ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 160 ร่องรอยมิติ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 160  ร่องรอยมิติ



        มิติประดิษฐ์ค่อยๆ เคลื่อนออกจากรอบนอกหุบเขาสายฟ้าฟาดตามคำสั่งของบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ มุ่งหน้าลึกเข้าไปในอาณาจักรฮาฟแลนดิส


        ชายหนุ่มในชุดสีฟ้ากางแผนที่ที่ตนซื้อมาจากชุมชนสายฟ้าฟาด ก่อนจะส่งข้อมูลขึ้นไปยังหน้าจอแสดงผลด้านหน้า


        แม้มิติประดิษฐ์แห่งนี้จะไม่ได้มีข้อมูลแผนที่อาณาจักรฮาฟแลนดิส แต่มันมีระบบตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอยู่ จินพยายามดูข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบของมิติประดิษฐ์เทียบกับแผนที่ของอาณาจักรฮาฟแลนดิสที่ตนให้หัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหากำกับพิกัดสถานที่เอาไว้


        หลังจากปรับแต่งข้อมูลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สามารถเทียบพื้นที่บริเวณที่ตนเองอยู่กับข้อมูลบนแผนที่ได้ จากนั้นจึงกำหนดเป้าหมายคร่าวๆ ให้มิติประดิษฐ์มุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้น และในระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปนี้ มิติประดิษฐ์จะตรวจเทียบข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงสุด


        ชายหนุ่มปรับระดับความเร็วของการเคลื่อนที่ให้เร็วขึ้น จนในที่สุดก็ไต่ระดับถึงความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ มิติประดิษฐ์หมายเลขแปดมุ่งหน้าทะลุความว่างเปล่าโดยไม่มีหยุดชะงัก


        จินตัดสินใจที่จะไปค้นหาความลับเบื้องหลังซากโบราณสถานแห่งนั้น ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่อารยธรรมของโลกมนุษย์มาแต่เก่าก่อน แต่เป็นสิ่งที่หลุดมาจากมิติอื่น


        ตอนนี้จินอยู่ในร่างกายวิสุทธิ์ซึ่งเหลือระยะเวลาใช้งานมากกว่าสี่วัน หากจะให้เดินทางกลับตระกูลในตอนนี้ก็คงจะน่าเสียดายมาก อย่างน้อยๆ การใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปเยือนใจกลางอาณาจักรฮาฟแลนดิสอาจจะได้ข้อมูลมากขึ้นอีกหน่อย และหากโชคดีมากหน่อย อาจจะค้นพบบางสิ่งที่ผู้สำรวจก่อนหน้าละเลยไป


        สายตาของจินจ้องมองไปที่ภาพแผนที่บนหน้าจอ นี่คือสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้แล้ว รวมถึงเป็นการใช้งานกายวิสุทธิ์ที่ยังเหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุดด้วย


        มิติประดิษฐ์มุ่งหน้าตรงไปเรื่อยๆ ในขณะนั้นจินก็หยิบแผ่นศิลาสีเทาขึ้นมาตรวจสอบ ลวดลายด้านนอกของมันเป็นเอกลักษณ์มาก และภาษาด้านหลังก็ไม่ใช่สิ่งที่จินเคยผ่านตามาก่อน


        เนื่องจากมิติประดิษฐ์แห่งนี้มีระบบมากมายภายในตัว มีคลังข้อมูลส่วนตัวที่เก็บไว้บางส่วน ไม่แน่เขาอาจจะค้นหาบางอย่างได้จากบันทึกเหล่านั้นก็ได้


        หลังจากพิจารณาด้วยตนเองเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะผ่านการมอง ผ่านพลังงานของอีโวลภายในร่าง ตลอดจนถึงพลังจิต ทุกอย่างล้วนไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปด้านในแผ่นศิลาแผ่นนี้ได้เลย จินจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากมิติประดิษฐ์


        เขาวางแผ่นศิลาสีเทาลงบนแท่นเครื่องมือบางอย่าง ก่อนจะใช้ระบบของมิติประดิษฐ์ตรวจสอบอย่างละเอียด เทียบกับฐานข้อมูลที่มันมีอยู่ภายใน


        แท่นเครื่องมือใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนมันจะส่งข้อมูลขึ้นที่หน้าจอให้ชายหนุ่มรับรู้


        ใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดก็ได้ผลลัพธ์บางอย่างกลับมา แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์นั้นไม่ดีนัก ข้อมูลที่มิติประดิษฐ์พอจะให้ได้นั้นค่อนข้างจำกัด เขารู้เพียงแค่ประเภทวัสดุที่ใช้ทำแผ่นศิลาเท่านั้น ส่วนข้อมูลอื่นๆ ยังค่อนข้างคลุมเครือ


