ข้าจะเป็นราชาอมตะ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 54 : พูดคุยยามค่ำคืน

    ตอนที่ 54: พูดคุยยามค่ำคืน

    “พวกเจ้าจะอยู่ที่นี่ไปทำไม ?” ตอนที่พูดนั้น หยางเฉินก็ได้ทำการเช็ดหน้าให้กับชายแก่ไปด้วย

    “ พี่เฉิน ข้าขอให้ปู่สามดูแลลุงก็ได้เพื่อที่เราจะได้ไปยังสำนักชีจีด้วยกัน”เว่ยหยานหลานคิดถึงปู่สามของนาง ด้วยการที่มีปู่สามอยู่ ชายขี้เมาก็คงไม่มีอันตรายอันใด

    “ ปู่เจ้ารึ ?”หยางเฉินลูบจมูกแล้วครุ่นคิด หากเขาต้องการทำตามที่ตกลงกับหยางเฉินคนเดิม และแก้แค้นให้ เขาก็ต้องออกจากเมืองซูเซียนการให้ปู่ของเว่ยหยานหลานดูแลชายขี้เมาอาจจะเป็นทางที่ดีที่สุด

    “ หลานเอ๋อเจ้าน่าจะกลับไปคุยกับปู่สามเจ้าก่อน หากเขายอมดูแลชายขี้เมาจริงๆ งั้นเราก็จะไปสำนักชีจีด้วยกัน”หลังจากที่คิดสักพัก หยางเฉินก็ตัดสินใจว่าต้องทำตามที่ตกลงกับหยางเฉินคนเดิมให้ได้

    “ พี่เฉินงั้นข้าขอตัวกลับไปคุยกับปู่ก่อน” เว่ยหยานหลานยิ้มให้กับหยางเฉินก่อนจะมองไปที่กั้วติงและซงเทียนเอ๋อ  “เทียนเอ๋อ กั้วติง พวกเจ้าดูแลพี่เฉินดูแลลุงที ข้าขอตัวกลับก่อน”นางโบกมือแล้วเดินออกจากห้องไป

    เมื่อเห็นเว่ยหยานหลานกลับไปแล้วหยางเฉินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ นางไม่คิดจะปรึกษาใครแม้แต่น้อย แต่กลับจะบอกให้ปู่สามมาช่วยดูแล”

    “ ท่านพี่ ข้าไม่อยากห่างพ่อไปไหน”ซงเทียนเอ๋อเห็นชายขี้เมาตกเตียงไม่ได้สติก็น้ำตาซึม

    “สำนักชีจีอยู่ไม่ไกลจากภูเขาวูชานนัก เรากลับมาตอนไหนก็ได้” หยางเฉินลูบหัวซงเทียนเอ๋อและพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

    “ เทียนเอ๋อหัวหน้าพูดถูกแล้ว เรากลับมาตอนไหนก็ได้ ตอนที่เรากลับมาก็เอาเหล้ากลับมาให้พ่อได้เขาต้องดีใจแน่ๆ” กั้วติง มองไปที่ซงเทียนเอ๋อแล้วยิ้มออกมารอยยิ้มเขาดูซื่อสัตย์และจริงใจ

    “ข้าไม่คิดว่าเราควรเอาเหล้ากลับมาให้เขา เราควรเอายามาให้เขาจะดีกว่า” หยางเฉินส่ายหน้า  9 ปีก่อนชายขี้เมายังพูดคุยกับเขาได้ แต่ไม่กี่ปีมานี้ชายขี้เมาไม่พูดอะไรสักคำเดียวไม่ใช่แค่ไม่คุยกับหยางเฉิน แต่ยังไม่คุยกับซงเทียนเอ๋อและกั้วติงด้วย

    เมื่อกั้วติงและซงเทียนเอ๋อได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา พวกเขาอยากรู้ว่าทำไมชายขี้เมาถึงได้ดื่มเหล้าตลอดเขาไม่เคยคุยอะไรกับพวกเขาเลย และพวกเขาก็ไม่กล้าจะถามเช่นกัน

    “เทียนเอ๋อกั้วติงพวกเจ้าไปนอนก่อน ข้าดูแลเขาเอง” หยางเฉินตบไหล่กั้วติงและซงเทียนเอ๋อแล้วยิ้มออกมา

