เนื้อหมูกินได้!!เนื้อเป็ดกินได้!!
??เกิดเสียงดังขึ้นในหัวเมื่อเขาหันไปมองศพของพวกเกรมเบิลพิกและแบ๊บเบิลดั๊กที่นอนตายกันเกลื่อนกลาดเต็มพื้น แววตาของเขาพลันสว่างวาบขึ้นมาทันทีที่เข้าใจความหมายของเสียงแจ้งเตือนในหัว
โลกปัจุบันที่กลบฝังไปด้วยความโหดร้าย จากทั้งซอมบี้ที่กลายพันธุ์ อสูรร้ายที่กลายพันธุ์ หรือกระทั่งพวกมนุษย์ที่แปรเปลี่ยนเปิดเผยสันดานแท้จริงออกมา ทุกๆสิ่งบนโลกตอนนี้ต่างเต็มไปด้วยความอันตรายทุกย่างก้าว
ไม่เว้นแม้แต่อาหารที่นับวันยิ่งหร่อยหรอลงทุกขณะ แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 1 เดือนเต็มแล้วก็ตาม ถึงอาหารจะยังหลงเหลืออยู่ แต่ก็ใช่ว่ามันจะยังหลงเหลือให้หยิบใช้ได้ดังเช่นอดีตอีก เพราะหากว่าเรายังไม่มีหนทางในการเพิ่มผลผลิตแก่มันในโลกยุคปัจจุบันนี้ สุดท้ายพวกเราทุกคนจะอดตาย
และจากสิ่งที่เขาได้เจอในตอนนี้ย่อมการันตีได้ว่า อนาคตของมนุษย์นั้นยังพอมีความหวังที่จะไม่อดตายจากการขาดแคลนอาหาร เพราะมันมีความเป็นไปได้ที่ว่าอสูรกลายพันธุ์เหล่านี้จะกลายมาเป็นเสบียงสำรองของมนุษย์ในยามที่ขาดแคลนอาหารก็เป็นได้
ฉึบฟูๆๆๆเขาไม่เสียเวลาแม้แต่จะคิด หากเป็นคนอื่นที่คิดจะทำแบบเขาย่อมต้องกังวลและไม่มั่นใจถึงความปลอดภัยของตัวเอง นั่นก็เพราะอสูรกลายพันธุ์พวกนี้เกิดการกลายพันธุ์จากเชื้อไวรัส ซึ่งพวกเขาไม่อาจรู้ได้ว่ามันคือเชื้ออะไร และหากมนุษย์กินพวกมันเข้าไปเกรงว่าอาจจะกลายเป็นซอมบี้แทน
แต่สำหรับเขาที่มีความสามารถเชิงวิเคราะห์ ที่แสดงให้เห็นว่าอาหารเหล่านี้กินได้นั้น ย่อมการันตีได้เกือบ 100% ว่าเนื้อพวกนี้สามารถกินได้จริงๆ แม้ในใจจะหวั่นๆก็ตาม
เพื่อการันตีสิ่งที่คิดให้มันมั่นใจ 100% เขาจึงตัดสินใจแล่เนื้อออกมาและเผามันด้วยเพลิงพิภพ จนสุกได้ที่ แล้วจึงลองกัดกินมันเข้าไปหนึ่งคำเพื่อค้นหาคำตอบ
ถามว่าเขากลัวไม่ ตามจริงคือ กลัว แต่ที่ทำให้เขากล้าลอง หนึ่งคือแสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นมา และสองคือความสามารถในการต่อต้านเชื้อของเขาที่คาดว่าน่าจะช่วยป้องกันการติดเชื้อจากการกินเพียงหนึ่งคำนี้ได้
ฟู่ๆงับ
งั่มๆๆอึกแววตาพลันปรากฏความตื่นตะลึง สีหน้าเริ่มค่อยๆแปรเปลี่ยนไป ลิ้นที่สัมผัสรสชาติจากเนื้อสุก ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เบาสบายไหลไปตามร่างกาย ไม่เพียงแค่นั้นรสชาติของมัน บอกตามตรงเลยว่านุ่มลึกและอร่อยเป็นอย่างมาก
