หลังจากที่แม่สื่อหม่ามาส่งมอบสินสอดทองหมั้นนางก็แจ้งกับหลี่จิ้งถิงเกี่ยวกับวันฤกษ์งามยามดี ที่จะจัดงานแต่งงานแม่สื่อหม่าเอ่ยกำชับเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงเ็า
“ในงานมีแเื่ที่ท่านเ้าเมืองเชื้อเชิญมามากมายข้าขอแนะนำท่านว่า อย่าสร้างเื่ให้ทุกคนต้องเดือดร้อนวุ่นวายหรือก่อเื่ให้ท่านเ้าเมืองต้องขายหน้า เพราะสุดท้ายฝ่ายที่จะต้องเจ็บตัวและอับอายก็คือท่านอยู่ดี!”
หลี่จิ้งถิงเบือนหน้าหนีอย่างไม่สนใจไยดีเมื่อได้เห็นใบหน้าถมึงทึงของแม่สื่อหม่าคำพูดขู่ของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เด็กหญิงรู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด
พอแม่สื่อหม่าเห็นท่าทางเช่นนี้ของหลี่จิ้งถิงนางก็ชักสีหน้า หายใจแรงจนอกกระเพื่อมด้วยความโกรธยกนิ้วขึ้นชี้หน้าเด็กหญิงอย่างแค้นเคือง
“เ้าเ้า...อวดดีไปเถอะ ท่าทางสูงส่งแบบนี้คอยดูก็แล้วกันว่า จะทำไปได้อีกนานแค่ไหน”แม่สื่อหม่ากัดฟันกรอด
หลี่จิ้งถิงเพียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดของอีกฝ่ายการชอบวางท่าข่มผู้อื่นจนหัวหดของแม่สื่อหม่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนางเลยแม้แต่นิด
“ก็น่าจะนานตราบเท่าชั่วชีวิตของข้านั่นแหละทว่าไม่รู้แม่สื่อหม่าจะอยู่ได้นานพอ จะเห็นหรือไม่”
แม่สื่อหม่าถูกหักหน้าเสียจนโมโหลมแทบจับตรงกันข้ามกับหลี่จิ้งถิงที่ยืนเชิดคางอย่างภาคภูมิใจ ท่านยายจูที่ยืนอยู่ข้าง ๆฟังไปก็ส่ายหน้าไป
เมื่อได้อยู่กันตามลำพังท่านยายจูก็หันกลับมาบ่นหลี่จิ้งถิงด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง
“ถิงเอ๋อร์อย่างไรนางก็คือคนใกล้ชิดของท่านเ้าเมือง วันหลังเ้าพบเจอนางก็ยอมพูดจาอ่อนข้อให้บ้างหรือไม่ก็ทำหูทวนลมไปเสีย จะได้ไม่ต้องพบเจอกับความยุ่งยากลำบากเดือดร้อน”
“จิตใจแท้จริงของนางเป็เช่นไรท่านยายดูไม่ออกหรือ ถ้าขืนข้าทำเช่นที่ท่านยายบอก วันหน้านางก็ยิ่งจะกดข่มข้าอย่างหนักข้อขึ้นไปอีก”
ท่านยายจูพยักหน้าครั้งหนึ่งแล้วตอบหลี่จิ้งถิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ยายเองก็ไม่ชอบที่ต้องทนเห็นเ้าไม่ได้รับความเป็ธรรมแต่คนฉลาดต่อให้พบเจอกับคำพูดที่ไม่น่าฟังก็ต้องไม่เอาตัวเองลงไปสู้ด้วยทุกครั้งมิใช่หรือ”
ความจริงหลี่จิ้งถิงเป็คนมีความอดทนมากแต่ด้วยความที่ยังอายุน้อยอ่อนด้อยประสบการณ์ นางจึงยังติดนิสัยชอบเอาชนะ และพูดตรงตามที่คิดทุกอย่างมากเกินไป
นี่เป็จุดบกพร่องที่หลี่จิ้งถิงยังคงต้องนำไปแก้ไขเพื่อรับมือกับศัตรูที่อาจจะต้องเผชิญในอนาคต
“ขอบคุณท่านยายที่พูดเตือนสติเป็เพราะในใจข้ามีเื่ให้ต้องคิดอยู่ตลอดเวลาทำให้ในบางครั้งการกระทำและคำพูดของข้าไม่ถูกต้องนักต่อไปข้าจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นเ้าค่ะ”
ท่านยายจูพูดให้กำลังใจเด็กหญิงอีกหลายประโยคนางชราและกำลังจะร่วงโรย ส่วนหลี่จิ้งถิงยังอายุน้อยและเพิ่งจะเบ่งบานหญิงชราหวังว่าต่อไปหลี่จิ้งถิงจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างและเติบโตขึ้นเป็หญิงสาวที่งดงาม และสง่าผ่าเผยในทุกด้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในที่สุด แผนการถ่วงเวลาของหลี่จิ้งถิงก็ดูเหมือนจะไม่เป็ผลคาดไม่ถึงว่าจู่ ๆ แม่สื่อหม่าจะจงใจปรับเปลี่ยนวันมงคลสมรสให้มาถึงอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่แจ้งให้หลี่จิ้งถิงได้รับรู้ล่วงหน้า
“ห๊า ทำไมจู่ ๆ ถึงเลื่อนงานแต่งขึ้นมาเป็วันพรุ่งนี้หล่ะ”ท่านยายจูโกรธจนกัดฟันเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ
แม่สื่อหม่ายกยิ้มได้ใจเมื่อชำเลืองเห็นสีหน้าสิ้นหวังของหลี่จิ้งถิง
“ก็แค่ฤกษ์มงคลในวันพรุ่งนี้นั้นดีงามที่สุดเหตุใดท่านยายต้องกังวลด้วยเล่า ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว งานแต่งก็ต้องถูกจัดขึ้นอยู่ดี”พอพูดจบแม่สื่อหม่าก็หัวเราะชอบใจออกมา พร้อมรอยยิ้มเหยียดร้ายกาจ
และไม่ว่าท่านยายจูจะยกข้ออ้างเกี่ยวกับเื่ใดขึ้นมาแม่สื่อหม่าล้วนสามารถตระเตรียมแก้ไขให้ได้อย่างเรียบร้อย และทันท่วงทีไปเสียหมดทำเอาท่านยายจูเองก็จนปัญญาจะบอกปัด
หลี่จิ้งถิงเองก็รู้สึกอับจนความคิดอย่างมากนางคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะเป็เช่นนี้ ดวงตาเคร่งขรึมของนางยามนี้แม้จะไม่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ แต่สีหน้าก็แสดงให้เห็นว่ารู้สึกหมดหวังอย่างแท้จริง
แม่สื่อหม่าพอใจในที่สุด“พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมาช่วยท่านแต่งเนื้อแต่งตัวแต่เช้ายังไงคืนนี้ก็รีบเข้านอนแต่หัวค่ำหล่ะ ทว่า...ท่านจะนอนหลับตาลงไหมข้าเองก็ยังนึกสงสัยอยู่เหมือนกัน”
นี่นับเป็ครั้งแรกที่หลี่จิ้งถิงไม่ได้ใช้วาจารุนแรงตอบโต้อีกฝ่ายตามจิตใต้สำนึก นั่นเป็เพราะนางกำลังสติเตลิดเปิดเปิงอยู่แม่สื่อหม่ามีดวงตายิ้มเยาะในทันที
“ใช่ว่าเ้าจะรู้จักวิธีวางหมากเพียงคนเดียวเสียเมื่อไรหมากของเ้าล้วนถูกหมากของข้าปิดล้อมไว้หมดแล้ว ั้แ่ต้นจนจบทุกการเคลื่อนไหวของเ้าล้วนอยู่ภายใต้สายตาของข้า ดังนั้นเลิกทำตัวไร้เดียงสาเสียที ตื่นได้แล้ว!”