    “ ท่านพี่ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น เราจะอยู่ดูแลพ่อด้วยกัน”ซงเทียนเอ๋อพึมพำออกมาราวกับว่านางไม่คิดทิ้งหยางเฉินไว้คนเดียว

    หยางเฉินมองไปที่กั้วติงกั้วติงเข้าใจความคิดของหยางเฉินทันที เขามองไปที่ซงเทียนเอ๋อแล้วพูดขึ้น “เทียนเอ๋อ ไปกันเถอะ เมื่อพ่อตื่นขึ้นมา เขาจะเรียกเราเอง”เมื่อพูดจบเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป

    เมื่อซงเทียนเอ๋อเห็นว่ากั้วติงออกจากห้องไปนางก็ได้แต่พยักหน้าแล้วกลับออกไปพร้อมกับกั้วติง

    “ เด็กน้อยหากข้าไม่อยู่กับเจ้าสักวัน ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะทำอะไรบ้าง” หยางเฉินส่ายหน้าก่อนจะหันกลับมามองชายขี้เมาที่นอนอยู่บนเตียงแล้วถอนหายใจออกมา“ เฒ่าขี้เมา ท่านไม่เปลี่ยนเสื้อผ้ามาเกือบสองปีแล้ว เฮ้อ...”

    ในตอนที่ถอนหายใจนั้นหยางเฉินก็ได้เอาชุดสีดำออกมาจากแหวนมิติแล้วพึมพำออกมา “ เฒ่าขี้เมาข้าถามท่านมาหลายครั้งแล้วแต่ท่านไม่ยอมบอกข้าว่าทำไมท่านถึงได้ยอมแพ้เช่นนี้”

    ตอนที่พูดนั้น หยางเฉินก็ได้เปลี่ยนชุดให้ชายขี้เมาหลังจากที่เปลี่ยนชุดเสร็จ ชายขี้เมาก็ดูดีขึ้น แต่ใบหน้าก็ยังซีดดังเดิม

    เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังหมดสติอยู่หยางเฉินก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา  9ปีก่อนชายขี้เมามักจะเอาของติดไม้ติดมือกลับมาให้พวกเขาตลอด แต่เมื่อหยางเฉินและคนอื่นๆดูแลตัวเองได้แล้วเขาก็สนใจแต่เรื่องการดื่มเหล้า

    แน่นอนเหตุผลว่าทำไมหยางเฉินถึงดูแลตัวเองได้นั้นก็เพราะการหลอกลวง

    “ เฒ่าขี้เมาเราจะไปยังสำนักชีจี ท่านต้องดูแลตัวเองให้ดีแม้ว่าเหล้าจะเป็นของดีแต่อย่าดื่มเยอะนักท่านไม่ควรพึ่งเหล้าเพื่อขับไล่ความเศร้า...” หยางเฉินดึงผ้าห่มมาห่มให้กับชายขี้เมาแล้วเดินออกจากห้องไป

    หยางเฉินไม่เห็นว่าตอนที่เขาเดินออกมานั้นกลับมีน้ำตาไหลออกมาจากตาของชายขี้เมา

    ชายขี้เมาค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วพึมพำออกมา“ ดื่มเหล้าเพื่อขับไล่ความเศร้ามีที่ไหน มีแต่จะทำให้เศร้ายิ่งกว่าเก่า...เด็กน้อยเจ้ารู้รึไม่ว่าข้าเป็นคนไร้ค่าแค่ไหนข้าต้องใช้ชีวิตอย่างน่าอนาถแต่ข้าไม่มีความกล้าพอที่จะตาย...”

