“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ตายแล้ว โอ๊ย โอ๊ย นั้นคุณผิงกลับมาพอดี ช่วยด้วยคะคุณผิง ช่วยด้วย”
เสียงร้องละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนกใพร้อมกับการวิ่งลนลานลงบันไดมาจากชั้นบนของหญิงชราวัยหกสิบเศษทำเอาร่างโปร่งระหงที่พึ่งจะแบกกระเป๋าเดินทางเข้าบ้านมาต้องพลอยใไปด้วยเธอทิ้งกระเป๋าเดินทางลงกับพื้นห้องโถงแล้ววิ่งเข้าไปรับร่างท้วมที่น่ากลัวว่าจะกลิ้งตกบันไดลงมาเพราะความรีบร้อนนั้นทันที
“ป้าพุด เกิดอะไรขึ้นคะ”
อภิรตา หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีจับแขนสองข้างของหญิงชราผู้ซึ่งเป็พี่เลี้ยงดูแลตนมาั้แ่เด็กและตนก็นับถือแกราวกับเป็ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งพร้อมถามด้วยความร้อนใจ
“ช่วยด้วยคะคุณผิง ช่วยด้วย”
หญิงชรายังไม่อาจควบคุมสติให้พูดจารู้เื่ได้แกน้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความตื่นตระหนกใกับภาพที่พึ่งขึ้นไปเห็นบวกกับความดีใจที่เห็นหญิงสาวผู้นี้กลับมา
“ใจเย็นๆก่อนคะป้าพุด ตั้งสติแล้วบอกผิงให้เข้าใจสิคะ”
หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวย คมซึ้งสะดุดใจพยายามบอกหญิงชราให้ตั้งสติให้ดี ไม่ใช่ละล่ำละลัก ลิ้นพันกันจนฟังไม่รู้เื่อย่างนี้
“คุณไผ่ค่ะ คุณไผ่แย่แล้ว”
ได้ยินเท่านั้นอภิรตาก็ไม่เสียเวลาฟังป้าพุดซ้อนพูดจนจบประโยค เธอรีบผละจากแกแล้ววิ่งพรวดขึ้นไปข้างบนทันทีทิ้งให้หญิงชราเข่าอ่อนทรุดนั่งลงอย่างหมดแรงกับขั้นบันไดตรงนั้นเอง
อภิรตาวิ่งเข้าไปในห้องส่วนตัวของอมลสิริญาติสาวผู้พี่ด้วยความห่วงใย จากสัญญาณที่รู้ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว จนทำให้เธอต้องรีบเดินกลับจากทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนกำหนด
ในห้องนอนของพี่สาวว่างเปล่า แต่ประตูห้องน้ำเปิดอยู่ เธอวิ่งเลยเข้าไปในนั้น แล้วก็ได้เห็นภาพที่รับรองได้ว่าหากใครใจไม่แข็งพอก็คงต้องช๊อคแน่ๆ ร่างบอบบางในชุดนอนของ อมลสิรินั่งคอพับหมดสติอยู่ในอ่างอาบน้ำที่มีน้ำสีแดงฉานสูงแค่เอว ข้อมือข้างหนึ่งที่พาดอยู่กับขอบอ่างมีแผลฉกรรจ์เืไหลพลั่กไม่หยุด ที่พื้นข้างๆมีคัตเตอร์เปื้อนเืตกอยู่ หญิงสาวเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“ไผ่ ทำไมไผ่ทำอย่างนี้ ทำใจดีดีไว้น่ะ ไผ่อย่าพึ่งเป็อะไรไปน่ะไผ่จะต้องอยู่กับผิงน่ะ ไผ่”
หญิงสาวะโลั่นไปพร้อมๆกับการวิ่งลนลานเพื่อพาร่างของพี่สาวส่งโรงพยาบาลแข่งกับเวลาอันกระชั้นชิด
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
อภิรตาพาร่างอันหมดสติของอมลสิริส่งถึงมือหมอแล้วตัวเองก็นั่งถอนใจเฮือกๆอยู่น่าห้องฉุกเฉินนั้นเองด้วยความรู้สึกยังใจหายไม่สร่าง หวาดหวั่นมากมายกลัวว่าจะไม่สามารถรั้งลมหายใจของพี่สาวเอาไว้ได้ นี่เธอมาช้าเกินไปหรือเปล่านะ
นึกถึงตัวเอง อดีตเธอคือเด็กหญิงกำพร้าที่ทั้งบิดาและมารดาได้จากไปพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุ ตอนที่เธอมีอายุได้เพียงเจ็ดขวบ จากนั้นเธอก็ได้เข้ามาอยู่ในความอุปการะของคุณลุงซึ่งเป็พี่ชายของมารดา คุณลุงเป็หม้าย มีบุตรสาวคนหนึ่ง อายุแก่กว่าเธอเพียงหนึ่งปีนั้นก็คืออมลสิรินี่เอง คุณลุงเลี้ยงเธอกับบุตรสาวของตนคู่กันราวกับเป็พี่น้องฝาแฝดแต่กระนั้นความแตกต่างของเธอทั้งสองก็ยังมีให้เห็นอยู่อย่างชัดเจน นั้นก็คือในขณะอมลสิริเป็คนเรียบร้อย อ่อนหวาน มองโลกในแง่ดีและดูจะเปราะบางทั้งทางร่างกายและจิตใจแต่ตัวเธอกลับเป็คนเข้มแข็ง จริงจังและเด็ดเดี่ยวเกินตัว นั้นเองคุณลุงจึงมักจะอบรมสั่งสอนเธอให้เป็เหมือนพี่ที่จะคอยดูแลปกป้องอมลสิริมากกว่าจะทำตัวเป็น้องตามความเป็จริง และเมื่อสามปีก่อนนี้เอง คุณลุงก็ได้มาเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งร้าย ก่อนสิ้นใจท่านได้สั่งนักสั่งหนาให้อภิรตาที่ขณะนั้นพึ่งเรียนจบปริญญาตรีมาได้ปีเศษ ให้ดูแลอมลสิริที่กำลังเรียนต่อปริญญาโทนั้นให้ดีดี
“ผิง เมื่อไม่มีลุงอยู่บนโลกนี้แล้วลุงฝากผิงดูแลพี่เขาด้วยนะลูก”
คุณลุงบรรพตสั่งเธอเสียงเครือขณะนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงในห้องพิเศษของโรงพยาบาล
“คุณลุงอย่าพึ่งพูดอะไรเลยนะคะ ทำใจดีดีไว้ก่อนดีกว่า”