“อะ…อะ..อะไรนะ!!!!เหตุใดข้าจึงทำเื่น่าอายเช่นนั้น"
“บ่าวก็ไม่ทราบเ้าค่ะ แต่คุณหนูเมามากนะเ้าคะ” ตอบเสียงอ่อย
“องค์ชายรองเห็นหรือไม่??” หน้าตาเริ่มเคร่งเครียด
“เห็นเ้าค่ะ…บ่าวยังเห็นคุณหนูโผเข้าไปจะซบองค์ชายแต่องค์ชายขยับถอยหนีออกไป ไม่นานก็เกิดเื่วุ่นวายองค์ชายสามอุ้มคุณหนูจูเข้าไปในเรือนโดยมีองค์ชายรองเดินตามเ้าค่ะ…คุณหนูจูคงจะเมามากเช่นกัน”
“ข้าโผเข้าไปหาองค์ชายรองเช่นนั้นรึ…แล้วเค้ายังถอยห่าง” พูดเสียงอ่อยน้อยใจและหน้าซีด ‘ข้าทำเื่น่าอายขนาดนั้นเลยรึ’ “ฮืออออ…ออ” นั่งร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น “แล้วข้าก็ยังวิ่งลงไปกอดบ่าวชายรึ?? ฮือออออ”
“เ้า..ค่ะ” สงสารนายสาวจับใจ “จากนั้นองครักษ์ขององค์ชายก็ะโเข้ามาขวาง ทำให้คุณหนูสลบไปแล้วให้สาวใช้ช่วยกันอุ้มไปขึ้นรถม้าสำหรับเช่าสั่งให้พามาส่งที่จวนเ้าค่ะ” คุณหนูยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก
“พวกเค้ากลัวที่จะแตะต้องข้าขนาดนั้นเลยหรือ…ฮืออออ” เช็ดใบหน้า “แล้วเหตุใดข้าถึงได้เมาหนักขนาดนี้กันแค่สุราดอกท้อแท้ๆ” อึก..ฮืออ..อึก สะอึกสะอื้นกลั้นน้ำตา
“บ่าวก็ไม่ทราบเ้าค่ะ”
“จูเหม่ยเซียนก็เมาใช่หรือไม่??…" เริ่มจะคิด "หึ! นางปีศาจ หลอกว่าจะช่วยข้าแท้ที่จริงแล้วเป็แผนของนางที่จะมอมเมาข้าด้วยสุราจากนั้นก็ทำให้ข้าอับอาย" บีบขยำผ้าห่มข้างกายด้วยความแค้นใจ “เ้าบอกว่าองค์ชายทั้งสองไปที่เรือนของนางงั้นรึ…แล้วเกิดอันใดขึ้น???” ถามออกไปก็หัวใจแต้นแรงอย่างหวาดกลัว
“บ่าวไม่ทราบเ้าค่ะเพราะมัวแต่ดูแลคุณหนู”
“อ๊ายยย….ยยยย…ยยย.นางปีศาจเหม่ยเซียนน” กรีดร้องเสียงดังลั่นเรือนอย่างทนไม่ไหว ผ่านไปครึ่งเค่อมีบ่าวชายมาแจ้งเื่กับไป่เยว่ชิง ซือโถวออกไปฟังความและเข้ามารายงาน
“คุณหนูเ้าคะ นายท่านไป่ให้คนมาเรียนว่าให้ไปพบที่เรือนใหญ่ด่วนมากเ้าค่ะ”
“ต้องเป็เื่ของนางปีศาจแน่ๆ..เร็วเข้าซือโถวแต่งตัวให้ข้า” ซือโถวรีบเข้ามาจัดการอย่างว่องไว
เรือนใหญ่สกุลไป่
ท่านเสนาบดีไป่นั่งพูดคุยกับจงฮูหยินอย่างเคร่งเครียดกับเื่ที่ทราบมา ตอนนี้เมืองหลวงพูดถึงเื่นี้กันอย่างสนุกปาก
“เยว่เอ๋อร์คาราวะท่านพ่อ ท่านแม่เ้าค่ะ” ยอบกายอย่างงดงาม
“มานั่งเถอะเยว่เอ๋อร์” เสนาบดีไป่บอก
“ทำใจดีๆ ไว้นะลูกรัก” ฮูหยินทำหน้าหนักใจแทนบุตรสาว
“ทำใจ..เื่ใดเ้าคะ???” ในใจนางคอยสวดภาวนาขอให้สิ่งที่นางคิดมิเป็ความจริง ก่อนท่านเสนาบดีไป่จะกล่าว
“เมื่อเช้านี้มีราชโองการที่จวนสกุลจู ..เป็ราชโองการสมรสพระราชทานขององค์ชายรองและองค์ชายสามสมรสกับจูเหม่ยเซียน..สตรีเพียงคนเดียว” เงียบไปหนึ่งอึดใจ
“อ๊ายยยยยย…ไม่ไม่….อ๊ายยยย องค์ชายรองของข้าท่านพ่อ…ไม่ไม่..อ๊ายยยยย” ‘ข้าจะไม่มีวันยอม’ หมดกันภาพลักษณ์นางเอกผู้อ่อนหวาน
๑---------------------๑
จวนสกุลจู ยามเฉิน (9.00)
“จูเหม่ยเซียนรับราชโองการ” เหลียงกงกงกล่าว “เนื่องจากองค์ชายรองและองค์ชายสามใกล้จะสำเร็จจากสำนักศึกษากลับมาพำนักยังเมืองหลวงอีกทั้งยังพึงพอใจในตัวบุตรสาวท่านเสนาบดีจู นามว่าจูเหม่ยเซียนซึ่งเป็หญิงงามทั้งร่างกายและจิตใจ เราจึงมอบสมรสพระราชทานให้แก่คนทั้งสามในวันที่xxxxxอีกหกเดือนถัดไป จบราชโองการ"
“จูเหม่ยเซียนน้อมรับราชโองการเ้าค่ะ” เหม่ยเซียนย่อกายรับอย่างงดงาม เหลียงกงกงยิ้มแล้วกล่าวต่อ
“มีของหมั้นหมายมาด้วย จอดอยู่ด้านนอกชาวบ้านคงแตกตื่นกันหมดกระมังท่านเสนาก็เรียกบ่าวชายออกไปขนกันมากๆหน่อย” กล่าวจบก็หัวเราะเสียงดัง “5555”
“เช่นนั้นรึ” ท่านเสนาบดีจูพูดตอบยิ้มๆ ‘มาขอหมั้นตั้งสองคนให้น้อยสิแปลก’ และแล้ววันนี้ทั้งวันทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็พูดเื่เดียวกันนั่นก็คือ สมรสพระราชทานสกุลจู
เมื่อขนของหมั้นกว่าสิบรถม้าเข้าจวนเสร็จเรียบร้อยเหม่ยเอ๋อร์จึงเดินกลับเรือนพร้อมสาวใช้ทั้งสามคนและแน่นอนว่าตอนเช้าท่านพ่อของนางได้สอบถามเื่สาวใช้ที่เพิ่มมาใหม่ และนางก็เล่าให้ท่านฟังอย่างไม่ปิดบังอีกทั้งท่านพ่อก็สั่งคนมาคอยดูแลนางเพิ่มขึ้น
ในเรือนหลานฮวา เหม่ยเอ๋อร์นั่งคิด หากนางมีสามีเป็พระเอกและพระรองแล้วนางเอกกับนางรองจะทำยังไงล่ะแถมตอนนี้พระเอกกับพระรองก็ไม่เห็นจะมีทีท่าชมชอบพวกนางแต่กลับมาหลงใหลได้ปลื้มแค่ตนเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ หันซ้ายหันขวานึกถึงหนังสือนิยายปกดำเล่มเดิม 'จำได้ว่าวางไว้บนเตียงเนี่ยแหละ' ใช้มือล้วงควานไปจนทั่วก็เจออยู่ใต้หมอนจริงๆ
หยิบนิยายขึ้นมาเปิดดูจากตอนสุดท้ายคราวก่อน 'ถึงตอนที่หัวโนแล้วหน้าก็หาย
ไป' ฟึ่บ ฟึ่บ “หืมมม…กระดาษมีตัวหนังสือเพิ่ม???” ก้มลงอ่านต่อจากที่หัวโนก็มีตอนประชันบุพผางามและเนื้อเื่ต่อจากนั้น..จนถึงสมรสพระราชทาน..อ่าาา
ทุกตัวอักษรที่ถูกบันทึกลงในนิยายเป็สิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ว่าจะเื่ที่นางสั่งให้เสี่ยวถงใส่ยาปลุกกำหนัด เื่น่าอายที่เกือบเสียตัว เื่ที่นางได้สมรสพระราชทาน…แต่ทุกเื่นางเป็คนคิดเองนะเหตุใดถึงเป็เช่นนี้ล่ะ? ฟึ่บ ฟึ่บ!! แล้วหลังจากจบบทสมรสพระราชทาน …อืมม หืออ…หน้ากระดาษก็ว่างเปล่า? คิ้วสวยขมวดมุ่น นี่มันเหมือนสมุดบันทึกที่เขียนแต่เื่ของนางเองเลยนะ สรุปว่านี่มันเื่อะไรกันแน่ละเนี่ย!! ฟุ่บ ปิดหนังสือแล้วเก็บไว้ใต้หมอนดังเดิม สองมือยกขึ้นนวดขมับ..จะยังไงล่ะทีนี้??
“คุณหนูเ้าคะ” เสี่ยวถงเรียกนางตรงหน้าประตูห้อง
“ว่าอย่างไร??”
“คุณหนูอย่าลืมนะเ้าคะว่าจะต้องเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮายามเว่ย” เหม่ยเซียนนิ่งเงียบไป 'ลืมสนิท'
“อืม..บอกอาไช่ให้เตรียมรถม้าด้วย ข้ารับสำรับกลางวันแล้วจะเดินทางเลย”
“เ้าค่ะ”
เห็นสาวใช้คนสนิทเดินออกไป จึงนึกถึงว่าที่แม่สามี ‘เป็เช่นไรนะ??’ จะว่าคลับคล้ายคลับคลาแต่ก็จำไม่ได้ทั้งหมดถามตัวช่วยก่อนเนาะ
“ลี่หง อี้หง เข้ามาหาข้าหน่อย” องครักษ์ในคราบสาวใช้ที่ยืนเฝ้าด้านหน้าเปิดประตูเข้ามา
“เ้าค่ะ/เ้าค่ะ”
“พวกเ้าคงเคยเห็นจางฮองเฮากับพระสนมกุ้ยเฟยใช่หรือไม่ มีความคิดเห็นว่าอย่างไร” ถามกว้างๆ
“ทั้งสองพระองค์เป็คนจิตใจดีเ้าค่ะ” ลี่หงพูด
“เด็ดขาดและรักพระโอรสทั้งสองพระองค์มากเ้าค่ะ” อี้หงสำทับ