ในเขตแดนของทั้งสอง ความเดือดดาลและแรงกระหายในการทำลายล้างศัตรู สำหรับทันย่าและดราโกเนียยังคงทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
พวกเขาทั้งสองเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ใช้ร่างกายที่เปรียบได้ดั่งอาวุธที่ไม่มีวันแตกสลาย
กรงเล็บ ปีก และฟันคมเขี้ยว ทุกส่วนของร่างกายต่างกลายเป็นเครื่องมือในการโจมตีที่ร้ายกาจและน่าสะพรึง
การโจมตีของทั้งสองเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครหยุดยั้งหรือยอมถอยกลับ ทันย่าพุ่งเข้าใส่ด้วยกรงเล็บสายฟ้าที่เหลืออยู่ พละกำลังมหาศาลที่สะสมอยู่ในกรงเล็บของเขาพุ่งตรงเข้าไปเพื่อทำลายร่างของดราโกเนีย เสียงการปะทะของสายฟ้าดังก้องไปทั่วบริเวณ ขณะที่ตัวของดราโกเนียเองก็ไม่ยอมให้ทันย่ามีโอกาส ร่างกายของมันถูกใช้เป็นอาวุธ ทุกการขยับของปีกและกรงเล็บของมันถูกส่งออกมาอย่างแม่นยำและรุนแรง
แสงสว่างและเสียงระเบิดยังคงก้องกังวานไปทั่วฟ้า
เขตแดนแห่งกฎของทั้งสองฝ่ายยังคงปะทะกัน ทำให้พลังงานรอบข้างเดือดพล่านราวกับจักรวาลกำลังเผชิญกับการระเบิดครั้งใหญ่
ในที่สุด สถานการณ์ก็เริ่มเข้าข้างฝ่ายของทันย่า
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างเขากับดราโกเนียคือ พลังจิตอันยิ่งใหญ่ที่ทันย่าสามารถใช้งานได้ ขณะที่ดราโกเนียไม่ได้มีพลังจิตอันบริสุทธิ์ในระดับนี้ ทำให้ทันย่ามีข้อได้เปรียบในการต่อสู้ครั้งนี้เป็นอย่างมาก พลังจิตของทันย่านั้นเป็นสิ่งที่ดราโกเนียไม่สามารถต้านทานได้ง่ายๆ
[เอาเลยศิษย์รัก.. พลังจิตคู่ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เจ้าสามารถชนะดราโกเนียได้]
ทันย่าตัดสินใจใช้พลังจิตเพื่อโจมตีทะเลจิตสำนึกของดราโกเนียโดยตรง รูปแบบการโจมตีเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่มักจะใช้ในการต่อสู้ธรรมดา
แต่เป็นวิธีที่ใช้ในการทำลายผู้เป็นอมตะที่มีร่างกายที่ไม่มีวันพังทลาย การโจมตีทางกายภาพไม่สามารถเอาชนะสิ่งมีชีวิตแบบนี้ได้
ทว่าถ้าโจมตีเข้าไปยังทะเลจิตสำนึกซึ่งเป็นที่ตั้งของจิตวิญญาณ ก็สามารถทำให้พลังใจและจิตวิญญาณของพวกเขาพังทลายลง
“เทคนิคแห่งดวงดาว—การระเบิดของเนบิวล่า!”
นัยน์ตาของทันย่าสว่างวาบและเขาได้เปิดใช้ เทคนิคสุดยอดของมังกรกาลอวกาศ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ซับซ้อนและทรงพลังมากที่สุด
เทคนิคนี้สามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของดราโกเนีย มันค่อยๆแพร่กระจาย แทรกซึมเข้าไปในทะเลจิตสำนึกของดราโกเนีย โดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถรับรู้ได้ทัน การโจมตีจิตสำนึกโดยตรงนี้รุนแรง และไม่มีสิ่งใดในร่างกายของดราโกเนียที่สามารถต้านทานมันได้
“ปัง!”
ทันใดนั้นเอง เทคนิคเนบิวล่าก็ได้ระเบิดออกภายในร่างของดราโกเนีย การโจมตีที่เกิดขึ้นจากภายในทำให้ร่างกายของดราโกเนียต้องสั่นสะเทือน แรงระเบิดของพลังจิตที่แทรกซึมเข้าไปในทะเลจิตสำนึก ทำให้ดราโกเนียเจ็บปวดอย่างรุนแรง
“โฮกกกกกกกกกกกกกก!”
เสียงคำรามของดราโกเนียดังก้องออกมา ความเจ็บปวดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนทำให้มันร้องออกมาด้วยความโกรธและความทุกข์ทรมาน
ตอนนั้นเกล็ดสีดำสนิทของมันเริ่มสั่นไหว ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งและไม่มีใครทำลายได้กลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากภายใน ดวงตาสีทองของมันแสดงออกถึงความทรมานและความสับสน มันไม่เคยคาดคิดว่าทันย่าจะสามารถทำให้มันเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้
[ลงมือต่อ อย่าให้มันได้พังหายใจ ยังไงทะเลจิตสำนักของเผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาวก็แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว]
ทันย่าที่เห็นว่าการโจมตีของเขาได้ผลก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขาเร่งพลังจิตที่แทรกซึมอยู่ในร่างของดราโกเนียให้ระเบิดออกซ้ำอีกครั้ง พลังจิตนั้นกระจายไปทั่วร่างของดราโกเนียเหมือนกับหมอกเนบิวล่า ค่อยๆแทรกซึมเข้าสู่ทุกส่วนและระเบิดออกจากภายใน
“ปัง!”
ทะเลจิตสำนึกของดราโกเนียเต็มไปด้วยพลังงานแห่งความปั่นป่วน ทำให้มันต้องสั่นสะเทือนและสูญเสียสมดุล
ดราโกเนียไม่สามารถตั้งตัวได้ ความเจ็บปวดและความสับสนทำให้มันไม่สามารถโจมตีหรือป้องกันตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันต้องการจะขับไล่พลังจิตของทันย่าออกไปจากร่างกาย แต่ทุกครั้งที่มันพยายามทำเช่นนั้น
“ปัง!”
พลังจิตที่เหมือนหมอกเนบิวล่าก็จะระเบิดออกมาอีกครั้ง ทำให้มันต้องเผชิญกับความทรมานที่ไม่อาจทนได้
“โฮกกกกกกกกกกกกกก!”
เสียงคำรามของดราโกเนียดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ
พลังจิตของทันย่าที่แทรกซึมเข้าไปในทะเลจิตสำนึก ไม่เพียงแต่ทำลายล้างจิตวิญญาณของมัน แต่ยังลดทอนพละกำลังทางกายภาพของมันอีกด้วย ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งและไม่มีใครสามารถทำลายได้ บัดนี้สั่นไหวและอ่อนแอ ภายใต้แรงกดดันของพลังจิตที่แทรกซึมเข้ามา
ทันย่าที่เห็นว่าตนเองได้เปรียบก็รวบรวมพลังจิตของตนเอง เตรียมที่จะโจมตีครั้งสุดท้าย
การต่อสู้ครั้งนี้ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด แต่เขาต้องมั่นใจว่าจะทำให้จบการต่อสู้นี้อย่างสมบูรณ์
“ปังปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!”
การโจมตีต่อเนื่องจากทันย่าด้วยพลังจิตอันบริสุทธิ์ ได้ส่งผลกระทบต่อดราโกเนียอย่างรุนแรง พลังจิตเนบิวล่าที่ระเบิดออกจากภายในร่างของมันอย่างไม่รู้จบ ส่งความเจ็บปวดอย่างมหาศาลและทำให้มันไม่สามารถตั้งตัวหรือป้องกันตัวเองได้ ทุกครั้งที่พลังจิตระเบิดออก มันเหมือนกับว่าร่างกายและจิตวิญญาณของดราโกเนียกำลังถูกบดขยี้จากภายใน ร่างกายของมันเต็มไปด้วยบาดแผลที่แตกหักและน่าสะพรึง
“นะ..นี่มันอะไรกัน ทำไมตัวมันถึงได้มีพลังจิตที่ร้ายกาจเช่นนี้”
“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปข้าต้องแตกดับแน่ๆ ทำยังไงดี ทำยังไงดี!”
ดราโกเนียสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่ใกล้เข้ามา ยีนพันธุกรรมในร่างกายของมันส่งเสียงร้องเตือนอย่างสิ้นหวัง
การต้านทานต่อพลังจิตของทันย่าเริ่มจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้
สำหรับดราโกเนีย ความแข็งแกร่งของมันที่เคยไม่มีผู้ใดทำลายได้
บัดนี้กลับแตกหักและพ่ายแพ้ต่อพลังจิตที่แทรกซึมเข้ามาจนถึงทะเลจิตสำนึก ยีนพันธุกรรมในร่างของดราโกเนียกำลังร้องแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่าให้มันหลบหนี มันรู้สึกได้ว่าหากยังต่อสู้กับทันย่าต่อไปอีก มันอาจจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตได้อีกแล้ว
กลิ่นอายแห่งความตายกดทับลงมาอย่างหนักหน่วง ทำให้ดราโกเนียตัดสินใจครั้งสำคัญ—มันเลือกที่จะไม่ต่อสู้กับทันย่าอีกต่อไป
ทันใดนั้น ร่างสีดำทมิฬของดราโกเนียที่เต็มไปด้วยบาดแผลและความเจ็บปวดก็พุ่งทะยานหนีออกไปราวกับแสงวาบที่พุ่งผ่านฟ้า มันใช้ พลังงานที่เหลืออยู่ทั้งหมด เพื่อหลบหนีให้พ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ ดวงตาสีทองของดราโกเนียเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
มันต้องการเอาชีวิตรอดเท่านั้น พลังแห่งการหลบหนีถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้ร่างของมันพุ่งผ่านอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว
“แกจะหนีไปไหน ฉันจะไม่ปล่อยให้สัตว์ประหลาดแบบแกได้เพ่นพ่านในโลกแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว!”
ทันย่าเองก็รู้ตัวดีว่าดราโกเนียกำลังพยายามหลบหนี
และนี่คือโอกาสที่เขาจะ ไม่ปล่อยให้หลุดลอยไป ทันย่าไม่ยอมให้ดราโกเนียรอดชีวิตหรือมีโอกาสกลับมาเป็นภัยคุกคามได้อีกครั้ง
ร่างขนาดใหญ่ของเขากระโจนตามไปอย่างรวดเร็ว สายตาสีแดงฉานของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ไม่ยอมให้ศัตรูหนีรอดไปได้
ทันย่าใช้ปากและกรงเล็บที่เหลืออยู่พุ่งเข้าไปหาด้านหลังของดราโกเนีย ฟันคมกริบของเขาขย้ำเข้าไปยังชิ้นส่วนของร่างกายที่แตกหัก
กรงเล็บฟาดเข้าไปอย่างรุนแรงและไม่ปรานี การกัดและขย้ำเหมือนกับว่าทันย่าจะไม่ยอมปล่อยให้หลบหนีได้แม้แต่น้อย
“โฮกกกกกกกกกกกกกก!”
เสียงคำรามของดราโกเนียดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เต็มไปด้วยความทรมานและความสิ้นหวัง ร่างของมันที่พยายามหนีถูกได้ฉีกขาดและขย้ำ เลือดสีเข้ม สาดกระจายออกมาทั่วบริเวณ พลังชีวิตของมันค่อยๆลดลงภายใต้การโจมตีที่รุนแรงและไม่มีความปรานีของทันย่า
“ไม่ยอมให้หนีหรอกเว้ย!”
ทันย่ายังคงคุมความได้เปรียบ เขาไม่ยอมให้ดราโกเนียได้มีโอกาสหลบหนี ใช้พละกำลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ทุ่มลงไปในทุกการกัดและการฟาดกรงเล็บ การโจมตีของเขาไม่หยุดยั้งราวกับสัตว์ป่าที่กำลังล่าจนกระทั่งเหยื่อของมันให้หมดสิ้นพลังชีวิต
สุดท้ายแล้ว ทันย่าก็ได้คำรามออกมาอย่างสุดกำลัง เสียงคำรามนั้นกึกก้องไปทั่วทั้งฟ้าและดิน ราวกับเสียงกรีดร้องแห่งความยิ่งใหญ่ของ เบฮีมอท เต็มไปด้วยจิตสังหารและความโกรธที่ถึงขีดสุด นัยน์ตาของทันย่าเบิกกว้างเต็มไปด้วย กระแสพลังจิตที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้าง
พลังจิตเนบิวล่าของเขาถูกรวบรวมและควบแน่นเพื่อการโจมตีครั้งสุดท้าย และมันพร้อมที่จะตัดสินผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนี้
“เทคนิคแห่งดวงดาว—การระเบิดของเนบิวล่า!”
...
ฆ่ามันนนนนนนนน