อร่อยจนติดใจ + หนูจะตั้งใจทำให้ดี
ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่ปันเป็ไปอย่างเรียบง่าย ั้แ่เรามีกันและกันทั้งใจ ฉันก็เลิกความคิดที่จะกลับไปเริ่มใหม่ที่ไหนแล้ว
พี่ปันให้ฉันรับไม้ต่อจากพี่พิม ดูแลร้านของชำเล็ก ๆ ที่พี่ปันเคยเปิดให้ ต่อให้ฉันจะไม่ประสีประสาเื่การขายของเท่าไหร่ แต่พอเริ่มทำไปมันก็สนุกดีเหมือนกัน
และเพราะพื้นที่บ้านของเราไม่ได้อยู่ในเมืองเท่าไหร่ร้านของชำก็ยังถือว่าเป็รายได้เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น คงเพราะว่าพี่พิมนั้นทำเอาแก้เหงา่ที่พี่ปันไม่อยู่บ้าน
ตอนนี้ฉันเลยได้งานอาชีพใหม่ที่ถือว่าสร้างรายได้หลักให้กับฉัน คือการรับออเดอร์ขนมไทย จัดเบรก งานบวช งานแต่ง งานขาวงานดำ รับหมด และวางขายหน้าร้านบ้างนิดหน่อยให้พอมีลูกค้ามาถามไถ่
เป็อีกหนึ่งงานที่ฉันกำลังเริ่มสนุกกับมันมาก ๆ เพราะฉันเองพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง และยังได้ผู้ใหญ่ที่รู้จักกันั้แ่เด็กคอยเอ็นดูมาอุดหนุนอยู่เรื่อยมา
แถมบางครั้งก็ยังมีออเดอร์จากงานสัมมนา งานจัดประชุม จากราชการบ้าง จากเอกชน จากปากคำของพี่ปันบ้าง ช่วยให้ฉันมีรายได้เป็ของตัวเอง ถึงแม้พี่ปันจะให้เงินฉันไว้ใช้จ่ายในฐานะเมียของเขาก็เถอะ แต่ฉันก็ยังอดเกรงใจเขาไม่ได้อยู่ดี
“สังขยานี่เท่าไหร่เหรอจ๊ะ”
“10 บาทค่ะ”
“อื้มม แล้วเปียกปูนนี่ล่ะ”
“10 บาทเหมือนกันค่ะ”
ฉันยิ้มกว้างให้กับหญิงสาวใส่ชุดข้าราชการและเพื่อนในกลุ่มที่รุ่นราวคราวเดียวกัน พากันมาเลือกขนมของฉันที่วางอยู่ในถาดเรียบร้อยเป็อย่างดี ฉันทำแบ่งเป็คำ ๆ ใส่กระทงเล็กน่ารัก ทานได้พอดีคำ และมีหลากหลายให้ได้เลือก
ราคาขายฉันก็ตั้งใจให้มันน่ารัก ถึงแม้จะรู้ว่าขนมไทยนั้นทำยากและมีหลายขั้นตอนเอามาก ๆ แต่เพราะว่าฉันไม่ได้มีต้นทุนค่าเช่าหรือค่าวัตถุดิบมากเหมือนเ้าอื่น อย่างมะพร้าว กล้วย ใบตอง หรือแม้แต่ใบเตย ส่วนประกอบสำคัญหลายอย่างที่นำมาทำขนมก็มีอยู่แล้วที่บ้านสวนหลังนี้
ทำให้ฉันสามารถตั้งราคาไม่แพง เข้าถึงคนกินได้ง่าย
“อร่อยมากเลยค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นยิ้มกว้าง ชมขนมที่กินเข้าไปสองสามคำอย่างไม่ขาดปาก
“ขอบคุณค่ะ” ได้ยินอย่างนั้นฉันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มดีใจกับตัวเอง
“ทำเป็ประจำหรือเปล่าคะ ถ้าเหมาเป็ถาดล่ะได้ไหม” เธอถามอย่างสนใจ
“ได้เลยค่ะ เป็ถาดหรืออเดอร์เล็ก ๆ ก็รับทำจ๊ะ”
“เก่งจังเลยนะคะ ยังดูเด็กอยู่เลย ทำขนมไทยโบราณเป็ด้วย” สายตาวาวจากเธอดูแล้วมาอย่างเป็มิตร
“ทำเป็เพราะพี่สาวชอบทำชอบทานน่ะค่ะ”
ขนมที่พี่แพรเป็คนสอนให้ฉันมีสกิลติดตัว ตอนนี้มันได้ใช้ประโยชน์จริง อย่างน้อยก็เป็อาชีพที่ทำให้ฉันมีความสุขอยู่นี่ไง
“สนใจไปออกงานประจำอำเภอไหมจ๊ะ พี่ชื่อจี๊ดนะ พอดีพี่เป็คนรับผิดชอบงานหาร้านค้าไปออกขายในบูธ ว่าแต่เราชื่ออะไรล่ะ”
เธอยื่นกระดาษใบปลิวที่โฆษณางานใหญ่ประจำอำเภอที่กำลังจะมาถึงให้ฉันดู
“เอ่อ…ชื่อแพรค่ะ”
“ว่ายังไง ไม่มีค่าใช้จ่ายนะ ฟรีจ๊ะฟรี ของอร่อยแบบนี้ไม่น่าจะเก็บไว้ที่ครัวเล็ก ๆ ในบ้านเนอะว่าไหม”
เอายังไงดีนะ เื่นี้ต้องปรึกษาพี่ปันก่อนหรือเปล่า หรือว่าฉันสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
อื้มม แต่ฉันก็ไม่ใช่เด็กที่ต้องขออนุญาตใครแล้วไม่ใช่เหรอ
ฉันได้แต่คิดไตร่ตรองกับตัวเองเงียบ ๆ เอาจริงมันเป็ข้อเสนอที่ไม่ได้แย่ แต่ความกังวลในการออกงานก็มีอยู่หลายอย่างเหมือนกัน ไหนจะเื่ทำขนมในปริมาณมาก หรือการค้าขายคนเดียวในงานใหญ่มันไม่เหมือนกับการขายเล่นหน้าบ้านเลยนะ
“อ๊ะ วันนั้นพี่จะช่วยโฆษณาให้ด้วยเวลาที่แพรเอาไปขายที่งาน อร่อย ๆ แบบนี้รับรองขายดีแน่นอน ไปนะจ๊ะแพร”
เมื่อเห็นว่าฉันนิ่งไป ดูเหมือนว่าพี่จี๊ดจะเริ่มเป็เจ๊ดันให้ฉันไปออกงานให้ได้ ด้วยการยกคำเคลมพร้อมกับยิ้มหวานพิมพ์ใจ มันเหมือนคลายความกังวลในใจของฉันได้ไปนิดนึง
“ก็ได้ค่ะ แพรจะไปออกงาน จะเตรียมขนมไปอย่างดีเลยค่ะ”
“ดีเลย พี่สนับสนุนเต็มที่ ไว้เดี๋ยวพี่ส่งรายละเอียดให้นะ ขอเบอร์ติดต่อแพรไว้หน่อยสิ”
นั่นสินะ ฉันต้องมั่นใจในฝีมือตัวเองสิ เริ่มที่จะทำอาชีพแม่ค้า อย่าไปกลัวอาย มั่นใจเข้าไว้แพรเอ๊ยย!!
ลับสายตาจากแพรที่กำลังดีใจจนยิ้มร่า กลับมีสายตาที่จ้องจะคร่าเล่นงานเด็กสาวนั้นอยู่ไม่ไกล
“ยัยเด็กเล่นขายของนี่เหรอ แย่งพี่ปันไปหน้าด้าน ๆ”
ขนมที่จี๊ดถือชิมและซื้อมันออกมาจากร้านของแพร เธอคายออกและทิ้งมันลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ท่าทีที่มีออกจะรังเกียจมันด้วยซ้ำ
แหวะ ไม่เห็นจะอร่อย ขนมบ้าน ๆ ของเด็กเมื่อวานซืน
“ฉันเล็งของฉันมาตั้งนาน เด็กเหลือขอสภาพมอมแมมเนี่ยนะ”
ฉันสนิทสนมกับพี่ปันก่อนยัยพิมพี่สาวมันอีก ั้แ่เขาย้ายมาประจำที่นี่จี๊ดก็ตกหลุมรักในความหล่อเท่ สมาร์ท ทำงานเก่ง และความเป็คนที่น่ารักจนใครในหน่วยงานก็รักเขาทั้งนั้น
“คงอ่อยพี่ปัน เหมือนพี่สาวแรด ๆ ของมันนั่นแหละ” คนที่สุภาพอ่อนโยนอย่างเขาเหมาะสมกับฉันซะมากกว่าย่ะ
“ตายไปแล้วยังส่งน้องสาวมาเป็มารชีวิตฉันอีก”
คนที่ใกล้ชิดเขามากกว่าใครอย่างฉัน ทำงานที่เดียวกับเขา เจอกันบ่อยทั้งงานราษฎร์ งานหลวง สุดท้ายคนที่ได้เขาเป็ผัวกลับไม่ใช่ฉันได้ยังไงกัน
“คอยดูนะ วันงานประจำอำเภอเมื่อไหร่ แกได้ขายหน้าคนทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัดแน่”
“ทำอะไรอยู่เหรอคะ หอมฟุ้งเต็มบ้านเลย”
“แพรกำลังซ้อมมือทำขนมค่ะ”
พี่ปันปลดกระดุมคอเสื้อออกให้มันพอหลวม ๆ พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นทักทายฉันั้แ่ยังไม่เห็นเ้าตัว เขากลับมาจากการทำงานแล้วนั่นเอง
เขาเดินเข้ามาในห้องครัวที่กำลังร้อนไปด้วยเตาที่เปิดอยู่หลายเตา กลิ่นขนมหอมกะทิหวานมันไปทั่วทั้งบ้านและถาดอาหารที่วางเรียงรายกันเต็มไปหมด พร้อมกับฉันที่ตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเพราะความร้อนในครัวและเหน็ดเหนื่อยจากการทำขนม
“มีลูกค้าสั่งมาเยอะเลยเหรอ ดีจัง แพรของพี่เก่งมาก”
“แพรซ้อมทำไว้ ถ้าปริมาณเยอะ ๆ แพรกลัวจะไม่แม่น ศุกร์สิ้นเดือนนี้แพรจะไปออกงานประจำอำเภอค่ะ”
“หืมม ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เื่เลย”
เขาเลิกคิ้วอย่างคนประหลาดใจ นี่ขนมของแพรจะได้ไปออกขายงานใหญ่กับเขาบ้างแล้วหรือ
เอ๋…ว่าแต่ชื่องานมันคุ้นหูยังไงไม่รู้
“อื้มม วันนี้มีคนมาติดต่อให้แพรไปออกงานค่ะ รู้สึกว่า…เขาน่าจะชื่อพี่จี๊ด พี่ปันรู้จักไหมคะ” ยัยเด็กเอียงคอถามอย่างคนสงสัย
“งานประจำอำเภอเหรอ รู้จักสิ นั่นสินะ จี๊ดคงรับผิดชอบงานส่วนนั้น แล้วแพรก็เลยจะไปขายที่งานนี้เหรอคะ”
จริงสิ งานใหญ่ของจังหวัดเรา ‘จี๊ด’ สาวโฆษกประจำหน่วยงาน นี่เดี๋ยวเขาต้องไปเปิดงานสินะ
“ใช่ค่ะ แพรเลยตั้งใจมาก ๆ”
“เก่งจัง เมียพี่ ไหนขอหอมทีสิ” สายตามุ่งมั่นทำเขาแอบยิ้มตาม
จมูกนั้นเข้ามาหอมฟอดใหญ่ ก่อนเขาจะยิ้มเอ็นดูให้กับความตั้งใจของแพร เห็นอย่างนี้แพเองก็เป็เด็กที่ใจสู้และไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เมื่อตั้งใจอะไรก็ดูเหมือนจะเต็มที่กับมัน
“แล้วคืนนี้หนูจะทำขนมทั้งคืนเลยเหรอคะ”
สายตาเขาท้วงถามทั้งที่แทบจะรู้คำตอบเป็นัย เพราะเ้าถาดขนมที่วางอยู่เรียงรายเต็มทั่วห้อง มันฟ้องว่าคืนนี้ของแพรคงอีกยาวไกลแน่
“ค่ะ ก็ว่าจะอย่างนั้น”
“เลิกดึกมากเลยเหรอ”
“คงดึกค่ะ กว่าจะล้างอุปกรณ์ที่ทำอีก”
“อย่างงี้พี่ก็…อดสิ” พี่ปันหน้าหงอย
“หืมม อดอะไรคะ กับข้าวแพรก็วางไว้ให้เต็มโต๊ะ” ฉันล่ะอดขำไม่ได้กับท่าทีเป็หมาหงอยของเขา
“อดกินของหวาน”
“พี่ปันอยากชิมเหรอคะ เอาสิ อันที่แพรทำเสร็จแล้วก็มีนะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนน แพรอ่าา อย่าแกล้งกันได้ไหมคะ”
เขารวบฉันมาอยู่ในอ้อมแขน และเสียงหงุงหงิงเอาแต่ใจยังท้วงเบา ๆ ไม่หยุด ตาใสแป๋วของหมาตัวใหญ่จ้องเข้ามาออดอ้อนฉันไม่เลิก
“ฮ่าฮ่า อันนี้ไม่ได้แกล้งค่ะ”
“ได้ใช่ไหมคะ”
“อดค่ะ”