บทที่ 2
กระแสชีพฉับพลัน
ขณะช่วยเหลือคุณหนูรองพ้นบานประตูหลัง ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นไร้ข้อกังขา นางกลับจับสังเกตเห็นจักษุห้อก้อนน้ำตาของท่านลุงม่อััได้ถึงก้อนตื้อตันที่ข่มกลืนในลำคอ เขาคงลำบากใจไม่น้อย เจียงเว่ยยังไม่ทันเอ่ยปากเสียด้วยซ้ำก็เป็ดังคาด เมื่ออาชากล้ามแกร่งถูกฟาดบั้นท้ายสุดแรงมือจนขาดีด
"คุณหนูรอง... อภัยให้ตาเฒ่าคนนี้ด้วยที่ไม่อาจส่งท่านถึงเหลียงโจว ไว้พบกันที่์เถอะ"
น้ำเสียงหนักแน่นเคล้นผ่านลำคอ ม่อถังเหยียนที่สวมเกราะทองแดงเด่นเห็นเป็สง่าหวดดาบหนักห้ำหั่นทรราชต้าซ่งอย่างเคียดแค้นก่อนจะลู่ตัวกลับเข้าไปยังจวนสกุลเจียงที่องครักษ์เกราะเงินทั้งสามกำลังต้านทานไว้ เจียงเว่ยที่มองจากที่ไกล ๆหัวใจดวงเล็กชาวาบคล้ายกำลังไต่ยอดหน้าผาสูง หญิงสาวเหวี่ยงตัวลงจากม้าโดยไม่รอให้สมองสั่งการ ปล่อยท่านป้าจางรุดหน้าไปสุดเส้นทางเพียงลำพัง
ดาบ ขวาน โล่ แซ่ หรือแม้แต่มีดติดมือยังไม่มี เจียงเว่ยอาศัยความคล่องแคล่วปราดเปรียวประวิงเวลาสั้น ๆ กลับไปยังจวนสกุลเจียงปลอดภัยครบสามสิบสอง ครั้นได้พบกันอีกครั้ง...ม่อถังเหยียนไม่มีอะไรจะพูดหรือห้ามปราม ทำได้เพียงเหยียดรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจมอบให้ ดาบอ่อนที่นางซ่อนไว้ถึงคราวใช้งาน
"สมกับที่เป็วีรบุรุษหนึ่งเดียวที่ข้านับถือ บุญคุณเก่าทดแทนแม้ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว ข้าเจียงเว่ยซางไม่คิดเสียดาย"
น้ำคำฮึกเหิมเรียกหน่วยน้ำตาจากผู้าุโได้เป็อย่างดี สมแล้วที่เป็บุตรสาวราชองครักษ์เจียงไห่ซื่อ สำหรับผู้เฒ่าม่อถังเหยียนแม้แรงมือแกว่งดาบปะทะศัตรู โสตประสาทบางส่วนยังหวนนึกถึงใบหน้าสหายผู้ล่วงลับไปก่อนแล้วซึ่งเป็มารดาของเจียงเว่ย ได้เลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้แทนนางนับว่าคุ้มค่าแล้ว เฝ้ามองลงมาจาก์คงภูมิใจมากเป็แน่
ราชวงศ์เก่าแก่สิ้นแล้วถึงคราวแผ่นดินผลัดเปลี่ยนรัชสมัย ต้าหยางแตกพ่าย หัวเมืองทั้งสี่เริ่มประดับธงเจ็ดสีแห่แหนชัยชนะ ต้าซ่งถือตัวเป็ผู้ยึดครอง ส่วนชายสามชราหนึ่งหญิงหนึ่งสมานฉันท์ปกป้องกันไปมากระทั่งเริ่มหลุดพ้นจากหลุมพรางมืด ขณะกำลังหลบเลี่ยงไปยังอีกทางเพื่อมุ่งไปสมทบกับบิดาและฝ่าา เจียงเว่ยซางมีโอกาสปรายตามองลานดินฝั่งตรงข้าม นางฆ่าศัตรูฝ่าดงคมดาบไม่สะทกสะท้านมาตลอดทางได้แล้วแท้ ๆ ดันทนไม่ได้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ความทรงจำครั้งสูญเสียมารดาแล่นกระแทกโสตประสาทฉับพลัน
"พวกท่านเร่งเดินทาง พบกันที่เหลียงโจว อย่าห่วงข้า"
หญิงสาวคาดคะเนว่าเผชิญหน้าหนนี้ไม่เกินแรงมือ ช่วยเหลือหนึ่งชีวิต ได้กุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น นางจงใจปล่อยให้ชายทั้งสี่นำหน้าก่อนสองส่วนแล้วจึงเปล่งเสียงพูดหลังกระโจนตัวลงจากอานม้าอีกหน เจียงเว่ยวิ่งสับเท้าไวดั่งสายธารร่วมวารีเป็หนึ่งไปยังอีกฝั่งของเส้นทาง ทหารหลวงที่ยังพอมีลมหายใจยืนหยัดอยู่ได้ล้วนโลหิตอาบร่างไม่อาจปกป้องประชาชนได้อีกแล้ว
ท่ามกลางทะเลโลหิตสีชาด ท้องนภามืดทึบหนาคลุ้งไปด้วยเขม่าเพลิงและกลิ่นแห่งความตาย นางโอบกอดเด็กน้อยผู้หนึ่งที่นั่งร้องไห้ระงมศีรษะสั่นคลอนราวลูกนกเปียกฝนอย่างกล้าหาญ อาชาทมิฬสับกลีบเท้าห้อตรงมาที่นาง มือหนึ่งถือทวนเหล็ก มือหนึ่งถือหัวรองแม่ทัพแห่งต้าหยางช่างน่าสยดสยองเหลือทน ทว่าฝ่ามือสากกร้านข้างนั้นทิ้งศีรษะโดยไม่เสียดายพร้อมลู่ตัวลงต่ำ แต่แล้วคันศรพุ่งทะยานมาด้วยความเร็วไม่อาจคาดคะเนปักทะลวงแผงอกซ้ายจนสิ้น
คุณหนูรองเจียงเว่ยซางจวนจะสิ้นใจแต่ยังคงโอบรัดร่างเล็กของเด็กน้อยแน่นจวบจนวินาทีสุดท้าย ลมหายใจรวยรินบางเบาพอ ๆ กับเกล็ดหิมะ เปลือกตาบนริบหรี่จวนจะปิดสนิทอยู่แล้ว ชายปริศนาผู้นั้นยังอุตส่าห์ฝังรอยเท้าชุบเืฝากไว้บนธารหิมะให้เห็นร่องพื้นยวบ ดวงตาเหี้ยมโหดสีรัตติกาลเพ่งมองร่างบางสิ้นลมต่อหน้าไม่รู้ทุกข์ร้อน น้ำเสียงเย็นวาบสั่งออกไป
"เอาตัวไป"
"ขอรับท่านแม่ทัพ"
ครั้นได้ยินเสียงเรียกขานจากปากชายเกราะดำ เจียงเว่ยอดคิดไม่ได้ว่าเขาคือตัวบงการนำกองทัพถล่มต้าหยางหนนี้ ชั่วฮึดสุดท้ายก่อนสิ้นใจหญิงสาวรวมแรงถลึงตามองใบหน้าดุร้ายให้เต็มหน่วยตา นางสาปแช่งผู้ถือทวนเหล็กบัญชาการบ้าคลั่ง ไม่ว่าชาติภพใดขอตามไปปลิดชีพเขาให้จงได้!
ม่อถังเหยียนหรือท่านลุงม่อของนางหันหัวอาชากลับมาแต่ไม่ทันเสียแล้ว เห็นความตายดั่งคืนสู่มาตุภูมินางจากไปโดยไม่วิงวอน ผู้าุโกลั้นกลืนความเจ็บแค้นจนกรามสั่นจำใจห้ออาชาสีแสดแจ้งเื่น่าสลดนี้แก่เจียงไห่ซื่อบิดาของนาง ผู้ผ่านโลกมามากถือคติที่ว่าเก็บมือไว้ในแขนเสื้อ เฝ้าดูความเป็ไป แล้วจึงตีสองหน้าแทงสามดาบ แค้นนี้ชำระภายหลัง
ย้อนไปหลายชั่วรุ่นอายุคนครั้งที่ยังรวมกันเป็ก๊กหมู่เหล่า ผู้รวบรวมแผ่นดินก่อตั้งเป็แคว้นเกิดจากสามสหายผู้ปราดเปรื่อง คุณชายทั้งสามเกิดมาพร้อมพร์ที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า ผู้หนึ่งสูงแปดฉื่อร่างหนาทึบกำยำเปี่ยมพละกำลังมหาศาล ผู้สองมิโดดเด่นนักรูปหน้าคล้ายว่าพอไปวัดไปวาแต่หากชั่งตวงที่จำนวนสมองนั้นหาเทียบได้ เขาเพียงคนเดียวเสมือนมัดมหาปราชญ์รวมกันสิบคน ชื่อเสียงขจรไกลว่าเขาคือยอดกุนซือแห่งสายเืฮกเกี้ยน คุณชายคนที่สามนี้มองผิวเผินช่างไร้ประโยชน์หาข้อดีไม่ได้ เขามีจุดเด่นอย่างเดียวคือหน้าตาและความแพรวพราวเ้าเล่ห์เพทุบาย บ่อยครั้งที่ผู้อื่นคาดไม่ถึงแต่เขาคว้าชัยมาได้เสมอ ดังนั้นลูกล้อลูกชนขนานใดจำเป็ต้องรอความเห็นจากเขาคนนี้
ท่องยุทธภพครึ่งทศวรรษก็กวาดล้างผืนดินจนราบแปลน กองกำลังแดนใดที่ว่าเก่งกาจก็ต้องพ่ายให้กับยอดบุรุษทั้งสาม ต่อมาแผ่นดินใหญ่แบ่งสันปันส่วนออกเป็สามแคว้น ตั้งตามชื่อแซ่ของผู้ไล่ล่าราชธานี อันได้แก่ ซ่ง หยาง เหลียง เติมคำว่าต้าด้านหน้าเพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่แห่งยุค นับแต่นั้นเป็ต้นมาบังเกิดเป็ แคว้นต้าซ่ง แคว้นต้าหยาง ทว่าบุรุษหน้างามเหลี่ยมแพรวพราวผู้นั้นดันเล่นสนุกแต่งเติมแคว้นตนต่างออกไป สถาปนาเป็ 'เหลียงโจว' ที่มีความหมายแฝงว่าประชาชนเป็ใหญ่
เป็เวลายาวนานเกือบร้อยปีที่สามดินแดนแคว้นสงบสุขภายใต้เหนือหัวผู้ชอบธรรม ครั้นฮ่องเต้พระองค์เดิมสิ้นอายุขัยจึงถึงคราวเปลี่ยนรัชสมัย ชาวประชาโศกระทมไว้ทุกข์หลายสิบปีบางคนยินดีไว้ทุกข์แด่พระองค์ไปชั่วชีวิต ความยิ่งใหญ่ตกทอดรุ่นสู่รุ่น กระทั่งต่อมาแว่นแคว้นผุดฏ ราวตะเพียนในคลอง ขุนนางในราชสำนักชุกชุมคล้ายฝูงยุงร้ายในที่มืด
นานวันเข้าสกุลใหญ่เหิมเกริมแก่งแย่งกันเป็ใหญ่สังหารเชื้อพระวงศ์่ชิงอำนาจขึ้นครองราชย์เสียเอง สายเืัแปดเปื้อนเลอะเลน สามแผ่นดินแยกตัวห่างเหินห้ำหั่นกันเอง ลืมเลือนซึ่งปณิธานแรงกล้าและเืเนื้อของบรรพบุรุษจนสิ้น ต้าหยางที่ปกครองโดยราชวงศ์โฮ่วประคองตัวมานานโขกระทั่งถึงคราววิบัติ
ราชวงศ์โฮ่วสิ้นแล้ว แผ่นดินผืนใหญ่ตกเป็ของผู้ปกครองต้าซ่ง เมืองเล็กถูกกลืนหาย เมืองขนาดกลางตกเป็เชลยก่อเหมืองเร่งฟื้นฟูทรัพยากร ทั่วหล้าใต้ฟ้าเดียวกันแต่ไม่เห็นเงาพี่เมืองน้องอยู่ในสายตา คนผู้นี้แสวงหาอำนาจ ป่าเถื่อนเหิมเกริม ความทะนงตนเว้าวอนความตายมาแล้วกี่หนล้วนไม่นับจำนวน ทว่าหากไม่มีมือดีคอยจัดการซ้ายขวาให้เกรงว่าาหนนี้ชัยชนะคงไม่ได้มาง่ายดายเพียงนี้
ในขณะที่ต้าหยางร้อนระอุลุกเป็ไฟ เหลียงโจวเป็ดั่งน้ำบ่อหน้า ความรอบคอบนี้ต้องยกให้ฮ่องเต้ผู้ปกครองต้าหยางจัดแจงบางเื่ไว้ก่อน แผนหนึ่งล้มเหลวก็ต้องมีแผนสอง จดหมายพันธมิตรถูกส่งถึงพระหัตถ์กษัตริย์เหลียงโจวั้แ่เดือนก่อนแล้ว ภายในกระดาษผืนหนาที่ทำจากไม้จิ่นหอมระบุไว้ชัดเจนว่า บุตรสาวราชองครักษ์ผู้ภักดีแซ่เจียงยินดีแต่งเป็ชายาองค์ชายสามเชื่อมสัมพันธ์
แม้เื่นี้เพิ่งถูกจัดการใน่หนึ่งเดือนให้หลัง สำหรับเจียงไห่ซื่อผู้เป็บิดาได้หารือกับฮ่องเต้ต้าหยางไว้ครบขวบปีแล้ว เพราะสาเหตุนี้เองผู้าุโจึงกำชับนักหนาว่าบุตรสาวต้องลดละเลิกวรยุทธ ขังตัวอย่างรู้สำนึกในเรือนเรียนรู้ตำราฝึกมารยาทให้สง่างาม เพราะเป็ความลับของแผ่นดินผู้เป็บิดากลัวว่าแจ้งความจริงแก่นางไว้ก่อนจะทำให้บุตรสาวใเตลิดหนีไปเปล่าๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าได้แต่หยิบยืมชื่ออนุเย่ขึ้นมาแอบอ้าง ยามนางหลบหนีออกไปเที่ยวเล่นไหนเลยจะไม่รู้ บิดาแสร้งหลับหูหนึ่งข้างปิดตาหนึ่งหนให้เจียงเว่ยได้ผ่อนปรนเสียหน่อย
องค์ชายสามผู้นั้นเฝ้ารอการมาของนางครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งอดใจไม่ไหวที่จะยลโฉมว่าที่ชายาจึงล่วงหน้าเดินทางไกลรอนแรมมาฝังตัวอยู่ในต้าหยางเกือบเดือน หวนนึกไปถึงครั้งแรกที่พบนางไม่อาจลืมได้ลง นอกจากโฉมหน้างามล่มเมืองราวบุปผาร้อยกลีบนิสัยและไมตรีล้วนน่าค้นหาชวนใกล้ชิดอย่างน่าประหลาดใจ หนึ่งวันไม่พบเสมือนผ่านไปสามฤดูใบไม้ร่วง
*****
จะรอดอยู่แล้วเชียว ต้องโทษท่านลุงม่อที่เลี้ยงน้องมาดี
ฝากกดติดตามเป็กำลังใจด้วยน้า