มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 152 ฝ่าหุบเหวพายุ

            ม่านพลังนี้เมื่อกังหลงเดินเข้าไปชิดจนเกือบสัมผัสม่านพลังของลมพายุ ทันใดนั้นจักระทั้งเจ็ดได้เริ่มหมุนวนรอบตัวเองโดยอัตโนมัติ และเริ่มหมุนรุนแรงขึ้นเมื่อยิ่งเข้าใกล้ม่านพลังมากขึ้น กังหลงครุ่นคิด

     

            "อา..เหตุใดจักระจึงได้รับการกระตุ้นให้หมุนวนเองโดยที่ข้าไม่ได้กำหนดเกินพลังแม้แต่น้อย และรอยเท้าที่ใหญ่โตเช่นนี้ดูท่าคงเกิดมาเนิ่นนานและดูจากร่องรอยเหมือนได้เดินเหยียบย่ำอยู่เป็นประจำ ดูจากด้านหลังระหว่างรอยเท้าทั้งสองพบมีรอยลากเป็นทางยาว คล้ายเป็นหางขนาดใหญ่ หรือนี่เป็นร่องรอยของมังกรวาตะ ถ้ามังกรวาตะเฝ้าวนเวียนอยู่รอบ ๆ ม่านพลังของพายุนี้แสดงว่าหลังม่านพลังของพายุด้านในต้องมีสิ่งที่ไม่ธรรมดาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  หรือว่าจะเป็นเม็ดพลังวาตะ  อา..ใช่แล้ว คราก่อนตอนพบเจอม่านสายฟ้าในเขตเทือกเขาเนตรอสูร ด้านในของม่านสายฟ้านั้นกลับพบเจอเม็ดพลังธาตุสายฟ้าถึงสามเม็ด เห็นทีคงต้องลองเข้าไปสำรวจดูสักครา"

     

            หลังจากคาดคะเนความน่าจะเป็นไปได้กังหลงจึงทดลองเดินผ่านม่านพลังพายุเข้าไป แต่ทันทีที่สัมผัสม่านกับพลัง กลับโดนแรงอันมหาศาลดีดสะท้อนกลับ กระเด็นถอยกลับหลังไปเกือบสามสิบเมตรเสื้อผ้าโดนพลังพัดเหวี่ยงของพายุจนฉีกขาดผมเผ้ายุ่งเหยิงจนแทบดูสารรูปของตัวเองไม่ได้ ดีที่มีกายยาทองแดงที่แข็งแกร่งทำให้เพียงแค่เลือดลมพลุ่งพล่านแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บทางกายสาหัสใด หลังจากทดลองคราแรกโดนดีดสะท้อนกลับ จึงใช้วิธีเดิมตอนฝ่าเข้ามาทางปากทางเข้าหุบเหว

     

            โดยครานี้กังหลงโคจรพลังใช้ร่างกายาทองแดงจนเปี่ยมล้นจนกระทั่งร่างกายเป็นสีทองแดงขึ้นมาทั้งตัวดุจมนุษย์ทองแดงและเรียกใช้ปีกฟ้าวายุคำรณออกมาห่อหุ้มร่างกายอีกชั้นหนึ่ง เรียกปีกยุทธออกมาเพิ่มความเร็วในการเหาะเหิน โคจรลมปราณรวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอย่างเต็มกำลัง ใช้ท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยจนถึงขีดสุดหวังพุ่งทะลวงฝ่าม่านพลังเข้าไป แต่ก็ยังคงโดนพลังพายุดีดสะท้อนจนบังเกิดเสียงกึกก้อง  หลังจากทดลองอยู่หลายครั้งจนเกือบหมดเรี่ยวแรง ครานี้กังหลงได้ทดลองโจมตีด้วยจักระธาตุอัคคี 


            "อัคคีโลกันต์..!!"


            "ปัง..!!"


            ม่านพายุเริ่มมีรอยร้าวแต่เพียงชั่วครู่ก็เริ่มสมานกลับเป็นเนื้อเดียวกัน รอยร้าวหายไปจนสิ้น ลองโจมตีด้วยพลังฝ่ามืออยู่หลายคราผลก็ยังออกมาเช่นเดิมจนชักเริ่มท้อใจ จนในที่สุดกังหลงเปลี่ยนมาเรียกดาบอัคคีโลกันต์อเวจีออกมาเกร็งพลังปราณจนเปี่ยมล้นหมุนวนจนธาตุจักระส่งพลังอันกล้าแกร่งออกมาฟาดฟันดาบยักษ์ออกไปยังม่านพายุเบื้องหน้า เกิดเสียงดังสนั่นกว่าเดิม


            ด้วยพลังการโจมตีที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจนม่านพลังพายุถูกโจมตีจนยู่ยับบุบเข้าไปด้านในอย่างเห็นได้ชัด และเพียงไม่นานเกิดเสียงม่านพลังของพายุปริแตกเนื่องจากมิอาจทนทานพลังโจมตีที่เพิ่มมากกว่าเดิมถึงสองเท่าในที่สุดก็แตกสลายทะลุเป็นช่องโหว่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณห้าเมตร กังหลงจึงรีบใช้ความเร็วขีดสุดจากทั้งสองปีกผลักดันพุ่งทะลวงผ่านช่องโหว่นั้นเข้าไปได้สำเร็จ



            "บึ้ม..!!"

     

           "แคร่ก ..แคร่ก..!!"

     

           "ผลุบ..!!"

     

           เมื่อผ่านม่านพลังของพายุเข้ามาได้  ก็พบว่าพื้นที่ด้านในกลับสงบนิ่งไร้พายุโหมกระหน่ำเฉกเช่นภายนอก มีเพียงใจกลางของวงกลมเท่านั้น ที่มีพายุทอร์นาโดคล้ายเป็นเสายักษ์ขนาดรัศมีสิบเมตรกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่และทันทีที่กังหลงผ่านม่านพลังเข้ามาด้านในนี้


            จักระทั้งเจ็ดก็ได้เริ่มหมุนวนอย่างรุนแรงขึ้นอีกครั้ง และรู้สึกหน่วง ๆตรงจักระตำแหน่งจักระธาตุวายุ กังหลงเดินตามกระแสพลังที่ทำให้รู้สึกหน่วงๆ มากขึ้น ๆ จึงพลันสังเกตุเห็นวัตถุกลม ๆ ขนาดเท่าใข่นกกระทาสีเหลืองอมแดงซึ่งมีลักษณะเป็นมันวาวจำนวนสองเม็ดบริเวณด้านใต้สุดของพายุหมุนจึงใช้ท่าร่างเก้ากายอัสนีไม่ทิ้งรอยทะยานตัววิ่งวนตามกระแสการหมุนของพายุจนสามารถสอดแทรกเข้าไปยังใจกลางของพายุเข้าไปหยิบวัตถุกลมๆ ทั้งสองเม็ดขึ้นมาได้


           ทันทีที่เม็ดกลม ๆ ทั้งสองถูกเก็บขึ้นมาพายุทอร์นาโดขนาดใหญ่พลันค่อย ๆ สงบลงและสลายตัวหายไปในที่สุด กังหลงมองวัตถุกลม ๆสีเหลืองอมแดงที่มีลักษณะเป็นมันวาวจำนวนสองเม็ดในมือสัมผัสได้ถึงพลังพายุอันรุนแรงยิ่งภายในจึงแน่ใจว่าสิ่งนี้คือเม็ดพลังธาตุวาตะอย่างแน่นอน เกิดความดีใจยิ่งหยิบเม็ดพลังเม็ดหนึ่งหย่อนเข้าปากกลืนกินในทันทีเม็ดพลังละลายกลายเป็นหยาดน้ำอันเย็นฉ่ำไหลรินลงสู่ลำคอ กังหลงแผ่พลังจิตวิญญาณสำรวจในรัศมีทุกตารางนิ้วของหุบเหว

     

            เมื่อไม่พบอันตรายใดจึงนั่งลงโครจรพล้งปราณเพื่อดูดซึมธาตุพลังทั้งหมดเข้าสู่ตำแหน่งจักระธาตุวายุจักระทั้งเจ็ดหมุนวนอย่างรวดเร็วชักนำพลังธาตุวายุทั้งหมดและปราณธรรมชาติชนิดต่างๆ ผ่านจุดตันเถียน ผ่านจุดชีพจรไล่เรียงไปทีละจุดจนครบทั้งห้าสิบสี่จุด การหมุนวนยิ่งเร็วขึ้นจนเกิดกระแสพลังค่อยๆ ชำระกายาของกังหลงให้มีความบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นพลังปราณอันหนาแน่นได้ขัดเกลากล้ามเนื้อและกระดูกเติมเต็มทุกส่วนของร่างกายในที่สุด

     

            กังหลงเข้าฌาณโครจรพล้งปราณเพื่อดูดซึมธาตุพลังทั้งหมดเข้าสู่ตำแหน่งจักระธาตุวายุจักระทั้งเจ็ดหมุนวนอย่างรวดเร็วชักนำพลังธาตุวายุทั้งหมดและปราณธรรมชาติชนิดต่างๆ ผ่านจุดตันเถียน ผ่านจุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดทำเช่นนี้อยู่ถึงห้าวันเหมือนหลวงจีนเข้าฌาณ จนในที่สุดบังเกิดเสียบทึบเหมือนเยื่อบางได้รับการฉีกขาดเสียงดังกึกก้องในร่างกายของตนเองฉับพลันพลังปราณได้พุ่งทะลักแผ่กระจายวาบออกสู่ทุกส่วนของร่างกายดุจทำนบแตกจนรับรู้ถึงขอบเขตพลังใหม่ที่กล้าแข็งกว่าเดิมอีกส่วนหนึ่ง

            

           "ปุ๊..!!"        

     

            เมื่อสำรวจดูร่างกายจึงพบว่าตนได้ยกระดับพลังสู่ปราณครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามขั้นหนึ่งช่วงชั้นกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้การยกระดับปราณเป็นไปอย่างยากลำบากมิคาดว่าเม็ดพลังธาตุวาตะเพียงหนึ่งเม็ดกลับสามารถเพิ่มพลังปราณให้เติมเต็มจนสามารถยกระดับย่อยไปอีกระดับหนึ่งเมื่อเห็นผลเช่นนี้จึงตัดสินใจกลืนกินเม็ดพลังธาตุวาตะที่เหลืออีกหนึ่งเม็ดตามไป

     

            ครานี้ทันทีที่เม็ดพลังธาตุวาตะละลายกลายเป็นหยดน้ำอันฉ่ำเย็นดุจน้ำทิพย์ไหลลงสู่ลำคอพลันเกิดกระแสพลังมากมายดุจทำนบพังทะลายพลังอันมากมายไหลออกมาอย่างคลุ่มคลั่งจนต้องรีบโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอย่างเต็มเปี่ยมจักระทั้งเจ็ดหมุนอย่างรวดเร็วจนจักระตำแหน่งธาตุวาตะเกิดหลุมดำขนาดใหญ่ดูดกลืนพลังที่ท่วมทะลักมาไว้อย่างรวดเร็ว

     

            ขณะเดียวกันรูขุมขนทั่วร่างกายกังหลงได้เปิดออกดูดกลืนปราณธรรมชาติต่างๆ ในหุบเหวที่หนาแน่นยิ่งเข้าสู่ร่างกายกระแสปราณธรรมชาติที่บริสุทธิ์หลายชนิดถูกดูดกลืนเข้าเติมเต็มทุกส่วนจนเอ่อล้นออกมาหมุนวนไปทั่วร่างกายรอบแล้วรอบเล่าพลังอันมากมายครานี้ครานี้ทำให้กังหลงรู้สึกทรมานยิ่งกว่าครั้งใด ๆ

     

            พลังธรรมชาติถูกดูดกลืนเข้ามาอย่างต่อเนื่องมิมีท่าทีว่าจะหยุดลงส่งผลให้ร่างกายกังหลงพองบวมจนผิวหนังเริ่มปริแตก โลหิตเริ่มไหลซึมออกมาทางรูขุมขนและทางทวารทั้งเจ็ดทีละน้อยจนมองดูเหมือนมนุษย์โลหิตตนหนึ่งดูสยดสยองยิ่ง เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้กังหลงเกือบจะสิ้นสติไปแต่ก็ฝืนดำรงตนไว้เพราะหากแม้นหมดสติไปตอนนี้ร่างกายที่ยังคงดูดกลืนปราณธรรมชาติเข้าไปอย่างต่อเนื่องต้องเกิดการระเบิดจนแหลกเละไม่มีชึ้นดีเป็นแน่แท้ฝืนทนสำรวมสติคราสุดท้าย จนจิตเข้าสู่สภาวะจิตเหนือโลกีย์แยกจิตโคจรเคล็ดวิชาวิญญาณเทวะเพิ่มเติมจนจักระตำแหน่งธาตุอัสนี ตำแหน่งอัคคีตำแหน่งวิญญาณเกิดการหมุนวนรวดเร็วรุนแรงกว่าเดิมจนเกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ขึ้นมาเช่นกัน

     

            เมื่อมีหลุมดำขนาดใหญ่ที่คอยดูดกลืนพลังปราณที่เอ่อล้นภายในร่างกายและพลังจากภายนอกเพิ่มขึ้นมาถึงสามหลุม การดูดกลืนจึงรวดเร็วกว่าเดิมถึงสามเท่าพลังปราณที่เคยเอ่อล้นมามากมายถูกดูดกลืนกลับเข้าไปอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตาร่างกายที่บวมเป่งก็เริ่มหดลดขนาดลงจนเข้าสู่สภาพปกติ การหมุนวนพลังในร่างกายกังหลงยิ่งรวดเร็วขึ้นจนเส้นชีพจรขนาดใหญ่สีทองได้ปรากฎออกมาอีกครั้ง



    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน