“ อ้อ ! เหรอ ! ก็ดี !ฉันอยากจะบอกว่าฉันไม่สบอารมณ์แกมากเลยว่ะและจะบอกอะไรให้นะนักเลงแบบแกน่ะฉันอัดมาเยอะแล้ว ! ’’ ตงฟางจู้มองหน้าเหลียงเย่แล้วพูดข่มออกมาก่อนจะยกลูกเตะซัดไปทางเหลียงเย่อย่างไม่ลังเลไอ้หมอนี่มันกล้าดียังไงเอาตัวมาเข้าขัดขวางเขามันคิดว่าแค่มันตัวใหญ่แล้วเขาจะกลัวรึไง ฝันไปเถอะ !
“ … ’’ เหลียงเย่เองก็ผงะไปเช่นกันเขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะโจมตีโดยไม่พูดไม่จาแบบนี้แต่เขาก็ไม่ได้ตกใจอะไรทั้งนั้น เขาแค่ยกขาซัดลูกเตะสวนออกไป
ปัง
เสียงปะทะของลูกเตะระหว่างคนสองคนดังขึ้นก่อนจะปรากฏว่าขาทั้งสองข้างนั้นไม่มีใครสามารถดันใครกลับไปได้เลยจริงๆ
“ เทควันโด ? ’’ เหลียงเย่ถามออกมาด้วยความประหลาดใจเขาเคยต่อสู้ตามท้องถนนและในโรงเรียนมานานจึงได้เจอพวกเรียนศิลปะต่อสู้หลายแบบอยู่บ่อยๆดังนั้นเขาจึงประหลาดใจไม่ใช่น้อยที่ชายหนุ่มตรงหน้าเขาเป็นเทควันโด
“ ใช่ ! แกเองก็มีฝีมืออยู่บ้างนี่ !’’ ใบหน้าของตงฟางจู้เองก็เผยให้เห็นถึงความประหลาดใจไม่ใช่น้อยเพราะโดยส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนๆหนึ่งที่ต่อสู้เก่งมาก หากจะหาคู่ต่อสู้ได้คงยากแม้แต่เหล่านักเลงตัวใหญ่ๆหรือเก่งกาจทั้งหลายก็ยังต้องพ่ายแพ้เขาและไม่สามารถหลบการจู่โจมยังกระทันหันได้ทันทว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขากลับหลบได้ทัน ไม่สิ ฝ่ายตรงข้ามโจมตีสวนกลับมาเลยต่างหาก !
เขาต้องยอมรับเลยว่าปฏิกิริยาการตอบสนองของอีกฝ่ายนั้นดีมากๆไม่งั้นแล้วคงไม่สามารถตอบสนองได้ทันจนต้องถูกเขาเตะอย่างแน่นอน
“ งั้นก็ลองรับนี่หน่อยเป็นไง ! ’’ ตงฟางจู้ซัดลูกเตะอีกข้างเข้าใส่เหลียงเย่อย่างรวดเร็วในตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เจอคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือในการต่อสู้เท่าเทียมกันเช่นนี้
“ หึ ’’ เห็นลูกเตะที่กําลังพุ่งเข้ามาเหลียงเย่ก็แค่นเสียงแล้วยกแขนขึ้นก่อนจะแทงศอกลงไป
ปัง
“ มวยไทย ? ’’ ตงฟางจู้ถามเมื่อพบเห็นอีกฝ่ายได้ใช้ศอกกันการโจมตีของลูกเตะเขา
“ ไม่ใช่ ! ’’ สําหรับเหลียงเย่นั้นก็แค่โจมตีและป้องกันตามประสบการณ์การต่อสู้ที่ได้รับมาซึ่งการใช้ศอกของเขามันไม่ได้มาจากมวยไทยแต่มาจากการตอบสนองและประสบการณ์การวิเคราะห์ว่าจะทํายังไงในสถานการณ์แบบนั้น
“ พวกคุณทําบ้าอะไรเนี่ย ? ’’ ทางด้านยูหมิงที่สกัดจุดหลิวเค่อเสร็จแล้วก็ผงะที่ได้เห็นคนทั้งสองต่อสู้กันไอ้พวกนี้มันเป็นบ้าอะไรของมันอยู่ดีๆก็สู้กันและคุยกันเหมือนกับพวกสมองกล้ามซะงั้น ?
