อารามศักดิ์สิทธิ์หลงอิ่นงัดหินวิญญาณระดับกลางหนึ่งหมื่นแปดพันก้อนที่มีมาทั้งอารามแล้วมากไปกว่านี้แม้แต่ก้อนเดียวก็ไม่ได้แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะมีม้ามืดโผล่มาในตอนท้าย!
ตระกูลไป๋หลี่...
“ตระกูลไป๋หลี่แห่งเมืองหรงในมณฑลซื่อชวน”ตัวแทนจากองค์กรหยุนเหมิงที่ยอมแพ้ไปก่อนหน้านี้กัดฟันพูดขึ้น“เมืองหรงเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญ เป็นหนึ่งเส้นขนส่งสิค้าที่เชื่อมต่อเป็นแดนตะวันตกตระกูลไป๋หลี่ไม่ใช่แค่ตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองหรงอย่างเดียวแต่ยังเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเขตสี่มณฑลอย่างมณฑลซื่อชวน มณฑลจ้างมณฑลกุ้ยฟาง และมณฑลซีเจียงอีกด้วยทรัพย์สินสะสมในตระกูลเกรงว่าคงมีไม่ต่ำกว่าพันล้าน!”
“พระมหาอาจารย์ชิงจ้านกัดฟันยอมจ่ายเพื่อโอสถวิเศษขนาดนี้เชียว...”อีกด้านหนึ่ง ผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งพูดอย่างอิจฉา“นึกไม่ถึงว่าอารามศักดิ์สิทธิ์หลงอิ่นจะมั่งคั่งขนาดนี้... เดี๋ยวนี้นักบวชมีเงินขนาดนี้เชียวหรือ?”
“เหอะๆ ... ใครมันจะไปคิดเรื่องแบบนี้ คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต[1] ไม่นึกว่าเฮือกสุดท้ายจะมีม้ามืดโผล่มา”
ดวงตาเจือแววอิจฉาทุกคู่มองไปยังพวกเขา
“ฉัน...” ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือกสีหน้าหดหู่เหนืออื่นใดเปรียบ กัดฟันกรอด สุดท้ายจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างห่อเกี่ยว“ตระกูลเหยียน... ขอสละสิทธิ์”
พระมหาอาจารย์ชิงจ้านยิ้มไม่ออกแล้ว!
สองหมื่นก้อนหินวิญญาณระดับกลาง... ประหนึ่งฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐ[2]!
“อมิตาพุทธ...” พระมหาอาจารย์ชิงจ้านเอ่ยขึ้น และไม่พูดอะไรขึ้นอีก
โอสถวิเศษเม็ดแรก อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้หรอก!
เป็นครั้งแรกที่ดวงตาของพระมหาอาจารย์ชิงจ้านลืมขึ้นแววตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่สะท้อนออกมา หลังจากเงียบลงไปหลายวินาทีจากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปในจีวรอย่างลังเล แต่แล้วในที่สุดก็ตัดสินขึ้นได้แม้ใจจะนิ่งสงบดุจน้ำนิ่ง ก็อดคิดเสียดายไม่ได้
หรือว่า... ต้องควักสิ่งนั้นออกมาจริงๆ ?
เสียดาย...
เสียดายเหลือเกิน...
หนึ่งในสี่วัตถุศักดิ์สิทธิ์ของอารามศักดิ์สิทธิ์หลงอิ่นหวังว่าคงสู้กับศาสตร์หลอมโอสถที่สาบสูญเกือบสองร้อยปีนี้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ
แต่นาทีนี้ เขาก็เริ่มลังเลขึ้นอีกครั้ง
อันรูปกายนั้นไซร้คือโพธิ์พฤกษ์ จิตระลึกประหนึ่งเรือนคันฉ่องใสทุกเพลาหมั่นเพียรปัดเช็ดไว้ เพื่อไม่ให้พานต้องฝุ่นผงคลี
ในฐานะพระภิกษุอย่างเขา หากแท้จริงแล้วโพธิ์พฤกษ์เดิมไร้ต้นฝุ่นผงคลีพานเกาะที่ใดเล่า... เขาในตอนนี้ตระหนักรู้อย่างแจ่มชัดฝุ่นผงแห่งกิเลสและผงคลีแห่งความฟุ้งซ่าน กำลังก่อตัวเกาะกินจิตใจของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ !
เขายังไม่ควักมือออกมา
“สองหมื่นก้อนหินวิญญาณระดับกลาง ครั้งที่หนึ่ง”ไป๋เสอตะโกนขึ้นอย่างถูกจังหวะ
คิ้วภิกษุโล้นโกร๋นของพระมหาอาจารย์ชิงจ้านกระตุกเล็กน้อยราคานี้ช่างสูงยิ่งนัก เดิมทีโอสถหลอมจิตหนึ่งเม็ดมีราคามากสุดน่าจะอยู่แค่สามสี่ก้อนหินวิญญาณระดับสูงแต่นี่ดันเป็นโอสถหลอมจิตเม็ดแรกในรอบเกือบสองร้อยปี!
ไม่มีใครสนใจประสิทธิภาพของมันเท่าไรนัก เพราะพวกเขาต้องการนำมันมาวิจัยและวิเคราะห์สูตรตำรายาและกรรมวิธีการหลอมและถ้าหากทำได้ จะสามารถสร้างเม็ดเงินได้มหาศาลจนไม่อาจประเมินค่าได้!
“สองหมื่นก้อนหินวิญญาณระดับกลาง ครั้งที่สอง!”
พระมหาอาจารย์ชิงจ้านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก มือสั่นเทิ้มขึ้นเป็นครั้งแรก
“สองหมื่นก้อนหินวิญญาณระดับกลาง ครั้งที่...”
“สารีริกธาตุ[3]หนึ่งเม็ด”
เมื่อพูดจบ พระมหาอาจารย์ชิงจ้านก็ถอนหายออกมาอย่างรู้สึกผิดจากนั้นก็ยื่นมือออกมาข้างหน้าเงียบๆ
ธาตุของแข็งรูปทรงไม่สมส่วนหนึ่งเม็ดสะท้อนแสงทองอร่ามลอยขึ้นเหนือฝ่ามือของเขา!
สวีหยางอี้เพ่งพินิจสารีริกธาตุนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นของขลังเวทมนตร์แห่งพุทธะของจริง
แม้อยู่ห่างขนาดนี้เขายังสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่อัดแน่นอยู่อย่างมหาศาล!มีองค์พระทองคำเรืองรองค่อยๆ หมุนอยู่ตรงกลางสารีริกธาตุชวนให้รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์เหลือคณา!
บรรยากาศในงานเงียบกริบ
แม้แต่ตระกูลไป๋หลี่ยึงอึ้งงัน
ไม่ใช่แค่เขา ทั้งไป๋เสอและแขกด้านล่างก็พากันตะลึงลาน
“สา สา สารีริกธาตุ?!” ไป๋เสอพูดขึ้นติดๆ ขัดๆวินาทีต่อมาก็ส่งเสียงพูดอย่างตกใจ “เป็นหนึ่งในวัตถุเวทมนตร์ล้ำค่าแห่งสามภพภูมิได้มาจากนักบวชผู้ฝึกตนที่บรรลุเป็นองค์ศาสดาของลัทธิพุทธนั่งสมาธิมรณภาพ!นอกจากมีพลังเหนือกว่าผลึกพลังปีศาจระดับจินตันแล้ว ยังสามารถใช้เป็นแกนกลางตราเวทสื่อกลางค่ายกล และช่วยให้ผู้ฝึกตนครอบครองตรัสรู้บรรลุธรรม ยิ่งไปกว่านั้น...”