หลี่จิ้งถิงตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะยืดหลังตรงอย่างสง่างาม เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่หวั่นไหวจ้องนิ่งไปที่แม่สื่อหม่าก่อนที่จะหัวเราะพลางส่ายหน้าออกมาเบา ๆ
“บางทีท่านอาจจะมองประเมินข้าต่ำเกินไปก็ได้แต่ช่างเถอะ ในเมื่อท่านจับข้ามัดมือชกขนาดนี้แล้ว ข้ายังจะคิดทำอะไรได้อีก”
หลี่จิ้งถิงรู้ดีว่าไม่อาจถ่วงเวลาออกไปให้ได้นานกว่านี้อีกแล้ว พอคิดได้ดังนั้นจิตใจที่เคยเงียบสงบ ก็รู้สึกว่าถูกกดดันจนทนไม่ไหวนางรู้สึกว่ากำลังจะหายใจไม่ออก
ท่านยายจูก็รู้สึกชิงชังแม่สื่อหม่าจนทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“ออกไป! ออกไปให้พ้นจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้”
หญิงชราตวาดขับไล่แม่สื่อหม่าอย่างไม่คิดสนใจเื่มารยาทในใจรู้สึกเจ็บแปลบเพราะนึกสงสารเด็กหญิง
หลี่จิ้งถิงยังอายุน้อยแค่นี้เหตุใดผู้คนถึงได้โหดร้ายกับนางได้ลงคอ ไยต้องให้นางมาแบกรับเื่ราวเลวร้ายแบบนี้ด้วย
น่าแปลกที่ตลอดทั้งคืนหลี่จิ้งถิงมิได้ร้องไห้ เด็กหญิงไม่ได้หลั่งน้ำตาออกมาแม้แต่หยดเดียวกลับเป็ท่านยายจูที่ก่นด่าแม่สื่อหม่าไปร้องไห้ไปไม่หยุด สองยายหลานนั่งประคองกันข่มตาไม่หลับอยู่ทั้งคืน
ท่านยายจูพูดบอกหลี่จิ้งถิงย้ำๆ ซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือให้นางหนีไป
หลี่จิ้งถิงแค่ยิ้มบางๆ กุมมือท่านยายที่ร้องไห้พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ
“ข้าหนีไปไม่รอดหรอกเ้าค่ะป่านนี้รอบ ๆ บริเวณบ้านเราน่าจะถูกปิดล้อมเฝ้าระวังอยู่ทุกทิศทุกทางแล้ว”
“นี่พวกเรา...ต้องยอมศิโรราบ...ให้พวกนั้นจริงๆ แล้วใช่ไหม” ท่านยายจูพูดพลางสะอื้นเป็่ ๆ เป็เพราะนางไร้ความสามารถจึงไม่อาจช่วยเหลือหลี่จิ้งถิงได้
หลี่จิ้งถิงซุกตัวกอดท่านยายจูเอาไว้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ท่านยายไม่ต้องเป็ห่วงความเจ็บช้ำของพวกเราในวันนี้ ข้าจะต้องหาทางทวงคืนให้ได้เ้าค่ะ”
หลังจากนั้นไม่นานคนของแม่สื่อหม่าก็เดินทางมาถึง หลี่จิ้งถิงนั่งนิ่งให้พวกนางจับแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉยท่านยายจูซึ่งมีสถานะเปรียบเสมือนเป็ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของเ้าสาว ก็ไม่สามารถเอ่ยถ้อยคำมงคลอวยพรออกมาได้จริงๆ