ตงฟางจู้และเหลียงเย่ไม่ได้ตอบคําถามของยูหมิงพวกเขาเพียงแค่ต่อสู้กัน โจมตีและป้องกันไปมาโดยส่วนใหญ่จะเป็นตงฟางจู้ที่เป็นฝ่ายโจมตีเข้าก่อนเสมอเหลียงเย่จะเป็นฝ่ายรับและหาโอกาสสวนกลับไป
ทางด้านหลิวเค่อที่ได้รับการสกัดจุดก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กําลังมาเขารู้สึกได้ถึงหัวใจที่กําลังสูบฉีดและกระตุ้นอย่างบ้าคลั่ง
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก …
ทันใดนั้นร่างของหลิวเค่อก็นสั่นสะท้านและชักกระตุกขึ้นมาราวกับคนถูกผีเข้า
“ อั๊ก ! ’’ หลิวเค่อกระอักเลือดสีดําออกมาคําโตก่อนจะหยุดชักกระตุกในตอนนี้เขามองไปยังยูหมิงด้วยความตะลึงงัน นี่มันอะไรกัน แค่การสกัดจุดเพียงครั้งเดียวที่ไม่ถึงหนึ่งนาทีกลับสามารถทําให้หัวใจของเขากลับมาสูบฉีดอย่างเต็มที่ได้อีกครั้งทั้งยังเร็วและแรงมากกว่าเดิมอีกด้วย
อายุน้อยแต่กลับมีทักษะสกัดจุดที่เลิศลํ้าถึงเพียงนี้จนแพทย์แผนจีนที่เขาเคยเจอมาก็แทบไม่ต่างอะไรไปจากพวกมือสมัคเล่นเลยด้วยซํ้า
แม้กระทั่งแพทย์อัจฉริยะตามโรงพยาบาลชื่อดังถ้าได้มาเห็น เขาก็สามารถบอกได้เลยว่าคนพวกนั้นจะต้องตะลึงเหมือนๆกันอย่างแน่นอน
ทักษะสกัดจุดเลิศลํ้าถึงเพียงนี้นี่ชายหนุ่มคนนี้เขาเป็นใครกันแน่ ?
“ อาการของคุณก็อย่างที่ผมได้บอกไปในก่อนหน้านี้เพียงแค่ผมใช้เทคนิคบางอย่างในการกระตุ้นโดยตรงมันก็จะกลับมาทํางานได้ดีอีกครั้งซึ่งแน่นอนว่าการทําแบบนี้มันจะเป็นการรักษาให้หายขาดไปเลยนอกจากนี้มันยังขับเลือดเสียที่ตกค้างอยู่บางส่วนในร่างกายของคุณออกมาด้วย’’ ยูหมิงมองดูใบหน้าที่เริ่มกลับมามีสีเลือดของหลิวเค่ออีกครั้งก่อนจะพูดอธิบายออกมา
“ เธอเป็นใครกันแน่ ? ’’ หลิวเค่อถามออกไปอย่างไม่รู้ตัวแต่เขาก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกก่อนจะถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ“ เธอบอกว่าเธอแซ่ยู หรือว่าเธอจะเป็นคนจากตระกูลยูในเมืองหลวง ?’’ เดี๋ยวนี้การหาคนแซ่ยูที่เก่งกาจคงจะหายากดังนั้นเขาจึงคิดว่าชายหนุ่มที่มีฝีมือเก่งกาจขนาดนี้อาจจะมาจากตระกูลยูในเมืองหลวงก็ได้
“ ตระกูลยู ? คงไม่ใช่! ผมก็แค่คนที่ผ่านทางมาและมาเจอคุณโดยบังเอิญยังไงล่ะ ! ’’ ยูหมิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไปตามตรงเพราะเขาก็แค่คนที่ผ่านทางมา หากเขาไม่ผ่านทางมาคุณคนนี้ก็คงจะไม่ได้เจอเขาและไม่ได้รับการรักษาอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องตระกูลยูในเมืองหลวงก็ทําให้เขาประหลาดใจเช่นกันแต่เขาก็ยังคงไม่สามารถฟันธงได้ว่านั่นเป็นตระกูลของเขาดังนั้นเขาจึงได้ตอบไปแบบนั้น เพราะเขาไม่ใช่คนที่จะแอบอ้างอะไรหากไม่มีเรื่องจําเป็นจริงๆ
หลิวเค่อที่ได้ยินคําตอบเรียบง่ายของยูหมิงก็ผงะไปครู่หนึ่งเขามองชายหนุ่มจากบนลงล่างเพื่อประเมินอีกครั้ง“ เธออยากจะเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งจริงๆใช่ไหม ? เพราะดูจากความสามารถด้านทักษะแพทย์แผนจีนของเธอแล้วเธอก็น่าจะไปเข้าสมัคสถาบันฮุ่ยเหิงหงได้อย่างสบายๆเลยนี่ทําไมถึงได้อยากเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งที่มีความสามารถเป็นรองล่ะ ? ’’ การที่ชายหนุ่มตรงหน้าเขาสามารถรู้อาการของเขาได้โดยง่ายและยังใช้เพียงเทคนิคสกัดจุดในการรักษานั่นน่ะเขากล้าฟันธงเลยว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นแพทย์แผนจีนที่มีความสามารถคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเขาก็สงสัยตรงทําไมคนที่มีฝีมือถึงขนาดนี้ถึงต้องการเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งที่เป็นรองสถาบันฮุ่ยเหิงหงล่ะ?
