หลังจากวันที่ซ่งิหายตัวไป เวลาภายในหมู่บ้านซีเหอก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ ชาวบ้านยังคงทำไร่ ทำการค้า และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเช่นเดิม
แต่สำหรับหลี่ซวน... ภายในใจของเขากลับยังคงมีคำถามมากมายที่ไม่อาจหาคำตอบได้
ชายชราผู้นั้น... แท้จริงแล้วเป็ใครกันแน่? เหตุใดจึงรู้เื่ราวของเซียนมากมาย? และเหตุใดหลังจากเล่าเื่เ่าั้จบ เขาจึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย?
หลายวันแรก หลี่ซวนยังคงเดินไปยังลานกลางหมู่บ้านทุกวัน หวังว่าจะเห็นชายชราผู้คุ้นเคยนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เหมือนที่ผ่านมา แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่า ไม่มีซ่งิ ไม่มีเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่นั่งล้อมฟังเื่ราว เหลือเพียงสถานที่เดิม... กับความทรงจำเท่านั้น
"หลี่ซวน" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
เมื่อเขาหันกลับไป ก็พบกับถงจื่ออันที่กำลังเดินเข้ามาหา
"วันนี้เ้าก็มาที่นี่อีกแล้วหรือ?"
หลี่ซวนมองไปยังที่นั่งเดิมของซ่งิ ก่อนตอบเบาๆ "ข้าแค่คิดว่า... บางทีลุงซ่งอาจกลับมา"
ถงจื่ออันเงียบไปครู่หนึ่ง แม้ปกติเขาจะเป็คนร่าเริงและพูดมาก แต่เื่ของซ่งิก็ทำให้เขาไม่สามารถพูดเล่นได้ "ข้าเองก็ยังสงสัยอยู่ ชายแก่คนนั้นแปลกจริงๆ อยู่ๆ ก็มาอยู่ในหมู่บ้านเรา เล่าเื่เซียนได้ราวกับเคยพบเห็นด้วยตนเอง แล้วก็หายไป"
เสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น "ข้าว่า... เขาไม่ได้เป็เพียงชายแก่ธรรมดา"
ทั้งสองหันไปมอง จี้อันกำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาสองคน
"เ้าหมายความว่าอย่างไร?" ถงจื่ออันถาม
จี้อันครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนกล่าว "ลองคิดดู คนธรรมดาจะรู้เื่ของผู้ฝึกตนละเอียดถึงเพียงนั้นได้อย่างไร? ต่อให้เป็เพียงเื่เล่าที่ฟังต่อกันมา แต่อย่างน้อยเขาก็ต้องเคยเข้าใกล้โลกของเซียนมาก่อน"
หลี่ซวนไม่ได้ตอบ แต่เขาก็คิดเช่นเดียวกัน บางที... ลุงซ่งิอาจไม่ได้เป็เพียงชายชราธรรมดาคนหนึ่ง
"แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อ?" ถงจื่ออันพลันถามขึ้น "รอให้เขากลับมา?"
จี้อันส่ายหน้า "ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ ตอนนี้พวกเราทำได้เพียงรอ"
หลี่ซวนกำมือแน่นเล็กน้อย...
...
