หลังจากลงไปในหลุมและสวมที่ครอบตา พวกเขาก็เห็นแต่สีขาวโล่งและมีหุ่นกลมๆตั้งอยู่ ด้านข้างมีสัญลักษณ์รูปมือชกและเตะไปที่หุ่นพวกเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าให้ทำแบบนั้น ไม่รอช้าทุกคนต่อยเตะโดยไม่มีการออมแรงสักนิด
หากมองจากด้านนอกจะเห็นว่าคนในหลุมกำลังเตะต่อยอากาศ หลังจากนั้นคะแนนก็ขึ้นโชว์กลางอากาศ
โจมองดูอย่างพึงพอใจคะแนนที่ได้ต่ำสุดคือ 78 และสูงสุดคือ 93
การทดสอบทั้งสามขั้นตอนจะมีคะแนนเต็มขั้นตอนละ 100 คะแนน เพียงแค่ให้ได้เกิน 30 คะแนนก็ถือว่าผ่านแล้ว
เผ่าพันธุ์อื่นๆต่างมองคะแนนเหล่านั้นอย่างตกตะลึง
“คนพวกนี้เป็นปีศาจหรือไงกัน”
“มนุษย์แข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?”
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าโดยทั่วไปแล้วผู้ที่มาทดสอบมักจะมีคะแนนกัน 30-50 คะแนน นานๆทีจะเห็นคนได้ 60 คะแนน แค่ 60 คะแนนก็ถูกเรียกว่าอัจฉริยะแล้ว แต่กลับมีคนทำได้ถึง 93 คะแนน!!
คนอื่นๆอาจจะมองว่ามันเยอะมากแต่ในสายตาโจเขากลับเห็นว่ามันก็แค่ธรรมดาๆ ตอนที่เขาทดสอบเขาทำคะแนนทะลุ 100 คะแนนจนเครื่องระเบิด แต่ตอนนั้นเป็นไซน๊อตที่พาเขามาทดสอบคนเดียว จึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้
ดังนั้นบรรทัดฐานความแข็งแกร่งของโจจึงสูงกว่าคนอื่นๆ เขาเอาความแข็งแกร่งของตัวเองเป็นที่ตั้งไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งหมดของสหพันธ์
การทดสอบขั้นที่สองเป็นการทดสอบไหวพริบ ในโลกสีขาวปรากฏอาคารร้างและด้านนอกอาคารก่อนเข้าไปข้างในจะมีอาวุธต่างๆให้เลือกใช้ บางคนชอบดาบ บางคนชอบสนับ บางคนก็ชอบปืน
หลังจากที่หยิบอาวุธขึ้นมาก็มีข้อความที่เป็นภาษาของมนุษย์ขึ้นมาบอกว่าให้ลอบเข้าไปหาของที่ต้องการแล้วออกมาโดยที่ไม่มีใครรู้
การทดสอบนี้สามารถดึงไหวพริบของแต่ละคนออกมาได้ถึงขีดสุด พวกเขาจะต้องใช้ความสามารถและความฉลาดของตนในการผ่านการทดสอบครั้งนี้
การลอบเข้าไปในอาคารและหลบหุ่นที่เคลื่อนที่ไปมาไม่ใช่เรื่องยาก ทุกคนสามารถเข้าไปเอาของและออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่คะแนนจะได้มากหรือน้อยนั้นอยู่ที่ว่าคนๆนั้นตัดสินใจเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง บางคนลอบสังหารหุ่นจากด้านหลัง บางคนพยายามที่จะไม่ทำลายหุ่นแต่เมื่อถูกพบก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำลายมัน
จากนั้นไม่นานคะแนนก็ทยอยปราฏออกมา ต่ำสุด 50 คะแนน สูงสุด 70 คะแนน แต่ครั้งนี้ไม่ได้สร้างความตกใจเหมือนกับรอบแรก เพราะนี่ถือว่าอยู่ในค่าเฉลี่ย
โจส่ายหัว เขาไม่ค่อยพอใจกับผลลัพธ์นี้เท่าไร แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะเวลาในการฝึกน้อยเกินไปยังไม่เคยฝึกวิธีลอบเร้นเลยซักครั้ง ได้เท่านี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว
การทดสอบขั้นสุดท้ายในโลกสีขาวจะมีข้อความบอกให้พวกเขาบอกว่าตัวเองมีพลังแบบใด ผู้ที่มีพลังสายสนับสนุนอย่างเช่นทำให้พืชโตไวขึ้นก็จะมีต้นอ่อนโผล่ออกมาและต้องทำให้มันเจริญเติบโต เวลาที่พวกเขาใช้พลังจะมีแผงวงจรเป็นตัวรับพลังงานเข้าไปในเครื่องประมวลผลและสร้างผลลัพธ์ในโลกสีขาวได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
ส่วนผู้ที่มีพลังสำหรับต่อสู้ก็คล้ายๆกัน เวลาที่พวกเขาโจมตีโดยใช้พลังจะมีตัวรับแรงกระแทกแลประมวลผลว่าพลังที่โจมตีออกมามีค่าเท่าไร
ในครั้งนี้ต่ำสุดได้ 80 คะแนน และสูงสุด 98 คะแนน
