ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    เล่มที่ 2 บทที่ 60 ใครคืออันดับที่หนึ่ง?


            “แน่อยู่แล้ว เจ้าคิดว่าในแปดคนนี้จะมีใครเทียบเคียงเฉินอ้าวเทียนได้ เขาคือผู้ฝึกยุทธ์ในสามอันดับแรกของรายนามขั้นรวมชี่ เป็นบุคคลผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง แม้แต่ซ่างกวนหงที่อยู่ขั้นรวมชี่เหมือนกันก็ยังด้อยกว่าเฉินอ้าวเทียน” มีคนพยักหน้าเห็นด้วย พลอยทำให้คนอื่นพยักหน้าตามกัน เฉินอ้าวเทียนเป็นใคร อาจกล่าวได้ว่าก่อนเขาเข้าร่วมการทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียน อันดับที่ 1 ก็ถูกจำกัดไว้เป็นของเขาแล้ว แม้ว่าอีกเจ็ดคนจะมีพรสวรรค์ แต่เมื่อเทียบกับเฉินอ้าวเทียน พวกเขาก็ยังคงด้อยกว่า

            ทุกคนต่างพากันคิดว่าเฉินอ้าวเทียนต้องได้อันดับที่ 1 ขณะนั้นหนานกงหลิงซวงที่ปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็ตาเปล่งประกายด้วยรอยยิ้ม ราวกับแสดงความยินดีล่วงหน้าให้กับเฉินอ้าวเทียน

            เฉินอ้าวเทียนเอามือไขว้หลัง เสื้อคลุมพลิ้วไหวไปตามสายลม ต่อหน้าผู้คนนับไม่ถ้วนที่แหงนหน้ามอง สีหน้าของเฉินอ้าวเทียนยังคงเฉยเมย ในดวงตาลึกล้ำทอประกายแสงภาคภูมิใจราวกับว่าทุกอย่างควรเป็นเช่นนี้ และเขาเกิดมาเพื่อให้คนอื่นเชิดชู

            ขณะนั้นแววตาของเฉินอ้าวเทียนเปล่งประกายแสงจ้า เขาได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชามาจากรูปปั้นกิเลนบนยอดเขาเทียนเสวียน มันทำให้วิญญาณสงครามแรกของเขาพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด พลังก็ยังแข็งแกร่งขึ้น เขาเชื่อว่าด้วยเคล็ดวิชานี้เขาจะอยู่เหนือผู้อื่นและกลายเป็นอันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้ ดังนั้นเฉินอ้าวเทียนจึงดื่มด่ำไปกับเกียรติยศที่ตัวเองจะได้รับอย่างเต็มที่

            ซ่างกวนหง เฟิงเฉียน เซิ่งจื่อแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์เทียนยวี่ โจวมู่ไป๋ หลิวอวิ๋นเจี๋ย และคนอื่น ๆ ต่างมองเฉินอ้าวเทียน แม้พวกเขาจะมีความภาคภูมิใจในตัวเอง แต่ต่อหน้าเฉินอ้าวเทียน ความภาคภูมิใจของพวกเขากลับไม่ควรค่าจะเอ่ยถึง หากเฉินอ้าวเทียนได้อันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้ พวกเขาก็ต้องยอมรับให้ได้ ถึงอย่างไรความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายก็บ่งบอกอยู่แล้ว แม้แต่ฉินเยียนหรานก็จำต้องยอมรับ ความเป็นเลิศของเฉินอ้าวเทียนไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะทัดเทียมได้

            ในบรรดาเจ็ดคนยกเว้นเฉินอ้าวเทียน มีเพียงเย่เฟิงที่มีท่าทีนิ่งเฉย กระทั่งไม่ปรายตามองเฉินอ้าวเทียนแม้แต่นิดเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ ราวกับว่าทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา เฉินอ้าวเทียนจะดีเลิศเพียงใด เย่เฟิงก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเขา

            “พวกเจ้ามานี่” ขณะนั้นผู้อาวุโสเรียกทั้งแปดคนมาที่ด้านหน้าตำหนัก จากนั้นพวกเขาทั้งแปดคนก็เดินไปหา เวลามอบรางวัลได้มาถึงแล้ว!

            ผู้คนต่างมองแปดคนนั้นไม่วางตา ราวกับต้องการเป็นสักขีพยานในเกียรติยศของทั้งแปดคนไปด้วยกัน

            เมื่อทั้งแปดคนมาถึงใจกลางตำหนัก เฉินอ้าวเทียนก็ไปยืนตรงกลางเองทันที ราวกับว่าเขาคือผู้นำของทั้งแปดคน

            “พวกทั้งเจ้าแปดคนผ่านการทดสอบหุบเขาเทียนเสวียนมาได้ ถือว่าเป็นอัจฉริยะมากพรสวรรค์ที่หาได้ยากในสำนักยุทธ์ ต่อไปนี้ข้าจะมอบให้กับพวกเจ้า” ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าว จากนั้นผู้อาวุโสโบกมือ ก่อนจะมีศิษย์เจ็ดคนเดินถือถาดออกมา

            ผู้คนรู้ว่าของในถาดคือรางวัลของการทดสอบในครั้งนี้ก็อดตาเป็นประกายไม่ได้

            “เจ็ดรางวัลนี้คงจะมอบให้กับเจ็ดคนยกเว้นเฉินอ้าวเทียนสินะ” หลายคนคิดในใจ อันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้ เฉินอ้าวเทียนต้องได้รับรางวัลที่ล้ำค่ามากแน่นอน

            ศิษย์ทั้งเจ็ดที่ถือถาดยังคงเดินไปข้างหน้า แต่มีคนไม่น้อยพบว่าหนึ่งในนั้นดูเหมือนจะเดินไปผิดทาง ซึ่งกำลังเดินไปยังตรงใจกลางที่เฉินอ้าวเทียนยืนอยู่

            “คนผู้นี้เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ทำไมเดินไปหาเฉินอ้าวเทียน? เฉินอ้าวเทียนน่าจะได้รับรางวัลในฐานะอันดับที่ 1 ในการทดสอบไม่ใช่หรือ?” เมื่อศิษย์ผู้นั้นไปหยุดอยู่ที่ด้านหน้าเฉินอ้าวเทียน ทุกคนในที่แห่งนั้นต่างก็ตกตะลึงและคิดว่าศิษย์ผู้นี้ไม่รู้กฎ ส่วนเฉินอ้าวเทียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนไปดูไม่สู้ดีนัก

            อีกหกคนที่เหลือได้รับรางวัลของตัวเองซึ่งเป็น ‘ยาปราณหิมะสวรรค์’ ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะกายาหรือขั้นรวมชี่สามารถใช้ในการทะลวงขั้นพลังได้ ทั้งยังเสริมสร้างพลังกาย มันจึงเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ทำให้หลายคนที่ต่างปรารถนาอยากจะได้มันต้องมองด้วยความอิจฉาริษยา ในขณะเดียวกันพวกเขาดูให้ความสนใจต่อสถานการณ์ของเฉินอ้าวเทียนเป็นพิเศษ พวกเขาต้องการทราบว่า ทำไมศิษย์ที่ไม่รู้กฎผู้นั้นถึงนำรางวัลธรรมดามาให้เฉินอ้าวเทียนผู้ที่ควรจะได้อันดับที่ 1 ในการทดสอบในครั้งนี้

            อย่างไรก็ตามเฉินอ้าวเทียนยังไม่ได้หยิบของรางวัล แต่เขามองไปที่ผู้อาวุโสคนนั้นด้วยท่าทีกังขา ทว่าผู้อาวุโสคนนั้นไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย ทำให้เฉินอ้าวเทียนรู้สึกไม่ชอบใจ

            “ศิษย์พี่ นี่คือรางวัลที่ทางสำนักยุทธ์มอบให้ท่านที่ผ่านการทดสอบ เชิญรับไปเถิด” ศิษย์ผู้นั้นที่รับผิดชอบการมอบรางวัลเห็นเฉินอ้าวเทียนยังไม่ยอมรับรางวัลเสียที จึงกล่าวเช่นนั้น

            ผู้คนได้ยินเช่นนั้นต่างก็ประหลาดใจ ขณะมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับเฉินอ้าวเทียนทางด้านนั้นก็มีบางคนไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นความจริง

            “เกิดอะไรขึ้น ศิษย์ผู้นี้บ้าไปแล้วหรือ? ทำไมนำรางวัลธรรมดา ๆ เช่นนั้นมอบให้เฉินอ้าวเทียน เขาต้องเข้าใจอะไรผิดเป็นแน่” มีหลายคนคิดในใจ พวกเขายังคงคิดว่าเฉินอ้าวเทียนควรจะได้อันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้

            “เจ้าเด็กคนนี้ไม่รู้กฎหรือ? ศิษย์พี่เฉินควรจะได้รับรางวัลอันดับที่ 1 ถึงจะถูกสิ” เฟิงเฉียนที่อยู่ข้าง ๆ เฉินอ้าวเทียนตำหนิศิษย์ผู้นั้นราวกับจงใจทำให้เฉินอ้าวเทียนพอใจ

            “ข้าได้รับมอบหมายจากท่านผู้อาวุโสให้มามอบรางวัล แล้วจะผิดพลาดได้อย่างไรกัน รางวัลนี้เป็นของศิษย์พี่เฉินจริง ๆ หากศิษย์พี่เฉินไม่ยอมรับ ข้าก็คงต้องให้ท่านผู้อาวุโสเป็นผู้ตัดสิน” ศิษย์ผู้นั้นไม่พอใจกับคำพูดของเฟิงเฉียนอย่างมาก เขาปกป้องหุบเขาเทียนเสวียน มีฐานะสูงส่ง ไม่ใช่ใครที่ไหนจะมาด่าทอได้

            “เจ้า...” เฟิงเฉียนอยากพูด แต่กลับเห็นเฉินอ้าวเทียนโบกมือห้ามปราม จากนั้นพูดกับศิษย์ผู้นั้นว่า “ได้ ดีมาก รางวัลนี้ข้ารับแล้ว ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าหุบเขาเทียนเสวียนหนึ่งในสามแดนทดสอบของสำนักยุทธ์จะจัดอันดับอย่างไร”

            เมื่อกล่าวจบ เฉินอ้าวเทียนก็ยื่นมือออกไปรับรางวัลชิ้นนั้น คำพูดของเขาแข็งกระด้าง สายตาเย็นชาแฝงไว้ด้วยความเคลือบแคลงต่อหุบเขาเทียนเสวียน

            ฝูงชนเบื้องล่างตำหนักส่งเสียงดังเป็นพลุแตก เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจอย่างมาก นึกไม่ถึงว่าเฉินอ้าวเทียนจะได้รับรางวัลเช่นเดียวกับอีกหกคน เช่นนั้นอันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้จะเป็นของใครกันแน่?

            หลายคนเกิดความสงสัยขึ้นขณะกวาดตามองทั้งแปดคน จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่เงาร่างตรงริมสุด มีคนผู้นี้ที่ยังไม่ได้รับรางวัล นั่นหมายความว่าเขาก็คืออันดับที่ 1 ที่แท้จริงในการทดสอบครั้งนี้อย่างนั้นหรือ?

            “เขาที่อยู่ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 คืออันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้จริง ๆ หรือ?” ผู้คนต่างมองเงาร่างนั้นด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

            หนานกงหลิงซวงก็มองเย่เฟิงเช่นกัน นางดูเหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง นางเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อย่างชัดเจน ทำให้หัวใจด้านชาจนไม่รู้สึกอะไร คนผู้นั้นคือชายหนุ่มที่ชอบถูกคนอื่นด่าทอว่าเป็นเศษสวะ ทั้งยังถูกหนานกงหลิงซวงทอดทิ้ง บัดนี้จะกำราบเฉินอ้าวเทียนผู้ชายของนางแล้วขึ้นไปยืนอยู่จุดสูงสุดอย่างนั้นหรือ?