ผ่านไปสองปี
หมู่บ้านซีเหอยังคงสงบสุขเช่นเดิม เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เคยวิ่งเล่นในหมู่บ้าน บัดนี้เติบโตขึ้นมาก หลี่ซวนมีอายุสิบห้าย่างเข้าสิบหกปี เขายังคงเป็เด็กหนุ่มที่ชาวบ้านรักและเอ็นดู ด้วยใบหน้าที่หมดจด ผิวพรรณสะอาดตา นิสัยสุภาพอ่อนโยน และชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ทำให้เขาเป็ที่ชื่นชอบของผู้คนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะเด็กสาวหลายคนที่มักแอบมองเขาอยู่บ่อยครั้ง บางครอบครัวยังเคยส่งของมาให้ครอบครัวของหลี่ซวนเพื่อแสดงความสนใจอย่างมีนัย
แต่เื่เ่าั้กลับไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาเลย สำหรับหลี่ซวน... สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือโลกที่อยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ โลกของเหล่าเซียนหรือโลกภายนอก
และใน่สองปีที่ผ่านมา ยามว่างจากการช่วยงานปู่ หลี่ซวนมักจะออกไปล่าสัตว์และเก็บของป่ากับ 'ลุงหาน' นายพรานประจำหมู่บ้าน ด้วยสายตาที่เฉียบคมและการสังเกตอันเป็เลิศ ไม่ว่าจะเป็การรบกวนของสายลม รอยเท้าสัตว์ที่เลือนราง หรือทิศทางการเคลื่อนไหวของป่า หลี่ซวนสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจนนายพรานหานยังต้องเอ่ยปากชม แม้เขาจะยังเป็เพียงคนธรรมดา แต่ััและการปรับตัวในป่าของเขากลับแหลมคมกว่าคนวัยเดียวกันมาก
บางเย็น ยามดวงอาทิตย์อัสดง สามสหาย หลี่ซวน ถงจื่ออัน และจี้อัน มักจะมานั่งพักผ่อนริมลำธารนอกหมู่บ้าน
"สองปีแล้วนะ..." ถงจื่ออันในวัยสิบหกปีที่เริ่มมีมัดกล้ามจากการทำงานหนัก ถอนหายใจพิงโขดหิน "เื่เซียนที่ลุงซ่งเล่า ข้าแทบจะลืมไปหมดแล้ว แต่แปลกจริง... พอข้ามองฟ้าทีไร ประโยคนั้นของเขาก็ดังขึ้นมาในหัวทุกที"
จี้อันที่มัดผมหางม้าเรียบร้อยนั่งอ่านตำราเล่มเก่าในมือ พยักหน้าเบาๆ "ผืนฟ้าแม้กว้างไกลไร้ขอบเขต แต่ดาวดวงเล็กก็ยังคงมีแสงในตัวเอง... ประโยคนั้นลึกซึ้งนัก ราวกับเขากำลังบอกว่า ต่อให้พวกเราเป็เพียงคนธรรมดาในหมู่บ้านห่างไกล แต่อนาคตก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้"
หลี่ซวนมองสายน้ำที่สะท้อนแสงอาทิตย์อัสดง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า แม้ชีวิตประจำวันของเขาจะเรียบง่าย แต่ภายในใจ... เมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนาที่จะออกไปเผชิญโลกกว้าง และััโลกของเซียนด้วยตาตัวเอง ไม่เคยริบหรี่ลงเลยแม้แต่น้อย
...
ในขณะเดียวกัน... ห่างออกไปนับหมื่นลี้จากหมู่บ้านซีเหอ อีกโลกหนึ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่เคยัั—โลกของผู้บำเพ็ญ
ณ เทือกเขาสูงเสียดฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกมงคลตลอดทั้งปี ยอดเขานับร้อยตั้งเรียงรายราวกับเขี้ยวที่แยกออกจากโลกมนุษย์ โดยมียอดเขาหลักห้ายอดตั้งตระหง่านแทงทะลุชั้นเมฆ แสงแห่งค่ายกลป้องกันสำนักส่องสว่างวูบวาบทั่วบริเวณ
สถานที่อันยิ่งใหญ่แห่งนี้คือ... สำนักเฟิงหยวน หนึ่งในสำนักผู้บำเพ็ญภายใต้พันธมิตรเมฆา
ภายในตำหนักหินโบราณอันเงียบสงบ ชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบถึงสี่สิบปีนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน เขาสวมอาภรณ์สีม่วงเข้ม ผมดำยาวประบ่า ใบหน้ามีรอยแผลบางๆ คล้ายรอยคมดาบพาดผ่าน อากาศรอบกายเย็นเยือกอย่างประหลาด แรงกดดันอันแ่เบาที่แผ่ออกมาสะกดจนละอองฝุ่นรอบๆ แทบหยุดนิ่ง บุรุษผู้นี้มีนามว่า ม่อชางเฟิง หนึ่งในผู้าุโแห่งสำนักเฟิงหยวน
"ข้าน้อย จินซวน ศิษย์หลักแห่งสำนักเฟิงหยวน ขอเข้าพบผู้าุโ" เสียงหนึ่งดังมาจากด้านนอกตำหนัก
"เข้ามา"
สิ้นเสียงนั้น ประตูเหล็กบานใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออก ชายหนุ่มในชุดศิษย์ก้าวเข้ามาภายใน บรรยากาศอึดอัดทำให้เขาหายใจลำบากเล็กน้อย ก่อนจะรีบประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
ม่อชางเฟิงเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาสีดำเข้มฉายแววเฉียบคม "น่าแปลก... ศิษย์หลักอย่างเ้ากลับมาหาข้าในทันทีที่ข้าเพิ่งออกจากด่านฝึกตน เหตุใดจึงไม่ไปหาอาจารย์ของเ้า แต่กลับมารอข้าแทน?"