โจพยักหน้าอย่างพึงพอใจอย่างน้อยเรื่องการฝึกฝนวิธีการใช้พลังงานก็ได้ผล ทุกคนสามารถควบคุมพลังงานในร่างกายได้ดีและใช้มันออกมาได้รุนแรง
ตอนที่โจทดสอบขั้นที่สามตัวรับแรงกระแทกไม่สามารถทนได้และระเบิด ครั้งนั้นเขาทำหลุมระเบิดไปสองหลุม
การทดสอบขั้นแรกทดสอบเรื่องพลังหมายถึงพลังกาย ทุกคนผ่านและทำคะแนนได้เกินค่าเฉลี่ย การทดสอบขั้นที่สองทุกคนผ่านโดยมีคะแนนอยู่ในค่าเฉลี่ย ส่วนครั้งสุดท้ายทุกคนผ่านและดีกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย
“มนุษย์เป็นผ่าพันธุ์อัจฉริยะ”
“เห็นด้วย สองร้อยคนมีคะแนนมากกว่าค่าเฉลี่ยสูงมาก”
“สหพันธ์ในที่สุดก็มีกำลังรบที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นสักที”
ทุกคนต่างพูดคุยและคิดในแง่บวก ไม่ว่าอย่างไรการที่ได้เผ่าพันธุ์ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกพลังมาเข้าร่วมเป็นเรื่องที่น่ายินดี
สองร้อยคนกลุ่มแรกได้ออกมาจากหลุมและเดินกลับไปที่เดิม พวกเขาตื่นเต้นและดีใจหลังจากได้ยินจากปากโจว่าทำได้ดีมากและทุกคนผ่าน
กลุ่มที่สองมีความรู้สึกกดดันน้อยลงหลังจากเห็นเพื่อนบางคนที่อ่อนแอกว่าตนผ่านการทดสอบ
ในขณะที่กลุ่มที่สองกำลังทดสอบอยู่นั้นก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอสวมชุดกระโปรงสีขาวและมีลูกไม้ประดับ ผมสีเงินดวงตามรกตเข้ากับปากอมชมพู
เธอไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือเมรีจากเผ่าพันธุ์แอสไซด์
“นั่นใครกัน นางฟ้าเหรอ?”
“เธอไม่ใช่มนุษย์ ดูดวงตาเธอสิราวกับมรกตจริงๆและผมสีเงินธรรมชาตินั่นอีก”
“เธอมาจากเผ่าพันธุ์ไหน ใครรู้บ้าง?”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“ถ้าได้เธอมาเป็นแฟนจะยอมเลิกดูดบุหรี่เลยเอ้า”
ทุกคนพากันตกตะลึงและอ้าปากค้างโดยเฉพาะผู้ชาย บางคนถึงกับน้ำลายไหล
“พี่…ผู้หญิงคนนี้แหละที่ฉันเห็นเมื่อตอนนั้น” มิ้นต์กระซิบข้างหูมายด์ เธอกล่าวถึงตอนที่เมรีมาโลกเพื่อมาหาโจ
มายด์กัดริมฝีปาก เธอมั่นใจในรูปร่างและหน้าตาของตน แต่เมื่อได้พบกับเมรีมันทำให้เธอรู้สึกต่ำต้อยและกดดัน
เมรีมีสีหน้าเย็นชาทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้ แต่เมื่อเธอเห็นโจใบหน้าเย็นชากลายเป็นตื่นเต้นดีใจ เธอเดินไปหาโจและนั่งลงข้างๆเขา
“คนใจร้าย” เมรีพูดเบาๆ
“ขอโทษที พอดีต้องพาพวกเขามาทดสอบน่ะเลยยังไม่มีเวลาไปหา” โจรู้ว่าเธองอนเรื่องที่เขาไม่ยอมไปพบเธอหลังจากกลับมาสหพันธ์
“ถ้าไม่ใช่เพราะได้ข่าวว่ามนุษย์จะมาทดสอบ ฉันก็ไม่มีทางรู้เลยว่าคุณกลับมา” เมรียังคงงอนเขาอยู่
“ถ้างั้นหลังจากเสร็จเรื่องนี้ ให้ผมเลี้ยงข้าวคุณที่โอเนี่ยนนะ” โจพูดด้วยรอยยิ้ม
“พูดแล้วนะ!! ห้ามคืนคำล่ะ” เมรียิ้มอย่างอ่อนหวาน
เห็นท่าทางสวีทของทั้งสองรินและมายด์กัดริมฝีปากด้วยความอัดอั้นใจ มิ้นต์รู้สึกเสียใจแทนพี่สาวเธอ
เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างต่อเนื่อง กลุ่มที่สองทดสอบเสร็จและกลุ่มสุดท้ายที่เหลือประมาณร้อยคนก็เดินเข้าไปในหลุม
หลังจากนั้นก็จบการทดสอบของมนุษย์ พวกเขาทุกคนมีคะแนนเกินค่าเฉลี่ยและถูกระบุเอาไว้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีศักยภาพสูง เรื่องนี้ทำให้หลายเผ่าพันธุ์เริ่มเข้าหาพวกมนุษย์ เพราะความแข็งแกร่งคือสิ่งที่พวกเขาให้ความนับถือ แม้ตอนนี้มนุษย์จะยังอ่อนแอแต่พวกเขาเชื่อว่าไม่นานมนุษย์จะแข็งแกร่งมากกว่านี้ร้อยเท่า!! และเมื่อถึงตอนนั้นตำแหน่งผู้นำสหพันธ์จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมนุษย์