***ผู้กล้าสมองกล้าม [เอรีส]
"ไปเลยมิลเลอร์! "
"ปิว~"
เจ้ามิลเลอร์คำรามด้วยเสียงที่น่ารัก ก่อนจะกางปีกทะยานขึ้นท้องฟ้าโดยมีฉันโดยสารมาด้วย
“ข้างล่างวุ่นวายน่าดูเลยดอง”
“ไม่กี่วันก่อนทุกคนยังมาฟังหนูร้องเพลงด้วยรอยยิ้มได้… ทำไมทุกคนถึงคลั่งกันได้ขนาดนี้คะ? ทำไมคะ? ”
“ปี้…”
คนที่บินตามมาข้างหลังคือเปอร์ไซด์ เอสเทอ และมังกรน้อยออกไซด์
ฉันไม่รู้ว่าควรตอบคำถามของเปอร์ไซด์ยังไงดี
เพราะว่าในหัวของฉันเองก็ว่างเปล่าไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน
ทำไมคนเรา… ไม่สิ ทุกเผ่าถึงได้คลั่งกันได้ขนาดนี้?
ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนยังหันหน้ายิ้มเข้าหากันได้ แต่พอถูกยุยงจากคนกลุ่มหนึ่ง ทุกคนก็เริ่มเป็นบ้าและไม่ไว้ใจใครอีก
“เปอร์ไซด์ เอรีส ถึงพวกเราจะเป็นสัตว์ที่ทรงภูมิปัญญา แต่ก็ยังเป็นแค่สัตว์ น้อยคนนักที่จะมีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเหมือนพวกเรา พวกเขาหวาดกลัว ระแวง ไม่ไว้ใจใคร ของแบบนี้เป็นธรรมดาของสิ่งมีชีวิตนะดอง”
เอสเทอเป็นผู้ตอบคำถามนั้น
แต่ยังไม่เข้าใจอยู่ดีงะ
“ตอนนี้มาตั้งสมาธิกับการค้นหาวิธีหยุดแสงจากบนฟ้าก่อนดีกว่าดอง เอรีส เธอบอกว่าสิ่งนี้คืออาวุธจากเผ่าของเธอ เป็นสิ่งที่เรียกว่า [ดาบแห่งพระเจ้า] ใช่มั้ยดอง? ”
“ใช่ คนที่คิดและสร้างมันคือนักวิจัยยะมะโตะ แต่ตอนนี้การสื่อสารถูกตัดขาดหมด เขาอยู่ตรงไหนของเมือง เป็นตายร้ายดียังไงฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“อืม… ฉันรู้แล้วละว่าศูนย์ควบคุมอยู่ตรงไหนดอง”
“รู้ได้ยังไง!? ”
“ยะมะโตะเคยหลุดปากบอกฉันตอนร่วมทำวิจัยเงามืดอยู่ครั้งหนึ่งว่า ‘ที่ทำงานของผมมีอยู่สองที่ เมืองหลวงเดิม กับตึกที่สูงที่สุดของเมืองคริสตัลซิตี้แห่งนี้’ นะดอง”
จะว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่เขาปากเปราะหลุดข้อมูลออกไปแบบนี้ดีนะ…
“งั้นก็มีแค่ตึกนั้นแล้ว”
ฉันชี้ไปที่ตึกสูงห้าสิบชั้นซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองฝั่งตะวันตก