ไป๋เสอกลืนน้ำลายลงคอ “ว่ากันว่า... สารีริกธาตุมีเพียงเจ็ดสิบสองเม็ดบนโลกเท่านั้น... เมื่อมีสารีริกธาตุเม็ดใหม่ถือกำเนิดขึ้นสารีริกธาตุที่จัดอยู่เป็นอันดับสุดท้ายจะสลายกลายเป็นโลกธาตุหวนคืนสู่เอกภพ...สารีริกธาตุทั้งเจ็ดสิบสองเม็ดแต่ละเม็ดมีพลังเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธะในแบบฉบับของตัวเองและแต่ละเม็ดก็มีชื่อเรียกเป็นของตัวเอง... มูลค่าของมันคาดว่าราคาเริ่มต้นมีราคาสูงกว่าสองหมื่นก้อนหินวิญญาณระดับกลางเสียอีก!”
“ถ้าสามารถปลุกพลังเวทลึกลับของมันได้ ราคาก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ!”
“ไม่คิดเขาว่าเขาจะกล้าควักสารีริกธาตุออกมาเพื่อแลกกับโอสถวิเศษ?!”ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีคนหนึ่งด้านล่างตกตะลึงจนลูกตาแทบถลนออกจากเบ้า“ไพ่ตายใบสุดท้ายของอารามศักดิ์สิทธิ์หลงอิ่น! เป็นสมบัติเวทมนตร์ล้ำค่าของจริง!”
“ท่านพ่อ” ไม่ไกลนักวัยรุ่นคนหนึ่งมองดูสารีริกธาตุบนมือพระมหาอาจารย์ชิงจ้านอย่างหลงใหลตอนนี้เขารู้สึกเหมือนสติผ่องแผ้ว พลังจิตชัดเจนเฉียบคม “นี่คืออะไรครับ?”
“นี่เป็นสมบัติเวทมนตร์ล้ำค่า...” พ่อที่นั่งอยู่ข้างๆจ้องมองสารีริกธาตุพลางบ่นพึมพำ“ไม่นึกว่าจะยอมควักสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของอารามออกมาแบบนี้!”
“ท่านพระมหาอาจารย์!”ขณะที่วัยรุ่นกำลังมองสารีริกธาตุสลับกับพระมหาอาจารย์ชิงจ้านไปมาอยู่นั้นคนจากตระกูลไป๋หวี่ก็พูดขึ้นอย่างตื่นตระหนัก “นำสารีริกธาตุออกมาใช้แบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ?”
สิ่งนี้มีราคาสูงเกินกว่าเพดานงบประมูลที่ตระกูลเขาตั้งไว้!
พระมหาอาจารย์ชิงจ้านยังคงนิ่งเงียบ โบกมือขึ้นเล็กน้อยสารีริกธาตุเม็ดนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“สารีริกธาตุเม็ดนี้ มีชื่อว่าฉื่อเสียจิน” เขามองไปทางไป๋เสอกล้ามเนื้อบนใบหน้าเกร็งกระตุกเนื่องจากตึงเครียดเกินไป“พลังเวทที่หลับใหลอยู่ด้านในคือ... เสี้ยวจิตพุทธะแห่งดอกนิพพานหรือดัชนีเด็ดบุปผา”
“เหอะ...” “ซู้ด...” “ดัชนีเด็ดบุปผา...”“เป็นพลังเวทระดับนี้เชียวเหรอ...” “พลังเวทที่แฝงอยู่ในสารีริกธาตุทั้งเจ็ดสิบสองเม็ดแม้เป็นเพียงจิตพุทธะแค่เศษเสี้ยว มูลค่าก็หาที่สุดไม่ได้แล้ว!” “พระเจ้า!!!จากตำนานเด็ดบุหงาระบายยิ้มใช้ไหม... พลังเวททั้งเจ็ดสิบสองบทจากลัทธิพุทธะ...แลกกับโอสถวิเศษเนี่ยนะ.... บ้าไปแล้ว” “ไม่แน่พอถึงคราวที่เหล่าเจินเหรินร่วมประมูล...เจินเหรินอาจจะงัดตำราวิชายุทธเวทออกมาก็เป็นได้” “โห...ตำรายุทธเวทระดับจินตัน?!”
