หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 33

    สินเดินออกจากร้านของเชฟอิโนะ มาขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกมาผ่านทางแอปพลิเคชันชื่อดัง เขาเดินขึ้นรถท่ามกลางแฟนคลับที่คอยส่งเสียงให้กำลังใจเขา แม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่มันก็ทำให้เขามีกำลังใจทำรายการ และสร้างแรงบันดาลใจต่อไป ในระหว่างที่นั่งรถ คนขับรถก็ขอถ่ายรูปของเขา เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ซึ่งเขาเป็นถึงแฟนตัวยงคนหนึ่งเลยทีเดียว“ขอบคุณมากครับคุณเชฟ ผมดูรายการของคุณทุกตอน ทุกคลิปเลยครับ..” เขาสนทนากันอีกเล็กน้อยในเรื่องสัพเพเหระ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของเขาจะดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูปรากฏเป็นเบอร์โทรของพี่โอ๊ต เขาจึงกดรับมันในทันที“สวัสดีครับพี่โอ๊ต.. มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับพี่” สินเอ่ยถามออกไป“คือพี่มีเรื่องจะปรึกษาสองเรื่องน่ะ.. เรื่องแรกเกี่ยวกับเรื่องงาน คือว่าหลังจากที่สินไลฟ์สดมีร้านอาหาร สถานบันการศึกษา โรงแรม และอีกหลายๆที่ขอให้สินไปทำรายการกิจการของพวกเขา สินคิดว่าเราควรจะรับดีมั้ย” พี่โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างจนใจ เมื่อสักครู่ก่อนที่เขาจะทำการโทรหาสิน เบอร์แปลกก็โทรหาเขานับสิบสาย“ยังไงก็ได้ครับพี่โอ๊ต.. เราก็ตั้งใจที่จะแชร์ประสบการณ์ให้กับเชฟมือใหม่อยู่แล้ว การที่เรานำเสนอเทคนิคของเชฟมืออาชีพของแต่ละท่านได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอครับพี่” สินกล่าวออกมา อุดมการณ์ของเขามั่นคง เขาแค่อยากจะกระจายข้อมูลของอาหารไปยังทั่วโลก เพื่อกล่าวเล่าไม่ให้ศิลปะอาหารสูญหายไปตามการเวลา“พี่ก็เข้าใจนะครับสิน.. บางที่ก็อยู่ต่างจังหวัด เราจะสะดวกเดินทางเหรอ ถึงทางนั้นจะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายให้เราทั้งหมดก็เถอะ.. หรือว่าเราคิดยังไง” พี่โอ๊ตพูดออกมา เหมือนแกมีเรื่องหนักใจอะไรสักอย่างอยู่“มีต่างจังหวัดด้วยเหรอครับ.. อื้มมม ถ้าอย่างนั้น ว่างๆเราค่อยไปก็ได้ครับ บอกทางนั้นแบบนี้ก็แล้วกันว่าช่วงนี้ผมติดถ่ายรายการเดอร์แกนด์อยู่ ยังไม่สะดวกที่จะเดินทางออกนอกกรุงเทพในเวลานี้.. ถ้าเราพร้อมแล้ว เราจะติดต่อกลับไป” สินกล่าวความเห็นของตัวเอง“พี่เองก็เห็นด้วยเหมือนกัน เพราะตอนนี้งานที่พี่ทำมันก็เริ่มที่ล้นมือแล้ว” คำพูดของพี่โอ๊ตมันเหมือนเป็นคำพูดธรรมดา แต่สำหรับสินที่ช่วงนี้ทำงานกับพี่โอ๊ตบ่อย จึงพอจะรู้นิสัยแกในระดับหนึ่ง เขาจึงเอ่ยออกไป“ผมเองก็จะคุยกับพี่เรื่องนี้อยู่พอดีเลย ผมมานั่งคิดดูแล้วว่างานพี่เยอะเกินไป น่าจะหาผู้ช่วยมาช่วยงานสักคนสองคน... พี่มีใครในใจบ้างหรือป่าวครับ ที่พอจะมาทำงานกับเราได้” สินเอ่ยเพื่อให้แกนำเสนอมา เขารู้อยู่แล้วว่าพี่โอ๊ตมีคนที่อยากจะนำเสนอเพื่อมาทำงานกับเขา“อย่างนั้นเหรอ คือว่าพี่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับเราดี.. พอดีดาวพึ่งจะถูกเชิญออกเพราะพิษจากเศรษฐกิจน่ะ.. นางเองก็ไม่กล้าเรียกร้องหรือขอร้องอะไรเรา... พอจะเป็นไปได้มั้ยที่สินพอจะจ้างดาวเพิ่มอีกหนึ่งคน” พี่โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างเสียงอ่อนๆ เขาเองก็เกรงใจสินอยู่ในระดับหนึ่ง เพราะไหนจะรับเขาเข้ามาทำงานแล้ว ยังจะขอให้แฟนของตัวเองมาทำงานด้วยอีก มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเกลียด“พี่ดาวเหรอครับ.. ให้เข้ามาช่วยงานได้เลยครับ เงินเดือนเท่ากับพี่เลยก็แล้วกันนะครับ” สินกล่าวออกมาอย่างไม่ต้องคิดเลย เพราะยังไงเขาก็รู้จักพี่ดาวอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจจะต้องให้เดินทางมาดูบุคลิก ก่อนจะร่วมทำงานด้วยกัน“เฮ้ๆๆๆ... ขอบคุณสินมากนะ พี่สัญญาว่าจะตั้งใจทำงาน” เสียงเฮ้ลั่นของทั้งสองดังออกมา และเป็นเสียงกล่าวขอบคุณของพี่ดาวเอ่ยออกมา แน่นอนว่าพวกเขาน่าจะเปิดลำโพงคุย สินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนที่จะกดวางสายโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง“เห้อ.. สงสัยตัวเองจริงๆ ว่าใจดีมากเกินไปหรือเปล่า.. เราคงต้องเลิกทำอย่างนี้บ้างละ” สินมองออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้าไม่ได้บอกความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษเลย ไม่นานสินก็ถึงที่พัก โดยประโยคของคนขับรถมาส่งพูดออกมาปิดท้าย ทำให้เขาสับสน“คุณสิน สู้ๆนะครับ... อย่าหยุดทำเลยนะครับ.. คุณเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคน สู้ๆ” เขายกมือขึ้นมากำแล้วก็ชูสองนิ้ว สินเองก็งงๆจึงตอบกลับไปตามมารยาท เมื่อคนขับรถเห็นว่าสินเดินจากไปแล้ว เขาก็พูดกับตัวเอง“ไม่ได้การละ.. คุณสินจะเลิกทำอาหารไม่ได้.. เราต้องทำอะไรบางอย่างซะแล้ว” ว่าแล้วเขาก็หยิบมือถือตัวเองออกมา ก่อนจะโพสข้อความลงโซเชียลพร้อมกับแนบรูปของตัวเองกับสิน และมีคลิปที่ถูกถ่ายด้วยกล้องภายในรถพร้อมกับข้อความดังนี้‘วันนี้ผมมีโอกาสได้ขับรถส่งคุณสิน คนครัวเราเพื่อนกัน ... แต่สิ่งที่ผมได้ยินมันกลับทำให้ผมเริ่มมาคิดว่าคุณสินคงต้องการกำลังใจจากแฟนๆอย่างเรา.. คุณสินกล่าวออกมาว่า ‘เราคงต้องเลิกทำอาหารแล้วล่ะมั้ง’ ตามคลิปที่แนบไว้... ผมได้แต่บอกให้เขาสู้ๆ ทุกๆคนมาช่วยกันให้กำลังใจคุณสินกันครับ… BY แฟนคลับคนครัวเราเพื่อนกัน NO.356”เขาโพสมันลงไปในกลุ่มแฟนคลับ ด้วยคำพูดของสินที่เขาได้ยินไม่ถนัดในตอนนั้น จากคำว่า ‘เราคงต้องเลิกทำอย่างนี้บ้างละ’ มันกลายเป็น ‘เราคงต้องเลิกทำอาหารแล้วล่ะมั้ง’ ได้ยังไงก็ไม่รู้ แล้วจากคลิปที่ติดอยู่ภายในรถ เขาก็อ่านปากได้อย่างนั้นเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจที่จะโพส เพื่อให้แฟนๆในกลุ่มเข้าไปให้กำลังใจสิน และแน่นอนว่ามันเป็นกลุ่มแฟนคลับลับ เหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างที่มันเกิดขึ้น มันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยแม้แต่น้อย เช่นชายคนนี้เขารู้อยู่แล้วว่าสินไม่ได้มีรถส่วนตัวในการเดินทาง เขาต้องรีบทำยอดให้ครบตามเป้าหมายเที่ยวรถซะก่อนที่จะมารอรับบุคคลที่เป็นเสมือนไอดอลของเขา ใครจะหาว่าเขาบ้า เขาก็ยอมรับมันล่ะนะ แต่ทุกอย่างที่เขาทำมาตลอดแล้ววันมานี้ก็ประสบผลสำเร็จสักที และการที่เขาโพสข้อความนี้ลงไป ทำให้คนในกลุ่มเดือดเป็นไฟ และพร้อมที่จะไปให้กำลังใจสินกันอย่างทั่วหน้า           ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย (โอ๊ต กับ ดาว)“โอ๊ตเราจะทำยังไงกันดีอะ ดาวพึ่งถูกเชิญออกจากงาน” ดาวเดินเข้ามายังตัวบ้าน พร้อมกับเข้ามาสวมกอดกับแฟนหนุ่ม โอ๊ตที่ได้ยินก็รู้สึกตกใจกับเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาจะทำได้ และเป็นสิ่งที่ดาวอยากได้ยินมากที่สุดคือคำปลอบประโลม“ไม่เป็นไรนะดาว อย่างน้อยคุณก็ยังมีผมอยู่ตรงนี้” เขาลูบหัวแล้วกล่าวกับดาวเบาๆ

    error loaded