“ สถาบันฮุ่ยเหิงหง ? ผมไม่รู้จักหรอกส่วนเหตุผลที่ผมอยากเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งมันก็แค่เรื่องง่ายๆก็เพราะผมอยากมีชื่อในนั้นก็เท่านั้นแหละ ’’ ยูหมิงส่ายหัวด้วยความไม่รู้เขาไม่รู้จักสถาบันฮุ่ยเหิงหงอะไรนั่นจริงๆเพราะเขาเป็นคนของเมืองเป่าติ้งนี้และยังได้จากไปถึงห้าปีเต็มดังนั้นพวกสถาบันฮุ่ยเหิงหงอะไรนั่นน่ะเขาแทบไม่รู้จักเลยด้วยซํ้าส่วนการที่เขาอยากเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งนั่นน่ะก็เป็นเพราะเขาแค่อยากมีชื่อในนั้นจริงๆเพราะอย่างน้อยในตอนที่เจอพ่อกับแม่ของเขาเขาก็คงสามารถทําให้พวกท่านภูมิใจในตัวเขาได้
แน่นอนว่าการที่ยูหมิงรู้จักมหาวิทยาลัยปักกิ่งนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาเหตุผลก็เพราะมหาวิทยาลัยปักกิ่งนั้นมันมีมานานแล้วและยังมีชื่อเสียงกระจายออกมาอย่างโด่งดังจนเมืองที่ห่างไกลหรือต่างประเทศยังต้องรู้จักดังนั้นยูหมิงจึงคิดจะเข้าที่นั่นแน่นอนมันก็เพราะโอกาสในการเข้ามันมาอยู่ตรงหน้าของยูหมิงอย่างเหมาะเจาะยูหมิงจึงเลือกที่เข้าที่นั่นทันทียังไงล่ะ
ทางด้านหลิวเค่อที่ได้ยินคําตอบและท่าทางสบายๆของยูหมิงก็ถึงกลับต้องเหยเกด้วยความทึ่ง
แค่ผมอยากมีชื่ออยู่ในนั้น ?
คําตอบของคุณมันจะเหนือไปไหน !