โอสถวิเศษเม็ดแรก เป็นแค่การหยั่งเชิงเหล่าตระกูลทั้งหลายและเป็นการทดสอบวาสนาของตระกูลเหล่านี้!
หัวใจของพระมหาอาจารย์ชิงจ้านประหนึ่งถูกมีดกรีดแทงใบหน้าเรียบนิ่งไม่ขยับ จากนั้นก็ไปมองไป๋เสอเอ่ยขึ้น “เป็นอันตกลงราคาได้รึยัง?”
ไป๋เสอพยายามเรียกสติตัวเองกลับมา พูดขึ้นตะกุกตะกักคล้ายหุ่นยนต์ “สารีริกธาตุหนึ่งเม็ด!มีราคาสูงกว่าสองหมื่นก้อนหินวิญญาณระดับกลางขึ้นไป! มีพลังเวทดัชนีเด็ดบุปผา!จึงบวกเพิ่มเข้าไปอีกห้าพันก้อนหินวิญญาณระดับกลาง!ราคารวมอยู่ที่สองหมื่นห้าพันก้อนหินวิญญาณระดับกลาง! ครั้งที่หนึ่ง!”
ใบหน้าของวัยรุ่นตระกูลไป๋หลี่เลื่อนลอยกึ่งฝันกึ่งตื่น อ้าปากพะงาบๆสองสามครั้ง แต่กลับพูดไม่ออก
หลังจากเพิ่มราคาพลังเวทดัชนีเด็ดบุปผาเข้าไปราคานี้เขาไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่นอน
พระมหาอาจารย์ชิงจ้านมองมาทางเขาด้วยสายเจือแววไม่เป็นมิตรรำไร
หนึ่งในวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของอารามหลงอิ่นของพวกอาตมาโยมยังกล้าเพิ่มราคาอีกหรือ? คิดจะลองดีกับภิกษุแก่ๆอย่างอาตมางั้นหรือ? แบบนี้เจอกันนอกงานก็ได้
ขั้นจูจี้ระดับสมบูรณ์เหมือนกัน กลัวเสียทีไหน
ทว่าชายหนุ่มรู้ดีเหล่านักบวชระดับสูงของที่นี่ไม่เพียงแต่มีพลังเวทดัชนีเด็ดบุปผาอย่างเดียวแน่นอนพลังเวทเนตาพิโรธก็ต้องมีเช่นกัน
“สองหมื่นห้าพันก้อนหินวิญญาณระดับกลาง! ครั้งที่สอง!”เสียงของไป๋เสอพร่าแหบ ในใจเขาอยากให้มีคนเพิ่มราคาขึ้นอีกแต่ตัวเขารู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้
อารามศักดิ์สิทธิ์หลงอิ่นงัดหนึ่งในวัตถุศักดิ์สิทธิ์ออกมาทั้งทีใครจะกล้าแหกหน้าพวกเขา... ขืนทำแบบนั้น จบไม่สวยแน่
“สองหมื่นห้าพันก้อนหินวิญญาณระดับกลาง! ครั้งที่สาม!”ไป๋เสอชูมือทั้งสองข้างขึ้นกลางอากาศตบมือหนึ่งครั้งเสียงค้อนประมูลทุบโต๊ะดังลั่น “การประมูลเสร็จสิ้น!”
“ขอแสดงความยินดีกับพระมหาอาจารย์ชิงจ้านจากอารามศักดิ์สิทธิ์หลงอิ่นด้วยขอรับโอสถวิเศษจากศาสตร์หลอมโอสถโบราณเม็ดแรกในรอบเกือบสองร้อยปีตกเป็นของท่านแล้ว!”
สายตาอันร้อนลุ่มของทุกคนในงานฉายออกมาราวกับกลายเป็นคลื่นความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วงานโอสถวิเศษสีดำสนิทเม็ดแรกในรอบเกือบสองร้อยปีลอยไปที่มือของพระมหาอาจารย์ชิงจ้านทุกคนในงานได้ยินเสียงถอนหายใจราวกับยกภูเขาออกจากอกดังแผ่ว จากนั้น...