แม้เขาจะย่างมันลวกๆ ทว่ารสชาติที่เขารับรู้ได้นั้น ถือว่ามีความอร่อยและกลมกล่อมไม่ต่างจากเนื้อย่างในอดีตที่มีขายตามท้องตลาดเลยแม้แต่น้อย
งั่มๆๆๆๆอึกๆๆเขาไม่คิดว่าเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป เขาจะยังมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติเช่นนี้ดังอดีตอีกครั้ง ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกินมันให้หมดทันที และหลังจากรอเวลาสัก 5 นาทีเพื่อดูผลกระทบที่จะตามมา เขาจึงได้ข้อสรุปที่แน่ชัดแล้วว่าเนื้อเหล่านี้กินได้
จากนั้นเขาจึงใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมงแล่เนื้อของพวกมันออกมาเก็บไว้ จำนวนเนื้อที่ได้นั้น มีไม่ต่ำกว่า 10 ตัน เห็นจะได้ หากเขาไม่มีพละกำลังเกินมนุษย์แบบนี้เกรงว่าวันนี้เขาก็ยังใช้เวลาในการแล่เนื้อพวกมันไม่เสร็จสักตัว
และจากความไร้ประสบการณ์ในการแล่เนื้อของเขาทำให้เนื้อส่วนใหญ่ที่ได้มานั้นเป็นส่วนที่ตัดออกมาได้อย่างง่ายดาย ทำให้ปริมาณที่ได้ขัดกับจำนวนของพวกมันไปไกล
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปยังที่เก็บคลังสินค้าตามเป้าหมายเดิมที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากสถานที่เก็บคลังสินค้าอยู่ระหว่างฟาร์มหมูและฟาร์มเป็ดที่ห่างออกไปไกลพอสมควร จึงทำให้พื้นที่บริเวณนี้ต่างเงียบสงบเมื่อเหลือเขาเพียงคนเดียว
แอดดสภาพภายในสถานที่เก็บสินค้า เต็มไปด้วยตู้คอนเทรนเนอร์ ซึ่งคาดว่าตู้เหล่านี้น่าจะถูกขนส่งมาเก็บไว้ในที่แห่งนี้ก่อน เพื่อกระจายสินค้าออกไปทีหลัง และหากให้เขาไล่เปิดมันทุกตู้เกรงว่าจะใช้เวลาหลายวัน
ฟุบหือ?เมื่อลองกวาดสัมผัสรับรู้ตรวจสอบพื้นที่ พร้อมกับใช้วิชาก้าวย่างเมฆนภา ออกตัววิ่งไปมาทั่วบริเวณ ทำให้เขาจับสัมผัสของสิ่งมีชีวิตภายในตู้คอนเทรนเนอร์ได้ 2 ตู้ด้วยกัน
สิ่งที่สัมผัสได้คือสิ่งมีชีวิตที่เป็นมนุษย์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาเหล่านั้นจะกลายเป็นซอมบี้ไปหมดแล้ว หรือหากโชคดีหน่อยพวกเขาอาจจะยังเป็นคน และหลบอาศัยอยู่ในนั้น
แกรกเขาเอื้อมมือไปเปิดตู้แรกที่อยู่ใกล้เขามากที่สุด กลอนที่ล็อคไว้ถูกปลดออกมา เขาพลันถอยหลังและเรียกหอกฟ้าครามมาถือไว้ในมือทันที เพื่อเตรียมความพร้อมหากจำต้องปะทะ
แอดดดดดเสียงประตูที่ถูกเปิดออก ฟังแล้วชวนหวาดเสียง ความมืดที่ปรากฏในสายของเขาที่มองเข้าไปในตู้นั้น เป็นความมือมิดที่น่าฉงนมันทั้งมืดและดูวังเวง จนกระทั่ง
แฮ่ๆๆพลันปรากฏฝูงมนุษย์กลายพันธุ์ร่วม 30 ตัวพุ่งออกมา พวกมันแต่ละตัวมีสภาพที่ผิดแปลกไปจากซอมบี้ปกติ มีความคล้ายคลึงกับพวกที่อยู่ในสภาะคลั่ง ความเร็วที่พวกมันพุ่งออกมานับว่ารวดเร็วเป็นอย่างมาก
แต่สำหรับเขามันกลับเชื่องช้า เมื่อสังเกตลักษณะและได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่บอกถึงความเป็นมาของพวกมันเขาจึงได้ข้อสรุปว่าพวกมันเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 ที่อยู่ในสภาวะคลั่งนั่นเอง
มนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 ฮิวแมนดาร์กเนส สภาวะคลั่งความกดดันที่สะสม ผลักดันให้ความวิปริตถูกแสดงออกมา ความมืดมิดที่หล่อหลอม ทำให้สันดานดิบเถื่อนถูกกระตุ้น กลายเป็นนักล่าที่หิวกระหายในยามค่ำคืนพละกำลัง 80 เท่าความเร็ว 80 เท่ามีความสามารถในการเรียนรู้
หืม"ตัวใหม่อีกแล้ว""ตาย!!"ความชินชาต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้ สำหรับเขามันคือความเข้าใจและรู้แน่ชัดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องดิ้นรนให้ตัวเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้นยังไงละ
ฟุบฉัวะๆๆๆๆๆ
ไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น ทุกอย่างก็จบลง สภาพของมนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 ต่างไม่สมประกอบกันทุกตัว พวกมันล้วนนอนจมกองเลือด บ้างหัวและแขนขาด บ้างหัวและขาขาด ไม่ว่าสภาพของพวกมันจะเป็นยังไงแต่ทุกตัวล้วนถูกกุดหัวเสมอ
แกรกเขาไม่เสียเวลาดู เดินไปเปิดตู้อีกที่ที่เขาสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิต แววตาของเขาตอนนี้แสดงถึงความกระหายยากต่อความแข็งแกร่งอย่างไม่รู้ตัว เลือดที่กระเซ็นมาเปรอะเปื้อนเนื้อตัวนั้น ขับเน้นให้เขาดูน่าเกรงขามและเหี้ยมโหด
แกรกประตูถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ทุกๆอย่างที่เขาเห็นไม่แตกต่างจากตู้ก่อนหน้า ทว่าเสียงที่เขาได้ยินมันขัดกับเสียงที่คาดว่าจะเป็น สายตาที่ดีเยี่ยมของเขาไม่อาจมองเล็ดลอดเข้าไปในความมือมิดภายในตู้ได้
