น้องมายด์ 5: มัทฉะลาเต้ซ่อนรส
แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวสะอาดตาเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ทัศนียภาพตึกระฟ้าและแนวรางพาดผ่านของรถไฟฟ้าบีทีเอสที่มองเห็นผ่านบานกระจกสูงจรดเพดาน ขับเน้นภาพลักษณ์ความวุ่นวายของวิถีชีวิตคนเมืองหลวง ทว่าภายในห้องพักราคาแพงระยับแห่งนี้กลับปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดที่เจือกระแสความอึดอัดระคนหวาดหวั่นอย่างแปลกประหลาด
มายด์นั่งชันเข่ากอดตัวเองอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีชั้นดีสีเบจตัวใหญ่ ดวงตากลมโตที่เคยมองโลกด้วยความไร้เดียงสาบัดนี้ฉายแววไหวระริกราวกับลูกนกหลงทาง หญิงสาวในชุดนอนผ้าซาตินสีพีชเนื้อนุ่มทิ้งตัวหลวมโคร่งกำลังตกอยู่ในวังวนความคิดอันสับสนตีรวนจนแทบระเบิดออกมา เมื่อคืนนี้... ค่ำคืนแห่งพายุฝนฟ้าคะนองที่กระหน่ำซัดพัดพาสิ่งกีดกั้นศีลธรรมให้พังทลายลง ค่ำคืนที่ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน ค่ำคืนที่เธอก้าวข้ามเส้นต้องห้ามและยอมปล่อยตัวปล่อยใจให้แก่ ‘พี่เบส’ ชายหนุ่มผู้เป็นสามีของพี่สาวแท้ ๆ ของตนเอง
รอยสัมผัสอุ่นวาบปนรัญจวนใจยังคงสลักแนบแน่นในทุกอณูเนื้อ ร่างกายของเธอยังจดจำจังหวะรักครั้งแรกที่มอบความเจ็บปวดอันเร่าร้อน หนักหน่วง และซาบซ่านที่ประสานสอดคล้องบนเตียงหนานุ่มได้ดีเหลือเกิน ทุกครั้งที่เพลียหลับตา ใบหน้าคมคายเปี่ยมเสน่ห์ดิบชื้นของพี่เขยยังตามมาหลอกหลอนให้ใจเต้นผิดจังหวะ ทว่าพอตื่นลืมตาขึ้นมารับวันใหม่ ความรู้สึกผิดบาปและความกลัวก็เข้าจับกุมดวงใจจนแผ่นหลังบอบบางสั่นเทาอย่างสุดระงับ
"มายด์... เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดเชียว"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ปลุกเด็กสาวให้สะดุ้งสุดตัว มายด์เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องน้ำ เบสอยู่ในชุดเสื้อยืดคอวีสีเทาเข้มขับเน้นกล้ามแกร่งสมส่วนและกางเกงวอร์มขายาวสีดำ เรือนผมหยักศกสีเข้มของเขายังเปียกชื้นล้อมกรอบหน้า กลิ่นสบู่เหลวอาบน้ำผสมผสานกลิ่นอายเย็นสดชื่นของเมนทอลและกลิ่นกายหนุ่มชวนเคลิบเคลิ้มลอยมาเตะจมูก ส่งผลให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเด็กสาวระรัวแรงขึ้นมาทันที
"มะ... ไม่เป็นไรค่ะพี่เบส มายด์แค่... ยังเพลีย ๆ อยู่นิดหน่อยค่ะ" เธอเอ่ยตอบเสียงเบา ตะกุกตะกักพยายามหลบเลี่ยงนัยน์ตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างมีความหมายแฝงเร้น