        [ตรวจสอบวัตถุเสร็จสิ้น

        วัสดุ :    แร่อูเรอเคลส 90%

                หินอัคนี 10%          

        ลวดลาย : แปลนโครงสร้างจากอารยธรรมชั้นสูง ไม่สามารถระบุประเภทได้

        อักขระ : ไม่มีภาษานี้อยู่ในฐานข้อมูล ไม่สามารถอ่านได้]


        จินจ้องมองข้อมูลตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เขาแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรมากขึ้นเลยหลังจากใช้การตรวจสอบจากมิติประดิษฐ์ รู้แน่ชัดเพียงแค่วัสดุหลักที่ใช้สร้างแผ่นศิลานี้ขึ้นมา กับพอจะรู้ว่านี่เป็นแปลนอะไรบางอย่างจากอารยธรรมชั้นสูง ซึ่งนั่นแทบจะไม่ได้ช่วยให้เขาเข้าใจอะไรมากขึ้นแม้แต่นิดเดียว


        สำหรับตัวอักษรที่อยู่ด้านหลังแผ่นศิลา จินคาดหวังเอาไว้เล็กน้อยว่ามิติประดิษฐ์อาจจะพอมีข้อมูลอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเลย สิ่งนี้ทำให้ผิดหวังพอสมควร


        จินดึงแผ่นศิลาออกจากแท่นเครื่องมือ ก่อนจะส่งให้ซากศพชุดทองนำไปเก็บเอาไว้ให้เป็นระเบียบ ตอนนี้เขากำลังมุ่งหน้าไปยังซากโบราณสถาน ที่แห่งนั้นเป็นแหล่งที่มาของแผ่นศิลานี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องอยู่บ้างก็ได้ จินคาดหวังเอาไว้ในใจ


        มิติประดิษฐ์เดินทางด้วยความเร็วสูง ผ่านไปเกือบครึ่งวัน ในที่สุดก็มาถึงใจกลางอาณาจักรฮาฟแลนดิส


        จินชะลอความเร็วลงเล็กน้อย ก่อนจะเปิดรัศมีการตรวจจับบริเวณโดยรอบให้มากขึ้น พยายามค้นหาจุดที่เป็นซากโบราณสถาน


        ไม่นานจินก็พบ มันเป็นซากอาคารหลังมหึมา ตั้งอยู่บนพื้นที่รกร้าง อยู่ห่างจากเมืองหลวงของอาณาจักรไม่ไกลนัก 


        โดยรอบมีการก่อกำแพงเตี้ยๆ ล้อมเอาไว้ ทหารลาดตระเวนจำนวนมากคอยเดินตรวจตราสอดส่องอยู่ทั่วทุกมุม ดูเหมือนว่าทางราชวงศ์ฮาวีรอนจะให้ความสนใจซากโบราณหลังนี้น่าดู แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วหลังจากเกิดรอยแยกมิติ แต่ก็ยังส่งคนมาเฝ้าระวังอย่างแน่นหนา


        เมื่อพบสถานที่เป้าหมาย จินก็ชะลอความเร็วของมิติประดิษฐ์ลง ค่อยๆ เคลื่อนตัวสังเกตรอบนอกของซากโบราณสถาน เนื่องจากนี่ไม่ใช่ถิ่นของตนเอง มีหลายอย่างมากมายที่จินไม่ทราบ ถึงทหารลาดตระเวนพวกนี้จะไม่สามารถเห็นการคงอยู่ของมิติประดิษฐ์ได้เลย แต่อย่างน้อยก็ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนจะเข้าไป


        เหล่าทหารลาดตระเวนพวกนั้นสวมใส่เครื่องแบบสีน้ำตาลอ่อน ดูกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบมากทีเดียว


        ด้านหลังกำแพงเตี้ยๆ ที่สร้างขึ้นใหม่เป็นซากโบราณขนาดใหญ่ ตัวอาคารสร้างมาจากหินบางอย่างมีสีเขียวเข้มจนแทบจะกลายเป็นสีดำ ประตูทางเข้ามีขนาดใหญ่มาก เพียงแค่โพรงประตูก็สูงกว่าห้าเมตรแล้ว ไม่รวมฐานที่ยกสูงและสถาปัตยกรรมภายนอกที่ทำให้ซากโบราณสถานแห่งนี้ดูยิ่งใหญ่อย่างมาก 


        ถึงสถานที่แห่งนี้จะยิ่งใหญ่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หลังจากที่จินใช้มิติประดิษฐ์เคลื่อนตัวตรวจสอบรอบนอกทั้งหมด ดูเหมือนว่าส่วนหลังของโบราณสถานจะหักพังเสียหาย เหมือนว่าที่แท้จริงสถานที่แห่งนี้ควรจะใหญ่กว่านี้มาก แต่ส่วนที่เหลือของซากโบราณสถานกลับหายไป 


        ถ้าให้เดา...ก็คงยังอยู่ในมิติอื่น ไม่ได้ถูกส่งมาโลกนี้ด้วย


        หลังจากวนดูจนพอใจ จินก็ค่อยๆ เคลื่อนมิติประดิษฐ์เข้าไปด้านในซากโบราณสถานโดยที่ไม่มีใครรับรู้


        เมื่อเคลื่อนที่เข้าไปด้านใน เขาก็พบทางเดินยาว ที่เชื่อมต่อไปยังห้องโถงใหญ่ และจากห้องโถงใหญ่ก็มีห้องแยกออกไปอีก


        แต่สิ่งที่จินตกใจคือผนังของซากโบราณสถานแห่งนี้นั้นมีความหนาแน่นอย่างมาก สามารถปิดกั้นมิติความว่างเปล่าได้เกือบทั้งหมด หากจินต้องการให้มิติประดิษฐ์เคลื่อนตัวผ่านกำแพงเหล่านี้ไป จะต้องใช้ทั้งเวลาและพลังงานอย่างมหาศาล


        จินจึงจำเป็นต้องเดินไปตามเส้นทางปกติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดูเหมือนว่าอารยธรรมต่างมิติจะมีความรู้ความเข้าไปใจมากกว่าคนบนโลก ถึงกับสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ป้องกันการแทรกแซงจากภายนอกได้ถึงระดับนี้ สร้างภาระในการสำรวจให้จินเป็นอย่างมาก


        แผนการสำรวจที่ตั้งใจไว้จึงต้องใช้เวลานานขึ้นไปอีก จินค่อยๆ เคลื่อนมิติประดิษฐ์ไปตามทางเดินต่างๆ เปิดระบบการตรวจสอบไปด้วยตลอดเวลา เพื่อดูว่ามีสิ่งใดน่าสนใจ หรือมีของล้ำค่าใดที่ผู้สำรวจก่อนหน้าทำตกหล่นเอาไว้บ้างหรือเปล่า


        เนื่องจากที่นี่มีอาณาบริเวณค่อนข้างมาก จินใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในการสำรวจทุกทางเดิน ทุกห้อง รวมไปถึงห้องลับภายในซากโบราณสถาน แต่ผลลัพธ์ที่ได้แทบไม่มีอะไรเลย ไม่มีสมบัติล้ำค่า รวมถึงไม่มีแม้แต่กับดัก เป็นไปได้ว่าผู้สำรวจก่อนหน้าทั้งหมดได้สำรวจที่นี่จนพรุนไปหมดแล้ว ฉกฉวยของมีค่า และปลดกับดักทั้งหมดภายในซากโบราณสถานจนสิ้น


        ช่วงเวลาก็ผ่านมาตั้งหลายปี แน่นอนว่าจะต้องมีผู้คนมากมาย รวมถึงคนของราชวงศ์เข้ามาตรวจสอบที่นี่อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม กวาดทุกอย่างออกไปศึกษา จนที่นี่สะอาดเอี่ยมอย่างที่เห็น


        สิ่งที่พอจะได้ติดไม้ติดมือกลับไปบ้างก็คงเป็นพวกลวดลายบนฝาผนังในบางห้อง ที่จินเองก็ไม่แน่ใจว่ามันพยายามเล่าเรื่องราวอะไร แต่ก็บันทึกเอาไว้ในคลังข้อมูลของมิติประดิษฐ์ก่อน หากมีโอกาสเขาอาจจะดึงข้อมูลออกมาเทียบดูอีกที


        จินขมวดคิ้วจ้องมองภาพสิ่งต่างๆ ที่ฉายขึ้นบนจอแสดงผล ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ดูเหมือนข้อมูลภายในหลายอย่างจะถูกคนที่มาสำรวจก่อนหน้านำออกไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นโครงสร้างหลักของโบราณสถาน ซึ่งไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมากนัก 


        จินรู้เพียงว่าสถานที่แห่งนี้มาจากมิติอื่นที่ไม่รู้จัก องค์ประกอบบางอย่างภายในซากโบราณสถานสร้างขึ้นมาจากวัตถุไม่ทราบที่มา และอายุของสถานที่แห่งนี้ก็เก่าแก่อย่างเหลือเชื่อ จากการประเมินของมิติประดิษฐ์ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าหมื่นปี แน่นอนว่าอาจจะเกิดการคลาดเคลื่อนไปบ้างเพราะนี้ไม่ใช่สิ่งของบนโลกมนุษย์ แต่ก็ไม่น่าจะผิดพลาดไปมากนัก