“ ว่าแต่คุณช่วยห้ามทั้งสองคนนั้นทีสิเพราะชายหนุ่มคนนั้นก็มากับคุณนี่ ’’ ยูหมิงไม่สนใจท่าทางที่แปลกประหลาดของหลิวเค่อเขาส่งสายตาไปยังทั้งสองคนที่กําลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
“ ดะ...ได้สิ ! ’’ หลิวเค่อพยักหน้ารับก่อนจะพูดเสียงดังออกไป“ ตงฟางจู้คุณหยุดต่อสู้ได้แล้ว ! เขาคนนี้อุส่าห์รักษาผม !คุณจะยังมามีหน้าต่อสู้เพื่อจะขัดขวางอะไรอีก ? และนี่มันก็รักษาเสร็จแล้วด้วย! ’’ เขารู้ว่าตงฟางจู้เป็นคนที่ดื้อรั้นแต่ก็เป็นคนที่มีฝีมือในการต่อสู้มากด้วยก็เพราะอย่างนั้นเขาจึงได้ตั้งใจจะพาตงฟางจู้ไปเข้าสอบในอีกหนึ่งอาทิตย์ที่จะถึงนี้
ทางด้านตงฟางจู้นั้นเขาไม่แม้จะหยุดชะงักหรือหยุดการโจมตีด้วยซํ้าหากสังเกตดีๆแล้วจะพบว่าในตอนนี้ใบหน้าของเขากําลังยิ้ม ยิ้มด้วยความตื่นเต้นอยู่นั่นเอง
ซึ่งเขาในตอนนี้ตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้มาต่อสู้กับคนที่มีฝีมือในระดับเดียวกันอีกทั้งเขาก็สามารถดูออกได้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาคนนี้ไม่ได้ใช้ศิลปะการต่อสู้อะไรเลยเพราะอีกฝ่ายก็แค่ใช้ประสบการณ์การต่อสู้และการตอบสนองที่เฉียบขาดในการต่อสู้เข้าสู้เท่านั้น
ส่วนเหลียงเย่นั้นเขาก็แค่ต่อสู้ไปอย่างช่วยไม่ได้แน่นอนว่าเขาเองก็รู้สึกตื้นเต้นเช่นกันเพราะเขาเป็นเป็นนักเลงคนหนึ่งที่ทะเยอทะยานในการหาคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองและต่อสู้เอาชนะดังนั้นเมื่อได้มาเจอคนที่มีฝีมือสูสีเขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนุกในการต่อสู้กับอีกฝ่าย
“ ต้องขอโทษด้วยนะพอดีเขาเป็นคนที่คลั่งไคล้การต่อสู้มากน่ะยิ่งเมื่อได้เจอคนที่มีฝีมือระดับเดียวกัน เขาจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเลยล่ะ’’ หลิวเค่อรู้สึกเสียหน้าจึงพูดกับยูหมิงอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่เขาจะไปเจอตงฟางจู้เขาก็พอรู้ข้อมูลส่วนตัวของอีกฝ่ายมาบ้างยิ่งพอได้มาเห็นกับตาตัวเองเขาก็ยิ่งประหลาดใจเพราะเขาไม่เคยเชื่อเลยว่าคนที่บ้าการต่อสู้ถึงขนาดนั้นจะมีอยู่จริง
“ คนของผมก็คงพอๆกัน ’’ ยูหมิงไม่ได้โง่ เขามองดูเหลียงเย่ที่กําลังสนุกก็รู้ได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายกําลังสนุกอะไรอยู่แต่นี่มันก็ได้เวลาแล้วที่จะหยุดการต่อสู้ของทั้งสองคนไม่อย่างนั้นแล้วถ้ามีลูกค้าเข้ามาและตกใจจนโทรแจ้งตํารวจนั่นจะทํายังไง
หลังจากที่ตัดสินใจได้ยูหมิงก็เดินไปยังพวกตงฟางจู้ขั้นกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว“ พวกคุณน่ะหยุดได้แล้ว ! ’’ จากนั้นเขาก็ยืดมือทั้งสองข้างออกไป
“ ระวัง ! ’’ ตงฟางจู้และเหลียงเย่อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมาเพราะพวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาขั้นกลางการต่อสู้แบบนี้ซึ่งในตอนนี้พวกเขาก็กําลังวัดฝีมือกันอยู่ด้วยมันจึงทําให้พวกเขาไม่สามารถหยุดการโจมตีได้ทันทีอย่างแน่นอน
ดังนั้นอีกฝ่ายที่เข้ามาขั้นกลางคงต้องรับการโจมตีประกบคู่ของพวกเขาแทนซึ่งพวกเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่สามารถรับมันพร้อมกันได้แน่ๆ
