บทที่11 มุ่งสู่บึงมรณะร้อยลี้
“ข้าสงสัยว่าทำไมเ้าคนที่มาจากป้อมปราการอะไรนั่นถึงได้บอกว่ามันจะเข้าร่วมการประลอง ทั้งที่พี่ชายมันก็เป็ตัวแทนอยู่แล้ว มิใช่ว่าผู้เข้าร่วมประลองเขากำหนดค่ายพรรคละคนไม่ใช่หรือ”
“เฟยหลง เอ่อไม่สิ หัวหน้าสาขาท่านยังมิทราบค่ายพรรคอื่นอาจจะได้จำนวนตัวแทนร่วมการประลองเพียงหนึ่งที่ แต่ป้อมปราการทวนทองกลับหาได้เป็เช่นนั้น”
“ทำไมหรือ”
“ก็เพราะป้อมปราการทวนทองเป็ค่ายพรรคของจักรพรรดิแห่งแคว้นเว่ยนี้ตำหนักเทพสรรพวุธจึงไว้หน้าให้เกียรติอยู่บ้าง ทุกครั้งที่มีการจัดงานประลองเลยให้สิทธิ์แก่ป้อมปราการทวนทองมากกว่าค่ายพรรคอื่นๆ”
“ที่แท้เป็เช่นนี้”
“และอีกอย่างรางวัลพิเศษในปีนี้ที่จัดขึ้นข้าก็มั่นใจถึงเจ็ดส่วนว่าคงเตรียมไว้สำหรับเ้า ไป๋หลง พี่ชายของ ไป๋หู่ที่ท่านประมือด้วยเมื่อครู่
“ทำไมท่านถึงได้มั่นใจนัก”
“เพราะ ไป๋หลง เป็ดั่งัที่พุ่งทะยานขึ้นมาในหมู่ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์แห่งยุคนี้แม้ไม่อาจเทียบชั้น ฮุ่ยหลง หยางเค่อ แต่นับว่ามันก็เด่นล้ำที่สุดในแคว้นเว่ย จึงเป็ธรรมดาที่ตำหนักเทพสรรพวุธต้องอยากเกี่ยวดองกับบุคคลเช่นนี้ไว้ท่านก็คิดดูพอรู้ว่าปีนี้ไป๋หลงจะเข้าร่วมการประลอง รางวัลผู้ชนะที่ตำหนักเทพสรรพวุธประกาศออกมาถึงกลับเป็สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งไม่ว่าจะเป็กระบี่ไตรอาชา์ หรือแม้แต่บุตรีเพียงผู้เดียวของมันเอง”
“แสดงว่าตำหนักเทพสรรพวุธก็มั่นใจว่าเ้าไป๋หลงอะไรนั่นต้องเป็ผู้ชนะอย่างแน่แท้”
“ต้องบอกว่าจะมีใครในแคว้นเว่ยนี้ที่สามารถเป็คู่มือของมันได้หรือไม่ต่างหาก”
เฟยหลง “………..”
“เอาเถอะ พักเื่งานประลองไว้ก่อนข้าจะพาท่านไปแนะนำกลับคนในสาขาสิบสามเรา พวกมันต่างรอคอยท่านอย่างใจจดใจจ่อแล้ว”
เฟยหลงหลังจากใช้หนึ่งดรรชนีพิชิตชายหนุ่มผู้ฝึกญาณวิถีเชนระดับกิจญาณ ขั้นที่สอง ทั้งยังถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสาขาสิบสาม และได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมการประลองที่ตำหนักเทพสรรพวุธั้แ่นั้นมาชื่อเสียงของมันในพรรคขอทานเหนือก็พุ่งทะยานขึ้นจนเทียบชั้นผู้คุมกฎของพรรคสาขาที่สิบสามเองก็ได้รับอานิสงในครั้งนี้ไปด้วย จากที่เคยเป็เพียงส่วนหนึ่งหรืออาจเป็ตัวตลกของพรรคตอนนี้กลับเป็สาขาที่ผู้คนเกรงขามไม่แพ้สาขาที่หนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็เพราะการมาของบุคคลเพียงผู้เดียวซึ่งนั่นก็คือ เฟยหลง
เฟยหลงได้เข้าร่วมพรรคขอทานเหนือและอยู่ร่วมกับคนในสาขาสิบสามมาหนึ่งสัปดาห์ แล้วชายหนุ่มก็ได้มอบหมายงานให้ลี่ซาแป๊ะควบคุมรักษาการสาขาสิมสามเช่นเดิมและตนนั้นได้แจ้งต่อประมุขพรรคขอทานเหนือว่ามีธุระที่ต้องจัดการ แล้วจะกลับมาเมื่อใกล้เวลากำหนดการประลองจากนั้นมันก็มุ่งหน้าลงสู่ทางภาคกลางของแคว้นจุดหมายปลายทางคือแม่น้ำจิ่งเหอ สถานที่นัดพบระหว่างมันกับสตรีผ้าคลุมใบหน้านั่นเองเมื่อชายหนุ่มเดินทางมาถึงจุดนัดหมายมันก็สาดส่องสายตามองไปยังบริเวณแม่น้ำโดยรอบ ปรากฎที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำต้นหนึ่งมีเรือแจวลำเล็กจอดเทียบฝั่งอยู่ ภายในเรือลำนั้นนั่งไว้ด้วยสตรีรูปร่างอรชรน่าชมมองซึ่งถึงแม้บนใบหน้าของนางจะมีผ้าผืนบางปกปิดไว้ แต่ก็มิอาจปิดบังรัศมีความงามของนางได้เฟยหลงเห็นเช่นนั้นจึงรีบมุ่งตรงไปยังจุดที่สตรีนางนั้นอยู่ พอไปถึงมันก็กล่าวขึ้น
“ขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเสียเวลารอนาน”
สตรีนางนั้นกล่าววาจาตัดบทขึ้น
“มิต้องกล่าวมากความแล้ว ลงเรือเถอะ”
เรือแจวลำน้อยล่องลอยไปตามธารธาราถึงแม้ว่ากระแสน้ำจะไม่ไหลเชี่ยวแต่ด้วยพลังญาณของบุคคลบนเรือ ทำให้มันแล่นฉิวไปด้วยความเร็วที่มิอาจเชื่อสายตาได้เรือแล่นไปเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านถึงยามราตรีกาลอันเงียบสงัดแล้วแต่ทว่าเรือลำนี้ก็หาได้หยุดยั้งลงไม่เฟยหลงที่อยู่บนเรือมันกำลังนั่งจ้องมองดวงดารานับแสนนับล้านดวงบนท้องฟ้า ปากก็เอ่ยขึ้น
“สิ่งของที่ท่าน้าในบึงมรณะร้อยลี้คืออะไรหรือ”
“เมื่อไปถึงเ้าจะรู้เอง”
“ข้าได้ยินมาว่าบึงมรณะร้อยลี้คือสถานที่ที่เป็ปริศนาอีกแห่งบนแผ่นดินใหญ่เพียงเราท่านก็สามารถที่จะปฏิบัติภาระกิจสำเร็จได้จริงหรือ”
“สิ่งที่ข้า้าเพียงอยู่ส่วนขอบของบึงมิได้เข้าไปในส่วนลึก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถือว่ามีอันตรายอยู่ แต่ข้าก็มั่นใจว่า ณตำแหน่งนั้นข้ายังสามารถปกป้องเ้าได้ เตรียมตัวในส่วนของเ้าให้ดีเถอะ”
“เช่นนั้นท่านมีนามว่าอะไร หากเกิดเหตุร้ายขึ้นกับข้าจะได้เรียกขานท่านได้”
“ฟานลี่หลิน”
“ลี่หลิน (หยกอันงดงาม) เป็นามที่เหมาะกับท่านยิ่ง”
เรือลำเล็กที่โดยสารมาโดยเฟยหลงและฟานลี่หลินใช้เวลาถึงเจ็ดวันจึงบรรลุถึงทางเชื่อมระหว่างแม่น้ำจิ่งเหอกับบึงมรณะร้อยลี้บริเวณปากน้ำที่เชื่อมสู่บึงนี้มีขนาดค่อนข้างกว้างและมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากมากนักนอกจากนี้ยังมีโขดหินน้อยใหญ่ขวางกั้นอยู่มากมายเป็อุปสรรคต่อการเดินเรือของทั้งสองยิ่งตัวเรือแล่นตามกระแสน้ำฝ่าเข้าไปในกลุ่มโขดหิน เฟยหลงใช้ไม้พายค้ำยันโขดหินเพื่อเปลี่ยนทิศทางของหัวเรือส่วนฟานลี่หลินใช้ไม้พายค้ดท้ายเพื่อควบคุมตัวเรือมิให้หมุนตามแรงเหวี่ยงด้านหน้า แต่ทันทีที่เฟยหลงบังคับหัวเรือให้หลบรอดจากโขดหินกลุ่มหนึ่งไปแล้วด้านหน้าห่างไปเพียงสามวากลับมีวังวนน้ำขนาดที่สามารถจมเรือลำน้อยนี้ลงได้ ที่ตรงนั้นกระแสน้ำเชี่ยวกรากเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อเจอวังน้ำวนเข้าไปยิ่งเพิ่มแรงดูดมากยิ่งขึ้น เรือพุ่งเข้าสู่วังน้ำวนนั้นอย่างรวดเร็วจนทั้งสองมิอาจใช้ไม้พายต้านทานได้อีกฟานลี่หลินจึงตัดสินใจรวมรั้งพลังญาณมาไว้ที่ไม้พายก่อนตวัดออกไป เสียง ตูมมมมใหญ่เมื่อพลังของนางปะทะเข้ากับผืนน้ำส่งให้เรือกระเด็นออกจากวังวนได้อย่างเฉียดฉิวทว่าคลื่นลูกแรกยังไม่ซา คลื่นลูกใหม่กลับกระหน่ำซัดเข้ามาอีกรอบ เมื่อเบื้องหน้าของพวกมันปรากฎมีโขดหินแหลมคมขวางกั้นอยู่แคร่กก!! เสียงเรือปะทะเข้ากับโขดหินอย่างจัง คนก็กระเด็นตกเรือไหลไปตามสายน้ำที่เชี่ยวกรากนี้ฟานลี่หลินพยายามใช้พลังที่มีต่อต้านแรงดึงดูดของแม่น้ำสายนี้ แต่ด้วยกระแสน้ำที่หนุนเนืองถ่าโถมส่งผลให้ร่างของนางลอยไปกระแทกเข้ากับโขดหินอย่างรุนแรงคนพลันหมดสติไปเฟยหลงเห็นเช่นนั้นก็อาศัยสภาวะของสายน้ำให้พาตัวลอยเข้าหาฟานลี่หลิน เมื่อไปถึงเฟยหลงก็คว้าร่างของนางพาดที่แผ่นหลังก่อนค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามโขดหินที่อยู่ติดๆ กัน พอพ้นจากบริเวณโขดหินได้เฟยหลงก็ปล่อยตัวให้กระแสน้ำพัดพาไปยังฝั่งด้านหน้าซึ่งพวกมันก็ได้เข้ามายังอาณาเขตบึงมรณะร้อยลี้แล้ว
เฟยหลงนำร่างของฟานลี่หลินขึ้นยังฝั่งฝั่งแห่งนี้หากมองให้ละเอียดจะรู้ว่านี่ไม่ใช่แผ่นดินทั่วไป แต่เป็พืชน้ำ ซากพืช และดินเลนที่ทับถมกันมานับพันนับหมื่นปีจนเกิดเป็ผืนแผ่นดินที่ลอยอยู่บนผิวน้ำซึ่งแผ่นดินเช่นนี้มีกระจายอยู่ทั่วบึงมรณะร้อยลี้ บางแห่งถึงกลับมีต้นไม้ใหญ่เล็กเจริญเติบโตขึ้นเป็จำนวนมากจนกลายเป็ป่าไม้ขนาดใหญ่กลางบึงเช่นนี้จึงไม่แปลกที่สถานที่แห่งนี้จะถูกยกให้เป็สถานที่ปริศนาอีกแห่งบนแผ่นดินใหญ่ทั้งนี้แผ่นดินมากมายที่ลอยอยู่บนบึงแห่งนี้ก็มีทางที่เชื่อมต่อกัน เป็หนทางที่ช่วยให้คนหรือสัตว์สามารถเดินเข้าออกได้อย่างสะดวก แต่ก็มีผู้คนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าเข้าสู่บึงมรณะแห่งนี้ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องนับเฟยหลงและฟานลี่หลินเข้าไปด้วย
เฟยหลงตรวจดูอาการบาเ็ของฟานลี่หลินเมื่อพบว่านางไม่ได้เป็อะไรมากก็โล่งใจ เมื่อวิกฤตผ่านพ้น คนผ่อนคลายความตรึงเครียดประสาทััต่อคนรอบข้างจึงบังเกิดขึ้นมันมิทันสังเกตุว่าผ้าปิดหน้าของนางได้หลุดออกั้แ่ตอนที่พวกมันทั้งสองตกลงจากเรือแต่ตอนนี้มันกลับต้องนิ่งอึ้งชั่วขณะเมื่อได้เห็นใบหน้าที่ซุกซ่อนไว้ใต้แผ่นผ้าผืนเล็กนั้นด้วยใบหน้าที่ขาวผ่อง ดวงตาที่หลับพริ้มอยู่ดูเรียวงามดั่งคันสร จมูกคม ปากรูปกระจับอมชมพูอวบอิ่มชวนให้ผู้คนต้องหลงใหลเป็อย่างยิ่งเฟยหลงจ้องมองนางอยู่พักหนึ่ง ชายหนุ่มจึงค่อยได้สติคืนมา มันจึงได้ยื่นมือถ่ายทอดพลังญาณเข้าสู่บริเวณท้องน้อยของนางเมื่อพลังสายหนึ่งที่อบอุ่นแล่นผ่านบริเวณท้องน้อยแล้วไหลเวียนไปทั่วร่างกายส่งผลให้ฟานลี่หลินค่อยๆรู้สึกตัว เฟยหลงใช้พลังช่วยนางไปครู่ใหญ่แต่นางก็ยังไม่ฟื้น มันจึงยื่นหน้าเข้าไปมองนางใกล้ๆทันทีที่ใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ห่างจากใบหน้าของหญิงสาวไปไม่ไกล ดวงตาของนางพลันค่อยๆลืมขึ้น เมื่อสิ่งแรกที่ปรากฏในสายตากลับเป็ภาพของชายหนุ่มที่หล่อเหลาและอยู่ห่างเพียงไม่กี่ชุ่นนางต้องใก่อนผลักฝ่ามือที่แฝงด้วยพลังญาณสามส่วนใส่ที่หน้าอกของเฟยหลง คนหงายหลังกระเด็นออกไปฟานลี่หลินตะคอกขึ้น
“เ้าคิดทำอะไร”
“ข้าเพียงตรวจดูอาการของท่าน เหตุใดจึงลงมือหนักหน่วงถึงเพียงนี้”
“เหอะ…..”
“ท่านไม่เป็อะไรมากใช่หรือไม่”
“มิต้องห่วง ข้าไม่ได้เป็อะไร”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
เฟยหลงลูบหน้าอกตนเองด้วยความเ็ปก่อนสอดส่องสายตามองไปรอบกาย ก่อนเอ่ยปากถามขึ้น
“ที่แห่งนี้คือ”
“ที่นี่ล่ะ บึงมรณะร้อยลี้”
“ข้าคิดว่าจะเป็บึงน้ำกว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทรเสียอีก”
“หากเป็เช่นนั้นยังจะถือเป็สถานที่ปริศนาอยู่หรือ”
เฟยหลง”……….”
“เราคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งเป้าหมายมาพอสมควรหากมีเรืออยู่ยังพอใช้โดยสารไปตามคลองเ่าั้ได้ แต่ตอนนี้ต้องอาศัยการเดินเท้าไปตามผืนแผ่นดินลอยน้ำนี้แล้ว”
“ท่านเคยบอกว่ามาที่แห่งนี้บ่อยครั้งแล้วเหตุใดจึงไม่ประสบเหตุการณ์ตรงบริเวณปากน้ำนั่นดั่งเช่นตอนนี้”
“ครั้งก่อนๆ ที่ข้ามาแม่น้ำแห่งนี้มีปริมาณน้ำที่มากจนล้นตลิ่งจึงไม่พบปัญหาเื่โขดหินเ่าั้แต่มิคิดว่าเมื่อนำเ้ามาด้วยจะโชคร้ายถึงเพียงนี้ หรือนี้เป็เพราะกระบี่ที่เ้าสะพายอยู่”
“บนแผ่นดินนี้มีปรากฎการน้ำขึ้นน้ำลงเป็ปรกติเหตุใดต้องคิดว่าเพราะเป็อาถรรพ์ของกระบี่เพียงเล่มเดียวด้วย”
“ข้าไม่อยากเถียงกับเ้าแล้ว เดินทางต่อเถอะ”
เฟยหลงและฟานลี่หลินมุ่งหน้าเข้าสู่บึงมรณะร้อยลี้ทั้งสองต้องลัดเลาะไปตามผืนแผ่นดินที่ลอยน้ำแห่งนี้ เดินทางได้ครึ่งค่อนวันในที่สุดก็บรรลุถึงตำแหน่งเป้าหมายอย่างไม่ยากเย็นเฟยหลงครุ่นคิดในใจว่าสถานที่ปริศนาแห่งนี้กลับไม่ได้มีความอันตรายใดดั่งคำล่ำลือ หรือว่าผู้คนจะนึกอุปทานหมู่ไปเองขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดฟานลี่หลินพลันชี้มือไปยังโพรงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วกล่าวขึ้น
“นั่นคือสิ่งที่เป็เป้าหมายของข้า”
“ต้นไม้นั่นรึ”
“มิผิด แต่สิ่งที่ข้า้าเป็กล้าไม้ขนาดเล็กที่อยู่ในโพรงไม้ใหญ่นั่น”
เฟยหลงมองเข้าไปยังโพรงต้นไม้ใหญ่นั้นพบว่ามีกล้าไม้ต้นเล็กๆ ต้นหนึ่งเกิดขึ้นอยู่ กล้าไม้นี้มีลำต้นและใบเป็สีเขียวมรกตดูแปลกพิสดารยิ่งเฟยหลงไม่เคยเห็นกล้าไม้ชนิดนี้มาก่อน ดังนั้นมันจึงเอ่ยปากถามขึ้น
“มันคือพืชชนิดใดหรือ”
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องถามให้มากความสิ่งที่เ้าต้องทำในครั้งนี้คือไปเอามันออกมาให้ได้”
“ก็แค่เข้าไปเอาไม่ใช่รึ”
เฟยหลงกล่าวจบคนก็มุ่งตรงเข้าสู่โพรงไม้ฟานลี่หลินพลันะโขึ้น
“ช้าก่อน”
ปรากฎเครือไม้ที่พันล้อมรอบต้นไม้ใหญ่แห่งนี้พลันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพุ่งเข้าปิดปากทางเข้าโพรงต้นไม้และมีบางส่วนที่พุ่งเข้าจู่โจมใส่เฟยหลงขัดขวางมิให้ชายหนุ่มเข้าไปใกล้ได้ เฟยหลงจึงต้องะโพุ่งกลับหลังไปยืนเคียงข้างฟานลี่หลินอีกครั้งเป็ฟานลี่หลินที่กล่าวขึ้น
“ข้ายังกล่าวไม่จบ ที่ต้นไม้นั่นจะมีเครือไม้จำนวนมากที่เคลื่อนที่ขัดขวางหากมันััได้ว่ามีสิ่งใดเข้าใกล้มันก็จะพุ่งจู่โจมทันที แม้จะตัดทำลายมันไปมันก็ยิ่งแตกหน่อเพิ่มจำนวนมากขึ้นเท่านั้นข้าพยายามทำลายมัน มันยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงหวังพึ่งพาเพลงกระบี่ที่รวดเร็วของเ้า”
“เช่นนี้เอง ท่านจะให้ข้าเคลื่อนที่ผ่านเครือไม้เหล่านี้เข้าไปด้านในของโพรงไม้โดยที่ไม่ต้องทำลายพวกมัน”
“มิผิด”
เฟยหลงก้าวเท้าไปเบื้องหน้าอย่างช้าๆมือขวาก็ปลดกระบี่ออกจากแผ่นหลัง จากนั้นใช้เศษผ้ามัดฝักกระบี่เข้ากับด้ามอย่างแ่าเพื่อป้องกันมิให้ฝักหลุดออกจากตัวกระบี่ภาระกิจในครั้งนี้ของมัน้าเพียงสิ่งป้องกันเครือไม้ มิใช่การทำลาย เช่นนั้นนี่จึงเป็วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้เมื่อทำการผูกมัดเสร็จสิ้นตัวคนก็ได้ไปหยุดยืนที่ด้านหน้าโพรงต้นไม้ใหญ่นั่นแล้ว หากมันเดินต่ออีกเพียงก้าวเดียวเครือไม้จำนวนมากจะพุ่งเข้าจู่โจมมันทันทีเฟยหลงยืนหลับตาทำสมาธิรับรู้พลังธรรมชาติที่เคลื่อนไหว มันััถึงพลังธรรมชาติที่ปลดปล่อยออกมาจากเครือไม้เ่าั้ซึ่งเป็พลังที่พิศดารและมีคุณสมบัติที่เพิ่มพูนอยู่ตลอด ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นคนก็พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วปรากฎเครือไม้จำนวนมากเคลื่อนเข้ามาโจมตี ปิดกั้นหนทางไว้ เฟยหลงจึงตวัดกระบี่หมุนควงจนบังเกิดเป็จุดแต้มคล้ายบุปฝาบานสะพรั่งเข้าต้านรับสภาวะการโจมตีของเครือไม้เ่าั้จนแทบจะหมดสิ้นมีเพียงบางส่วนที่เล็ดลอดจู่โจมเข้าใส่เฟยหลง เป็ฟานลี่หลินที่ใช้มีดบินต้านรับช่วยเฟยหลงให้รอดพ้นได้ด้านเฟยหลงกระบวนท่าที่ใช้ออกยิ่งมายิ่งรวดเร็ว ร่างคนดูพล่าพรายคล้ายภาพมายา บุปผากระบี่ที่ตวัดออกฟาดฟันต้านรับเครือไม้ที่จู่โจมมาได้อย่างหมดจดฟานลี่หลินจ้องมองอย่างมิเชื่อสายตา เพลงกระบี่ที่บุรุษหนุ่มเบื้องหน้าใช้ออกนี้นับว่าเป็สุดยอดกระบวนท่าที่แม้แต่ยอดคนในยุคปัจจุบันยังมิอาจเทียบติดได้หากโลกนี้ไม่มีผู้ฝึกญาณเกรงว่าบนโลกใบนี้มันคงเป็มือกระบี่อันดับหนึ่งที่ไร้ผู้ต้านแล้วเช่นนี้แววตาที่นางจ้องมองเฟยหลงจึงแฝงไว้ด้วยความเลื่อมใสขึ้นมาอีกหลายส่วน
ร่างของเฟยหลงขยับเข้าไปใกล้โพรงต้นไม้ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆเครือไม้ก็พุ่งเข้ามาโจมตีทั้งสี่ทิศแปดด้านอย่างไม่หยุดยั้ง ชายหนุ่มหมุนร่างตามสภาวะวิถีของบุปผากระบี่แล้วฟาดฟันกระบี่ออกเพื่อป้องกันจากนั้นคนก็ะโหมุนตัวดั่งพายุกระหน่ำซัดพุ่งไปด้านหน้า เข้าสู่ภายในโพรงไม้ได้ในที่สุด
ฟานลี่หลินพลันกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“สำเร็จ”
ด้านเฟยหลงยังไม่หยุดยั้งสภาวะของบุปผากระบี่ลงมันยังคงตวัดหมุนควงกระบี่ปกป้องร่างอย่างหักโหม จนสุดท้ายเมื่อพบว่าเครือไม้เ่าั้ไม่ได้ตามเข้ามาจู่โจมภายในโพรงมันจึงหยุดกระบวนท่าที่ใช้ออกก่อนกำชับกระบี่ใว้ในมืออย่างแ่า เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเฟยหลงเมื่อเข้ามาภายในโพรงไม้นี้ได้มันก็เริ่มสังเกตุบริเวณโดยรอบ โพรงไม้นี้มีขนาดใหญ่ค่อนข้างมืดทึบดีที่ตรงกลางมีพืชนิดหนึ่งที่มีสีเขียวมรกตส่องแสงสลัวทำให้สามารถมองเห็นบริเวณโดยรอบได้อีกทั้งพืชชนิดนี้แปลกประหลาดนักกลับงอกเงยขึ้นมาจากก้อนหยกสีเขียวบริสุทธิ์ขนาดเท่ากำปั้นทารกก้อนหนึ่งเมื่อเฟยหลงหยิบก้อนหยกนั้นขึ้นมาพบว่ามีรากสีเขียวมรกตดึงรั้งให้หยกนี้ยึดติดกับต้นไม้ใหญ่ชายหนุ่มจึงตัดสินใจตัดรากที่ดึงรั้งนี้ออก ทันใดนั้นเครือไม้ด้านนอกที่เมื่อครู่ยังสามารถเคลื่อนที่ทำร้ายคนได้พลันกลับกลายเป็แห้งเฉาเหี่ยวตายและหลุดร่วงลงมาจนหมดสิ้น เฟยหลงเมื่อสำรวจบริเวณโดยรอบภายในโพรงไม้อย่างถี่ถ้วนแล้วไม่พบว่ามีอะไรอีกมันจึงเดินออกมาจากภายในโพรงไม้นั่น แล้วจ้องมองเครือไม้ที่เมื่อครู่พึ่งจู่โจมมันแต่ตอนนี้กลับแห้งเหี่ยวกองอยู่เต็มพื้นอย่างนึกฉงน สุดท้ายจึงเดินเข้าหาฟานลี่หลินจากนั้นมันก็ดึงกล้าไม้เล็กๆ นั้นออกจากก้อนหยกสีเขียวมรกตแล้วส่งให้ฟานลี่หลิน ฟานลี่หลินรับกล้าไม้นั้นมาแล้วเก็บเข้าภายในกล่องทรงกระบอกพร้อมกล่าวขึ้น
“ขอบใจเ้าที่ช่วยข้าจนสำเร็จภารกิจเื่ค่าจ้างไว้กลับไปเมืองซีเก๋งข้าจะเบิกตั๋วเงินให้เ้า ส่วนหยกนั่นก็ถือเป็ของๆเ้า”
เฟยหลงมองดูหยกในมือ มันััได้ถึงพลังธรรมชาติที่คลับคล้ายกับเหล่าเครือไม้นั่นั้แ่แรกหยกชิ้นนี้ต้องเป็สิ่งที่ไม่ธรรมดาเป็แน่ ขณะที่มันกำลังครุ่นคิด ฟานลี่หลินจึงกล่าวขึ้น
“เช่นนั้นพวกเรารีบออกจากที่นี่กันเถอะ”
วี๊ดดดดดดดดดดด!!!! เสียงสะท้านกึกก้องไปทั่วบึงมรณะร้อยลี้ ส่งผลให้เฟยหลงต้องอุทานขึ้น
“นั่นเสียงอะไร”
“นั่นคือสิ่งที่ข้าไม่้าจะเจอที่สุดในตอนนี้”