    หยางเฉินไม่ได้ยินที่ชายขี้เมาพูดตอนที่เขาเดินออกจากห้องมานั้น เถาเถากลับพูดขึ้น “ พวกมันมากันจริงๆ ตอนนี้พวกมันอยู่ด้านนอกมีทั้งหมด 4 คน”

    “ มากันจริงๆรึ? ดูเหมือนว่าพวกเขามาเพื่อสอบสวนข้า ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาจะสอบสวนข้าอย่างไร”ในตอนที่พูดนั้น หยางเฉิน ก็ได้เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก เขาเดินมาที่ถนนมันดึกแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มมืด รอบข้างมีแต่ความเงียบงัน

    อยู่ๆก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมา“ ไม่คิดเลยว่าข้ายังไม่ได้เข้าไปหาเจ้า แต่เจ้ากลับออกมาเอง”

    เมื่อเสียงหัวเราะดังขึ้นก็มีคนหนึ่งโผล่มาคนนี้กลับเป็นโมซัน  เขามองมาที่หยางเฉินด้วยสีหน้าแปลกใจเขาไม่เห็นท่าทีแปลกใจของหยางเฉินแม้แต่น้อย

    “ ผู้อาวุโสโมเหมือนจะมีธุระกับข้า ข้าไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน ?” หยางเฉินไม่ได้ใส่ใจโมซันหากมีเถาเถาอยู่งั้นก็สามารถจัดการกับผู้บ่มเพาะขอบเขตธุลีได้ในไม่กี่วินาที

    “ เจ้านี่ใจกล้าจริงๆ”โมซันยิ้มออกมา อยู่ๆเขาก็มองไปข้างๆแล้วพูดขึ้น “เมื่อเจ้ามาที่นี่แล้วจะซ่อนตัวทำไมกัน ?”

    “ ข้าไม่อาจจะซ่อนตัวจากพี่โมได้เลย”

    ในความมืดมิดนั้นก็มีคนสามคนโผล่มาจากทางต่างๆคนเหล่านี้คือคนที่แข็งแกร่ง 4 อันดับแรกของเมืองซูเซียน ถูเชิน, วูเล่ยและเหอเจีย

    “ หยางเฉินหากข้าจำไม่ผิดแล้วก่อนหน้านี้เจ้าบ่มเพาะไม่ได้ไม่ใช่รึเหตุใดเจ้าจึงกลับมาบ่มเพาะได้อีก ? อีกทั้งยังแสดงพรสวรรค์ที่โดดเด่นน่าสงสัยจริงๆ” เหอเจียมองไปที่หยางเฉินแล้วถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ หากข้าไม่บอกแล้วผู้อาวุโสทั้งสี่จะบังคับข้ารึไม่ ?” หยางเฉินยิ้มออกมาและมองไปยังทั้งสี่คนสายตาของเขาไม่ได้มีความกลัวแม้แต่น้อย

    ‘ เขายังเยือกเย็นอยู่ได้ดูเหมือนว่าเขาจะรู้แล้วว่าเราจะมาหาเขา เขามีคนหนุนหลังอยู่รึ ?ไม่งั้นแล้วทำไมเขาถึงยังเยือกเย็นแบบนี้ได้อีก ? ‘ โมซันและคนอื่นๆคิดและคาดเดาไปต่างๆนานา

    “หากเจ้าบอกก็ดี แต่หากมันเป็นความลับของเจ้า เราจะบังคับเจ้าได้อย่างไร ?”วูเล่ยพูดขึ้น เขาไม่กล้าลงมือกับหยางเฉิน แม้ว่าหยางเฉินจะไม่มีใครคอยหนุนหลัง แต่พรสวรรค์ที่หยางเฉินแสดงออกมานั้นก็เพียงพอทำให้สำนักชีจีสนใจได้

    การที่สำนักชีจีให้ค่าก็เท่ากับการที่มีสำนักชีจีคอยหนุนหลังแล้วเขาไม่อยากจะมีเรื่องกับสำนักชีจี

    ‘เหตุผลที่ว่าทำไมทั้งสี่ถึงยังไม่กล้าลงมือเพราะกลัวสำนักชีจีดูเหมือนว่าข้ายังไม่ต้องพึ่งเย่ลั่วในตอนนี้ ’ หยางเฉินพึมพำในใจ เขาตัดสินใจบอกข้อมูลบางอย่างให้พวกนี้คาดเดากันต่อเมื่อคิดแบบนั้น หยางเฉินก็พูดขึ้น “ ผู้อาวุโสทั้งสี่คงไม่รู้คนที่ช่วยเรานั้นไม่ได้ให้เราบอกชื่อเขา ผู้น้อยไม่กล้าจะขัดคำสั่ง ขอให้ผู้อาวุโสทั้งสี่เข้าใจด้วย”

    “แน่นอนว่าต้องมีคนช่วยพวกเขา !”โมซันและคนอื่นๆมองหน้ากัน พวกเขาคิดในใจว่าจะไม่หาเรื่องหยางเฉินและกั้วติงอีกในอนาคต

    “ หยางเฉินตอนนี้ก็ดึกแล้ว เจ้าไปพักเถอะ เราไม่รบกวนเจ้าแล้ว” เมื่อพูดจบโมซันก็หันกลับไปมองถูเชินแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ พวกเจ้ากลับไปเถอะอย่ารบกวนเด็กนี่เลย”

    ถูเชินและคนอื่นๆพยักหน้าจากนั้นทั้งสี่ก็ได้พากันหายตัวไปในความมืดมิด

    “ เสี่ยวหยางทำไมเจ้าไม่ให้ข้าฆ่าพวกนั้นเพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลอะไรอีก”เถาเถาอยากฆ่าพวกนั้นจริงๆ

    “เจ้าคิดแต่เรื่องฆ่าคนรึ ?” หยางเฉินไม่รู้ว่าจะหัวเราะรึร้องไห้ดีทำไมเด็กนี่มองหาแต่โอกาสฆ่าคน ไม่รู้เลยว่าเจ้านายคนก่อนสอนมาอย่างไร

    ตอนที่หยางเฉินคุยกับโมซันและคนอื่นๆอยู่นั้น  เว่ยหยานหลานก็กำลังทำการอ้อนวอนปู่สามของนางอยู่

    “ ปู่สามหลานเอ๋ออยากไปเข้าร่วมสำนักชีจีกับพี่เฉิน ท่านรับปากกับหลานเอ๋อได้รึไม่”เว่ยหยานหลานกอดแขนปู่สาม

    “ เฮ้อ หากให้พ่อเจ้ารู้พ่อเจ้าคงลงโทษเจ้าแน่” ปู่สามมองไปที่เว่ยหยานหลานด้วยท่าทีสลด เขาไม่อาจจะปฏิเสธคำขอของนางได้เลย

    “ท่านพ่อไม่ลงโทษข้าหรอก ปู่สามทำตามที่ข้าขอได้รึไม่” เว่ยหยานหลานกะพริบตาปริบๆ

    “ ก็ได้ ก็ได้ แต่เจ้าต้องทำตามที่ข้าขอสามข้อเจ้าต้องกลับไปพร้อมกับข้าในอีก 2 ปี” ครั้งนี้น้ำเสียงของปู่สามจริงจังอย่างมาก

    “ ปู่สามท่านช่วยผ่อนปรนได้รึไม่...”

    เว่ยหยานหลานยังพูดไม่ทันจบปู่สามก็ส่ายหน้า“ ไม่ เจ้าน่าจะรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญกับเจ้าแค่ไหน เจ้าต้องกลับไป ”

    “ ปู่สามหลานเอ๋อรู้...” เว่ยหยานหลานกัดริมฝีปาก สีหน้าของนางดูหม่นลง น้ำตาเริ่มไหลออกมา

    “ในสองปีที่เจ้าอยู่ในสำนักชีจี ข้าจะดูแลชายขี้เมาให้ เจ้าสบายใจได้”ปู่สามลูบหัวเว่ยหยานหลานแล้วพูดขึ้นมา

    แม้ว่าจะพูดเช่นนั้นแต่ก็ยังแอบบ่นในใจ ‘หากใจตายไปแล้ว ที่ยังอยู่ก็มีแต่เปลือก มันเจ็บปวดยิ่งกว่าความตายเสียอีกข้าปกป้องร่างกายของเขาได้ แต่ไม่อาจจะช่วยหัวใจเขาได้...หยางหลินทุกอย่างที่เจ้าทำนั้นมันคุ้มค่ารึ ? ’

    เว่ยหยานหลานไม่รู้ว่าปู่สามคิดอะไรนางได้แต่เงียบไปเพราะความสลด







    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นราชาอมตะ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน