สองเดือนหลังจากการสวรรคตอย่างกะทันหันของฮ่องเต้ องค์จักรพรรดินี หลี่เฟิ่งหวง ก็ได้ประกาศข่าวที่สั่นสะเทือนราชสำนัก: นางตั้งครรภ์
ข่าวนี้สร้างความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาไปทั่ว แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ซูเม่ย และ หลิวเยว่ ชายารองทั้งสองที่เข้าร่วมใน "ฮาเร็มลับ" ของฮองเฮา ก็ประกาศว่าพวกนางก็ตั้งครรภ์เช่นกัน
ในสายตาของโลกภายนอก นี่คือปาฏิหาริย์ที่แสดงถึงความเมตตาของสวรรค์ที่ยังคงมอบทายาทให้แก่ราชวงศ์ แม้ฮ่องเต้จะสวรรคตไปแล้ว แต่สำหรับสตรีทั้งสามและองครักษ์เงาทั้งสอง พวกเขาทั้งหมดรู้ดีว่าเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตในครรภ์นั้นมาจากพลังและความเร่าร้อนของอิงและหลิง
หลี่เฟิ่งหวงยิ้มอย่างเยือกเย็น นางไม่เคยคิดที่จะให้บุตรของนางเป็นทายาทของฮ่องเต้องค์ก่อนอยู่แล้ว การตั้งครรภ์พร้อมกันของสตรีทั้งสามเป็นการผูกมัดพวกนางไว้ด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น และเป็นหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงความสำเร็จของแผนการของนาง
เก้าเดือนต่อมา สตรีทั้งสามก็ให้กำเนิดองค์หญิงน้อยทั้งสามองค์ องค์หญิงน้อยทั้งสามมีดวงตาที่สดใสและรอยยิ้มที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงสายเลือดที่แท้จริงที่ไหลเวียนอยู่ในตัวพวกนาง
หลี่เฟิ่งหวงไม่ได้ต้องการบุตรชายเพื่อสืบทอดบัลลังก์ เพราะนางมีรัชทายาทที่เป็นบุตรชายของฮ่องเต้องค์ก่อนอยู่แล้ว นางเพียงต้องการความมั่นคงและความสุขที่แท้จริงในชีวิตของตนเอง
นางใช้เวลา 14 ปีในการปกครองแผ่นดินอย่างชาญฉลาดและเด็ดขาด ภายใต้การนำของนาง ราชวงศ์เจริญรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นางได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับบุตรชายของฮ่องเต้องค์ก่อน ซึ่งบัดนี้เติบโตเป็นบุรุษหนุ่มที่พร้อมจะขึ้นครองราชย์
เมื่อรัชทายาทมีพระชนมายุครบ 14 ปี และพร้อมที่จะรับภาระอันหนักอึ้ง หลี่เฟิ่งหวงในวัย 30 ปี ก็ตัดสินใจสละอำนาจ นางลงจากตำแหน่งฮองเฮาผู้สำเร็จราชการ และมอบบัลลังก์ให้แก่บุตรชายของฮ่องเต้องค์ก่อน
นางได้รับการยกย่องเป็นไทเฮา ส่วนซูเม่ยและหลิวเยว่ได้รับการแต่งตั้งเป็นไท่เฟย แม้จะมีตำแหน่งสูงส่ง แต่พวกนางก็เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและเป็นส่วนตัว
หลี่เฟิ่งหวงได้ย้ายออกจากตำหนักหลักอันโอ่อ่า มายังตำหนักหลังที่เงียบสงบและงดงาม ตำหนักแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นรังรักที่ซ่อนเร้นของพวกเขาทั้งห้า
อิงและหลิงองครักษ์เงาทั้งสอง ได้รับการปลดปล่อยจากหน้าที่อย่างเป็นทางการ และได้รับตำแหน่งเป็นผู้ดูแลตำหนัก ซึ่งเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับสตรีทั้งสามได้อย่างเปิดเผย
ชีวิตใหม่ของพวกเขาทั้งห้าเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรักและความสุขที่แท้จริง
ชีวิตในตำหนักหลังของไทเฮาหลี่เฟิ่งหวงและไท่เฟยซูเม่ยกับไท่เฟยหลิวเยว่เป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความสุขที่พวกนางไม่เคยได้รับในวังหลวง อิงและหลิงไม่ได้เป็นเพียงองครักษ์อีกต่อไป แต่เป็นสามีและคนรักที่คอยปรนนิบัติและมอบความสุขให้พวกนางอย่างสม่ำเสมอ
ห้องบรรทมในตำหนักหลังถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับความต้องการของพวกเขาทั้งห้า ค่ำคืนของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยบทรักที่เร่าร้อนและหลากหลายกว่าครั้งใดๆ ในชีวิต การได้ร่วมรักกับบุรุษที่รักถึงสองคนพร้อมกัน เป็นความสุขที่สตรีทั้งสามไม่สามารถละทิ้งได้
นอกจากนี้ เสี่ยวชุ่ย นางกำนัลคนสนิทของฮองเฮา ก็ได้เข้าร่วมในวงจรแห่งความลับนี้ด้วย เสี่ยวชุ่ยที่เคยเป็นเพียงผู้รับใช้ บัดนี้ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทและผู้ร่วมชะตากรรมของสตรีทั้งสาม นางได้แต่งงานกับองครักษ์เงาอีกสองคนที่ภักดีต่อหลี่เฟิ่งหวง และได้ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยดูแลและร่วมแบ่งปันความสุข
เมื่อเวลาผ่านไป ความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวันก็เริ่มคืบคลานเข้ามา หลี่เฟิ่งหวงผู้รักอิสระ จึงเสนอให้พวกเขาออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการทำบทรัก
การเดินทางของคณะเดินทางลับไม่ใช่เพียงการแสวงหาทิวทัศน์ใหม่ แต่เป็นการแสวงหาอิสระและความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงวังหลวง พวกเขาปลอมตัวเป็นพ่อค้าและภรรยาที่เดินทางไปค้าขาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขากำลังค้าขายความสุขและความลับระหว่างกัน
ค่ำคืนแรกในโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองชายแดน หลี่เฟิ่งหวงเลือกห้องที่เรียบง่ายที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจ บรรยากาศภายในห้องนั้นเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่างบานเล็กๆ และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของสตรีทั้งสาม
บนเตียงไม้ที่แข็งกระด้าง ซูเม่ยและหลิวเยว่ถูกโอบล้อมด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของอิงและหลิง ความรู้สึกของการถูกสัมผัสในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยทำให้ความตื่นเต้นพุ่งสูงขึ้น หลี่เฟิ่งหวงเฝ้ามองด้วยสายตาที่เร่าร้อน ก่อนจะเข้าร่วมในวงล้อมแห่งความปรารถนา
อิงและหลิงใช้ท่วงท่ามังกรคู่พยุงหงส์ โดยให้หลิวเยว่อยู่ตรงกลาง ร่างกายของนางถูกยกขึ้นสูงด้วยแขนที่กำยำของบุรุษทั้งสอง ทำให้ร่องรักของนางเปิดรับการรุกรานจากอิงได้อย่างลึกซึ้ง ขณะที่หลิงใช้ปากและลิ้นปรนเปรอหน้าอกและยอดถันของนางอย่างเร่าร้อน หลิวเยว่กรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความสุขสม
"อิง... ได้โปรด... แรงอีก... ข้าต้องการเจ้า... อ๊า... ใช่แล้ว... ตรงนั้น..." เสียงครางของหลิวเยว่สั่นเครือด้วยความปรารถนาที่ทวีคูณ ร่างกายของนางโก่งโค้งรับการรุกรานที่ดุดันจากอิง "ท่าน... ท่านทำให้ข้าเป็นบ้า... อื้อ... ลึกมาก... ลึกเกินไป..."
ซูเม่ยที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ถูกหลี่เฟิ่งหวงใช้ลิ้นและนิ้วสอดใส่ร่องรักที่เปียกชุ่มของนางอย่างชำนาญ ซูเม่ยบิดกายด้วยความเสียวซ่าน นางกำมือแน่นและจิกเล็บลงบนผ้าปูที่นอนที่หยาบกระด้าง "อ๊าา... ฝ่าบาท... นิ้วของท่าน... มันเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะ... ข้า... ข้าจะเสร็จแล้ว..."
"ท่านไทเฮา... อื้อ... อย่าทรมานข้าเลย... ข้า... ข้าไม่ไหวแล้ว... โปรดเมตตา..." หลี่เฟิ่งหวงยิ้มอย่างมีชัย ก่อนจะกระซิบข้างหูของนางว่า "นี่คืออิสระของเจ้า ซูเม่ย จงปลดปล่อยมันออกมา... ให้เสียงครางของเจ้าดังไปทั่วโรงเตี๊ยมแห่งนี้..."
เสียงเนื้อกระทบกันดังตับๆสลับกับเสียงหอบหายใจและเสียงครางที่ถูกกลั้นไว้ บทรักในโรงเตี๊ยมที่เงียบสงบนั้นเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและเร่าร้อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
"พั่บๆๆ... ซู้ดซ้าด... อื้อ... อ๊า..." เสียงต่างๆ ผสมผสานกันเป็นบทเพลงแห่งความปรารถนาที่ดังก้องไปทั่วห้องเล็กๆ
ในคืนถัดมา หลี่เฟิ่งหวงเลือกที่จะสำรวจความตื่นเต้นในป่าไผ่ที่มืดมิดและเย็นชื้น นางพาหลิงออกมาเพียงลำพังเพื่อสัมผัสกับความเร้าใจของการทำรักในที่โล่งแจ้ง
"คืนนี้ข้าอยากรู้สึกถึงความเสี่ยง" นางกระซิบ "อยากรู้ว่าการร่วมรักท่ามกลางธรรมชาติจะให้ความรู้สึกอย่างไร"
หลิงใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาเป็นกำบัง พิงนางเข้ากับลำไผ่ที่เย็นเฉียบ หลี่เฟิ่งหวงถูกยกขึ้นในท่าพยัคฆ์โอบจันทร์ที่ดัดแปลงให้เป็นท่ายืน ขาเรียวของนางโอบรัดรอบเอวของเขาอย่างแน่นหนา
"หลิง... เร็วเข้า... ข้ากลัวว่าจะมีใครมาเห็น... แต่ความกลัวนี้... มันทำให้ข้าตื่นเต้นมากขึ้น..." หลี่เฟิ่งหวงกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเทา แต่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยประกายแห่งความท้าทาย
หลิงไม่พูดอะไร เขาตอบสนองด้วยการรุกรานที่ดุดันและรวดเร็ว "ฝ่าบาท... ท่านช่างกล้าหาญ... การทำแบบนี้ในที่โล่งแจ้ง... มันทำให้ข้าตื่นเต้นเช่นกัน..." เสียงซวบซาบของเนื้อที่เสียดสีกันผสมกับเสียงใบไผ่ที่เสียดสีกันตามแรงลม
"อื้อ... เสียงใบไผ่... มันเหมือนเป็นเพลงประกอบ... อ๊า... หลิง... แรงอีก... ข้าอยากรู้สึกถึงพลังของเจ้าทั้งหมด..."
ความรู้สึกเย็นยะเยือกจากอากาศภายนอกตัดกับความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างกายของหลิงทำให้หลี่เฟิ่งหวงถึงจุดสุดยอดอย่างรวดเร็วและรุนแรง นางจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน
"อ๊าาา... ข้าเสร็จแล้ว... แต่อย่าหยุด... ข้าอยากเสร็จอีกครั้ง... ในป่าไผ่แห่งนี้..."
ในคืนต่อมา พวกเขาได้ค้นพบน้ำตกเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในป่าลึก เสียงน้ำไหลเซาะหินดังก้องไปทั่วหุบเขา ซูเม่ยและหลิวเยว่รู้สึกตื่นเต้นกับความงามของธรรมชาติ แต่หลี่เฟิ่งหวงกลับมีแผนการอื่น
"เราจะอาบน้ำกัน แต่ไม่ใช่เพียงเพื่อความสะอาด" นางประกาศด้วยรอยยิ้มลึกลับ
น้ำเย็นเฉียบจากน้ำตกทำให้ผิวหนังของทั้งห้าคนเกิดผิวลุก แต่ความเย็นนั้นกลับทำให้ความรู้สึกทางกามทวีความรุนแรงขึ้น อิงอุ้มซูเม่ยขึ้นมาให้นั่งบนหินเรียบที่อยู่ใต้สายน้ำ ขณะที่หลิงใช้ลิ้นเลียไล้ร่างกายของหลิวเยว่ที่เปียกชื้น
"อ๊า... น้ำเย็นมาก... แต่ร่างกายข้าร้อนระอุ... อื้อ... ท่านอิง... การสัมผัสของท่านทำให้ข้าลืมความเย็น..." ซูเม่ยครางเมื่อรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างน้ำเย็นกับความร้อนจากการสัมผัสของอิง "มันแปลก... แต่เสียวมาก... ข้าไม่เคยคิดว่าน้ำเย็นจะทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป..."
"หลิวเยว่... ผิวเปียกของเจ้าช่างเย้ายวน..." หลิงกระซิบขณะที่ใช้ลิ้นเลียไล้ร่างกายของนาง "น้ำทำให้ทุกอย่างลื่นไหลและเร้าใจยิ่งขึ้น... อื้อ... รสชาติของเจ้าผสมกับน้ำใส... มันหวานและสดชื่น..."
หลี่เฟิ่งหวงลื่นไถลเข้าไปในอ้อมแขนของทั้งสองบุรุษ น้ำที่ไหลผ่านร่างกายของพวกเขาทำให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลและเร้าใจยิ่งขึ้น เสียงครางของพวกนางถูกกลบด้วยเสียงน้ำตกที่ดังก้อง ทำให้พวกเขารู้สึกเสรีและไร้ขีดจำกัด
"ข้าจะกรีดร้องดังๆ ได้... เพราะเสียงน้ำตกจะกลบเสียงข้า... อ๊าาาาา!" หลิวเยว่กรีดร้องด้วยความสุขสมที่ไม่ต้องกลั้น
ในการเดินทางต่อไป พวกเขาค้นพบถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในหุบเขา ภายในถ้ำมีแสงเทียนเพียงเล็กน้อย สร้างบรรยากาศลึกลับและเร้าใจ
"ในที่มืดแบบนี้ ความรู้สึกจะทวีคูณ พวกเจ้าจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่" หลี่เฟิ่งหวงกระซิบ "เมื่อตาไม่เห็น ความรู้สึกอื่นๆ จะแหลมคมขึ้น"
ในความมืดมิด การสัมผัสกลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หลิวเยว่ถูกปิดตาด้วยผ้าไหม ทำให้นางต้องพึ่งพาความรู้สึกทางกายเท่านั้น เมื่ออิงและหลิงเริ่มปรนเปรอนางด้วยมือและปาก ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าที่เคยสัมผัสมา
"ข้าไม่รู้ว่าใครเป็นใคร... แต่มันทำให้ข้าตื่นเต้นมากขึ้น... อื้อ... มือนี้ใหญ่และหยาบ... ต้องเป็นของอิง... แต่ปากนี้อ่อนโยน... ต้องเป็นของหลิง... อ๊า... หรือข้าเดาผิด..." หลิวเยว่ครางด้วยเสียงสั่น "ความมืดทำให้ข้ารู้สึกเหมือนลอยอยู่ในอากาศ... ทุกการสัมผัสเป็นเซอร์ไพรส์..."
ซูเม่ยก็ได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน การไม่สามารถมองเห็นทำให้นางต้องเดาว่าใครกำลังสัมผัสนางอยู่ ความไม่แน่นอนนี้กลับทำให้ความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
"อื้อ... ลิ้นนี้... เคลื่อนไหวอย่างมีประสบการณ์... แต่มือนี้... สั่นเทิ้มเหมือนตื่นเต้น... ข้าสับสน... แต่มันทำให้ข้าเสียวมากขึ้น... อ๊า... อย่าให้ข้ารู้ว่าใครเป็นใคร... ข้าอยากให้มันเป็นความลึกลับต่อไป..."
การเดินทางพาพวกเขาไปยังทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ที่บานสะพรั่งใต้แสงจันทร์เต็มดวง กลีบดอกไม้ที่นุ่มนวลกระจายไปทั่วพื้นดิน สร้างเตียงธรรมชาติที่หอมหวานและโรแมนติก
"คืนนี้เราจะร่วมรักท่ามกลางดอกไม้ ให้ธรรมชาติเป็นพยานในความสุขของเรา" หลี่เฟิ่งหวงประกาศ "ให้กลิ่นหอมของดอกไม้เป็นน้ำหอมธรรมชาติของเรา"
แสงจันทร์ส่องลงมาบนร่างกายเปลือยของทั้งห้าคน ทำให้ผิวหนังเปล่งประกายราวกับมุกดา กลีบดอกไม้ที่นุ่มนวลติดอยู่บนผิวหนังที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ สร้างภาพที่งดงามและเร้าใจ
อิงใช้ท่ามังกรเล่นในสวนดอกไม้ โดยให้หลี่เฟิ่งหวงนอนราบบนเตียงดอกไม้ ขณะที่เขาเคลื่อนไหวเหนือตัวนางอย่างช้าๆ และลึกซึ้ง กลีบดอกไม้ที่กระจัดกระจายไปรอบๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานของธรรมชาติ
"อิง... ช้าลง... ข้าอยากสัมผัสกับความงามของคืนนี้นานๆ... อื้อ... กลีบดอกไม้เหล่านี้... มันนุ่มนวลเหมือนการสัมผัสของเจ้า... แต่เย็นกว่า... มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนเป็นเทพธิดาที่กำลังร่วมรักกับเทพเจ้า..." หลี่เฟิ่งหวงครางด้วยเสียงหวาน
"ฝ่าบาท... ท่านงดงามเหมือนดอกไม้ที่บานเบิกใต้แสงจันทร์... ข้าจะทำให้ท่านบานสะพรั่งเหมือนดอกไม้เหล่านี้..." อิงกระซิบขณะที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แต่ลึกซึ้ง
ในขณะเดียวกัน หลิงกำลังปรนเปรอซูเม่ยและหลิวเยว่ด้วยการใช้กลีบดอกไม้เป็นเครื่องมือ เขาใช้กลีบดอกไม้ที่นุ่มนวลเลื่อนไปตามร่างกายของพวกนาง สร้างความรู้สึกที่แปลกใหม่และเร้าใจ
"ท่าน... กลีบดอกไม้เหล่านี้... มันทำให้ข้าเสียวซ่านไปทั้งตัว... อื้อ... มันนุ่มและเย็น... แต่เมื่อท่านใช้มันสัมผัสข้า... มันกลายเป็นเครื่องมือแห่งความสุข..." ซูเม่ยครางเบาๆ "ข้าไม่เคยคิดว่าธรรมชาติจะให้ความสุขได้ด้วย... ข้าอยากให้ท่านใช้กลีบดอกไม้สัมผัสทุกส่วนของข้า..."
"อื้อ... หลิง... ท่านใช้กลีบดอกไม้เลื่อนตามร่องรักของข้า... มันเย็นและนุ่ม... แต่ทำให้ข้าร้อนระอุ... อ๊า... ข้าอยากให้ท่านใช้ปากแทนกลีบดอกไม้... ข้าต้องการความอุ่นจากลิ้นของท่าน..." หลิวเยว่ขอร้องด้วยเสียงสั่น
การเดินทางต่อไปพาพวกเขาไปยังทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สะท้อนแสงดาวบนผิวน้ำ บรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติก ทำให้เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการร่วมรักที่อ่อนโยนและลึกซึ้ง
"น้ำในทะเลสาบอุ่นพอดี เราจะร่วมรักในน้ำ ให้คลื่นเป็นจังหวะของความสุข" หลี่เฟิ่งหวงทดสอบอุณหภูมิน้ำ "ข้าอยากรู้ว่าการลอยตัวในน้ำจะทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปอย่างไร"
พวกเขาเดินลงไปในน้ำอย่างช้าๆ น้ำอุ่นโอบล้อมร่างกายของพวกเขา สร้างความรู้สึกเหมือนถูกกอดด้วยความอ่อนโยน หลิวเยว่ถูกยกขึ้นให้ลอยในน้ำ ขณะที่อิงพยุงตัวนางไว้และเริ่มการเคลื่อนไหวที่อ่อนโยน
"อื้อ... น้ำทำให้ทุกอย่างลื่นไหลและนุ่มนวล... ข้ารู้สึกเหมือนเป็นนางเงือกที่กำลังร่วมรักกับเทพเจ้า... อ๊า... อิง... ท่านพยุงข้าไว้อย่างอ่อนโยน... แต่การเคลื่อนไหวของท่านแข็งแกร่ง... มันทำให้ข้ารู้สึกปลอดภัยและตื่นเต้นไปพร้อมกัน..." หลิวเยว่ครางด้วยความสุข
"หลิวเยว่... ในน้ำแบบนี้ ข้าสามารถยกเจ้าขึ้นลงได้อย่างง่ายดาย... เจ้าเบาเหมือนขนนก... และน้ำทำให้การเคลื่อนไหวลื่นไหล... ข้าจะทำให้เจ้าลอยไปกับคลื่นแห่งความสุข..." อิงกระซิบขณะที่เคลื่อนไหวในจังหวะที่สม่ำเสมอ
ซูเม่ยถูกหลิงอุ้มไว้ในท่าที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังเต้นรำในน้ำ การเคลื่อนไหวที่ช้าๆ และจังหวะที่สม่ำเสมอทำให้ความสุขสมค่อยๆ สะสมขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ท่าน... ข้าไม่อยากให้คืนนี้จบลง... ความรู้สึกในน้ำนี้... มันทำให้ข้าลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด... อื้อ... หลิง... ท่านเคลื่อนไหวช้าๆ แต่ลึก... มันทำให้ความสุขค่อยๆ สะสมขึ้น... เหมือนคลื่นที่ค่อยๆ ใหญ่ขึ้น... อ๊า... ข้าจะถึงจุดสูงสุดแล้ว..." ซูเม่ยกระซิบ
การเดินทางวันต่อมาพาพวกเขาขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น อากาศบางและเย็นสบาย ทิวทัศน์กว้างไกลทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บนยอดโลก
"ที่นี่เราอยู่เหนือเมฆ เหนือโลก" หลี่เฟิ่งหวงกล่าวขณะที่มองไปยังทิวทัศน์ที่กว้างไกล "การร่วมรักที่นี่จะทำให้เรารู้สึกเหมือนเทพเจ้า"
อากาศที่บางทำให้ทุกการหายใจมีค่า และเมื่อพวกเขาเริ่มร่วมรัก การหายใจที่หอบเหนื่อยจากความตื่นเต้นผสมกับอากาศบางทำให้ความรู้สึกทวีคูณ
"อื้อ... อากาศบาง... ทำให้ข้าหายใจไม่ทัน... แต่มันทำให้ความเสียวเพิ่มขึ้น... อ๊า... เหมือนข้าจะลอยขึ้นฟ้า..." ซูเม่ยครางขณะที่ถูกปรนเปรอ
"ข้าก็รู้สึกเช่นกัน... เหมือนกำลังร่วมรักอยู่ในสวรรค์..." หลิวเยว่เสริม
จุดสูงสุดของการเดินทางคือการล่องเรือสำราญกลางทะเลสาบที่กว้างใหญ่ คืนนั้น หลี่เฟิ่งหวงได้รวมทุกคนเข้าด้วยกัน รวมถึงเสี่ยวชุ่ยและเฟิง สามีของนาง
ในห้องโดยสารที่หรูหราแต่คับแคบ หลี่เฟิ่งหวงและอิงกำลังร่วมรักกันในท่าหงส์ร่อนบนเมฆา โดยมีซูเม่ยและหลิวเยว่คอยปรนเปรอหลิงอยู่ข้างๆ
เสี่ยวชุ่ยและเฟิง คู่รักอีกคู่หนึ่ง ก็ร่วมแบ่งปันความสุขอยู่ไม่ไกล เสียงครางของพวกเขาทั้งหมดผสมผสานกันเป็นบทเพลงแห่งความสุขสมที่ถูกขับกล่อมด้วยเสียงคลื่นที่กระทบกับตัวเรือ
"ท่านไทเฮา... ท่านช่าง... งดงามเหลือเกิน... อื้อ... ข้าไม่เคยเห็นท่านสวยขนาดนี้... เหงื่อที่ไหลลงมาตามร่างกายของท่าน... เหมือนหยดน้ำค้างบนกลีบบัว..." อิงกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า ขณะที่หลี่เฟิ่งหวงขย่มกายอยู่บนตัวเขาอย่างเร่าร้อน
"อิง... เจ้าพูดหวานเหลือเกิน... อ๊า... การโยกคลอนของเรือ... มันทำให้จังหวะการขย่มของข้าเปลี่ยนไป... บางทีเร็ว บางทีช้า... มันทำให้ข้าคาดเดาไม่ได้... และมันเสียวมาก..." การโยกคลอนของเรือทำให้จังหวะการร่วมรักของพวกเขาทวีความรุนแรงขึ้น
"เรือกำลังโยกไปมา... มันทำให้ความรู้สึกแปลกและเร้าใจ... อื้อ... บางครั้งท่อนเนื้อของท่านเข้าลึกมาก เมื่อเรือโยงไปข้างหน้า... บางครั้งก็ตื้นขึ้น เมื่อเรือโยงไปข้างหลัง... ข้ารู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่บนคลื่นแห่งความสุข... อ๊า... ข้าจะเป็นบ้า..." หลิวเยว่ครางขณะที่ถูกหลิงปรนเปรออย่างต่อเนื่อง
"หลิวเยว่... เจ้าช่างน่ารัก... เมื่อเรือโยก เจ้าก็โยกตาม... มันทำให้ข้าต้องปรับการเคลื่อนไหว... และมันสนุกมาก... เหมือนเราเต้นรำไปกับจังหวะของคลื่น..." หลิงตอบ
ซูเม่ยที่ถูกสองบุรุษปรนเปรอสลับกันก็ถึงจุดสุดยอดอย่างต่อเนื่อง "อ๊า... ข้าจะเป็นลม... ความสุขนี้มากเกินไป... การโยกของเรือทำให้ข้ารู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุน... ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีความสุขแบบนี้ได้... อื้อ... ข้าเสร็จไปแล้วกี่ครั้งแล้วนะ... ข้านับไม่ได้แล้ว..."
เสี่ยวชุ่ยและเฟิงที่ร่วมรักกันอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง ก็เพิ่มเสียงครางของตัวเองเข้าไปในบทเพลงแห่งความสุขสมนี้ "นี่คือสวรรค์บนโลก... ข้าไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสกับความสุขแบบนี้... การได้ร่วมรักท่ามกลางเสียงครางของคนอื่น... มันทำให้ข้าตื่นเต้นมากขึ้น..." เสี่ยวชุ่ยกระซิบ
"เสี่ยวชุ่ย... เจ้าเปลี่ยนไปมาก... จากหญิงขี้อายเป็นหญิงที่กล้าแสดงออก... ข้าชอบเจ้าแบบนี้..." เฟิงตอบ
การโยกคลอนของเรือทำให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างธรรมชาติและลื่นไหล เสียงคลื่นที่กระทบกับตัวเรือผสมกับเสียงครางของทุกคน สร้างบรรยากาศที่เร้าใจและน่าจดจำ
"พั่บๆๆ... ซู้ดซ้าด... อื้อ... อ๊า... ใช่... ตรงนั้น... แรงอีก... ช้าลง... เร็วขึ้น..." เสียงต่างๆ ผสมผสานกันเป็นซิมโฟนีแห่งความปรารถนา
หลี่เฟิ่งหวงยิ้มอย่างมีความสุข นางได้สร้างอาณาจักรแห่งความสุขของนางขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ในวังหลวง แต่บนผืนน้ำที่กว้างใหญ่และอิสระแห่งนี้
หลังจากการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขและการค้นพบตัวเองในรูปแบบใหม่ พวกเขาก็เริ่มเดินทางกลับสู่ตำหนักหลัง แต่ทุกคนรู้ดีว่าพวกเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
"การเดินทางครั้งนี้เปลี่ยนเราทุกคน เราได้ค้นพบว่าความสุขไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องบรรทม แต่อยู่ทุกที่ที่เรามีกัน" หลี่เฟิ่งหวงกล่าวขณะที่พวกเขานั่งรอบกองไฟในคืนสุดท้ายของการเดินทาง
"ข้าเห็นด้วย ข้าได้เรียนรู้ว่าร่างกายของข้าสามารถให้ความสุขได้ในสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในน้ำเย็น ใต้แสงดาว หรือท่ามกลางดอกไม้" ซูเม่ยกล่าว
"และข้าได้เรียนรู้ว่าการปลดปล่อยตัวเองจากข้อจำกัดทำให้ความสุขเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ข้าไม่เคยคิดว่าจะกล้าทำในที่โล่งแจ้งแบบนี้" หลิวเยว่เสริม
เมื่อกลับถึงตำหนักหลัง ทุกคนต่างรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น
"เราจะเดินทางอีก แต่ครั้งหน้าเราจะไปไกลกว่านี้ เราจะสำรวจดินแดนใหม่ๆ และค้นหาสถานที่ที่น่าสนใจมากกว่านี้" หลี่เฟิ่งหวงประกาศ
ในคืนแรกที่กลับมายังตำหนักหลัง พวกเขาร่วมรักกันด้วยความรู้สึกใหม่ที่ได้จากการเดินทาง ประสบการณ์ที่หลากหลายทำให้พวกเขามีเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
"ตอนนี้เราไม่ใช่แค่คนรักกันในห้องปิดอีกต่อไป เราเป็นนักผจญภัยแห่งความสุข เป็นผู้สำรวจโลกแห่งความปรารถนา" หลี่เฟิ่งหวงกล่าวขณะที่พวกเขานอนอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน
ในที่สุด ดอกบัวในสายลม ก็ได้บานสะพรั่งอย่างเต็มที่ ณ ปลายทางที่นางเลือกเอง นางได้สร้างอาณาจักรแห่งความสุขส่วนตัว ที่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้หรือทำลายได้
หลี่เฟิ่งหวงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การครองราชย์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างความสุขและความพึงพอใจให้กับตัวเองและคนที่นางรัก นางได้เปลี่ยนจากจักรพรรดินีผู้ครองอำนาจเป็นราชินีแห่งความสุขส่วนตัว
ซูเม่ย และ หลิวเยว่ ได้เปลี่ยนจากหญิงไร้เดียงสาที่ถูกบังคับให้อยู่ในวัง เป็นหญิงที่มั่นใจและรู้จักความต้องการของตัวเอง พวกนางได้ค้นพบว่าความสุขทางกามไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่เป็นสิทธิธรรมชาติของหญิงทุกคน
อิง และ หลิง ได้เปลี่ยนจากองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด เป็นบุรุษที่ได้แสดงความรักและความปรารถนาอย่างเปิดเผย พวกเขาได้เรียนรู้ว่าการให้ความสุขแก่ผู้หญิงเป็นศิลปะที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและจิตใจ
เสี่ยวชุ่ย และ เฟิง ได้เข้าร่วมในโลกแห่งความสุขนี้ และได้ค้นพบว่าความรักที่แท้จริงไม่ได้จำกัดอยู่แค่คู่รักเพียงคู่เดียว แต่สามารถแบ่งปันและขยายออกไปได้
ตำหนักหลังแห่งนี้กลายเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย มันกลายเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ การสำรวจ และการเติบโตทางด้านความสุขทางกาม เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง
ดอกบัวที่บานสะพรั่ง ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของหลี่เฟิ่งหวงเพียงคนเดียว แต่เป็นสัญลักษณ์ของทุกคนในตำหนักหลังแห่งนี้ ทุกคนได้บานสะพรั่งในแบบของตัวเอง ได้ค้นพบความงามและความสุขที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเอง
และเมื่อแสงแรกของวันใหม่ส่องผ่านหน้าต่างของตำหนักหลัง มันไม่ใช่แสงแห่งการจบสิ้น แต่เป็นแสงแห่งการเริ่มต้นใหม่ แสงแห่งความหวังและความฝันที่จะเป็นจริงในวันข้างหน้า
ดอกบัวในสายลม ได้บานสะพรั่งอย่างเต็มที่แล้ว และจะยังคงบานต่อไปเรื่อยๆ ในสวนแห่งความสุขที่นางได้สร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง ณ ปลายทางที่นางเลือกเอง