"เ้าค่ะ ข้าน้อยทราบดีแต่ข้ายังอยากจะทำอาหารให้คุณชายได้ลิ้มลองจริง ๆ นะเ้าคะ"
"เ้าอยากทำอาหารให้ข้าหรือเพียงอยากจะออกไปนอกจวนกันแน่" คำถามพร้อมสายตาดุดันจ้องมองดวงหน้าหวานอย่างไม่วางตาซู่หลินรีบหลบสายตาแล้วพยักหน้าเบา ๆ
"ข้าน้อยอยากไปข้างนอกเ้าค่ะั้แ่ย่างเท้าเข้ามาในจวนก็รู้สึกเหงานัก อยากจะออกไปเดินตลาดเสียบ้างอีกทั้งยังได้ซื้อผักกลับมาทำสำรับให้คุณชายด้วย"
"เหงาหรือ เหงาจนอยากจะไปเดินตลาดเ้าลืมไปแล้วหรือไรว่าเ้าอยู่ในจวนนี้ในฐานะใดกัน"
"ไม่ได้เ้าค่ะ บ่าวมิอาจลืมบุญคุณที่คุณชายให้โอกาสบ่าวได้เข้ามาทำงานรับใช้แต่บ่าวก็เพียงแค่" จู่ ๆ คำพูดของนางก็ติดขัด ไม่รู้จะหาคำใดมาแก้ต่างเพราะนางไม่เคยมีทักษะในการต่อปากต่อคำกับผู้ใดด้วยความหวาดกลัวว่าหากมิเชื่อฟังคำของหงเวยแล้วหยงเฉียงน้องชายจะต้องมีภัย
"เอาเถิดหากเ้าอยากจะออกไปนักก็ไปเสีย"
"ขอบคุณมากเ้าค่ะ"นางรีบส่งยิ้มให้รุ่ยเจ๋อเป็ครั้งแรกจนบุรุษหนุ่มผู้เคร่งขรึมนั้นรู้สึกรุ่มร้อนไปทั่วทั้งกายสตรีผู้นี้ช่างแปลกยิ่งนักคนที่เข้ามาในจวนของเขามีแต่คิดจะสังหารไม่เช่นนั้นก็หวังความสัมพันธ์สวาทเพื่อความมั่นคงในชีวิตแล้วนางเล่า้าสิ่งใดกันแน่
"อย่าได้ไปนานนัก"
"เ้าค่ะ เ้าค่ะข้าจะรีบกลับมาเ้าค่ะ"นางรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกจากจวนไปทันทีมุ่งหน้าสู่ตลาด พลางสายตาเหลียวมองซ้ายขวาเพราะผู้ที่นัดนางออกมาคือหงเวยแม่เลี้ยงของนางเองแต่ว่ากลับไม่เห็นนางปรากฏตัว
ซู่หลินซื้อผักเสร็จแล้วก็เดินมองไปเรื่อยๆ หวังจะพบแม่เลี้ยง แต่แล้วจู่ ๆ นางก็ถูกกระชากตัวเข้าไปในซอยเล็ก ๆเมื่อเข้าไปถึงนางก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นหงเวยยืนรออยู่ แต่สีหน้าของแม่เลี้ยงนั้นแดงก่ำด้วยโทสะ
"นี่มัน สามวันแล้ว เหตุใดจึงไม่มีความคืบหน้า"
"คือว่าคุณชายเฟิงไม่ยอมให้ข้าเข้าใกล้เลยเ้าค่ะ"
"สามวัน...เ้าไม่ได้แม้แต่จะเข้าใกล้ตัวเขาเลยหรือ"
"เ้าค่ะดูเหมือนคุณชายเฟิงจะระวังมากเ้าค่ะ"
หงเวยได้ยินดังนั้นก็โมโหเป็อย่างมากแต่ก็พยายามระงับความโกรธไว้
"ดีถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เวลาเ้าอีกเพียงหนึ่งวัน หากยังไม่มีความคืบหน้าอีกข้าจะตัดนิ้วก้อยของน้องชายเ้ามาเป็ของรางวัลให้เ้า" ดวงตาของซู่หลินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"ไม่ได้นะเ้าคะ ไม่จำต้องทำเช่นนั้นข้าจะรีบจัดการเื่นี้ให้เร็วที่สุด ท่าน ท่านแม่อย่าได้ทำอันใดน้องชายข้านะเ้าคะ"เมื่อได้ยินคำอ้อนวอนของซู่หลินหงเวยก็หัวเราะเสียงแหลมออกมาอย่างพอใจแล้วหรี่ตาลงมองใบหน้าหวานที่อยู่เบื้องหน้า
"เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ใช่คนใจดีข้าให้เวลาเ้าเพียงหนึ่งวัน"
ซู่หลินคุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะลงบนพื้นให้นางทันทีนางรีบเข้าไปจับชายกระโปรง ของแม่เลี้ยงไว้ด้วยน้ำตาเอ่อไหลอาบแก้ม
"ท่านแม่ ท่านแม่เ้าคะท่านอย่าได้ทำเช่นนี้เลย"
"หากไม่อยากให้ข้าทำเ้าก็จงรีบทำแผนการให้สำเร็จไม่เช่นนั้น อย่าหาว่าข้าใจร้าย"ว่าแล้วหงเวยก็สะบัดชายกระโปรงจากการเกาะกุมของซู่หลิน แล้วเดินออกจากซอยไปทันที
ซู่หลินรีบไปเก็บตะกร้าและผักที่ร่วงหล่นเร่งฝีเท้าฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าตรงไปยังจวนตระกูลเฟิงด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม
"หยงเฉียงไม่ว่าอย่างไรพี่จะต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จให้ได้"
เมื่อซู่หลินเดินมาถึงประตูหลังจวนตระกูลเฟิงนางก็รีบเปิดประตูเข้าไปแล้วปิดไว้ พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆพยายามเก็บซ่อนความกลัวเอาไว้เมื่อนางหมุนตัวหันหลังกลับก็ชนเข้ากับบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“ตึก!”
"โอ๊ย!" เสียงร้องเบา ๆหลุดจากริมฝีปากเมื่อซู่หลินเสียหลักทรงตัวชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่อยู่เื้ัจนตะกร้าผักหลุดมือนางเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายตาของรุ่ยเจ๋อจ้องมองนางอยู่แล้ว เขานั่งยอง ๆ ลงข้าง ๆนาง แล้วใช้ นิ้วหัวแม่มือ ลูบไล้ที่หน้าผากของนางซู่หลินรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกนางรีบเบี่ยงใบหน้าหนีจากปลายนิ้วของเขาแทบจะทันควัน
"เกิดเหตุอันใดขึ้น เหตุใดหน้าผากของเ้าจึงบวมช้ำเช่นนี้" นางรีบหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความจับผิดนั้นทันทีพลางเม้มริมฝีปากคิดหาคำโกหกอย่างรวดเร็ว
"เอ่อ! คือตอนที่บ่าวไปตลาดสะดุดล้มแล้วหน้าผากก็กระแทกพื้นเ้าค่ะ"นางกล่าวพลางรีบคว้าตะกร้าผักที่ร่วงหล่นแล้วเก็บผักใส่ลงไปในตะกร้าด้วยท่าทางรีบร้อน
"ตามข้ามา"
รุ่ยเจ๋อสั่งให้นางเดินตามโดยมิทันให้นางได้ขยับกายแต่ซู่หลินกลับยืนนิ่ง เพราะนางไม่อาจเข้าใจในทีท่าของเขาได้ว่าแท้จริงแล้วเขา้าสิ่งใดกันแน่
เมื่อเห็นว่านางไม่ยอมทำตามคำสั่งเขาจึงหันกลับไปดึงที่ต้นแขนของนางเพื่อบังคับให้นางเดินตามไปยังห้องโถงเมื่อถึงที่หมายเขาก็ปล่อยมือจากนาง แล้วเดินไปยังลิ้นชักหยิบขวดยาเล็ก ๆขวดหนึ่งมายื่นให้นาง
"นี่คืออะไรหรือเ้าคะ"
"ยาแก้ฟกช้ำ เอาไปทาเสีย ไม่เกินสองสามวันก็จะหาย"
"ขอบคุณเ้าค่ะ"นางรับยามาพร้อมย่อกายทำความเคารพ แล้วหมุนตัวหมายจะเดินออกจากห้องโถงแต่เสียงของคุณชายเฟิงกลับดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"ข้ารู้ว่าเ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่"ฝ่าเท้าน้อย ๆ ของนาง ชะงักแข็งทื่อ ในทันทีคำพูดของบุรุษผู้นั้นทำให้นางตัวแข็งทื่อแทบไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้แม้เพียงครึ่งก้าว