หยาดน้ำตาก็ไหลอาบหน้าพระมหาอาจารย์ชิงจ้านเป็นทาง!
“ฮือ ๆ ๆ ...” เสียงร้องไห้ของพระมหาอาจารย์ชิงจ้านบางเบาจนแทบไม่ได้ยินแต่ทุกคนเห็นเขาปาดน้ำตาอย่างชัดเจนไม่รู้น้ำตานี้หลั่งออกมาจากความดีใจที่ได้ครอบครองโอสถวิเศษหรือจากความเสียใจที่เสียหนึ่งในวัถตุเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ของอารามไป
ตอนนี้เห็นเพียงพระมหาอาจารย์ชิงจ้านยกชายจีวรขึ้นมาบังหน้าปาดน้ำตาเหล่าลูกศิษย์ต้องเข้ามาพยุงกลับไปนั่ง แต่ว่า...
“ไอ้แก่หัวโล้น!”ตระกูลไป๋หลี่ที่จ้องอีกฝ่ายตาเขม็งมาโดยตลอดสังเกตเห็นอีกฝ่ายแปะยันต์อาคมบางอย่างที่ชายจีวรอย่างรวดเร็วจากนั้นโอสถวิเศษเม็ดนั้นก็หายวับไปทันที!
“ยันต์เงาวายุหมื่นลี้...” วัยรุ่นตระกูลไป๋หลี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆหนึ่งเฮือก ไฟโมโหปะทุขึ้นไม่หยุด “มียันต์อาคมที่สามารถส่งของไปยังสถานที่เป้าหมายที่ระบุไว้ภายในห้วงอึดใจแบบนี้...หนึ่งใบราคาสูงถึงสามร้อยก้อนหินวิญญาณระดับกลาง! CSIB มัวทำอะไรอยู่...ไม่ได้เรียกเก็บภาษีจากเขารึไง!?”
“นายน้อย” ผู้ฝึกตนข้างๆ คนหนึ่งพูดเตือนสติขึ้น “ไม่ต้องสนใจพวกเขาแล้วต่อจากนี้... พวกเรายังมีโอกาสอีกสามครั้ง”
แววตาวัยรุ่นคุวาวขึ้นมาอีกครั้งทันที
ใช่แล้ว อีกแค่สามครั้ง ไม่ใช่สี่ครั้ง
อีกหนึ่งครั้งที่หายไป เป็นครั้งของตู้มหาสมบัติ เพราะถ้าตู้มหาสมบัติออกโรงตระกูลอื่นๆ ก็ถอดใจไปเองทันที
เสียงพูดคุยจอแจในงานค่อยๆ เบาบางลง ตอนนี้ความเร่าร้อนผุดขึ้นท่ามกลางความเงียบเดือดระอุกว่าก่อนหน้านี้เป็นเท่าตัว!
วัยรุ่นตระกูลไป๋หลี่ผินหน้าส่งกระแสจิตเอ่ย“เพดานสูงสุดของหินวิญญาณที่พวกเราใช้ได้อยู่ที่เท่าไหร่?”
“สองหมื่นสามพันก้อนครับนายน้อย”
“อืม...” นายน้อยสูดลมหายใจลงปอด “โอสถวิเศษเม็ดที่สองนี้พวกเราจะต้องแย่งมาให้ได้!”
--------------------------------------------------------------------------------
[1] คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต หมายถึงเรื่องที่วางแผนมาดิบดี แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้
[2] ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐ หมายถึงสาเหตุ มูลเหตุ หรือประเด็นหลังสุดซึ่งก่อให้เกิดเรื่องแตกหักเนื่องจากมีสาเหตุอื่นเกิดประดังมาก่อนหน้าแล้ว
[3] สารีริกธาตุ คือพระอัฐิของพระพุทธเจ้าซึ่งพระองค์ได้ทรงอธิษฐานไว้ก่อนปรินิพพานให้คงเหลือไว้หลังจากการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธ มีลักษณะเหมือนดอกมะลิตูมเหมือนแก้วมุกดาที่เจียรนัยแล้ว