            หนานกงหลิงซวงสะบัดหัวอย่างแรง อย่างไรเสียผู้อาวุโสคนนั้นก็ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ นางจึงยังไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าทั้งหมดเป็นความจริง

            ฉินเยียนหรานที่อยู่ข้าง ๆ เย่เฟิงก็เห็นเฉินอ้าวเทียนได้รับรางวัลเช่นเดียวกับพวกเขาทั้งหกคน แต่นางไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไรกันแน่

            เป็นไปตามที่คาด หลังจากเฉินอ้าวเทียนรับรางวัลนั้นไป ผู้อาวุโสคนนั้นก็กล่าวว่า “อันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้ตกเป็นของเย่เฟิง! เขาจะได้รับเกียรติยศสูงสุด และจะได้รางวัลที่ล้ำค่าที่สุดจากสำนักยุทธ์”

            ทันทีที่สิ้นเสียงประโยคนั้น เหล่าผู้คนก็พากันเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ หัวใจก็สั่นอย่างรุนแรง เฉินอ้าวเทียน หนานกงหลิงซวง เฟิงเฉียน โจวมู่ไป๋ และเซิ่งจื่อแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์เทียนยวี่ สีหน้าของพวกเขาต่างเปลี่ยนไปจนดูย่ำแย่ จินตนาการของพวกเขาก่อนหน้านี้ได้พังทลายลงหลังจากที่ผู้อาวุโสประกาศชื่อเย่เฟิง

            “เป็นไปได้อย่างไร ไอ้สวะนี่จะได้อันดับที่ 1 ของการทดสอบได้เยี่ยงไร?” เฟิงเฉียนขมวดคิ้ว เขาไม่อยากเชื่อว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องจริง

            “จะต้องมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับพวกเขาแน่นอน มีข้าและคนอื่น ๆ อยู่ตรงนี้ทั้งคน อันดับที่ 1 จะตกเป็นของไอสวะขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 นี่ได้อย่างไร?” เซิ่งจื่อแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์เทียนยวี่ก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เขายอมรับหากเฉินอ้าวเทียนได้เป็นอันดับที่ 1 เสียดีกว่าให้ตกอยู่ในมือของเย่เฟิง

            “เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? เขาทำได้อย่างไรกัน?” หนานกงหลิงซวงนิ่งอึ้งไป “ตอนนั้นข้าเลือกถูกแล้วจริง ๆ หรือ?”

            เย่เฟิงฉายแววเจิดจรัสในการทดสอบตอนรับศิษย์ใหม่ของสำนักยุทธ์เทียนเสวียน เขาเหยียบย่ำนาง พอเข้าหุบเขาเทียนเสวียน เย่เฟิงก็ยังได้ผลเทียนเสวียนคนเดียวไปถึงแปดผล ทั้งยังชิงอันดับที่ 1 ในการทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียน นี่เป็นครั้งแรกของหนานกงหลิงซวงที่กังขาต่อการตัดสินใจในตอนนั้นที่ทิ้งเย่เฟิงไป

            ขณะนี้ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกเขา เย่เฟิงที่อยู่ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 คิดไม่ถึงว่าจะคว้าอันดับที่ 1 ในการทดสอบที่มีแต่ยอดฝีมือมาได้ หนำซ้ำเขายังได้ผลเทียนเสวียนไปทั้งหมดแปดผลจากเก้าผล ชายหนุ่มผู้เคยโดนดูถูกเหยียดหยาม บัดนี้กลับกลายเป็นผู้ชนะของการทดสอบครั้งนี้ ทุกคนล้วนต้องเคารพยำเกรงเขา ทำให้สายตาของทุกคนที่มองเย่เฟิงในเวลานี้เปลี่ยนไป เมื่อฉุกคิดถึงความกังขาเหล่านั้นที่มีต่อเย่เฟิงก่อนหน้านี้ ทุกคนก็รู้สึกละอายใจอย่างมาก

            อัจฉริยะที่อยู่เพียงขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 กำราบเฉินอ้าวเทียน ซ่างกวนหง และผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวมชี่คนอื่น ๆ ได้ ทั้งยังคว้าอันดับที่ 1 ในการทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียนไป พวกเขามีสิทธิ์อะไรที่จะกังขาในตัวอีกฝ่าย?

            ไป๋หลิงและซุนจิ้งที่อยู่ในฝูงชนเบื้องล่าง พวกนางมองชายหนุ่มด้วยตาเป็นประกายและรู้สึกว่าตัวชาไปหมด โดยเฉพาะซุนจิ้ง นางรู้อารมณ์ของตัวเองในเวลานี้ดี นางกระทั่งคิดว่าถ้าก่อนหน้านี้นางไม่มีอคติต่อเย่เฟิง แต่ปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะดีขึ้นหรือไม่?

