจากหยกมันแกะเช่นนี้หาได้ยากยิ่งนัก ทั้งยังมีคุณสมบัติพิเศษเมื่อััแล้วจะให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการหนาวสั่น แต่เนื่องด้วยหยกมันแกะเป็หยกที่หาได้ยากยิ่งนัก ส่วนใหญ่ที่มีขายกันตามท้องตลาดจึงเป็ของปลอมเกือบทั้งสิ้น
เมื่อตรวจสอบดูกำไลหยกมันแกะชิ้นนี้ของอนุหยาง คาดว่าคงเป็ของแท้อย่างแน่นอน
“อนุหยางช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก คุณหนูเพิ่งมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้นางเมื่อกลางวันนี่เอง พลันยามเย็นนางก็ตอบแทนกลับมาทันที มีให้มีรับ*[1] นางช่างรู้วิธีผูกมิตรจริง ๆ” หงอวี้แทรกขึ้นมา
มีให้มีรับเป็ธรรมเนียมทั่วไปในการผูกมิตรไมตรี อนุหยางทราบถึงเื่นี้ดี ฉินหยวนและทุกคนต่างก็ทราบเื่นี้ดีเช่นกัน
หากปฏิบัติตามธรรมเนียมเช่นนี้จะทำให้ทุกอย่างราบรื่น…
“นางเป็คนเฉลียวฉลาด ย่อมรู้ว่าควรทำอะไรไม่ควรทำอะไร อย่างการแย่งชิงอำนาจในการดูแลจวนจากอนุหลี่ สำหรับอนุหยางแล้วย่อมมีแต่ผลดีไม่มีผลเสีย” ฉินหยวนยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเข้าไปอึกหนึ่ง แล้วก็คายทิ้งออกมาทันที
เพราะสิ่งนี้เป็น้ำชาหม้อเดิมที่ต้มั้แ่ตอนที่ฉินจงเจิ้งมาเยือนที่เรือน บัวหยกแห่งนี้ รสชาติจึงเต็มไปด้วยรสฝาดขมราวกับราขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฉินจงเจิ้งจะโกรธเคืองเมื่อครั้งที่ดื่มเข้าไป
ฉินหยวนเปิดปากเอ่ยถามว่า “คลังสินค้าส่งใบชามาหรือยัง? หากยังไม่ส่งมาหงอวี้เ้าจงจดรายการสิ่งของที่ขาดไปในเรือนมาให้ข้า แล้วส่งไปที่ผู้ดูแลคลังสินค้า บอกให้ส่งของที่ดีที่สุดมาให้ข้าทั้งหมด มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
อย่างไรเสีย สิ่งของเหล่านี้ก็เป็สิ่งของของตระกูลฉิน หากไม่นำมาใช้ก็จะสูญเสียเปล่า
“กำไลหยกมันแกะอันนี้นั้นเป็ของดี อาซูกำลังอยู่ใน่วัยเจริญเติบโต… หากมีสิ่งใดที่เป็หลักประกันให้เขาได้มากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งวางใจมากขึ้นเท่านั้น ข้าจะมอบกำไลหยกมันแกะให้เขา เพื่อดูเขาสวมใส่ ให้ััผิวกาย” นางเคยอ่านเจอจากตำราโบราณในชาติก่อน
หากหยกมันแกะัักับผิวกาย จะทำให้สตรีรู้สึกอบอุ่นตรงส่วนมดลูก และสามารถขับความหนาวเย็นออกไปได้หลายส่วน สำหรับบุรุษนั้นจะช่วยบำรุงหยาง และเสริมสร้างพละกำลังสมรรถภาพทางเพศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สิ่งนี้จึงถือว่าเป็ของบำรุงชั้นเลิศ…
หลายวันมานี้ฉินหยวนอาศัยอำนาจองค์ชายหนิงแผลงฤทธิ์ในจวนตระกูลฉิน ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดกล้าหยามเกียรตินางเหมือนแต่ก่อนอีกและในยามนี้คลังสินค้าก็ได้เติมส่วนแบ่งและผลประโยชน์ที่ฉินหยวนควรจะได้รับมาให้นางอย่างครบถ้วน
แม่นมหลินมองสิ่งของและเสบียงที่ถูกส่งมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ไม่รู้ว่าเป็ของอนุหยางหรือเ้าหัวขโมยผู้นั้นส่งมา”
“ในยามนี้อนุหยางยังไม่ได้อำนาจที่แท้จริงมาอยู่ในมือ และการที่นางจะรักษาสถานะไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป การส่งของเช่นนี้มาเพื่อผูกมิตรก็ถือว่าเพียงพอแล้ว” ฉินหยวนกล่าว
อนุหยางผู้นี้เป็คนฉลาด ใน่เวลาที่ยังคลุมเครือเช่นนี้ การส่งของขวัญมาเพื่อเอาใจฉินหยวนนั้นคงเป็เื่จริง เพื่อให้ฉินหยวนสนับสนุนนาง…
ทว่าถ้าหากอนุหลี่ไม่ลดอำนาจลง และยัง้าต่อสู้กับฉินหยวนจนถึงที่สุด อนุหยางอาจจะคอยสนับสนุนและยุยงให้สถานการณ์เลวร้ายลงก็เป็ได้
นางคงไม่มีทางที่จะเผชิญหน้าโดยตรงเพียงลำพัง…
อนุหยางช่างฉลาดจริง ๆ
[1] มีให้มีรับ เป็สำนวนจีนมีความหมายว่า การแลกเปลี่ยนกันไปมาระหว่างสองฝ่าย โดยไม่มีฝ่ายใดเสียเปรียบหรือได้เปรียบ