มันเป็นตึกที่ทันสมัยที่สุดของพวกเราเผ่ามนุษย์ และยังเป็นที่พักอาศัยสุดหรูของคนที่ร่ำรวย
เห็นว่าชั้นบนเป็นห้องพักของคนระดับผู้นำ ถ้าจะบอกว่ามีห้องควบคุมดาบแห่งพระเจ้าอยู่ชั้นบนของอาคารนี้ มันก็ฟังดูไม่แปลก
“งั้นบุกไปจากทางดาดฟ้าตึกกัน เพราะว่าชั้นล่างมียามเฝ้าเยอะพอควรเลยละ”
“อืม ดอง~”
“เอสเทอเดาถูกจริง ๆ ด้วย”
ฉันกำลังใช้ปืนไรเฟิลขนาดบรรจุกระสุน 14.5×114 mm เล็งไปที่ดาดฟ้าของอาคารจากระยะห่างราวสองร้อยเมตร
บนดาดฟ้าอาคารนั้นมีทหารจำนวนราวสามสิบคนยืนเฝ้าประจำการอยู่
บนหน้าอกของพวกเขามีตราแสงสามแฉกอันเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาเทพทั้งสามติดเอาไว้อยู่
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตึกนี้ได้ตกอยู่ในการควบคุมของศัตรูไปแล้ว
"พบศัตรูจำนวนมากตรงหน้า"
"ดีละ งั้นมาวางแผน---"
*เปรี๊ยง! *
"---กันก่อนดอง…"
ฉันลั่นไกปืนไรเฟิลออกไปแล้ว
ว่าแต่เมื่อกี้เอสเทอตั้งใจจะพูดอะไรออกมาหรือเปล่า?
กระสุนนัดแรกของฉันลั่นทะลุใจกลางกระหม่อมของทหารที่กำลังยืนชมวิวจนตายคาที่
กระสุนขนาด 14.5×114 mm ได้เป่าส่วนหัวของเขาจนกระจุยหลุดออกจากร่างไป
ฉันเห็นผู้คนเริ่มตื่นตระหนกให้กับผู้ร้ายที่ยังมองไม่เห็น
ฉันจัดการส่งพวกมันให้ลงไปนอนเล่นกับเพื่อนมันต่อ
สองคน สามคน…
จนกระทั้งถึงคนที่ห้า พวกมันก็จับตำแหน่งของพวกเราได้
"มิลเลอร์! "
"ปิ ปิ้ว! "
เสียงของเจ้ามิลเลอร์คำรามก้อง พร้อมกับบินทะยานตัวออก
แรงลมที่ปะทะปีกกำลังวิ่งแยกออกเป็นเส้นทางลากยาวอันเนื่องจากความเร็วในการบินทะยานของมัน
ฉันเห็นศัตรูบนหลังคากำลังเล็งปืนไรเฟิลมาทางนี้ผ่านกล้องเล็งของตัวเอง
หน่วยซุ่มยิงของศัตรูมีด้วยกันสิบคนเช่นนั้นหรือ?
นอกจากหน่วยซุ่มยิงแล้ว ยังมีหน่วยอาวุธปืนจรวดอีกห้าคน
และที่เหลือเป็นหน่วยปืนกลเบาคอยเฝ้าระวัง
เสียงกระสุนลั่นดังขึ้นไปทั่วฟ้า
"เปิดโหมดกระตุ้นสัญชาตญาณ! "
พร้อมกับที่ฉันเปิดใช้งานหนึ่งในความสามารถของชุดเกราะฮีโร่
รู้สึกได้ว่าประสาทสัมผัสของตัวเองเฉียบคมมากขึ้น
รับรู้ได้แม้แต่ตำแหน่งกระสุนที่กำลังจะพุ่งเข้ามาหา
ฉันใช้มือของตัวเองตบคอของมิลเลอร์เพื่อสั่งการให้บินหลบในทิศที่ต้องการ
มังกรผิวน้ำตาลควงสว่านตัวเองไปที่ด้านขวา
เอี้ยวตัวกายกรรมพร้อมกับหักเปลี่ยนทิศด้วยแรงกระพือปีกที่ทรงพลัง
ก่อนจะทิ้งตัวลงดิ่งแล้วบินทะยานขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง
ทุกทวงท่านั้นมีความหมาย
ไม่มีกระสุนนัดใดที่สามารถเฉียดผิวของพวกเราได้แม้แต่ปลายนิ้ว
ประดุจหนึ่งแหวกว่ายในแม่น้ำที่ไหลผ่านข้างกายโดยไร้ซึ่งภัยอันตราย
"อ่อนหัด มีความพยายามแต่ก็ยังอ่อนหัด! "
ฉันกรีดเสียงดังพร้อมกับเล็งปืนไรเฟิลยิงสวนกลับไป
ต่อให้นั่งอยู่บนร่างที่กำลังบินเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง แต่ก็หาได้ลดความแม่นยำของฉันลง
นั่นเป็นเพราะมีพลังของชุดเกราะฮีโร่ตัวนี้อยู่
"เปิดโหมดรับรู้ที่ว่าง! "
กระแสคลื่นแม่เหล็กได้แผ่ขยายออกมาจากชุด
มันพุ่งกระจายออกไปโดยรอบ ก่อนจะสะท้อนกลับเข้ามาสู่ระบบตัวรับรู้ของชุดเอง
ระบบของชุดเกราะทำการวิเคราะห์และสร้างเป็นภาพมิติขึ้นในสมองของฉัน
ในสมัยที่ทดลองใช้ครั้งแรก ฉันพบว่าข้อมูลมันเยอะมากจนทำให้ปวดหัวตาลาย แต่พอฝึกจนชิน มันก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ
ฉันสามารถลั่นยิงกระสุนใส่ตำแหน่งของศัตรูได้โดยไม่จำเป็นต้องเล็งเสียด้วยซ้ำ
ดอกไม้สีแดงผลิบานขึ้นเหนือดาดฟ้าอาคารอย่างต่อเนื่อง
เพียงพริบตาเดียว หน่วยซุ่มยิงของศัตรูก็โดนฉันกวาดจนเกลี้ยง
ในตอนนั้นเองที่หน่วยยิงจรวดของศัตรูเริ่มเคลื่อนไหว
"RPG.! "
กระสุนหัวจรวดจำนวนห้านัดพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า
แต่ไม่มีความจำเป็นต้องหลบมัน
เพราะว่าฉันมีเทพธิดาตัวน้อยคอยปกป้องบินอยู่ข้างกาย
"เอากลับไปกินดอง~"
หนังสือเวทมนต์ในมือของเอสเทอทั้งสองข้างเริ่มพลิกไปมาอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้นเองที่เกิดรูสีดำปรากฏขึ้นที่ตรงหน้าพวกเราจำนวนห้ารู พร้อมกับที่มีปรากฏขึ้นที่เหนือดาดฟ้าอาคารอีกห้ารู
รูสีดำเหล่านั้นดูดกลืนจรวดเข้าไป
หายไปไหนกัน?
ฉันได้คำตอบแทบจะในทันที
หัวจรวดทั้งห้ากำลังมุดลอดออกมาจากรูสีดำที่ปรากฏเหนือดาดฟ้าอาคาร
ระเบิดสังหารได้ลั่นย้อนใส่พวกมันเองจนพื้นที่บริเวณนั้นพังพินาศลงมา
"เอสเทอ นั้นมันคืออะไร…"
"รูหนอนไงดอง พอดีได้ฟังทฤษฎีหลาย ๆ อย่างจากยะมะโตะตอนที่ทำวิจัยร่วมกัน ฉันเลยเอามาประยุกต์ใช้กับความสามารถของตัวเองนะดอง"
เอสเทอนี่สุดยอดไปเลยแฮะ
พวกเราร่อนลงจอดบนพื้นที่ดาดฟ้าซึ่งพังพินาศลงมา
โชคดีที่บันไดกับลิฟต์ไม่เสียหายตามไปด้วย
แต่เนื่องจากมิลเลอร์ตัวใหญ่กว่าสองเมตร มันจึงตามเข้ามาในอาคารไม่ได้
พวกเราเลยให้มันบินรออยู่ห่างจากตึกเอาไว้ก่อน
คนที่บุกเข้ามาจึงมีแค่ฉัน เอสเทอ เปอร์ไซด์ และมังกรน้อยออกไซด์เท่านั้น
“เอาละ ไปทาง---”
“ทุกคนอันตรายค่ะ! ”
เปอร์ไซด์กรีดเสียงเตือนพวกเราทุกคนพร้อมกับยืดระยางออกมาคว้าพวกเราเอาไว้ในตอนที่พึ่งเข้ามาในโถงบันได
เธอใช้ขาอันทรงพลังแตะใส่กำแพงจนเป็นรูกว้าง ก่อนจะใช้กรงเล็บของเธอดึงเอาสายไฟที่อยู่ข้างในออกมาจนฉีกขาด
เกิดเสียงไฟซ๊อตดังขึ้นไปทั่วโถงบันไดพร้อมกับแสงไฟที่ดับมืดลง
ก่อนที่แสงไฟสีแดงฉุกเฉินจะติดขึ้นในอีกห้าวินาทีต่อมา
“ความรู้สึกอันตรายหายไปแล้วค่ะ”
เปอร์ไซด์พูดออกมาอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับยื่นหัวเข้ามาใกล้
ฉันลูบหัวเธอแทนคำขอบคุณอย่างไม่ลังเล
“ฮิ ฮิ~”
น่ารักจัง
“เมื่อกี้น่าจะเป็นเสียงกับดักพังละมั้งดอง? ดีเลย แบบนี้จะได้ลุยง่ายขึ้นหน่อยดอง”
เอสเทอพึมพำกับตัวเองเช่นนั้นแล้วเริ่มบินลงไปตามโถงบันไดที่ดูหรูหรานี้
ที่นี่ไม่ใช่โถงบันไดหนีไฟที่คับแคบ แต่มันเป็นโถงบันไดอาคารหลักซึ่งทอดตัวยาวขึ้นมาตั้งแต่ชั้นหนึ่งถึงชั้นดาดฟ้า
บันไดที่หมุนวนเป็นเกลียวลงไปสู่ชั้นล่างนั้น มีรูกว้างตรงกลางกว่าสิบเมตรเพื่อใช้แขวนโคมลอยยื่ดยาวลงมา
โคมลอยแท่งคริสตัลใสยาวต่อเนื่องที่ลอยในอากาศทุกระยะสองชั้น กำลังเปล่งประกายแสงสีแดงอย่างงดงามให้กับโถงทางเดินที่หรูหราประดับทองคำและพรมสีแดง
ทหารที่เฝ้าดูแลอาคารเริ่มกรูกันออกมาในสภาพอาวุธครบมือ
พวกเขาน่าจะเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนที่เกิดเสียงระเบิดขึ้นบนหลังคาแล้ว
“ยิง! ”
ปืนที่พวกเขาใช้มีทั้งปืนกลและปืนพลาสม่า
“กระจอกดอง”
แต่อาวุธเหล่านั้นได้กลายเป็นของเล่นไปเสียสิ้นเมื่อมาอยู่ต่อหน้าเอสเทอที่ติดตั้งอาวุธครบมือ
หนังสือทั้งสองเล่มในมือเอสเทอเริ่มพลิกไปมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง พร้อมกับเกิดรูมิติสีดำจำนวนมากผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
กระสุนที่ถูกยิงเข้าใส่ได้กลายเป็นกระสุนสังหารที่ย้อนกลับไปทำร้ายผู้ลั่นไกเอง
“ปืนไม่ได้ผล งั้นต้องเข้าปะทะ! ”
บนบันไดด้านล่างมีกลุ่มคนราวสามสิบคนกำลังวิ่งขึ้นมา
“ออกไซด์ เผ่ามันเลยค่ะ! ”
“ปี้! ”
เข้ามังกรน้อยพุ่งออกไปแนวหน้าแล้วเปิดปากออกกว้าง
ไฟสีทองได้พวยพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงยาว
ไฟที่ร้อนถึงหนึ่งพันองศาได้แผดเผ่าพวกทหารตรงหน้าจนกลายเป็นเถ้าถ่านไป
“ตรงนั้น ชั้นที่ยี่สิบน่าสงสัย! ”
ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ฉันได้พบกับตำแหน่งที่น่าจะเป็นห้องควบคุม
ที่ชั้นยี่สิบนั้น มีทหารเฝ้ายามเป็นจำนวนมากและหน่าแน่นมากกว่าชั้นอื่น
ถ้าจะสงสัยที่ไหน ก็คงมีแต่ที่ชั้นนั้นเป็นตำแหน่งแรก
“ลุย! ”
ฉันวิ่งนำบุกไปข้างหน้าด้วยปืนไรเฟิลของตัวเอง
ปืนไรเฟิลกระบอกนี้หนักถึงสามร้อยกิโลกรัม ยาวสองเมตร มันถูกออกแบบมาเป๋นพิเศษให้สามารถใช้งานเป็นได้ทั้งไม้พลองเหล็กและปืนไรเฟิลในเวลาเดียวกัน
“เปิดโหมดชุดกล้ามเนื้อ! ”
ฉันเปิดใช้งานชุดฮีโร่อีกครั้ง
ทั่วทั้งร่างกายของฉันถูกหุ้มไปด้วยเกล็ดสีเขียวน่าเกลียดพร้อมกับกล้ามเนื้อที่พองโตออกมา
แรงเหวี่ยงจากไม้พลองไรเฟิลซึ่งหนักถึงสามร้อยกิโลกรัมนั้น รุนแรงประดุจกระสุนปืนใหญ่
“แย่แล้ว ถูกล้อมหน้าหลังแล้วค่ะ! ”
ในตอนที่พวกเราวิ่งลงมาถึงชั้นยี่สิบห้า ศัตรูก็แบ่งกำลังออกมาล้อมทั้งหน้าและหลัง
ข้างล่างมีคนขวางอยู่สามสิบคน
ข้างบนมีหน่วยปืนอีกห้าสิบคน
“แล้วเป็นปัญหามั้ย? ”
“ไม่ค่ะ! เปอร์ไซด์ คิก! ”
“ปี้! ”
“ไม่ต้องระวังหลัง ฉันจะปกป้องให้เองดอง! ”
ว่าแล้วพวกเราก็แยกออกเป็นสองทาง
ฉันกระโดดพุ่งลงเข้าใส่กลางวงของศัตรูด้านล่าง
ส่วนเปอร์ไซด์กับมังกรน้อยบินขึ้นทะยานสู่ชั้นบน
ศรีษะของเหล่าทหารหาญต่างปลิวกระเด็นราวกับฟาดฟันใส่ก้อนเต้าหู้
ส่วนทหารที่อยู่ชั้นบนต่างปลิวลงมาราวกับใบไม้ร่วงโรย
แสงไฟสาดส่องแผดเผาจนได้กลิ่นฉุนของเนื้อและไขมัน
กระสุนระเบิดของศัตรูถูกลั่นไกหมายจะทำลายเส้นทางเดินของพวกเรา
แต่ไม่มีการโจมตีไหนที่เข้าถึงตัวพวกเราได้จากการป้องกันที่สมบูรณ์แบบของเอสเทอ
พวกมันเป็นอันต้องถูกส่งย้อนกลับผ่านรูหนอน หรือไม่ก็เข้าปะทะกับบาเรียภูติที่แข็งแกร่งของเอสเทอ
โอเวอร์เพาเวอร์!
ฉันรู้สึกว่าถ้าเป็นทีมนี้ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพนับหมื่น พวกเราก็ยังสามารถเอาชนะได้ค่ะ
“ถึงแล้ว! ”
พวกเรามาถึงชั้นที่ยี่สิบแล้ว
เส้นทางที่ทอดยาวไกลออกไปตรงหน้านั้น คือเส้นทางเดินที่วิ่งตัดผ่านใจกลางของตัวอาคาร
ห้องซึ่งถูกแบ่งออกเป็นซ้ายและขวานั้น ถูกกั้นเอาไว้ด้วยกระจกผ้าที่ไม่อาจมองเห็นข้างในได้
และมันมีเป็นจำนวนมาก
ฉันไม่มีเวลาสำรวจนานขนาดนั้นหรอกนะ
“ฝากคุ้มกันที - เปิดโหมดชุดเกราะ พลังเวท! ”
ฉันเปิดใช้งานเกราะฮีโร่โหมดพลังเวท
ปีกใสที่เลียนแบบอวัยวะของเผ่าภูติได้งอกออกมาจากกลางหลังสองคู่
มันเริ่มส่องประกายแสงสีฟ้าออกมา
ฉันสัมผัสได้ถึงธรรมชาติ รู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของมวลอะตอมรอบตัว
ถึงจะยังไม่สามารถสร้างสิ่งลี้ลับแบบเอสเทอได้ แต่ฉันสามารถใช้มันเพื่อขยายพลังของโหมดอื่นได้
"เปิดโหมดรับรู้ที่ว่าง-ขยายพลัง! "
การรับรู้พื้นที่ว่างของชุดเกราะถูกขยายตัวออกกว้างจนครอบคลุมไปทั่วทั้งอาคาร
รับได้ว่าที่ข้างหลังมีพวกเอสเทอกับเปอร์ไซด์กำลังแตะตูดพวกศัตรูจนกระเด็นอยู่
รับรู้ได้ว่าห้องทางซ้ายและขวามีศพของนักวิจัยจำนวนมากนอนตายกระจายไปทั่ว
รับรู้ว่าที่สุดปลายเส้นทางเดินนี้ มีกลุ่มวายร้ายจำนวนสามสิบคนกำลังยืนรุมยะมะโตะอยู่
และได้ยินเสียงที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่ภายในห้องนั้น
“อีกกี่นาทีถึงจะปรับปรุงเสร็จ! รีบโอนย้ายระบบสั่งการ AI กับโดรนสังหารทั้งหมดของแกมาให้พวกเราเดียวนี้! ไม่อย่างงั้นพวกเราจะทำลายข้อมูลวิจัยของแกทิ้งซะ! ”
“หยุดนะ! นั่นคือผลงานวิจัย [เงามืด] ที่พวกเราทั้งห้าเผ่าช่วยกันสร้างขึ้นมา! อีกแค่นิดเดียวก็จะ [รู้] ถึงตัวตนที่แท้จริงของเงานั้นได้แล้ว เพราะงั้น ได้โปรด อย่าทำลายมันเลย! เข้าใจแล้ว จะรีบโอนให้เดียวนี้! ”
“เห็นแกพูดแบบนี้มาตั้งแต่ห้านาทีที่แล้ว คิดว่าพวกเราโง่เช่นนั้นหรือ!? งั้นคงต้องทำลายทิ้งสักหน่อยแล้วมั้ง? ”
“อย่า! ได้โปรดเถอะ! การโอนสิทธิ์สั่งการจาวิสของผมมันไม่ได้ทำง่าย ๆ แบบนั้นนะ! ”
จากที่ฟัง ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังพยายามจะยึดเอาระบบสั่งการ AI ของยะมะโตะไป
ถ้าหากว่ากองทัพสังหารโดรนตกไปอยู่ในมือของพวกบ้านี้แล้วละก็…
“พวกมันอยู่ข้างหน้านี้เอง ต้องรีบหน่อยแล้ว ไปกันเร็ว เอสเทอ เปอร์ไซด์! ”