            ในขณะเดียวกันมีศิษย์ผู้หนึ่งเดินออกมาหยุดที่ด้านหน้าเย่เฟิง ก่อนยิ้มพลางพยักหน้าให้เย่เฟิง จากนั้นนำถาดที่อยู่ในมือส่งมอบให้เย่เฟิงและหมุนตัวเดินจากไป

            เย่เฟิงนำเอาสิ่งที่อยู่ในถาดออกมา ซึ่งมันก็คือยาเม็ดสีแดง ทั้งยังมีกลิ่นหอมของยาลอยออกมา จากนั้นเย่เฟิงเก็บยาเม็ดนั้นไปทันที ก่อนจะหันไปโค้งคำนับให้ผู้อาวุโสคนนั้นเป็นการขอบคุณ

            ผู้อาวุโสผู้นั้นโบกมือ ก่อนกล่าวว่า “นั่นคือยาปราณคืนชีพ เป็นรางวัลที่เจ้าได้รับจากการได้อันดับที่ 1 ของการทดสอบ นอกจากยาเม็ดนี้แล้ว เจ้ายังสามารถบอกความปรารถนาหนึ่งอย่างกับสำนักยุทธ์ได้ หากไม่มากเกินไป ทางสำนักยุทธ์ย่อมสนองให้เจ้าได้อย่างแน่นอน”

            “ยาปราณคืนชีพ!” ผู้คนได้ยินเช่นนั้นต่างก็ตกตะลึง รางวัลสำหรับอันดับที่ 1 ช่างแตกต่างกันมากตามที่คาดการณ์ไว้

            ยาปราณคืนชีพ ถือว่าเป็นยาเม็ดขั้นเหลืองระดับสูง มันสามารถทำให้คนตายฟื้นกลับมาได้ หากต่ำกว่าขั้นยุทธ์แท้ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงใด ตราบใดที่ยังมีลมหายใจก็สามารถฟื้นคืนชีวิตได้โดยใช้ยาปราณคืนชีพ ซึ่งเท่ากับได้เพิ่มอีกหนึ่งชีวิต เนื่องจากยาเม็ดนี้มีฤทธิ์ทวนลิขิต ดังนั้นมันจึงมีค่าอย่างมาก มีนักปรุงยาในเมืองหลวงไม่เกินสามคนที่สามารถปรุงยาปราณคืนชีพนี้ได้ อีกอย่างบางคนก็ได้เกษียณไปหลายปีแล้ว จึงไม่ง่ายที่จะลงมือปรุงยาเอง ดังนั้นยาปราณคืนชีพจึงหาตามท้องตลาดทั่ว ๆ ไปไม่ได้ แต่มีผู้คนจำนวนมากต้องการมันมาเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน ทว่าน้อยคนนักที่จะได้มันมาครอบครองจริง ๆ

            แม้แต่สำนักยุทธ์เทียนเสวียนก็ไม่อาจนำออกมาหลายเม็ดได้ แต่เย่เฟิงคว้าที่หนึ่งในการทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียน และทางสำนักยุทธ์มอบยาเม็ดอันล้ำค่าเช่นนี้เป็นรางวัล เห็นชัดว่าสำนักยุทธ์ให้ความสำคัญกับผู้ชนะอันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้มากเพียงใด

            ยาปราณหิมะสวรรค์ก็ด้อยกว่ายาปราณคืนชีพหนึ่งระดับ ถึงอย่างไรการบ่มเพาะก็สามารถค่อย ๆ ฝึกฝนได้ แต่ชีวิตนั้นมีแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น

            ดวงตาของเฉินอ้าวเทียนฉายประกายเย็นเยียบ ยาปราณคืนชีพและเกียรติยศอันดับที่ 1 นั้นควรเป็นของเขาถึงจะถูก แต่พอเห็นเย่เฟิงได้มันไปแทน ทำให้ความเกลียดชังที่อยู่ในใจของเฉินอ้าวเทียนที่มีต่อเย่เฟิงก็ทวีความรุนแรงขึ้นหลายเท่า


    คล้ายกับเรื่องชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต ที่คุณอ่าน

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912