อย่างไรก็ตามวินาทีต่อมาพวกเขาก็ต้องเผยความตื่นตะลึงออกมาเมื่อพบว่ามือทั้งสองข้างของชายหนุ่มที่ได้ยื่นออกมามันได้ปัดลูกเตะของพวกเขาอย่างสบายๆก่อนจะตีเบาๆจนขาของพวกเขากลับไปยืนเหมือนเดิมในตอนนั้นพวกเขาถึงกับเซแทบเสียหลักเลยทีเดียว
ตงฟางจู้และเหลียงเย่ที่เกือบจะเสียหลักล้มก็มองไปยังยูหมิงด้วยความไม่อยากเชื่อนัยน์ตาของพวกเขาเบิกกว้างอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งหลิวเค่อเองก็ตกตะลึงเช่นกันเพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ายูหมิงจะรอดพ้นจากการโจมตีพร้อมกันของทั้งสองคนได้ทั้งยังปัดป้องมันได้แบบสบายๆอีกด้วย
หลังจากที่ตกตะลึงอยู่นานตงฟางจู้ก็พูดขึ้น“ นายเองก็มีฝีมืออยู่บ้างนี่ งั้นมาลองสู้กันหน่อยเป็นไง ’’ในวันนี้เขารู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้เจอคู่ต่อสู้ทีเก่งกาจถึงสองคนดังนั้นเขาจึงอยากจะสู้กับทั้งสองคนให้หมดแรงไปเลย
“ เหอๆ อย่างคุณนี่นะจะสู้กับผม ? แค่ฝ่ามือเดียวคุณก็จอดแล้ว… ’’ ยูหมิงส่ายหัวอีกฝ่ายนี่นะจะมาสู้กับเขา ? แต่ในขณะที่เขากําลังพูดและพูดยังไม่ทันจบเขาก็พบว่าอีกฝ่ายได้กระโดดหมุนตัวเตะกลางอากาศซัดมายังเขาแล้วนั่นเอง
ยูหมิงที่ได้เห็นว่าอีกฝ่ายโจมตีมาจึงช่วยไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งๆแล้วยืนดูการโจมตีที่กําลังพุ่งเข้ามาก่อนจะยกมือขึ้นและคว้าหมับไปที่ลูกเตะของอีกฝ่ายและจับมันกระแทกลงกับพื้น
ปัง
ร่างของตงฟางจู้กระแทกพื้นอย่างแรง แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากจะมีก็เพียงรอยแผลเล็กๆน้อยๆ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะยูหมิงตั้งใจให้เป็นแบบนั้นไม่อย่างนั้นแล้วชะตากรรมของตงฟางจู้คงมีเพียงอย่างเดียวนั่นคือไปนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเหมือนกับฉินเลี่ยนั่นเอง
ในเวลานี้เหลียงเย่และหลิวเค่อก็ต้องตะลึงอีกครั้งเดิมทีในตอนที่พวกเขาได้ยินคําพูดของยูหมิงพวกเขาก็แทบอยากจะด่าออกมาแต่เมื่อได้มาเห็นว่าอีกฝ่ายสามารถทําได้จริงทั้งยังสสบายๆพวกเขาถึงกับพูดแทบไม่ออก
ในตอนนี้พวกเขารู้สึกช็อคและตื่นตะลึงเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายสามารถจัดการตงฟางจู้ที่หมุนตัวเตะกลางอากาศได้ในฝ่ามือเดียวอย่างที่พูดเอาไว้
“ นะ...นาย !นายใช้ศิลปะการต่อสู้อะไรกันแน่ ?! ’’ ตงฟางจู้ที่ถูกจับทุ่มลงมาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึงและสับสนในความคิดของเขามันไม่ควรจะมีศิลปะการต่อสู้ที่ทําได้ถึงขนาดนี้เพราะถ้าเป็นยูโดอย่างมากเขาก็สามารถดูออกได้แต่นี่อีกฝ่ายกลับไม่มีท่วงท่าหรือเทคนิคอะไรเลย เพราะอีกฝ่ายก็แค่ยื่นมือออกมาแล้วจับขาของเขาทุ่มเท่านั้น
แถมเขายังรับรู้ได้ดีอีกด้วยว่าอีกฝ่ายออมมือเอาไว้ไม่อย่างนั้นแล้วเขาคงไม่จบอยู่กับที่นั่งกับพื้นแน่ !
“ ศิลปะการต่อสู้ ? เหอๆผมก็บอกไปแล้วว่าแค่ฝ่ามือ ! ’’ ทางด้านยูหมิงที่ถูกถามก็ทําได้เพียงมองอีกฝ่ายเหมือนมองคนโง่แล้วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ศิลปะการต่อสู้ ?
เขาก็แค่ใช้ฝ่ามือและการควบคุมแรงที่ดีก็เท่านั้นเองมันจะเป็นศิลปะการต่อสู้ไปได้อย่างไร ถ้าแค่นี้เป็นศิลปะการต่อสู้อย่างอื่นที่เขายังคงไม่ได้ใช้ออกมาก็คงเป็นสิ่งมหัศจรรย์แล้วล่ะมั้ง ?