ตอนที่ 19
“ไม่หรอก เขาก็ชอบทำหน้าทำตาเช่นนั้นอยู่แล้ว กับแค่คำพูดแค่นี้เขาจะมาโกรธอะไรข้าล่ะ ถ้าเป็เช่นนั้นก็ใจน้อยเกินไปแล้ว”ในระหว่างที่นางกำลังลูบตัวไป๋เซ่ออยู่ นางก็คิดถึงเื่เมื่อตอนบ่ายนั้นและไม่พยายามไม่คิดมากเื่โดนหานซวนมองด้วยหางตา
“แล้วข้ากลายเป็คนคิดมากไปั้แ่เมื่อไรกันล่ะนี่ ไม่เอา ๆ คิดไปก็ปวดหัว ข้าไม่คิดแล้ว เขาจะเป็อะไรข้าก็ไม่ผิดทั้งนั้นแหละ”นางแทบจะขยี้หัวตัวเองถ้าไม่ติดว่าไป๋เซ่อจะใะโหนีออกไปล่ะก็ นางคงจะทำไปแล้ว
“แต่เขาไม่เคยมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นนี่น่า!”
ความไม่สนใจย่อมแพ้ความอยากรู้ ก็อย่างที่เขาว่าว่านางชอบสอดรู้สอดเห็น ก็จริงของเขานั่นแล ถ้าไม่ได้รู้ก็นอนไม่หลับยิ่งกว่าเดิม ยาอะไรก็คงเอาไม่อยู่เช่นกัน
เลี่ยงหลิ่งแอบออกจากห้องหอเดินมาที่ห้องทำงานของหานซวนในตอนกลางดึกที่บ่าวทุกคนต่างแยกย้ายไปพักผ่อนแล้ว จึงไม่มีผู้ใดรู้ว่า ‘ฮูหยินใหญ่แอบออกมาหาท่านแม่ทัพในตอนกลางดึกที่ห้องทำงานของเขา’
“เขาอยู่ในห้องทำงานจริง ๆ ด้วย แต่ถ้าข้าเข้าไปตอนนี้เขาจะโมโหข้าหรือเปล่า”เงากระทบกับแสงโคมไฟเผยให้เห็นว่าหานซวนกำลังนั่งอ่านหนังสือราชการอยู่จริง ๆ นางจึงนึกลังเลอยู่ในใจก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
ปัก
เสียงมีดสั้นปักอยู่เฉียดแค่ตาของนางไปเพียงนิดเดียวทันทีที่นางเปิดบานประตูเลื่อนออก การตอบสนองของหานซวนช่างรุนแรงเหลือเกิน หากนางมองไม่ทันป่านนี้คมมีดคงปักอยู่ตรงดวงตาของนางเป็แน่ “ท่านทำอะไรเนี่ย ข้าใหมด!”
“ข้าต้องถามเ้าว่าทำไมโผล่เข้ามากลางดึกแบบนี้”เขาเอ่ยเสียงดุจนนางฉุกคิดว่าตนมาหาเขาเพราะเื่ใด
“ขออภัยเ้าค่ะท่านแม่ทัพ”นางเอ่ยเสียเต็มยศแล้วรีบเข้ามานั่งต่อหน้าเขาอย่างเงียบ ๆ เหมือนลูกเข้ามาแอบดูว่าพ่อทำสิ่งใดอยู่
“เอ่อ..คือว่าข้า..”
นางกำลังทำใจว่าจะพูดอย่างไรให้ทั้งเขาและนางไม่เป็เหมือนอย่างตอนบ่ายอีก ส่วนหานซวนก็มองแค่กระดาษตรงหน้าไม่ได้สนใจสิ่งที่เลี่ยงหลิ่งจะกล่าว
“เอ่อ..คือว่าข้าอยากจะถามท่านว่าท่าน..อยากได้น้ำชาหรือขนมหรือว่าของว่างอะไรหรือไม่ ข้าจะได้เรียกให้บ่าวนำมาให้”
“ไม่”
“ถ้าเช่นนั้นน้ำอุ่นหรือนมอุ่นเป็อย่างไร จะได้ผ่อนคลายขึ้น”
“ไม่”
“หรือว่าท่านปวดเมื่อยตรงไหน ข้าจะนวดให้ท่านผ่อนคลายขึ้น”
“ไม่”
นั่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่เอา นู่นก็ไม่เอา ไม่เอาอะไรสักอย่างเลย ข้าจะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย!
ในขณะที่นางกำลังปั้นหน้ายิ้มให้เขาอยู่ ในใจก็นึกบ่นอยู่ในใจ นี่เขาโกรธนางขนาดนั้นเลยหรือ? เหตุใดจึงโกรธ? โกรธเื่อะไร? โธ่เอ๊ย! นางไม่อยากรู้ด้วยแล้ว!
“ท่าน..”
“เ้ามีสิ่งใดก็รีบพูดมาดีกว่า ประเดี๋ยวพอตื่นสายก็จะมาโทษข้าว่าพาเ้านอนดึก”หานซวนแทรกขึ้นก่อนที่เลี่ยงหลิ่งจะพูดออกมา เขาพูดออกมาโดยที่ไม่มองหน้านางอีกแล้ว ก้มมองแต่กระดาษตรงหน้า แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าคงจะทำงานอยู่ นางนั่นแหละที่เข้ามากวนเวลาทำงานของเขาเอง “ไม่ ๆ ไม่ทำเช่นนั้นหรอก ข้าแค่..”
“แค่? แค่อะไร แค่อยากจะมากวนใจข้าเพราะนอนไม่หลับ?”
“จะว่าเช่นนั้นก็ใช่อยู่หรอก แต่ข้า..ข้า..”
“ข้าแค่ไม่แน่ใจว่า..ท่านโกรธข้าเื่เมื่อกลางวันหรือเปล่า”เลี่ยงหลิ่งแอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกความกล้าของตนเองออกมา และในที่สุดนางก็ทำได้ นางถามออกมาแล้ว..และสิ่งที่ได้จากหานซวนก็คือสายตาที่ช้อนมองหน้านาง
“ข้าไม่ใช่สตรี จะมีนิสัยชอบโกรธงอนได้อย่างไร”
“นี่มันไม่เกี่ยวกับสตรีเ้าค่ะ มันเกี่ยวกับความรู้สึก”
“แล้วท่านก็ตอบไม่ตรงคำถามของข้า มันมีแค่คำว่า ใช่ หรือ ไม่ เ้าค่ะ”นางบอกย้ำอีกครั้ง แน่นอนอยู่แล้วว่าคำตอบแรกย่อมเป็ความจริง เขาโกรธเื่ที่นางพูดเมื่อตอนกลางวันจริง ๆ ด้วย
เลี่ยงหลิ่งทำใจค่อย ๆ ขยับเข้าไปหาหานซวน ไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาในขณะที่เขากำลังอ่านงานอยู่ แต่สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นแผนการรบ นางห้ามใจไว้ว่าห้ามทักตอนนี้ ไม่เช่นนั้นนางคงโดนเขาไล่ออกไปแทนที่จะได้ขอโทษขอโพย
นางจับชายผ้าที่ชุดฮั่นฝูสะกิดเล็กน้อยให้เขาหันมามอง
หานซวนหันหน้ามามองคนสะกิด เขาไล่ดูั้แ่มือที่จับชายแขนเสื้อไปจนถึงใบหน้าหวานที่กำลังทำตาใสใส่เขาอยู่
หากเป็ตอนปกติแล้วเขาคงจะใจเต้นอยู่ แต่ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ขุ่นกับคำพูดของนางเมื่อกลางวัน จึงไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วย