        จินยกเลิกการสำรวจแม้จะไม่แน่ใจว่าตนเองสำรวจครบทุกห้องหรือยัง การโดนปิดกั้นไม่ให้เดินทางภายในความว่างเปล่าทำให้การตรวจสอบของจินลำบากขึ้นมาก ตอนนี้จึงมุ่งเน้นไปที่สิ่งอื่นแทน สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุด


        ร่างในชุดคลุมสีฟ้าค้นหาบางอย่าง สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอแสดงผล


        “เจอแล้ว!” สายตาของชายหนุ่มเป็นประกาย เขารีบสั่งการให้มิติประดิษฐ์เข้าตรวจสอบทันที


        สิ่งนี้คือร่องรอยมิติ เมื่อหลายปีก่อนมิติถูกแหวกเปิด และซากโบราณสถานขนาดใหญ่ก็ถูกส่งออกมา เพราะฉะนั้นรอยแยกมิติที่ฉีกขาดก็ต้องมีร่องรอยเหลืออยู่บ้าง แม้หน้าฉากร่องรอยพวกนั้นจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ แต่ความจริงมันยังคงมีอยู่ และจะสมานตัวเข้าหากันตามเวลาที่ผ่านไป


        แต่นี่เป็นรอยแยกมิติที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่และปิดตัวลงไปไม่กี่ปีก่อน ฉะนั้นร่องรอยของมันก็น่าจะหลงเหลืออยู่บ้าง หากจินตรวจสอบอย่างจริงจัง ไม่แน่ว่าอาจจะได้พิกัดของอีกมิติมาไว้ในกำมือก็เป็นได้


        พิกัดมิตินั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในการเดินทางข้ามมิติ หากขาดซึ่งตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงแล้ว ย่อมไม่สามารถเดินทางไปยังมิติที่เหมาะสมได้ เพราะความว่างเปล่านั้นช่างกว้างใหญ่ หากสุ่มพิกัดไปมั่วๆ ดีไม่ดีอาจจะหลงอยู่ภายในความว่างเปล่า 


        หรือหากโชคร้ายหน่อยอาจไปโผล่ในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมรุนแรง ทันทีที่ข้ามผ่านช่องว่างไปก็อาจจะถูกความผันผวนในสถานที่แห่งนั้นบดขยี้จนตายโดยไม่รู้ตัว


        เช่นนั้นพิกัดของมิติที่ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เดินทางข้ามมิติไม่สามารถท่องไปในมิติความว่างเปล่าอย่างอิสระได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเจอเข้ากับอันตรายใหญ่หลวง ซึ่งพื้นที่ประเภทนั้นมีอยู่มากมายเสียด้วย มากเสียยิ่งกว่าพื้นที่ที่ปลอดภัยเป็นร้อยเท่าพันเท่า


        มิติประดิษฐ์ทำตามคำสั่งของชายหนุ่ม มันเริ่มตรวจสอบร่องรอยมิตินั้นทีละน้อย


        [ความคืบหน้า 0.02%]


        จินขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองหน้าจอแสดงผล ดูเหมือนว่าการตรวจสอบจะยากกว่าที่คิดทั้งๆ ที่ร่องรอยนี้ค่อนข้างใหม่ จินจึงเปิดแถบพลังงานขึ้นตรวจสอบคู่กันไป


        [พลังงานสะสม : 45%]


        ดูเหมือนมันจะไม่ได้กินพลังงานมากจนเกินไปนัก ส่วนพลังงานที่ลดลงไปก็เพราะใช้ต้านทานความผันผวนในหุบเขาสายฟ้าฟาด รวมถึงใช้ไปกับการเดินทางมายังที่แห่งนี้


        เพียงแต่การตรวจสอบร่องรอยมิตินี้น่าจะใช้เวลานานสักหน่อย จินเองก็ยังไม่รู้ว่าที่แน่นอน ต้องรอการประมวลผลสักพักใหญ่


        ในช่วงนี้จินจึงคิดว่าตนควรจะลองลงไปสำรวจซากโบราณสถานด้วยตนเองดู ด้วยพลังจิตวิญญาณอันกล้าแข็งของเขา บางทีอาจจะได้อะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากการตรวจสอบของมิติประดิษฐ์ก็เป็นได้


        คิดได้ดังนั้นจินจึงออกคำสั่ง สร้างประตูมิติขนาดเล็ก แล้วส่งตนเองออกไปทันที


        ---------------------------------------- 


        ปี๊บ ปี๊บ


        [ตรวจพบมิติประดิษฐ์]


        [ตรวจพบมิติประดิษฐ์]


        

คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน