“ที่นี่มีข้อปฏิบัติกันว่า ถ้ามีใครแปลกหน้าเข้ามาขอ
6
อาศัยอยู่ด้วย เ้าของบ้านจะต้องมาแจ้งให้ผู้นำชุมชนรู้ และเมื่อหลายวันก่อน อาผุ่งก็ได้มาแจ้งว่ามีสาวชาวเมืองมาขอพักอาศัยอยู่ด้วย นั้นอาจเป็คนที่คุณกำลังตามหา”
พ่อเบาะโซ่พูดไทยไม่ชัดก็จริง แต่ก็สามารถเรียบเรียงคำพูดได้ดีสมกับที่เป็บุคลที่ชาวบ้านยกย่องให้เป็ผู้นำหมู่บ้าน
“ขอบคุณมากครับ”
ไตรลักษณ์กล่าวขณะเดินตามชายร่างเล็กที่เดินนำอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางเปลวแดดยามบ่ายที่ค่อนข้างร้อนของเดือนมีนาคม
“อีกไกลไหมครับ”
เมื่อออกเดินมาไกลพอสมควรจนไตรลักษณ์รู้สึกเหนื่อยล้าเต็มทนเขาจึงเอ่ยถาม ซึ่งอีกฝ่ายสูงวัยกว่าเขามากแต่กลับยังเดินได้คล่องแคล้วอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยเลย
“เหนื่อยละสิ”
พ่อเบาะโซ่กล่าวยิ้มๆขณะมุ่งหน้าเดินโดยไม่หันมามอง นึกในใจว่าสมัยตนอายุเท่าพ่อหนุ่มคนนี้ เดินข้ามสามลูกเขาก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
“นิดหน่อยครับ”
บอกอย่างนั้นก็จริง แต่ก็ถึงกับหายใจทางปากด้วยเลยทีเดียว ก็เส้นทางเล็กๆที่ลัดเลาะไปตามตีนเขาผ่านทั้งสวนของชาวบ้านและป่าดิบสลับกันไปเป็ระยะนั้น ไม่ใช่เส้นทางที่เดินง่ายๆเลย
“เดินแค่นี้เหนื่อย แล้วยังริจะมีเมีย”
เสียงจากผู้เฒ่าที่ลอยมาเข้าหูนั้นทำเอาไตรลักษณ์ถึงกับอมยิ้มทั้งที่กำลังเหนื่อยแสนเหนื่อย พร้อมกันนั้นก็อดทึ่งด้วยไม่ได้
ผู้เฒ่ารู้ได้อย่างไรว่าเขามาตามหาเมีย
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เสียงพูดคุยอันไม่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าบ้านทำให้ฉัตรชฎาซึ่งนอนหลับอยู่ในมุมของตัวเองต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้น เธอมีอาการแพ้ท้องหนักมาก แบบว่าทานอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกหมด ทำอะไรนิดหน่อยก็หน้ามืดเวียนหัวตลอด จนเธอรู้สึกว่ามันเป็อะไรที่ทรมานเอามากๆแต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยคิดที่จะทำลายเืเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
ต่อให้ต้องทรมานทั้งกายและใจมากแค่ไหนก็ตาม
อีกครู่หนึ่ง แม่เท้ยก็เดินเข้ามาหาเธอแล้วบอก
“ลูกสาว มีคนเขามาหาเ้าแนะ”
“ใครคะ”
เธอย้อนถามอย่างแปลกใจ
“เขาเป็ชาวเมืองเช่นเดียวกับเ้า”
เพียงได้ยินอย่างนั้น ใจของฉัตรชฎาก็กระหวัดนึกไปถึงเขาคนนั้นทันทีโดยอัตโนมัติ ก่อนจะรีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็วแล้วบอกกับตัวเองว่า ไม่มีทางเสียหละ ที่คนคนนั้นจะมาตามหาเธอ เพราะเธอไม่ได้มีความสำคัญอะไรสำหรับเขาขนาดนั้น ป่านนี้เขาอาจจะกำลังเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกับคนรักของเขาแล้วก็ได้
น้ำตาเ้ากรรมไหลออกมาอีกแล้ว
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองลอดช่องห่างของฝาไม้ไผ่ออกไปเพื่อดูว่าเขาคนนั้นเป็ใครกันแน่ แต่แล้วร่างสูงที่ยืนคุยกับพ่อผุ่งพร้อมกับชายชราร่างเล็กแต่ดูทะมัดทะแม่งอีกคนหนึ่งอยู่กลางลานหน้าบ้านนั้นก็ทำเอาจิตใจของหญิงสาวถึงกับสะท้านหวั่นไหวทีเดียว
ใช่เขาจริงๆด้วย แต่เขาจะมาที่นี่ทำไม?
“จะออกไปพบเขาไหม”
แม้เท้ยถามอีกเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนิ่ง
“บอกเขากลับไปเถอะค่ะ หนูไม่รู้จักเขา”
หญิงสาวบอกก่อนจะหันหลังให้กับทุกสิ่ง แม่เท้ยเห็นแล้วก็ถอนใจออกมาอย่างอ่อนใจในความดื้อดึงของสาวน้อยผู้นี้ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากเดินกลับออกไปยังกลุ่มที่ยืนคุยกันอยู่ตรงลานหน้าบ้าน
................................
อันนี้เป็ตัวอย่างตอนสุดท้ายของนิยายเื่ อุบัติรักกลางไพร 3 ซึ่งเป็ตอนจบบริบูณร์ แล้วนะคะ และติดตามฉบับรวมเล่มได้เร็วๆนี้ค่ะ
ด้วยรักและขอบคุณจาก...ลภัสรินทร์