พลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน

    บทที่69 หวงเฟยฟา

    บทที่ 69 หวงเฟยฟา




    ณ ตำหนักจ้าวสำนักของสำนักสยบมังกร เวลานี้ชายหนุ่มและหญิงสาวได้มาถึงเป็นที่เรียบร้อย ด้านหน้าตำหนัก หวงเซียนเซียนที่มารอพวกเขาอยู่ก่อนแล้วได้ส่งยิ้มไปให้ทั้งสองคน




    เมื่อทั้งสามเข้าไปด้านในตำหนัก ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งอยู่และมองมาทางตน




    ไม่รอช้าชายหนุ่มได้ผสานมือพร้อมเอ่ย




    “คารวะผู้อาวุโส”




    สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ชายวัยกลางคนผู้นั้นจึงใช้สายตาดุจพญาเหยี่ยวของตนมองสำรวจไปยังชายหนุ่ม




    “ข้าหวงเฟยฟา จ้าวสำนักสยบมังกรและเป็นบิดาของเซียนเซียนและหลิงเอ๋อ”




    “ที่ข้าเรียกเจ้ามาก็ไม่มีอันใดมาก ข้าแค่อยากจะดูว่าทายาทของสหายข้ามีดีอะไรกันถึงได้ทำให้ลูกสาวทั้งสองของข้าวสนใจในตัวเจ้าได้”




    หวงเฟยฟาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หญิงสาวทั้งสองด้วยสายตาหยอกล้อ




    “ท่านพ่อ!!”




    ทั้งสองอุทานออกมา




    “ไม่ใช่นะหลินตง ท่านพ่อข้าคิดเองเออเองเจ้าอย่าได้ฟังเขาเชียว”




    หวงหลิงเอ๋อเอ่ยออกมาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน




    “ฮ่าๆๆ บิดาแค่หยอกเจ้าเล่นเองเหตุใดเจ้าจึงมีอาการเช่นนี้ได้เล่า”




    เมื่อเห็นการกระทำของสองพ่อลูกชายหนุ่มก็ได้แต่แสดงสีหน้าเจื่อนๆ




    “นี่ท่านจะเรียก ข้ามาคุยหรือเพื่อมาหยอกลูกสาวโชว์ข้ากัน”




    แต่เมื่อพูดถึงเรื่องความรักภาพของจ้าวอ้ายฉิงก็ปรากฏขึ้นมาในความคิดของชายหนุ่ม




    “เจ้าจะเป็นเช่นไรบ้างนะ หากไม่มีเจ้าก็ไม่มีข้าในวันนี้ ข้าอยากเจอเจ้าเหลือเกิน”




    ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดกับตัวเอง หวงเฟยฟา จึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม




    “เอาล่ะๆ เรามาเริ่มประเด็นสำคัญกันเลยดีกว่า”




    “ตอนนี้พวกเรารู้ถึงเวลาที่มุกฟ้านิรันดร์จะเปิดออกแล้ว อีกหนึ่งเดือนทางเข้ามุกฟ้านิรันดร์จะเปิดออกอย่างแน่นอน”




    “ข้าหวังว่าเจ้าจะเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับมือกับศัตรูของเจ้าข้างในนั้นนะ”




    เอ่ยจบหวงเฟยฟาได้ส่งม้วนกระดาษที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยพลังปราณของตัวเขาไปให้ทั้งสามคน




    “เมื่อเข้าไปด้านในมุกฟ้านิรันดร์แล้วพวกเจ้าจึงค่อยเปิดมัน”




    “เมื่อวันที่มุกฟ้านิรันดร์เปิดออกข้าจะเป็นคนไปส่งพวกเจ้าทั้งสามพร้อมกับศิษย์แกนหลักคนอื่นๆ เอง”




    “ข้าเรียกพวกเจ้ามาก็เท่านี้แหละ”




    สิ้นสุดคำพูดของหวงเฟยฟา ทั้งสามจึงผสานมือคำนับพร้อมเดินออกไปจากตำหนักแห่งนี้




    เมื่อทั้งสามออกไปแล้ว ร่างของชายชราผู้หนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า




    “คารวะท่านบรรพชน”




    ชายชราผู้นั้นพยักหน้าให้กับหวงเฟยฟา




    “เด็กตระกูลหลินผู้นั้นมีกลิ่นอายของสัตว์เทพทั้งห้าอยู่ กลิ่นอายนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชามรรคที่เขาฝึก แต่มันคือบางสิ่งที่อยู่ในร่างกายของเขา”




    “การที่เราให้หลิงเอ๋อกับเซียนเซียน สนิทกับเจ้าเด็กนั่นเช่นนี้ ข้าก็ไม่รู้ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียเช่นกัน”




    “แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน หลังจากที่มุกฟ้านิรันดร์เปิดออก ข้าจะออกไปยังสนามรบร้อยดินแดนเสียหน่อย ระหว่างนั้นเจ้าก็คอยดูสถานการณ์ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน”




    สิ้นเสียงร่างของชายชราก็ได้หายลับไปจากตำหนักนี้




    เมื่อได้ฟังสิ่งที่ชายชราเอ่ย สีหน้าของหวงเฟยฟา ก็ดูกังวลขึ้นมาในทันที




    ในด้านของชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสอง เมื่อออกมาจากตำหนักจ้าวสำนักแล้ว ต่างไม่มีใครเอ่ยอันใดออกมา




    “แล้วพวกเจ้าทั้งสองจะไปที่ใดกันต่อรึ”




    ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนั้น




    “พวกข้าจะไปที่ใดแล้วมันเกี่ยวอันใดกับเจ้า หรือว่าจะกลัวพวกข้าไปขัดขวางช่วงเวลาอันหอมหวานของเจ้างั้นรึ”




    หวงหลิงเอ๋อเอ่ยออกมาด้วยท่าทีน้อยใจ ในตอนนี้นิสัยเด็กเสียคนได้เริ่มทำงานแล้ว




    “นี่…หลิงเอ๋อเหตุใดเจ้าจึงเอ่ยออกมาเช่นนั้นกัน”




    “ข้าต้องขอโทษเจ้าแทนนางด้วย”




    แม้ว่าหญิงสาวจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ว่าตัวหวงเซียนเซียนนางเองก็รู้สึกแปลกๆ เช่นกันที่รู้ว่าชายหนุ่มเอาใจใส่สตรีนางอื่น แต่นางนั้นเป็นคนมีเหตุผลมากกว่าน้องสาวเป็นอย่างมาก




    พวกนางมีสิทธิ์อะไร ใช่แล้วพวกนางไม่มีสิทธิ์อะไรเลย ไม่ว่าชายหนุ่มจะใกล้ชิดกับสตรีนางใดแล้วมันเกี่ยวอันใดกับพวกนางด้วย พวกนางกับชายหนุ่มก็พึ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานความรู้สึกในตอนนี้มันอาจจะเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบก็เป็นได้ โดนเฉพาะนางที่ยังรู้จักชายหนุ่มน้อยกว่าน้องสาวนางเสียอีก




    นางในตอนนี้ก็แค่เริ่มสนใจในตัวชายหนุ่มเท่านั้น มันไม่ได้เป็นมากกว่านั้นถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่นางสนใจในตัวบุรุษก็ตามที




    ในตอนนี้เองเสียงอันงุนงงของชายหนุ่มก็ดังขึ้น




    “นี่…พวกเจ้าเป็นอันใดงั้นรึ โดยเฉพาะเจ้าหวงหลิงเอ๋อ”




    “พวกเจ้ากำลังเข้าใจอะไรข้าผิดไปหรือไม่”




    “หรือพวกเจ้าจะชอบข้าจริงๆ แล้วหึงข้าที่พาหลี่เฟยมาอยู่ด้วย”




    ชายหนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมกับแสร้งทำสีหน้าตกใจ




    “ขะ…ใครจะไปชอบเจ้ากัน ไอเจ้าคนหลงตัวเอง”




    หวงหลิงเอ๋อ เอ่ยออกมาพร้อมกับเชิดหน้าใส่ชายหนุ่ม




    “เช่นนั้นก็ดี…ข้าจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนรักทุบตีหรือไม่ ถ้าข้ามีสตรีเพิ่มมา”




    “แล้วก็หลี่เฟยไม่ได้เป็นคนรักของข้าหรอกนะ”




    เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ดวงตาของชายหนุ่มได้ฉายความเศร้าออกมา พร้อมกับปรากฏใบหน้าของจ้าวอ้ายฉิงขึ้นมา ทว่าลมหายใจต่อมาดวงตาคู่นั้นก็ได้กลับมามั่นคงดังเดิม




    “เจ้าไปอยู่ที่ไหนกันนะ อ้ายฉิง”




    ชายหนุ่มได้แต่นึกถึงใบหน้าของนางอันเป็นที่รักของเขาตลอดมาอยู่ภายในใจ




    ทางด้านของหญิงสาวทั้งสอง ที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มและเห็นแววตาอันเศร้าสร้อยเมื่อครู่ แม้จะเพียงนิดเดียว พวกนางก็รับรู้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่มได้




    “ข้าขอโทษ”


    หวงหลิงเอ๋อเอ่ยออกมาพร้อมก้มหน้าสำนึกผิด




    “อย่าได้ทำเช่นนี้เลย ถ้าพวกเจ้าไม่ได้ไปไหนต่อ พวกเจ้าสนใจไปที่หอสุราปราบเซียนกับข้ารึไม่ พอดีว่าข้าอยากจะรู้ว่าสถานที่แห่งนั้นมันเป็นเช่นไร”




    ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวทั้งสองจึงพยักหน้า




    “ไปสิพวกข้าไม่ได้มีธุระอะไรต่อจากนี้แล้ว”




    หวงเซียนเซียนเอ่ยออกมาพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ชายหนุ่ม




    “เช่นนั้นเราไปที่ตำหนักของข้ากันก่อน ข้าจะได้พาสหายของข้าไปเดินชมเมืองไร้มลทินด้วยเลย”




    เมื่อตกลงกันเสร็จทั้งสามจึงมุ่งหน้าไปรับหลี่เฟยและมุ่งตรงสู่หอสุราปราบเซียนต่อทันที




    เพียงไม่นานทั้งสี่คนก็ได้มาอยู่หน้าตำหนักหกชั้น ที่มองดูภายนอกไม่ได้หรูหราอะไรมากนัก ทว่ากลิ่นสุราที่แพร่กระจายออกมานั้น ได้ทำให้ลมปราณของทั้งสี่คนเดือดพล่านขึ้นมาในทันที




    “สมแล้วที่ถูกเรียกว่าหอสุราปราบเซียน แม้จะยังไม่ได้เข้าไป กลิ่นสุราชั้นยอดคละคลุ้งจนสามารถกระตุ้นลมปราณผู้อื่นได้ถึงเพียงนี้”




    “แม้ว่าข้าจะไม่เคยดื่มสุรา แต่วันนี้ข้าจะต้องนำสุราชั้นยอดกลับไปให้ได้”




    เอ่ยจบชายหนุ่มได้สาวเท้าเข้าไปในตำหนักเบื้องหน้าในทันที




    เห็นเช่นนั้นหญิงสาวทั้งสามจึงตามเข้าไปโดยไม่ลังเล




    “ถึงแม้ว่านี่จะเป็นอาณาเขตของสำนักสยบมังกร แต่พวกข้าก็พึ่งจะเคยมาที่นี่ครั้งแรกเช่นกัน”




    หวงเซียนเซียนเอ่ยกับหลี่เฟย พร้อมกับสอดส่องสายตาไปโดยรอบ




    ระหว่างทางที่มาสองพี่น้องก็ได้ทำความรู้จักกับหลี่เฟยมาตลอดทาง และดูเหมือนพวกนางจะคุยกันถูกคอเป็นอย่างมาก




    จนสุดท้ายพวกนางก็ได้รู้ว่าหลี่เฟยเองก็ชอบชายหนุ่มเช่นเดียวกับพวกนาง ทว่าชายหนุ่มนั้นไม่เคยเปิดใจให้นางเลยแม้แต่น้อย




    ในตอนนี้เอง ศิษย์ผู้หนึ่งได้เดินเข้ามายังกลุ่มของชายหนุ่มพร้อมเอ่ย




    “สวัสดีสหายยุทธ์ทั้งสี่คน หากมาที่นี่แปลว่าพวกเจ้าต้องการสุราอย่างแน่นอน เพียงเจ้าเอ่ยมาว่าต้องการสุราแบบใด ข้าผู้นี้จะจัดหาให้เจ้าเอง”




    ศิษย์ของหอสุราปราบเซียนผู้นี้เอ่ยออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม




    “เช่นนั้นก็ดีเลย ข้าไม่เคยดื่มสุรามาก่อนรบกวนเจ้าแนะนำสุราให้ข้าที”




    เมื่อได้ฟังสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ย ศิษย์ผู้นั้นก็อดที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาไม่ได้




    “นี่…ท่านทำได้เช่นไรกัน ฝึกยุทธ์มาถึงขั้นนี้แต่ไม่เคยแตะสุราเลย นับถือๆ”




    สิ้นเสียงศิษย์ผู้นั้นจึงพาชายหนุ่มและหญิงสาวเดินชมสุราต่างๆ พร้อมกับบรรยายสรรพคุณและที่มาของมัน




    ผ่านไปหนึ่งก้านธูป การแนะนำสุราก็ได้จบลง




    “สุราของที่นี่นั้นทำให้ข้าเปิดหูเปิดตายิ่งนัก ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าบนมหาทวีปฟ้านิรันดร์จะมีสุราที่แตกต่างกันมากมายขนาดนี้”




    “แต่ข้ากลับลืมนึกถึงเรื่องสำคัญไปเสียได้ ทั้งเนื้อทั้งตัวข้าไม่มีเงินเลยนี่หน่า”




    คิดได้เช่นนี้ชายหนุ่มก็เริ่มแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนออกมา




    ศิษย์ผู้นั้นที่ไม่ได้เห็นการแสดงออกของชายหนุ่ม เขาจึงเดินต่อไปพร้อมเอ่ย




    “แต่ที่นี่ก็ยังมีสุราที่ไม่ต้องการเงินด้วยนะ หรือจะบอกว่ามันไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินดีล่ะ เจ้าสนใจไปชมดูสักหน่อยไหม”




    ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน ที่คุณอ่าน