จินซวนประสานมือคำนับอีกครั้ง "เรียนผู้าุโ ที่ผู้น้อยมาครั้งนี้ ก็เพื่อนำคำของอาจารย์มาถามท่าน... ว่าท่านยังจำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อยี่สิบปีก่อนได้หรือไม่"
ม่อชางเฟิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "หึ... เหตุใดจึงส่งเพียงศิษย์ลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายมาเล่า? แล้วอาจารย์ระดับแก่นิญญาของเ้าเหตุใดจึงไม่มาด้วยตนเอง... หรือว่าเกิดเื่อันใดกับตาแก่นั่น?"
"เรียนผู้าุโ อาจารย์ของผู้น้อยกำลังปิดด่านฝึกตนขอรับ ท่านตั้งใจจะทะลวงสู่แก่นิญญาขั้นปลาย จึงไม่อาจมาด้วยตนเอง"
ม่อชางเฟิงพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉยไร้ความคลื่นไหว "หึ... หากตาแก่นั่นเลื่อนขั้นได้ก็นับว่าเป็เื่ดี อย่างไรเสียก็เป็คนของสำนักเดียวกัน ส่วนสัญญาเมื่อยี่สิบปีก่อน... ข้าย่อมจำได้ ข้าต้องพาศิษย์ภายในและศิษย์ภายนอกเข้าสู่ มิติหมื่นบุปผา ที่จะเปิดเพียงหนึ่งครั้งในทุกหนึ่งร้อยปีแทนเ้านั่น และระหว่างนั้นก็ช่วยชี้แนะวิชาจิตสงบของข้าให้พวกศิษย์ด้วยสินะ"
"ใช่แล้วขอรับ" จินซวนตอบอย่างนอบน้อม
ม่อชางเฟิงยิ้มบางๆ "ถึงอย่างไรข้าก็รับปากตาแก่นั่นไว้แล้ว แถมวิชาจิตสงบนี้ก็ไม่ได้หายากอันใด แค่ช่วยขัดเกลาทำให้จิตใจแข็งแกร่งขึ้นหนึ่งส่วนครึ่งแค่นั้น แต่บนเส้นทางเซียน จิตใจที่มั่นคงย่อมดีกว่าไม่มี ส่วนเื่มิติหมื่นบุปผา ต่อให้ข้าไปแทนก็ไม่มีปัญหา ระดับพลังของพวกข้าสองคนไม่ได้แตกต่างกันมากนัก"
เขาเว้น่เล็กน้อย สายตาจ้องมองศิษย์หนุ่มเบื้องหน้าอย่างจริงจัง "แต่ว่ามิติหมื่นบุปผา แม้จะเต็มไปด้วยสมุนไพริญญา ผลไม้ิญญา และวาสนามากมาย แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายเข่นฆ่า ไม่ว่าจะเป็สัตว์อสูร... หรือศิษย์จากสำนักอื่น ยิ่งไปกว่านั้น กฎแห่งฟ้าดินของมิตินั้น ผู้ฝึกตนระดับแก่นิญญาหรือสูงกว่าไม่อาจย่างก้าวเข้าไปได้"
ม่อชางเฟิงถอนหายใจเบาๆ "อีกทั้งสำนักเฟิงหยวนของเราก็มิใช่สำนักชั้นนำของพันธมิตรเมฆา ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตของพวกเ้าไว้ หากสามารถนำของดีติดไม้ติดมือกลับมาได้ ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวแล้ว"
ผู้าุโโบกมือเบาๆ ส่งสัญญาณจบการสนทนา "เอาล่ะ... เ้ากลับไปเตรียมตัวเถิด อีกสองเดือน มิติหมื่นบุปผาก็จะเปิดออกแล้ว"
จินซวนรีบประสานมือคำนับ "ขอบพระคุณสำหรับคำชี้แนะของผู้าุโขอรับ ผู้น้อยจะรีบกลับไปเตรียมการทันที"