กำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess)

    ตอนที่72:ปฐมนิเทศหรือประกาศสงคราม

    [ณ ลานอเนกประสงค์ขนาดมหึมาของโรงเรียนสหเวทย์ สาขา 896]


    นักเรียนใหม่จากทั่วทุกสารทิศยืนรวมกลุ่มกันอย่างหนาแน่น แววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวังในอนาคตที่กำลังจะมาถึง 


    บนเวทีสูงตระหง่าน ผู้อำนวยการโรงเรียนสหเวทย์ สาขา 896 และเหล่าคณาจารย์ระดับสูงยืนเรียงรายด้วยท่าทีขรึมขลัง


    "เอาล่ะนักเรียนใหม่ทุกท่าน!" เสียงของอาจารย์พิธีกรดังขึ้นอย่างทรงพลัง "บัดนี้! ขอเชิญผู้ชนะเลิศการประลองจัดอันดับนักเรียนใหม่ในปีนี้! แม่นางณิชา ขึ้นมากล่าวสุทรพจน์ในฐานะตัวแทนนักเรียนใหม่!"


    เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ณิชาในชุดนักบุญแถบเงินอันสง่างามก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและงามสง่า นางหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง กวาดสายตามองฝูงชนเบื้องล่างอย่างใจเย็นและสุขุม


    "นั่นสินะ...ณิชา...คนที่เขาลือกันให้แซ่ด" เสียงซุบซิบจากกลุ่มคุณหนูตระกูลหนึ่งดังขึ้นแผ่วเบา แต่ก็พอจะได้ยิน


    "สวยอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ นั่นแหละ แต่จะเก่งกาจสมคำร่ำลือหรือเปล่านะ"


    ณิชาคล้ายจะจับกระแสเสียงนินทานั้นได้ นางค่อยๆ เอื้อมมืออันเรียวงามไปปลดผ้าปิดปากผืนที่คุ้นเคยนั้นออกอย่างเชื่องช้าและจงใจ


    วินาทีที่ใบหน้างดงามหมดจดอย่างไร้ที่ติของณิชาปรากฏสู่สายตาสาธารณชนอย่างเต็มรูปแบบ! 


    เสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึงในความงามอันเหนือมนุษย์นั้นก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง! 


    กลุ่มคุณชายที่ยืนอออยู่ด้านหน้าถึงกับอ้าปากค้างตะลึงงัน บางคนถึงกับเซ่อซ่าจนเดินชนกันเองอย่างน่าขัน!


    ทางด้านกลุ่มลูกหลานของผู้ปกครองเมือง ชายหนุ่มผู้หนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความโอหังและถือดี นามว่า "อคิรัส บาซิลลัส" 


    บุตรชายคนโตของหนึ่งในผู้มีอำนาจของเมือง เอ่ยขึ้นกับพรรคพวกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตากรุ้มกริ่ม 


    "หึ...งดงามสมคำร่ำลือจริงๆ ข้าว่านะ...ข้าจะต้องได้นางมาเป็น 'ของสะสม' ชิ้นใหม่ให้จงได้!"


    "ฮ่าๆๆ! ท่านพี่อคิรัสพูดจาได้ถูกใจน้องยิ่งนัก!" ชายหนุ่มอีกคนท่าทางเจ้าชู้ไม่แพ้กันนามว่า "เมเดียน บาซิลลัส" กล่าวเสริมอย่างคะนองปาก 


    "สตรีเช่นนี้ หากได้มาปรนนิบัติอยู่บนเตียง คงจะสุขสมเกินกว่าจะบรรยายได้!"


    'ในเมื่อทุกคนก็ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของข้าแล้ว...ก็ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องปิดบังซ่อนเร้นอีกต่อไป' ณิชาครุ่นคิดในใจอย่างเงียบงัน 


    'และบัดนี้...ข้าก็มีพลังมากพอที่จะปกป้องตนเองและคนที่ข้ารักได้แล้ว!'