สิ่งที่เห็นเป็นภาพรางๆที่ไม่ชัดเจน จนกระทั่งสายตาจับโฟกัสได้ เขาจึงรู้ว่าภาพที่เห็นนั้นมันคืออะไร และเสียงที่ดังต่อมาก็ทำให้เขาแน่ใจในสิ่งที่คิด
"ยะ อย่าเข้ามานะ"เสียงแหบพร่าถูกเอ่ยออกมา น้ำเสียงบ่งบอกได้ถึงความเป็นผู้หญิง ภาพที่เขาเห็นอย่างเรือนรางปรากฏคนจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง เด็กและคนแก่
แม้จะมองหน้าไม่ชัด แต่ถ้าให้คาดคะเนและประเมินสภาพเบื้องต้นเขาสามารถยืนยันได้ว่า ภายในตู้แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้รอดชีวิต
"ออกมาเหอะ ผมเป็นมนุษย์"
"ยะ อย่าเข้ามานะ"เมื่อเขาพูดเสร็จและพยายามขยับเดินเข้าไปใกล้เพื่อมองให้เห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั้น พลันถูกหยุดด้วยเสียงตะโกนที่ดังลั่นออกมาจากหญิงสาวนางหนึ่ง
แม้เขาจะไม่เห็นใบหน้าของเธอแต่จากน้ำเสียง เขาประเมินอายุคร่าวๆได้ว่าเธอน่าจะมีอายุในช่วง 18-20 ปีเป็นอย่างน้อย และสิ่งที่เธอถืออยู่เขาพอจะมองเห็นได้รางๆว่ามันคือปืนสั้น แถมมือที่ถือปืนอยู่นั้นกำลังสั่นเทาแสดงให้เห็นถึงความกังวลและหวาดกลัวของหญิงสาวคนนั้นได้เป็นอย่างดี
"โอเค ผมมาช่วยพวกคุณ""หากพวกคุณยังไม่ออกมา ผมจะทิ้งพวกคุณไว้และจากไป"
"ผมจะรอเพียง 5 นาทีเท่านั้น!""อ่อ ผมมีอาหาร น้ำดื่มและที่พักที่ปลอดภัย"คำพูดที่เขากล่าวออกไปนั้น ไม่ได้ส่งผลให้คนที่หลบอยู่ในตู้มีปฏิกิริยาตอบสนองแต่อย่างใด จนกระทั่งเขาเอ่ยถึงอาหารและน้ำดื่ม เขาจึงจับสังเกตถึงความเคลื่อนไหวภายในนั้นได้อย่างชัดเจนขึ้น
"นะ น้ำ""อะ อาหาร"
เสียงแหบพร่าดังขึ้นมาหลากหลายเสียง เขาจับสังเกตจากน้ำเสียงนั้นได้ว่ามีความแหบพร่าและแห้งเหือด คาดว่าพวกเขาคงจะอดน้ำอดอาหารมานานพอสมควร ยิ่งไปกว่านั้นเสียงที่ดังขึ้นเป็นเสียงของเด็กๆ ที่ดูจะกระตือรือร้นขึ้นมาเมื่อได้ยินว่าเขามีน้ำและอาหารให้ดื่มกิน
"อีก 30 วินาที""หากยังไม่ออกมา ผมจะไปแล้ว"
เขาที่ถอยหลังออกมายืนรอ นับเวลาไปเรื่อยจนกระทั่งใกล้จะครบ 5 นาทีแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนภายในนั้นจะเดินออกมา เมื่อเวลานับถอยหลังจนจะครบ 5 นาที เขาส่ายหัวและตัดสินใจกล่าวออกมาเป็นครั้งสุดท้ายและหันหลังเดินจากไป
"ถือว่าพวกคุณตัดสินใจแล้ว งั้นขอให้โชคดี"ตึกๆ
"ดะ เดี๋ยวคะ"แฮกๆ
"มิกะ!!"
หลังจากเขาเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ปรากฏเสียงเรียกเขาขึ้นมาจากเบื้องหลัง น้ำเสียงนั้นเป็นของเด็กสาวอย่างแน่ชัด และเมื่อเขาหันกลับไปมองจึงพบเด็กสาวคนหนึ่งที่มีใบหน้าเกลี้ยงเกลา เธอดูน่ารักสดใสตามวัย ทว่ารูปร่างของเธอกลับดูซูบผอมอย่างน่าใจหาย
สภาพของเด็กคนนั้นดูเหน็ดเหนื่อยและหอบออกมา หากเขาได้ยินไม่ผิดเธอน่าจะชื่อ "มิกะ" และจากที่เห็นเด็กคนนี้เขาพอจะประเมินความเป็นอยู่ของผู้รอดชีวิตในตู้คอนเทรนเนอร์ได้พอสมควร
"ไม่ต้องรีบพูด เอาไปกินก่อน"ตุบ
เขาที่เห็นสภาพของเธอ ไม่ได้เร่งรัดหรือรีบเดินเข้าไปหา ทว่าเขากลับลวงเอาน้ำออกมาและโยนไปให้เบื้องหน้าเธอ มิกะที่เห็นขวดน้ำลอยมาร่วงตรงหน้า แววตาที่หมองมัวกลับพลันสดใสขึ้น เธอรีบก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาและเปิดขวดออก พร้อมกับดื่มมันอย่างไม่คิดชีวิต อึกๆๆ
"ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็จุกอกตายหรอก เด็กน้อย"
เขาที่เห็นมิกะกระทำเช่นนั้น จำต้องเอ่ยเตือนเพื่อไม่ให้เธอที่อดอาหารกับน้ำดื่มมาสักพัก กลับมาดื่มน้ำอย่างรวดเร็วแบบนี้ซึ่งมันไม่สมควร ส่วนมิกะที่ได้ยินก็พลันลดขวดลงมาและดื่มช้าๆตามที่เขาบอกอย่างว่านอนสอนง่าย
"ขะ ขอบคุณคะ"เสียงขอบคุณที่เอ่ยออกมา ทำให้เขารู้ได้ว่าเธอไม่ใช่คนไทย แน่นอนน้ำเสียงของเธอที่พูดภาษาไทยนั้นดูตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจเสมือนเพิ่งเคยเรียนรู้มาได้ไม่นาน
"ไม่เป็นไร ถ้าหิวก็เดินมา พี่มีช็อคโกแลตให้" เขาหยิบช็อคโกแลตอัดแท่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยื่นให้มิกะดู มิกะที่เห็นแววตาพลันประกายด้วยความต้องการ เธอพยักหน้าและก้าวเดินมาหาเขา โดยสายตาของเธอนั้นยังจดจ้องอยู่ที่ช็อคโกแลตอัดแท่งบนมือของเขาอย่างไม่วางตา
"ยะ อย่านะมิกะจัง"
เสียงร้องเตือนดังออกมาจากภายในตู้ ทว่ามิกะกลับไม่ได้หยุดชะงักตามเสียงที่เรียก เธอยังพยายามเดินเข้ามาหาเขา เพื่อหวังจะกินช็อคโกแลตแท่งนั้น
"ยะ อย่าทำอะไรเด็กนะ"เมื่อเห็นมิกะยังเดินเข้าหาเขาโดยไม่หยุดชะงักต่อเสียงที่เรียกแต่อย่างใด กลับปรากฏผู้หญิงคนหนึ่งที่ในมือถือปืนวิ่งออกมาเผชิญหน้ากลับเขา พร้อมกับที่เธอตะโกนบอกเขาออกมาด้วยน้ำเสียงปนความเหน็ดเหนื่อย เขาขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัว
เมื่อเห็นคนวิ่งออกมา จนพบว่าคนคนนั้นเป็นผู้หญิง พลันส่งผลให้เขาชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง และต้องขมวดคิ้วทันทีที่พบว่าผู้หญิงคนนั้นแท้จริงแล้วน่าจะเรียนอยู่ชั้นมอปลายเท่านั้น นั่นก็เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่มันบ่งบอกได้อย่างชัดเจน ว่าเธอมีสถานะและช่วงอายุเช่นไร
ในมือของเธอถือปืนที่หันปลายกระบอกเข้ามาหาเขา แววตาที่เด็ดเดี่ยวของเธอที่มองมา พยายามกดดันและบอกเขากลายๆว่าอย่าทำอะไรตุกติก ไม่งั้นเธอจะยิงเขาทันที
สิ่งที่เกิดนั้นเขาไม่ได้หวาดวิตกแต่อย่างใด กลับกันสิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วคือ ใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากได้รูป เรือนร่างที่กระชับและได้สัดส่วนของสาวน้อยคนนั้น มันสะกดใจเขาต่างหาก แม้สภาพของเธอจะดูซูบผอมลง ทว่าความงดงามที่มีอยู่นั้นกลับไม่ได้หม่นหมองลงตามไปด้วย
ใบหน้าที่สวยสดและขาวผ่อง ปรากฏเม็ดเหงื่อขึ้นปะปราย แววตาของเธอที่มองกดดันเขา มีความสั่นไหวอยู่บ้างเล็กน้อย ไม่เพียงแค่นั้น ร่างกายของเธอที่เขาประเมินด้วยสายตาสามารถบอกได้ว่าเวลานี้สภาพของเธอดูอ่อนแรงเป็นอย่างมาก และจากการที่เธอรีบวิ่งออกมาย่อมไม่ต่างจากการที่เธอนั้นฝืนตัวเองแม้แต่น้อย
เขาละสายตามามองมิกะอีกครั้ง เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาใกล้ มือเล็กๆที่เอื้อมขึ้นมาหวังจะคว้าช็อคโกแลตอัดแท่งที่อยู่ในมือของเขานั้นมีอาการสั่นๆอยู่บ้าง แววตาของเธอล้วนมีความคาดหวัง ความดื้อรั้นและความเด็ดเดี่ยวที่ไม่ยอมแพ้เจือปนอยู่
ซึ่งแววตาแบบนี้มันสะกิดใจเขาและรู้สึกได้ถึงความคล้ายคลึงกันกับหญิงสาวคนนั้น ที่เวลานี้เธอกำลังชี้ปลายกระบอกปืนมาทางเขาอยู่ ซึ่งสิ่งที่เห็นมันทำให้เขาพอจะคาดการณ์ได้ว่าพวกเธอทั้งสองจะต้องมีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นมือที่สั่นๆของเธอ พยายามเอื้อมจับช็อคโกแลตอัดแท่งที่เขาถืออยู่นั้นด้วยความพยายาม เขาที่เห็นเช่นนั้นจึงยื่นช็อคโกแลตเข้าสู่มือข้างนั้นอย่างไม่อิดออดแต่อย่างใด
แววตาที่มองเด็กสาวคนนี้เจือปนไปด้วยความเจ็บปวดและความสงสาร ยิ่งไปกว่านั้นมันคือความไม่ยินยอมที่เด็กเช่นนี้จำต้องมาเผชิญเหตุการณ์ที่โหดร้าย
ส่วนหญิงสาวที่ยืนคุ้มเชิงอยู่เมื่อเห็นว่ามิกะรับช็อคโกแลตไปจากเขาแล้วแกะกินอย่างมูมมาม เธอจึงคล้ายความกังวลลง ทว่าเขาที่เห็นโอกาสจึงตัดสินใจตัดระยะพุ่งเข้าหาทันที
แครกอ่าหญิงสาวพลันตื่นตกใจ เมื่อพบว่าเขามาปรากฏที่เบื้องหน้าของเธอ เธอที่พยายามจะลั่นไกเข้าใส่ กลับถูกแขนแข็งแกร่งกำยำของเขาจับข้อมือและพลิกกลับทันที ทำให้ปืนที่ถืออยู่หลุดจากมือและล่วงลงสู่มือของเขาที่รองรับเอาไว้อยู่แล้ว
หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นพลันหน้าซีดเผือดทันที เธอที่เห็นความโหดร้ายของเพศชายมาก่อนที่จะพากันหลบหนีเข้ามาในตู้คอนเทรนเนอร์แห่งนี้นั้น รู้สึกหวาดกลัวเขาเป็นอย่างมาก
ยิ่งปืนที่เป็นที่พึ่งพึงสุดท้ายกลับถูกแย่งไปได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ แถมเธอเวลานี้ยังตกอยู่ใต้เงื้อมมือของเขา มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
"ถ้าใช้ปืนไม่เป็น อย่าริอาจหันปืนเข้าหาคนอื่นสิ"
End