“ปล่อย ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับกระต่ายอย่างเ้า”
“ข้าไม่ได้ให้ท่านเล่นกับข้าเสียหน่อย ข้า..ข้าแค่อยากขออภัยเื่ที่ข้ากับท่านเพิ่งทะเลาะกันไปเมื่อตอนกลางวัน”
“ข้าไม่ได้อยากให้ท่านเข้าใจว่าเช่นนั้น ข้าไม่ได้รู้สึกแบบที่ท่านคิดเลยสักนิดเดียว หากคำพูดข้าตรงไหนที่ทำให้ท่านขุ่นเคืองใจอีก..ข้าขออภัยเ้าค่ะ”หานซวนมองนางตอนก้มพูด น้ำเสียงและท่าทางเหมือนลูกแมวที่รู้สึกผิดมากกว่ากระต่ายไปเสียแล้ว เขายกยิ้มน้อย ๆ ขึ้น แต่ก็ยังไม่อยากกล่าวว่า ‘ให้อภัยั้แ่ยังไม่ง้อ’ ประเดี๋ยวนางก็คงจะทำอีก
“ข้าว่าเ้ารู้นะว่าเ้าพูดอะไรให้ข้าขุ่นเคืองใจอีก เ้าฉลาดน่าจะนึกออกได้ไม่ยาก”เขาเอ่ยเสียงเข้ม ทำให้เลี่ยงหลิ่งต้องรีบคิด นางรู้สึกเหมือนตนกำลังสอบขุนนางอยู่อย่างไรอย่างนั้นเลยเชียว
“เอ่อ..คือ..”
“ว่าอย่างไร หือ? ฟานเลี่ยงหลิ่ง”
เรียกเสียเต็มยศเลย..
นางคิดในใจและรีบนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น
“ถ้าหากเป็แก่นเื่จริง ๆ แล้ว เช่นนั้นข้ายอมให้ท่านไปกับข้าแล้ว พอใจท่านหรือไม่เล่า?”นางตัดสินใจบอกไปเช่นนั้น เพราะถ้าหากเป็เื่นั้นจริง ๆ นางคงต้องยอมให้เขาไปด้วยแต่โดยดีแล้ว หานซวนคงจะ้าเช่นนี้มากกว่า
“ข้าไม่ไปแล้ว”หานซวนพอใจกับคำตอบ แต่หน้าเขาก็ยังคงนิ่งเหมือนรูปปั้นอยู่เช่นเดิมทำให้เลี่ยงหลิ่งเดาใจเขาไม่ถูก ไม่รู้ว่าสรุปแล้วเขาหายโกรธหรือยังโกรธนางอยู่หรือไม่
“อ้าว..”
“หากเ้าจะไป เ้าก็ไป อยู่เรือนเ้าที่เ้าเติบโตมาอาจจะมีความสุข ถึงจะไม่ไกลกันมากนัก..แต่อย่าลืมเรือนทางนี้”เจตนาลึก ๆ ของหานซวน เขาอยากให้เลี่ยงหลิ่งอยู่ที่ไหนก็ตามแล้วมีความสุขเพราะแค่นางต้องมาแต่งงานกับคนตาบอดเช่นเขาแค่นี้มันก็เป็ทุกข์มากพอแล้ว แต่เจตนาที่เลี่ยงหลิ่งไม่อยากให้เขาไป
นางแค่กลัวว่าเขาจะถูกนินทาหรือถูกมองด้วยสายตาที่หวาดกลัว ทั้งที่เขาไม่ได้เป็เช่นนั้นเลยสักนิด..เป็คนที่คอยปกป้องแคว้นแท้ ๆ ทำไมถึงได้รับการตอบแทนเช่นนี้กันเล่า..
แต่หากยังเป็เช่นนี้อยู่ เขาก็จะถูกมองว่าเป็คนไม่ดีตลอดไป นางต้องทำให้ทุกคนมองเขาด้วยความเคารพและชื่นชมมากกว่ามองด้วยสายตาที่หวาดกลัวสิถึงจะถูก “ข้าว่า..ข้าคงไม่ไปแล้วเ้าค่ะ”
“เหตุใดเ้าถึงไม่ไปแล้ว? ข้าอนุญาตให้เ้าไปแล้วไม่ใช่รึ”
“หากท่านไม่ไป ข้าก็จะไม่ไปแล้วเ้าค่ะ”
“ข้าแค่..แค่กลัวว่าท่านแม่จะว่าข้าว่าหนีท่านกลับมา คงจะพูดว่าแต่งยังไม่ถึงปีก็เล่นซนโดนท่านไล่ออกจากจวนกลับไปพึ่งใบบุญท่านพ่อท่านแม่ คราวนี้ชาวบ้านคงได้นินทาข้ากับท่านหนักกว่าเดิม”
เลี่ยงหลิ่งยกเหตุผลอื่นขึ้นมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทุกอย่างกลับเข้าสถานการณ์เดิมที่เป็อยู่ทุกวัน ทำให้หานซวนหัวเราะหึ ออกมารอบหนึ่งและไม่พูดอะไรต่อ เขาหันไปอ่านแผนการรบต่อลืมไปว่าเลี่ยงหลิ่งยังอยู่ด้วย จึงได้เวลาของความอยากรู้ของนางแล้ว
เลี่ยงหลิ่งยืดคอมองอ่านดูว่ามันคือสิ่งใด ในแผนนั้นมีอะไรบ้าง นางเห็นการวาดผังรบลงไปด้วย น่าจะเป็ลายมือของหานซวนเองเพราะนางเห็นว่ามือของเขาเปื้อนน้ำหมึก แสดงว่าเพิ่งทำเสร็จและตรวจงานอยู่อย่างแน่นอน
“เ้าจะชูคอมองอีกนานหรือไม่ หากรู้ตัวว่าไม่ใช่หน้าที่ของเ้าก็ลืมมันไปซะ ข้าไม่อยากใช้ดาบจ่อคอเ้าตอนนี้”
เขากลับเข้าสู่โหมดโหดเช่นเดิมแล้ว เอกลักษณ์ของเขาเองนั่นแล
“ท่านวางใจข้าได้ ข้าไม่เอาไปบอกผู้ใดหรอก”
“ถ้าเช่นนั้นก็กลับไปนอนได้แล้ว”
“ข้านอนไม่หลับ”
“หากเ้านอนไม่หลับ ข้าจะทำให้เ้านอนหลับสบายเองดีหรือไม่?”หานซวนปล่อยมือออกจากกระดาษตรงหน้า หันมาต้อนเลี่ยงหลิ่งแทนเพื่อที่จะให้นางเลิกสนใจสิ่งที่เขากำลังทำอยู่
เลี่ยงหลิ่งรู้แล้ว เขาต้องเปลี่ยนแผนใหม่หรือไม่ก็ต้องมีแผนสำรองไว้..ถึงแม้จะเป็ภรรยาแต่ก็ยังไม่วางใจเื่ใหญ่เช่นนี้นัก
“ข้าไปก็ได้! อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ!”เลี่ยงหลิ่งถอยเข้าฝาห้อง หานซวนก็ค่อย ๆ ต้อนให้เข้ามุมให้นางไม่มีทางหนีเขาได้ ใบหน้าของทั้งสองคนใกล้กันมากขึ้น แสงไฟเพียงนิดที่กระทบใบหน้าของหานซวนมันทำให้เลี่ยงหลิ่งตกเข้าสู่ภวังค์
เสียงใจของนางเต้นแรงขึ้นเหมือนจะะเิออกมา นางจึงใช้เข่ากระทุ้งของท้องน้อยของเขาจนจุก “เลี่ยงหลิ่ง!”
“สมน้ำหน้า!”
แม่ทัพใหญ่กุมท้องตนเองไว้ นางจู่โจมโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว เลี่ยงหลิ่งได้ทีก็หนีออกไป ยังไม่วายเปิดประตูเข้ามาแลบลิ้นใส่ผู้เป็สามีและปิดประตูรีบหนีเข้าห้องหอทันที กลัวว่าเขาจะตามมาทัน
ส่วนหานซวนพอตั้งตัวได้ก็ใช้มือค้ำพื้นไว้และนั่งเงยหน้าขึ้นบนเพดานพลางยิ้มออกมา “แสบนัก ดื้อสมกับที่แม่เ้าว่า”
ในขณะเดียวกันที่หานซวนกำลังมีความสุขอยู่นั้น ยังมีคนอีกผู้หนึ่งที่กระวนกระวายใจจนต้องให้คนของตนไปสืบสาวเื่ภายในจวนของแม่ทัพใหญ่..และไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้อย่างแเีเสียจนหานซวนพลาด
“ฮูหยินขอรับ..”เสียงกระซิบดังมาจากใต้จวน ฟานฮูหยินก้มลงไปมองคนของตนที่ซ้อนอยู่ “ว่าอย่างไร เื่ที่ข้าให้เ้าไปสืบมา”
“คุณชายซั่วหลิงเริ่มรู้สึกตัวแล้ว อีกไม่นานคงจะฟื้นขึ้นมา”
“จะให้มันฟื้นขึ้นมาไม่ได้..”นางเอ่ยเสียงเบา เส้นเืบนขมับปูดขึ้นมาสีหน้าที่เคร่งเครียด มือที่สั่นเช่นนั้นช่างมองออกง่ายว่าดูเหมือน ‘มีสิ่งใดอยู่ภายในใจนาง’ แต่ก็หาได้รู้ไม่ หากถามไปคงได้โดนฆ่าแทน
“เ้าไปดูต่อเรื่อย ๆ ข้าอยากรู้อาการของซั่วหลิงมากขึ้นกว่านี้ แล้วก็เอานี่ไปสลับกับห่อยาของซั่วหลิงซะ”ฟานฮูหยินยื่นห่อยาที่สีเดียวกับห่อยาของซั่วหลิงให้แก่คนของตนเองพร้อมกับยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เขาเป็สินบน บุรุษผู้นั้นรับห่อยาไปเก็บไว้กับตัวและเก็บสินบนนั้นไว้อย่างดีก่อนจะรีบกลับออกไป
“ซั่วหลิงจะฟื้นขึ้นมาไม่ได้..ถ้ามันฟื้นขึ้นมาทุกอย่างที่ข้าพยายามทำมา..มันพังหมดแน่..พังหมดเพราะซั่วหลิงแน่”ฟานฮูหยินเริ่มหาแผนการต่อไป นางเดินเข้าไปในห้องลับที่นางทำขึ้นมาโดยที่ฮูหยินใหญ่ฟานไม่รู้มาก่อนเพราะฮูหยินใหญ่ฟานก็โดนยาสั่งจากที่ฟานฮูหยินนั้นทำขึ้นมาเช่นกัน
มันเป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้ฮูหยินใหญ่ฟานหูเบาฟังนางได้มากขนาดนี้..ยาสั่งนี้มีฤทธิ์ไม่ต่างจากยาเสน่ห์เลยแม้แต่นิดเดียว มันสามารถใช้แทนกันได้และไม่ใช่คุณไสยหรือวิชาศาสตร์มืดอะไรทั้งนั้น
แต่ผลกระทบระยะยาวของมันจะทำให้อีกฝ่ายเริ่มไม่มีความคิดเป็ของตัวเองและจะถูกควบคุมจากคนให้ยาได้ เท่ากับว่าคนที่รู้วิธีปรุงยานี้แม้ว่าจะใช้ไปในทางไหนก็จะไม่โดนผลของมันย้อนกลับ
มีแต่เวรกรรมที่ก่อขึ้นเท่านั้นที่รอชำระอยู่
ฟานฮูหยินหยิบเอาส่วนผสมขึ้นมาบด แววตาของนางมีแต่ความเคียดแค้นแต่ก็แฝงไปด้วยความกลัว..กลัวว่าวันหนึ่งหากซั่วหลิงฟื้นขึ้นมามันจะเป็หายนะแก่ตัวนางและลูกของนาง
“เ้าจะไม่มีวันได้ฟื้น..จะไม่มีวันได้ฟื้นและจะไม่มีวันได้ดีขึ้นอีก”