    ณิชาก้าวขึ้นกล่าวสุทรพจน์ในฐานะตัวแทนนักเรียนใหม่ แม้ถ้อยคำที่นางเอื้อนเอ่ยออกมาจะเรียบง่ายตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวและพลังอำนาจบางอย่างที่สะกดให้ผู้คนในที่นั้นต้องนิ่งฟังอย่างตั้งใจ 


    ก่อนที่สายตาอันคมกริบของนางจะกวาดมองไปยังกลุ่มคนต่างๆ อย่างมีความหมาย...


    ณิชามองไปยังกลุ่มศิษย์ของผู้อาวุโสสาธิตา ที่มีสินีและโชติกายืนหน้าตึงเครียดอยู่ 


    "ณ สถานศึกษาอันทรงเกียรติแห่งนี้ การแข่งขันย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้...ส่วนผู้ที่อ่อนแอ ย่อมต้องหลีกทางให้แก่ผู้ที่เหนือกว่า!"


    "น...นังปีศาจ!" สินีขบกรามแน่นจนกรามสั่นระริก ความทรงจำอันน่าอัปยศอดสูจากการพ่ายแพ้ให้แก่ณิชายังคงแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน! 


    นางเหลือบมองณิชาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและ...หวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง!


    โชติกามองณิชาด้วยสายตาเย็นชา นางสัมผัสได้ถึงความไม่มั่นคงและหวาดหวั่นของสินี 


    "อย่าเพิ่งเสียขวัญไปสินี รอดูท่าทีมันไปก่อน...ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะมีดีสักแค่ไหน หรือเป็นแค่พวกพลังตื่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น!"


    สายตาของณิชาเลื่อนไปยังกลุ่มของตระกูลวรกุลที่กำลังมองมาอย่างอาฆาตแค้น นำโดยคุณชายใหญ่และคุณหนูรอง 


    "อดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว...ก็คือบทเรียนอันล้ำค่า หากยังคงจมปลักอยู่กับความแค้นเคือง...ก็มีแต่จะนำพาตนเองไปสู่หนทางแห่งความพินาศย่อยยับเท่านั้น!"


    "บังอาจ! นังเด็กเมื่อวานซืน! มันกล้าดียังไงมาสั่งสอนพวกเรา!" คุณหนูรองแห่งตระกูลวรกุลกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยความเดือดดาล!


    คุณชายใหญ่แห่งตระกูลวรกุลยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้ แต่แววตากลับวาวโรจน์ด้วยโทสะที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ 


    "เก็บอารมณ์ไว้ก่อนเถิดน้องหญิง...รอให้ถึงเวลาของเรา...มันจะต้องชดใช้อย่างสาสมในสิ่งที่มันทำ!"


    ณิชาหันใบหน้าอันงดงามไปมองยังกลุ่มลูกหลานเจ้าเมืองที่นำโดยอคิรัสและเมเดียน ซึ่งกำลังส่งสายตาโลมเลียและหื่นกระหายมาให้นางอย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย


    "และสำหรับบางท่านที่คิดว่าอำนาจหรือชื่อเสียงของตระกูลจะสามารถซื้อหาได้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกหล้านี้...ข้าขอเตือนไว้ด้วยความหวังดีว่า...มีบางสิ่งที่เงินทองและอำนาจนั้นมิอาจจะไขว่คว้ามาได้...และบางสิ่งที่ท่านคิดจะครอบครองนั้น...มันอาจจะแว้งกัดจนท่านไม่เหลือแม้แต่ซากให้คนข้างหลังได้ดูต่างหน้า!"


    "ฮ่าๆๆ!" เมเดียนหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างดูแคลนและไม่ยี่หระ 


    "ปากกล้าไม่เบานี่แม่สาวน้อยคนงาม...แต่ข้าชอบนะ สตรีที่พยศเช่นนี้...มันยิ่งน่า 'สั่งสอน' ให้เชื่องอยู่ใต้แทบเท้าเสียนี่กระไร!"


    "ถูกต้องที่สุด...ยิ่งพยศมากเท่าใด...เวลาที่นางส่งเสียงครางอยู่ใต้ร่างของเรา มันยิ่งเร้าใจและซ่านสยิวมากเท่านั้น!" อคิรัสใช้ลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหยาบโลนและกระหายในรสสวาท


    รุจียืนอยู่ข้างมารินและเชียร์ร่าในกลุ่มศิษย์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ อ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความทึ่งระคนตกใจ นางกระซิบกับเพื่อนๆ 


    "พวกเจ้าได้ยินกันไหม! ท่านพี่หญิง...เอ๊ย! ณิชาน่ะ...นางสุดยอดไปเลย! กล้าพูดแบบนั้นต่อหน้าคนใหญ่คนโตพวกนั้นด้วย! ข้าล่ะนับถือนางจริงๆ เลย!" แววตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชมและตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า


    มารินพยักหน้าเห็นด้วยเบาๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง


    เชียร์ร่าขยับแว่นเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด 'เด็กคนนี้...เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ทั้งพลังฝีมือและความคิดอ่าน แต่...การกระทำที่ดูจะท้าทายอำนาจมืดเช่นนี้...มันจะนำภัยมาถึงตัวนางหรือไม่นะ' นางอดที่จะกังวลใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้


    อาจารย์พิธีกรผู้ยืนอยู่บนเวที พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษามาดขรึมและสุขุมไว้ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนทึ่งในความกล้าหาญของเด็กสาวผู้นี้ 


    'เด็กสาวผู้นี้...ช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ! กล้าที่จะท้าทายผู้มีอิทธิพลทั้งหมดในที่นี้พร้อมกัน!' เขากระแอมไอในลำคอเบาๆ ก่อนจะกล่าวต่อไป


    "หลังจากนี้ นักเรียนใหม่ทุกท่านจะต้องทำการเลือกภาควิชาหลักทั้งด้านการต่อสู้และสายอาชีพที่ตนเองถนัด ขอให้ทุกคนปรึกษาหารือกันให้ดี 


    เพราะทีมที่แข็งแกร่งและครบเครื่อง ย่อมมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จใน 'การประลองไต่ระดับเมือง' ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดของโรงเรียนเราในปีนี้!"


    หลังกล่าวสุนทรพจน์อันดุเด็ดเผ็ดมันจบสิ้น ณิชาก็เดินกลับมารวมกลุ่มกับสหาย ณ บริเวณที่นั่งของพวกตน


    "พวกเราจะเลือกอะไรกันดีล่ะทีนี้?" รุจีเอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรกหลังจากกลับมาจากการปฐมนิเทศอันน่าตื่นเต้น "เมื่อกี้เจ้าเห็นสายตาพวกนั้นไหมณิชา โดยเฉพาะพวกคุณชายลูกหลานเจ้าเมืองนั่นน่ะ! น่ารังเกียจชะมัดยาด!"


    "ข้าเห็น" ณิชาตอบเสียงเรียบ มิได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา "แต่ตอนนี้...เรามาสนใจเรื่องการเลือกภาควิชากันก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งไปใส่ใจกับเรื่องไร้สาระพวกนั้นเลย"


    ทั้งสี่คนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดอยู่ไม่นานนักก็สามารถตัดสินใจเลือกภาควิชาที่เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคนได้ลงตัว


    รุจีเลือกวิหารศาสตรา แขนงคทา และสายอาชีพนักปรุงอาหาร


    มารินเลือกวิหารศาสตรา แขนงคทา เช่นกัน และสายอาชีพนักปรุงยา


    เชียร์ร่าเลือกวิหารศาสตรา แขนงปืน และสายอาชีพนักข่าวกรอง


    "แล้วเจ้าล่ะณิชา?" ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่ณิชาเป็นจุดเดียว "เจ้าจะเลือกอะไร?"


    ณิชาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "วิหารศาสตรา แขนงดาบ คือสิ่งที่ข้าคุ้นเคยและถนัดที่สุด ส่วนสายอาชีพนั้น..." นางยังคงมีท่าทีลังเลเล็กน้อย


    ‘เลือกเป็นแพทย์สิ’ เสียงของ ‘นิชา’ ดังขึ้นในห้วงความคิดของณิชาอย่างกะทันหันและไม่ทันให้ตั้งตัว


    ‘แพทย์รึ? ทำไมกันล่ะ?’ ณิชาถามกลับไปในใจอย่างสงสัย


    ‘การเรียนรู้เรื่องโครงสร้างร่างกายของมนุษย์อย่างละเอียดลออ...มันก็ดูจะเหมาะสมกับวิชาสังหารอันเลื่องชื่อของข้าดีมิใช่รึ?’


    ‘เฮ้อ...เจ้าก็คิดแต่เรื่องพรรค์นี้สินะ’ ณิชามองบนในความคิดอย่างระอาใจ แต่ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าเหตุผลของ ‘นิชา’ นั้น...มันก็มีส่วนถูกอยู่บ้างจริงๆ


    "ข้าคิดว่า...ข้าจะเลือกเป็นแพทย์" ณิชาเอ่ยออกมาในที่สุด


    "แพทย์รึ!?" ทั้งสามสาวอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง


    "ใช่" ณิชายิ้มบางๆ


     "ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ารู้สึกว่ากลุ่มของเรายังคงขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านการเยียวยารักษาอยู่มาก ซึ่งมันก็เป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะสำคัญพอสมควรในการทำภารกิจต่างๆ" 


    นางเลือกที่จะบอกเหตุผลที่ฟังดูดีและมีประโยชน์ต่อส่วนรวมออกไป


    "ว่าแต่...สายอาชีพที่เหลืออีกสองอย่างนั่นล่ะ?" รุจีเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย 


    "ช่างเวทย์กับช่างก่อสร้างนั่นน่ะสิ" 


    "อืม...งานทั้งสองอย่างนั้น...คงจะต้องใช้เวลาและความทุ่มเทในการฝึกฝนอย่างมากทีเดียว" ณิชาครุ่นคิด 


    "แต่ถ้าให้ข้าเลือก...ข้าอยากให้ทีมของเรามีสมาชิกที่ครบเครื่องทุกสาย อ๊ะ! ดารา นันทกุล อย่างไรเล่า!" นางยิ้มอย่างมีเลศนัย 


    "พวกเจ้ารออยู่ที่นี่นะ ข้าขอตัวไป 'เชิญ' นางมาร่วมทีมกับเราสักครู่!"


    สามสาวมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจในความคิดของณิชานัก แต่ก็พยักหน้ารับแต่โดยดี ณิชาจึงมุ่งหน้าตรงไปยังหอพักหญิงของโรงเรียนสหเวทย์ทันที


    แต่เมื่อณิชาเดินไปได้ไม่นานนัก กลุ่มอันธพาลของอคิรัสและเมเดียน พร้อมด้วยพรรคพวกสมุนอีกสามสี่คน ก็ปรากฏตัวขึ้นมาขวางทางนางไว้! พวกมันส่งยิ้มยียวนกวนประสาทและสายตาหื่นกระหายมาให้!


    "แม่นางณิชาคนงาม...จะรีบร้อนเดินทางไปที่ใดกันรึ" 


    อคิรัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะดัดให้ฟังดูนุ่มนวลและอ่อนโยน แต่แววตาของมันกลับเต็มไปด้วยความตะกละตะกลามและกระหายในกามอย่างปิดไม่มิด 


    "พวกข้าเพียงแค่อยากจะมา 'ผูกมิตร' กับแม่นางให้มากขึ้นอีกสักหน่อย จะเป็นเกียรติให้พวกข้าได้หรือไม่?"


    "ข้าไม่คิดว่ามันจะมีความจำเป็นอันใด" ณิชาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้เยื่อใย


    "โถ...อย่าได้ใจร้ายใจดำกับพวกข้าเลยนะแม่นางคนงาม" เมเดียนทำเสียงออดอ้อนราวกับเด็กน้อย 


    "พวกข้ารู้ดีว่าแม่นางนั้นทั้งงดงามและเก่งกาจหาผู้ใดเปรียบ หากได้แม่นางมาเป็น...เอ่อ... 'สหายร่วมเดินทาง' คนสนิทของพวกข้าแล้วล่ะก็ พวกข้าสัญญาว่าจะดูแลปรนนิบัติแม่นางเป็นอย่างดี...ทั้งเรื่องส่วนตัว...และเรื่องบนเตียง" 


    มันหัวเราะออกมาอย่างหยาบโลนและไร้ยางอาย


    ‘หึ...เจ้าพวกเดรัจฉานชั้นต่ำพวกนี้ คงอยากจะลองดีกับข้าจริงๆ สินะ!’ 


    ณิชาคิดในใจอย่างเดือดดาล แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวกับผืนน้ำนิ่ง นางไม่ต้องการเสียเวลาต่อปากต่อคำกับคนพาลเช่นนี้


    "หลีกทาง" ณิชาเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงไอสังหารอันเย็นเยียบ


    "ถ้าแม่นางไม่ยอม 'ผูกมิตร' กับพวกข้าดีๆ พวกข้าก็คงจะต้องใช้กำลังบังคับเอาเสียหน่อยแล้วล่ะนะ!" 


    อคิรัสแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะพยักหน้าให้พรรคพวกที่เหลือเข้าล้อมกรอบณิชาไว้ทันที! 


    "อย่าหาว่าพวกข้ารังแกสตรีตัวเล็กๆ เลยนะแม่นางคนงาม! ฮ่าๆๆ!"


    ณิชาถอนหายใจออกมาเบาๆ 


    'ดูเหมือนว่าวันนี้...ข้าคงจะหลีกเลี่ยงการนองเลือดไปไม่ได้เสียแล้วสินะ' 


    นางค่อยๆ ชักดาบเล่มงามที่ได้รับมาจากมทินาออกมาอย่างช้าๆ ปลายดาบส่องประกายสีเงินเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ! 


    'เพลงดาบสายอัศนีย์ที่เพิ่งจะเริ่มฝึกฝนมาได้ไม่นาน...คงต้องเอามาทดสอบกับพวกสวะเดนสังคมเหล่านี้เสียหน่อยแล้วกระมัง!'


    "โอ้โห! แม่นางคิดจะสู้กับพวกข้าจริงๆ อย่างนั้นรึ!?" เมเดียนหัวเราะออกมาอย่างขบขันในความไม่เจียมตัวของณิชา 


    "พวกข้ามีกันตั้งหลายคนนะ! แถมยังเป็นถึงทายาทของตระกูลบาซิลลัสผู้ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลเชียวนะ! เจ้ากล้าทำร้ายพวกข้ารึ? รู้หรือไม่ว่าถ้าหากเรื่องนี้มันล่วงรู้ไปถึงหูของ 'ท่านอิกนิส บาซิลลัส' นักเรียนอันดับหนึ่งของโรงเรียนสหเวทย์คนปัจจุบันแล้วละก็...เจ้าจะต้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสแน่!"


    "ใช่แล้ว!" อคิรัสรีบกล่าวเสริมอย่างโอหังและอวดดี 


    "ท่านอิกนิสน่ะ ท่านสนิทสนมกับพวกข้าเป็นพิเศษเชียวนะ! ถ้าเจ้ายอมเป็นของเล่นของพวกข้าเสียแต่โดยดี พวกข้าอาจจะพอพูดจาขอความเมตตาจากท่านอิกนิสให้เจ้าได้บ้าง! แต่ถ้าหากเจ้ายังคงดื้อดึงและขัดขืน...ก็อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนก็แล้วกัน!"


    'หึ...คิดจะเอาชื่อคนอื่นมาข่มขู่ข้างั้นรึ? ช่างน่าสมเพชเวทนาสิ้นดี!' ณิชาคิดในใจอย่างเหยียดหยามและดูแคลน


    พลัน! ประกายแสงสีเงินก็สว่างวาบขึ้นรอบตัวณิชา! เส้นสายของพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็กเริ่มปรากฏขึ้นตามคมดาบของนางอย่างรวดเร็ว ส่งเสียงเปรี๊ยะๆ เบาๆ! 


    นี่คือการเริ่มต้นสำแดงเดชของ "เพลงดาบสายอัศนีย์" ที่นางเพิ่งจะเริ่มฝึกฝนจากคำชี้แนะของ 'นิชา' มาได้ไม่นาน!


    "เจ้า! เจ้าใช้พลังธาตุอัสนีรึ!? เป็นไปได้อย่างไร!" อคิรัสเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา!


    "หึ!" ณิชาแสยะยิ้มอย่างเหยียดหยามและเย็นชา!


    อคิรัสและเมเดียนหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสั่งให้ลูกสมุนอีกสองคนเข้าโจมตีณิชาก่อนตามแผนเดิม! พวกมันคนหนึ่งใช้ทวนยาว อีกคนใช้ดาบใหญ่ พุ่งทะยานเข้าใส่ณิชาพร้อมกันจากสองทิศทาง!


    เปรี้ยง! เคร้ง! ณิชาตวัดดาบอัศนีย์ที่อาบไปด้วยพลังสายฟ้าเข้าปะทะกับทวนและดาบใหญ่ของศัตรูอย่างรวดเร็วและแม่นยำ! 


    ทุกครั้งที่ศาสตราวุธสัมผัสกัน ประกายไฟฟ้าสีเงินจะแล่นปราดไปตามอาวุธของศัตรูในทันที ทำให้พวกมันถึงกับสะดุ้งโหยงและเสียจังหวะการโจมตีไปในบัดดล!


    "อ๊าก! ร่างกายข้ามัน...มันชาไปหมดแล้ว!" ลูกสมุนที่ใช้ทวนร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงเล่นงานจนมือไม้เริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้!


    ณิชาไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไป! นางใช้ความเร็วอันน่าทึ่งของเพลงดาบสายอัศนีย์เข้าโจมตีอย่างต่อเนื่องและไร้ความปรานี! 


    ดาบของนางรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด! กรีดผ่านเกราะป้องกันอันบอบบางของลูกสมุนทั้งสองคน สร้างบาดแผลฉกรรจ์จนพวกมันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน!


    ฉัวะ! ฉัวะ! 


    เพียงไม่กี่กระบวนท่าอันเฉียบคมและดุดัน ลูกสมุนทั้งสองคนก็ลงไปนอนกองร้องครวญครางอยู่กับพื้นด้วยความทรมานอย่างแสนสาหัส! 


    แขนขาของพวกมันมีรอยไหม้เกรียมจากพลังอัศนีย์! แม้จะไม่ถึงกับสิ้นใจตายในทันที แต่ก็พิการจนไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกต่อไป!


    "บะ...บังอาจ! เจ้า...เจ้ากล้าทำร้ายคนของเราถึงเพียงนี้เชียวรึ! นังแพศยา!" อคิรัสหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษเมื่อเห็นสภาพอันน่าอนาถของลูกน้อง! 


    เขากับเมเดียนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าณิชาจะกล้าลงมือหนักและโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้!


    "ข้าเตือนพวกเจ้าแล้ว" ณิชาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ปลายดาบอัศนีย์ยังคงส่องประกายสีเงินวาววับพร้อมจะสังหารได้ทุกเมื่อ 


    "คิดจะมาหาเรื่องข้า...ก็ต้องพร้อมที่จะรับผลที่ตามมาด้วย"


    "นังสตรีสารเลว! เจ้าจะต้องเสียใจกับการกระทำในวันนี้!" เมเดียนตวาดลั่นออกมาด้วยความโกรธแค้นระคนหวาดกลัว 


    มันกับอคิรัสได้แอบส่งสัญญาณเรียกท่านอิกนิสมาตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งเป็นแผนสำรองที่พวกเขาได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าหากณิชาคิดจะขัดขืนหรือต่อต้าน! 


    "ท่านอิกนิสมาถึงเมื่อไหร่...เจ้าจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าสมเพช!"


    พลัน! ไออันเย็นเยียบและรุนแรงอย่างมหาศาลก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณ! มันกดดันจนณิชาต้องหันขวับไปมองด้วยความตื่นตัวในทันที!


    ร่างสูงสง่าในชุดนักเรียนสีดำสนิทค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากเงามืดอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น เรือนผมสีแดงเพลิงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาสะท้อนแสงเป็นประกายราวกับเปลวสุริยัน! 


    ดวงตาสีแดงก่ำดุจโลหิตจ้องมองมาที่ณิชาอย่างเย็นชาและไร้ความรู้สึก! มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่น่าขนลุก!