ภายในห้องแต่งตัวเ้าสาวจึงเงียบสนิทไร้ซึ่งเสียงหัวเราะครึกครื้น และกลิ่นอายของความเป็มงคลอย่างที่ควรจะเป็สีหน้าของว่าที่เ้าสาวเอง ก็มิได้แดงระเรื่อด้วยความขวยเขินสะเทิ้นอายอย่างที่ควรจะเป็ด้วยยามนี้หลี่จิ้งถิงกำลังพยายามควบคุมอารมณ์และสีหน้านางรู้ดีว่ายามนี้หากยังทำตัวแข็งขืน ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามก็จะมีแต่ผลเสียมากกว่าผลดี
เพียงแค่หลี่จิ้งถิงรู้สึกเศร้าใจที่แผนการที่วางเอาไว้ต้องมาพังทลายลงอย่างกะทันหัน
คนของแม่สื่อหม่าจัดการทุกอย่างั้แ่ตกจนจบอย่างรอบคอบ พวกนางทำหน้าที่ไปด้วยพลางเฝ้าจับตาระมัดระวังหลี่จิ้งถิงอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา
ทันใดนั้นเอง เสียงประทัดและเครื่องดนตรีที่ดังประโคมแว่วมาแต่ไกลก็ทำให้ท่านยายจูคับแค้นใจจนอยากจะกระอักเืออกมา นางกับหลี่จิ้งถิงสิ้นไร้หนทางแล้วจริงๆ
ได้แต่ยืนทนมองเด็กหญิงคุกเข่าคารวะหน้าป้ายิญญาของหลี่เยี่ยนฟางก่อนจะถูกคลุมหน้าด้วยผ้าสีแดงสดบาดตา ให้คนของแม่สื่อหม่าช่วยกันประคองลุกขึ้นเดินออกไป
เกี้ยวที่โคลงเคลงไปมาส่งผลให้หลี่จิ้งถิงยิ่งรู้สึกตื่นตัวน่าแปลกที่ผ้าคลุมหน้าสีแดงผืนบางบนศีรษะ กลับทำให้นางรู้สึกอึดอัดและหนักมากในขบวนไร้วี่แววของท่านเ้าเมือง เนื่องจากผู้เป็เ้าบ่าวแก่ชราจนไม่อาจขี่ม้ามาคอยนำหน้าขบวนได้เขาจึงทำได้แค่เพียงรอคอย เพื่อเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินอยู่ที่จวน
ระหว่างอยู่ในงานท่านเ้าเมืองรู้สึกได้ถึงสายตาอิจฉาของบรรดาเหล่าสหายเขายืนอมยิ้มอยู่ในชุดแต่งงานสีแสงสดอย่างภาคภูมิใจ ทุกคนต่างเอ่ยเยินยอว่าเขาโชคดีที่ได้แต่งภรรยาสาวที่หน้าตางดงาม
ภายในงานนอกจากบรรดาแเื่แล้วก็ยังมีคนของแม่สื่อหม่าคอยเฝ้าจับตามิให้บุคคลภายนอกเข้ามาสร้างความวุ่นวายแม้แต่คนเดียว
ท่ามกลางความครึกครื้นของเสียงเครื่องดนตรีและบรรยากาศมงคลชื่นมื่น หลี่จิ้งถิงที่มีผ้าคลุมหน้าเ้าสาวปิดบังใบหน้าถูกประคองกึ่งบังคับลงจากเกี้ยว สี่เหนียงที่อยู่ข้างกายเอ่ยชี้แนะขั้นตอนในพิธีกราบไหว้ฟ้าดินอย่างละเอียดกับเด็กหญิง
หลี่จิ้งถิงหลุบเปลือกตาลงมองพรมสีแดงที่ถูกปูเป็แนวยาวตลอดทางเดินของตนเอง คำประกาศของผู้ดำเนินพิธีการประสานกับเสียงฆ้องกลองที่ดังกึกก้องนางรู้สึกได้ว่ากำลังมีคนนำสิ่งของบางอย่างมาวางไว้บนมือมันก็คือผ้าแดงที่บ่าวสาวต้องร่วมกันจับไว้นั่นเอง
หลี่จิ้งถิงสะบัดเ้าสิ่งนั้นทิ้งราวกับเป็ของร้อนลวกมือก่อนจะเอื้อมมือไปกระชากผ้าคลุมหน้าทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดีผู้คนรอบด้านที่กำลังยิ้มแย้มแช่มชื่น ต่างอยู่ในอาการตกตะลึง ส่วนทางด้านเ้าบ่าวที่อยู่ด้านข้างก็กำลังจ้องมองเ้าสาวด้วยสายตากดข่มรุนแรง
แม่สื่อหม่าตระหนกจนรีบวิ่งเข้ามาฉวยผ้าแดงขึ้นก่อนจะเข้ามาประชิดหลี่จิ้งถิงพลางพูดขึ้นที่ข้างหูว่า “เ้าจะมาทำอวดเก่งอะไรยามนี้หัดดูสถานการณ์รอบข้างเสียบ้างสิ”
หลี่จิ้งถิงเพ่งมองนางอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะตะเบ็งเสียงกล่าวว่า “ข้าขอยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้เ้าค่ะ”
“เ้าจะยกเลิกได้อย่างไรข้าได้สู่ขอเ้าถูกต้องตามหลักสามหนังสือหกพิธีการแล้วว่ากันตามหลักจารีตเ้าก็ถือได้ว่าเป็คนของข้าแล้วดังนั้นจะมายกเลิกไม่ได้อย่างเด็ดขาด” ท่านเ้าเมืองแค่นเสียงเยาะ
“ฮึ สู่ขอถูกต้องตามหลักหกพิธีอะไรในเมื่อวันเดือนปีเกิดที่ท่านได้รับไปไม่ใช่ของข้า”
คำพูดนี้ของหลี่จิ้งถิงเรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาผู้คนรอบข้างได้ไม่ใช่น้อย
“ท่านอาศัยแม่สื่อหม่ามาใช้กำลังบังคับข้าข้าก็สามารถคิดอุบายขึ้นมายอกย้อนท่านได้เช่นกัน”
“เ้าพูดเหลวไหล”แม่สื่อหม่าตวาดขึ้นทันทีด้วยสีหน้าไม่เป็มิตร พลางพูดต่ออย่างไม่ลังเลว่า“หากเ้ายังยืนกรานจะยกเลิกงานแต่ง ข้าก็จะให้คนมาจับมัดเ้าเข้าห้องหอไปเสียเลยและถึงข้าจะทำเช่นนั้นก็ไม่ผิดกฎหมายบ้านเมืองอยู่ดี เพราะในสถานที่แห่งนี้ท่านเ้าเมืองคือผู้กุมอำนาจสูงสุด”
ท่านเ้าเมืองยืดตัวตรงด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า “ตกลงเ้าจะแต่งหรือไม่แต่ง”
“ไม่แต่ง”หลี่จิ้งถิงกัดฟันพูด นางมองไปที่พวกเขาด้วยสีหน้าท่าทางเคียดแค้น
แม่สื่อหม่าส่งเสียงะโเรียกบ่าวหญิงให้มาจับมัดตัวหลี่จิ้งถิงทันที สีหน้าของเด็กหญิงไม่ดีขึ้นเรื่อย ๆนางไม่คิดว่าพวกเขาจะกล้าใช้กำลังบังคับ ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้จริง ๆ
แผ่นหลังของหลี่จิ้งถิงชื้นไปด้วยเหงื่อใจกระตุกวูบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสีหน้าท่าทางดุดันของบ่าวหญิงที่กำลังเข้ามารุมล้อมรอบตัวนางอยู่
แม่สื่อหม่าเหลือบมองท่าทางของหลี่จิ้งถิงด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
‘ฮึดูสิครั้งนี้เ้าจะหนีรอดพ้นเงื้อมมือข้าไปได้อย่างไร’
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีเช้าวันทำงานแรกของเดือนกันยายนค่ะ
โอ๊ยยยเครียดแทนเสี่ยวถิง น้องจะเอาอะไรไปสู้อีกฝ่าย
มาช่วยเชียร์และเป็กำลังใจให้น้องด้วยนะคะ
ฝากกด
กดติดตาม กดเพิ่มเข้าชั้นเพื่อเป็กำลังใจให้คนเขียนด้วยน้า