เบสทอดถอนหายใจแผ่วเบา ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวเดียวกัน เว้นระยะห่างไว้พอประมาณเพื่อความเหมาะสม ทว่าไออุ่นจาง ๆ ที่แผ่ออกจากร่างกายหนุ่มกลับลอยมากระทบผิวกายบางจนสัมผัสได้ ชายหนุ่มมองอาการตื่นตระหนกของน้องเมียสาวแล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่แพ้กัน แต่ในฐานะผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะมากกว่า เขาจึงต้องฝืนประคองอาการให้เป็นปกติที่สุด
"ไม่ต้องกลัวนะมายด์ ทำตัวตามสบายเถอะ เมย์ไม่มีทางจับสังเกตอะไรได้หรอก" เบสกระซิบเสียงอ่อนโยน พลางเลื่อนมือไปแตะหลังมือบางเบา ๆ คล้ายจะปลอบประโลม
ทว่าสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นหนานั้นกลับทำให้มายด์สะดุ้งรีบชักมือหนีราวกับสัมผัสโดนของร้อน เธอสบตามองพี่เขยด้วยแววตาไหวระริกหวาดระแวง "แต่... ถ้าพี่เมย์รู้ล่ะคะ พี่เบส... สิ่งที่เราทำมันผิดมากเลยนะคะ มายด์... เหมือนกำลังหักหลังพี่เมย์"
น้ำเสียงของเด็กสาวสั่นเครือ หยาดน้ำใสเริ่มรื้นขึ้นคลอหน่วยตา เบสเห็นภาพนั้นแล้วพลันรู้สึกปวดหนึบในอก ลึก ๆ แล้วเขาอยากดึงร่างน้อยเข้ามากระชับกอดแน่นเพื่อประโลมความกังวล แต่สติเตือนตนว่ายามนี้ไม่ควรเสี่ยงทำเช่นนั้น
"พี่รู้ว่าเราทำผิด แต่เรื่องมันล่วงเลยมาแล้ว เราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วล่ะ สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือเก็บมันเป็นความลับให้ลึกที่สุด และทำตัวปกติที่สุด... เข้าใจไหมมายด์" เบสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความจริงจังเพื่อส่งผ่านความมั่นใจ
มายด์ขบเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนพยักหน้ารับอย่างแกน ๆ แม้ภายในอกจะระส่ำระสายเพียงใดก็ตาม เธอพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ บังคับใบหน้าและสีหน้าให้สงบนิ่งเท่าที่เด็กสาวเพิ่งเรียนจบใหม่จะสะกดกลั้นอารมณ์ได้
และแล้ว... เสียงสัญญาณปลดล็อกประตูดิจิทัลก็ดังขึ้น *ติ๊ด-ติ๊ด-ติ๊ด*
เสียงปลดล็อกนั้นประหนึ่งเสียงสัญญาณระฆังเตือนภัยที่ทำลายความเงียบงันลงทันควัน ทั้งสองสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อในพริบตา สายตาสองคู่หันไปมองยังบานประตูไม้โอ๊กสีเข้มบานใหญ่โดยพร้อมเพรียงกัน
บานประตูดังกล่าวเปิดกว้างออก เผยให้เห็นร่างระหงของ 'เมย์' หญิงสาวมาดมั่นวัยทำงาน พี่สาวร่วมสายเลือดของมายด์ และเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเบส เมย์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยดวงหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส สวมชุดเดรสสูทสไตล์แฟชั่นสีครีมทันสมัย ในมือถือถุงกระเป๋าแบรนด์เนมรวมถึงถุงขนมจากร้านคาเฟ่ชื่อดังพะรุงพะรัง
"เซอร์ไพรส์! เมย์กลับมาแล้วจ้าทุกคน!" เสียงใสแจ๋วของเธอปัดเป่ากระแสความอึดอัดให้มลายหายไปในพริบตา
มายด์ผุดลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณ สองมือประสานกันแน่นบีบจนปลายนิ้วขาวซีดเพื่อบดบังอาการลนลาน "พี่เมย์... กลับมาแล้วหรือคะ"
เบสรีบปรับท่าที เขาลุกขึ้นยืนพร้อมปั้นรอยยิ้มละมุนละไมดั่งสามีผู้ซื่อสัตย์ เดินตรงไปช่วยรับถุงข้าวของประดามีจากมือภรรยา "กลับมาแล้วเหรอเมย์ เมื่อคืนพายุฝนแรงมากเลยนะ พี่เป็นห่วงเราแทบแย่"
เมย์ส่งถุงให้สามีพลางถอดรองเท้าส้นสูงและถอนหายใจยาวอย่างมีจริต "โอย อย่าให้พูดถึงเลยค่ะพี่เบส เมื่อคืนฝนตกหนัก น้ำท่วมขังเต็มถนน รถติดหนึบขยับไปไหนไม่ได้เลย เมย์เลยจำใจเลี้ยวรถไปขอกลืนตัวนอนค้างที่คอนโดของยัยเจนแทน ดีนะที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน ไม่งั้นเมย์คงต้องนอนหลังขดหลังแข็งบนรถแน่ ๆ"
เธอเดินเข้ามากอดแขนอ้อนสามี พลางยื่นหน้าไปจูบแก้มสากของเบสฟอดใหญ่ต่อหน้าน้องสาว "ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ห่วง เมื่อคืนแบตมือถือเมย์หมดเกลี้ยงเลยไม่ได้โทรบอก พี่เบสกับยัยมายด์อยู่กันสองคน ไม่ได้ทำห้องรกเลอะเทอะใช่ไหมเนี่ย"
คำถามเย้าแหย่เล่น ๆ ของเมย์กลับสะกิดบาดแผลในใจของคนฟังทั้งสองอย่างจัง มายด์รู้สึกเหมือนมีปลายเข็มแหลมคมทิ่มลงบนหน้าอก ความทรงจำฉากรักอันร้อนแรงบนเตียงกว้างผุดย้อนเข้ามาสั่นคลอนความคิดจนแก้มนวลร้อนผ่าวจนแทบแดงก่ำ เธอจำต้องจิกเล็บลงบนฝ่ามือเพื่อสะกดอารมณ์
"มะ... ไม่ได้ทำรกเลยค่ะพี่เมย์ มายด์นอนดูซีรีส์อยู่ในห้องตลอดเลย" มายด์โกหกเสียงกระเส่า พยายามฝืนแย้มยิ้มราบเรียบ
เบสรีบเอ่ยสมทบเสริมความทันควัน "ใช่ครับ พี่เองก็จัดการเคลียร์เอกสารงานอยู่ที่โต๊ะทำงานจนดึก พอฝนเทลงมาก็แยกย้ายกันเข้านอน ไม่มีอะไรหรอก"
เมย์หัวเราะเสียงใสอย่างไม่ติดใจสงสัยใด ๆ ไม่ทันได้สังเกตแววตาหลบลี้พิรุธของสามีและน้องสาวเลย "ดีมากค่ะ งั้นเพื่อเป็นการขอไถ่โทษที่หนีไปนอนคอนโดเพื่อน ปล่อยให้สามีกับน้องสาวสุดที่รักอยู่เฝ้าห้อง วันนี้เมย์จัดของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!"
หญิงสาวชูถุงกระดาษที่มีตราโลโก้ร้านของหวานชื่อดังขึ้นระดับสายตา "แท่นแท๊น! สตรอว์เบอร์รีชีสเค้กเจ้าเด็ดที่มายด์ชอบไง พี่ไปยืนต่อคิวซื้อมาให้เลยนะ แล้วเดี๋ยวเมย์จะลงมือชงมัทฉะลาเต้เย็นสูตรพรีเมียมเข้มข้นให้ทานคู่กันด้วย รับรองฟินลืมเหนื่อยชัวร์"
"ขะ... ขอบคุณค่ะพี่เมย์" มายด์เอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มเนือย ๆ รู้สึกผิดจนแทบไม่กล้ามองหน้าพี่สาวตรง ๆ
"มา ๆ ช่วยกันเตรียมของในครัวดีกว่า สายแล้ว ท้องเริ่มประท้วงหิวแล้วเนี่ย" เมย์เดินตรงดิ่งไปยังโซนครัวฝรั่งสุดหรูที่เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น ปล่อยให้เบสและมายด์ได้สบประสานสายตากันแวบหนึ่งด้วยความโล่งอกปนลุ้นระทึก
ครัวฝรั่งของคอนโดมิเนียมแห่งนี้ตกแต่งไว้อย่างประณีตหรูหราในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก เคาน์เตอร์บาร์รูปตัวแอล (L-shape) ท็อปด้วยหินอ่อนสีขาวธรรมชาติลายริ้วเทาดูสะอาดตา ตัดโทนสีด้วยตู้บิลต์อินสีเทาเข้มผิวสัมผัสไฮกลอสแวววาว บนพื้นผิวเคาน์เตอร์มีเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ราคาสูงลิ่วตั้งโดดเด่น ถัดไปเป็นมุมชาเครื่องดื่มที่ตกแต่งด้วยขวดโหลแก้วบรรจุผงชาและเมล็ดกาแฟหลากสัญชาติ
เมย์บรรจงแกะถุงขนม จัดวางกล่องชีสเค้กบนเคาน์เตอร์หินอ่อนอย่างเบามือ จากนั้นจึงเริ่มนำอุปกรณ์ชงชาเขียวแบบญี่ปุ่นโบราณออกมาจัดเตรียม เธอเปิดกระปุกเซรามิกที่อัดแน่นไปด้วยผงมัทฉะเกรดพิธีการเข้มข้นจากเกียวโต กลิ่นอายชาเขียวแท้หอมกรุ่นปนความขมละมุนโชยฟุ้งกระจายชวนผ่อนคลาย
"พี่เบสคะ ช่วยหยิบนมสดในตู้เย็นให้เมย์หน่อยค่ะ" เมย์ส่งเสียงเรียกสามี ขณะที่ใช้ช้อนไม้ไผ่บรรจงตักผงมัทฉะละเอียดสีเขียวมรกตลงในถ้วยแก้วก้นลึกสำหรับชงชา
เบสเดินตรงไปยังตู้เย็นสองประตูดีไซน์เฉียบ หยิบขวดนมสดพาสเจอร์ไรส์รสจืดออกมายื่นส่งให้ภรรยา "นี่ครับ"
"ขอบคุณค่ะ" เมย์รับนมสดมาเทลงในเหยือกตีฟองนม ก่อนหยิบแปรงชงชาไม้ไผ่หรือ 'ฉะเซ็น' ขึ้นมา "มายด์ มาดูนี่สิ พี่เพิ่งได้แปรงชงชาอันใหม่นี้มาจากร้านนำเข้า ดีไซน์เรียบง่ายตีชาละเอียดฟองหนานุ่มดีมากเลยล่ะ"
มายด์จำต้องก้าวเท้าเข้าใกล้บริเวณบาร์ ยืนดูพี่สาวตีกระแทกผงมัทฉะกับน้ำร้อนอย่างแคล่วคล่อง เสียงแปรงไม้ไผ่ขูดวนก้นชามแก้วดังระรัวเป็นจังหวะ ผสานกับเสียงพ่นไอน้ำฟู่จากกาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า ราวกับกำลังจำลองบรรยากาศคาเฟ่หรูมาไว้กลางห้อง
กลิ่นหอมของมัทฉะอวลฟุ้งไปทั่วบริเวณครัว รสสัมผัสกลิ่นอายฝาดนิด ๆ ทว่าหอมกรุ่นหวานเมื่อเติมนมสดอุ่นร้อนผสมผสานเข้าด้วยกัน
"หอมมากเลยค่ะพี่เมย์" มายด์เอ่ยปากชมเบา ๆ หวังกลบกระแสความตึงเครียด
"แน่นอนอยู่แล้ว ผงชาร้านนี้พรีเมียมอันดับต้น ๆ เลยนะ" เมย์ตอบพลางแย้มยิ้ม มือบางยังคงตีฟองชาอย่างสม่ำเสมอ "เอ้อ พี่เบสคะ เมื่อวานตอนเดินช้อปปิ้งกับเจน เมย์ได้กระเป๋าใบใหม่มาด้วยนะ สวยเก๋มาก เดี๋ยวเตรียมชาเสร็จแล้วจะหยิบมาอวดนะจ๊ะ"
"ครับ ตามสบายเลย ซื้อมาแล้วนี่นา" เบสพูดยิ้ม ๆ ตัวเขาพิงขอบเคาน์เตอร์ฝั่งตรงข้าม สายตาคมลอบปัดผ่านใบหน้าของน้องเมียสาวอยู่เรื่อย ๆ
มายด์คอยหลบเลี่ยงสายตาอบอุ่นทว่าแฝงความเร่าร้อนของเบสอยู่ตลอดเวลา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเล่นเกมกระตุกต่อมศีลธรรมที่อันตรายที่สุดในชีวิต ทุกวินาทีในพื้นที่นี้ล้วนแต่มีความระแวง กลัวความลับจะรั่วไหล กลัวพี่สาวจะจับสัญญาณความผิดปกติระหว่างคนทั้งสองได้
"เอาละ ชาเขียวละลายเนียนละเอียดแล้ว คราวนี้ถึงคิวพระเอกของเรา" เมย์วางแปรงชงชาไม้ไผ่ลง หยิบแก้วใส่น้ำแข็งก้อนเตรียมไว้ "มายด์จ๊ะ มาช่วยพี่ตรงนี้หน่อยสิ เข้ามาข้างในบาร์เลย"
เมย์กวักมือเรียกน้องสาวให้เดินเลี่ยงเคาน์เตอร์บาร์ตัวแอลเข้ามายังโซนจัดเตรียมเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นช่องว่างทางเดินค่อนข้างแคบระหว่างเคาน์เตอร์ครัวและแนวตู้บิลต์อิน พื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัด หากยืนคนเดียวจะคล่องตัว ทว่าหากมีบุคคลอื่นก้าวเข้ามาจะเพิ่มความใกล้ชิดทันตาเห็น
มายด์ก้าวเข้าไปยืนข้างพี่สาว เมย์ยื่นเหยือกนมสดอุ่นส่งให้ "มายด์ช่วยรินนมสดลงแก้วน้ำแข็งให้พี่ทีนะ รินแค่ครึ่งแก้วพอ เดี๋ยวพี่จะใช้เครื่องตีฟองนมไฟฟ้าตีฟองนมนุ่ม ๆ โปะทับหน้าด้านบนอีกที"
"ได้ค่ะพี่เมย์" มายด์รับเหยือกนมมาจับไว้ ค่อย ๆ ประคองรินน้ำนมสีขาวลงแก้วทรงสูงอย่างระมัดระวัง
ในระหว่างนั้น เมย์หันไปร้องเรียกสามี "พี่เบสคะ มาช่วยยกตรงนี้หน่อยสิ มาหยิบถาดไม้ตรงมุมตู้บิลต์อินด้านในเตรียมไว้เลย เดี๋ยวเมย์จะลงมือจัดตกแต่งจานชีสเค้กแล้วค่ะ"
เบสขานรับพร้อมขยับตัวก้าวอ้อมเข้ามาในบาร์ครัวทางเดียวกับมายด์ ทว่าในวินาทีที่ชายหนุ่มกำลังจะสืบเท้าเข้าไปหยิบถาดไม้ที่วางหลบอยู่ด้านในสุด เมย์กลับเอี้ยวตัวถอยหลังกะทันหันเพื่อเอื้อมไปเปิดตู้ด้านบนหยิบจานกระเบื้องเคลือบ
การขยับเปลี่ยนทิศทางของเมย์ส่งผลให้ทางเดินแคบ ๆ ในซอกบาร์บีบรัดตัวเล็กลงไปอีก เบสที่เดินสวนมาจึงจำต้องเบี่ยงเบนกายหลบเลี่ยงภรรยา และนั่นเป็นเหตุให้แผงอกกว้างและหน้าท้องแกร่งของเขาถลันเบียดเข้ากับแผ่นหลังนวลนุ่มของมายด์ที่กำลังโน้มตัวรินนมสดอยู่เต็ม ๆ อย่างไม่มีทางเลี่ยง!
"อุ๊ย!" มายด์ครางเสียงแผ่วในลำคอเมื่อแผ่นหลังสัมผัสโดนความอบอุ่นแกร่งกร้าวจากชายหนุ่ม
พื้นที่จำกัดบีบเค้นให้คนทั้งคู่แนบชิดสะโพกต่อสะโพก สะโพกหนาแน่นตึงของเบสบดเบียดเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึงนุ่มนิ่มภายใต้กางเกงนอนผ้าซาตินบางเบาของเด็กสาว ท่อนแขนกำยำแข็งแรงของเขาเสียดสีสีข้างระนาบเดียวกับไหล่บางของเธอ
ลมหายใจของมายด์ขาดห้วง ร่างกายสั่นสะท้านเกร็งแน่น ความใกล้ชิดที่ปะทุขึ้นในซอกครัวดึงความเร่าร้อนป่าเถื่อนยามค่ำคืนให้อุบัติขึ้นในมโนสำนึกอีกครั้ง ความร้อนรุ่มแล่นริ้วจากสะโพกและแผ่นหลังลุกลามทั่วทุกปลายประสาทจนก้อนเนื้อในอกกระหน่ำตีกลองศึก ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุมกาย
เบสเองก็พลันเลือดสูบฉีดพล่านในกาย ความนุ่มหยุ่นอ่อนละมุนจากเรือนร่างสาววัยขบเผาะที่เบียดแน่นกับช่วงล่างและสีข้างของเขา ปลุกความปรารถนาดิบที่เพิ่งมอดลงให้โหมไหม้อีกรอบ กลิ่นหอมระรื่นจากแป้งเด็กประจำตัวของมายด์คลอเคลียกลิ่นมัทฉะ ช่างเย้ายวนอารมณ์ชายหนุ่มจนต้องลอบกลืนน้ำลายข่มกิเลส
ภายใต้แสงไฟดาวน์ไลต์สีวอร์มไวท์ที่สาดแสงนวลตาเหนือเคาน์เตอร์บาร์ ทั้งสองประสานสายตาชิดใกล้ นัยน์ตาคมเข้มของเบสประกายวาวโรจน์ด้วยความนัยรัญจวนใจ คล้ายต้องการสื่อความต้องการที่ล้นปรี่ในทรวง ขณะที่ตากลมโตของมายด์สั่นระริก ปรากฏรอยหวาดหวั่น ขวยเขิน ทว่าปะปนกระแสความวาบหวามวาบแล่นที่ต้านทานยากยิ่ง
"อ๊ะ... โทษทีนะจ๊ะ ยืนเบียดกันหน่อยนะ ซอกตรงนี้มันแคบไปหน่อย" เมย์พูดกลั้วหัวเราะโดยไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิด สองมือยังสาละวนจัดวางชิ้นสตรอว์เบอร์รีสดใสลงหน้าเค้ก
"มะ... ไม่เป็นไรค่ะ" มายด์เค้นเสียงกระซิบตอบแหบพร่า พยายามเขยิบกายหนีแรงบดเบียดอันตรายนั้นสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้ ทว่าถึงกระนั้นแผ่นหลังนิ่มของเธอก็ยังสลักชิดติดอกกว้างของเบสไม่ยอมห่าง
เบสสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึก ๆ ประคองสติแล้วเอื้อมมือแกร่งข้ามไหล่มนของมายด์ไปหยิบถาดไม้ ท่อนแขนหนาเฉียดผิวแก้มใสของเด็กสาวไปเพียงนิดเดียว สัมผัสความร้อนจากกายหนุ่มแผ่ซ่านคลุมตัวเธอจนแทบละลาย
"ได้ถาดไม้แล้วครับเมย์" เบสรายงานน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ายอมถอยระยะห่างออกไปก้าวหนึ่งเพื่อให้มายด์ได้หายใจหายคอบ้าง
"เยี่ยมเลยค่ะ มายด์รินนมเสร็จแล้วใช่ไหมจ๊ะ ส่งให้พี่เลย" เมย์หันมารับแก้วนมสดไปจัดการวางลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนใช้เครื่องตีฟองนมไฟฟ้าขนาดพกพาจุ่มลงตีกระหน่ำฟองนม เสียงเครื่องทำงานหึ่ง ๆ ประหนึ่งเสียงหัวใจของชายหญิงคู่หนึ่งที่เต้นระทึกท่ามกลางเงื่อนงำความลับ
ในที่สุด มัทฉะลาเต้เย็นระดับพรีเมียมสองแก้ว พร้อมสตรอว์เบอร์รีชีสเค้กชิ้นหนาน่าทานก็เสร็จสมบูรณ์ถูกจัดลงถาดไม้อย่างงามตา สีเขียวเข้มสลับชั้นขาวของนมสดดูสวยงามสะดุดตา ท็อปด้านบนด้วยฟองนมหนานุ่มดุจปุยเมฆ ชวนให้อยากลิ้มรสเป็นที่สุด
"เรียบร้อยค่ะ! น่าทานไหมคะ" เมย์ยกถาดไม้ก้าวเดินออกจากบาร์ครัวแคบ ๆ ไปสู่เคาน์เตอร์บาร์ด้านนอกที่โปร่งโล่งกว่า
เบสและมายด์ลอบถอนหายใจยาวกู้ลมหายใจกลับคืนพร้อม ๆ กัน ทั้งสองรีบเดินตามเมย์ไปนั่งประทับบนเก้าอี้สตูลทรงสูงหน้าบาร์เคาน์เตอร์หินอ่อนหรู
เมย์เลื่อนแก้วมัทฉะลาเต้และจานเค้กไปเสิร์ฟถึงตรงหน้าสามีและน้องสาว "เอ้า ชิมฝีมือบาริสตาเมย์ด่วนเลย อร่อยเหาะอย่าบอกใคร"
มายด์หยิบหลอดกระดาษลงไปคนส่วนผสมของมัทฉะเข้มข้นกับนมสดอุ่นให้เข้าเนื้อ ก่อนดูดลิ้มรสชาติหอมละมุนอมหวานเจือฝาดอ่อน ๆ ความเย็นจัดของแก้วน้ำชาช่วยปลอบประโลมความร้อนรุ่มในใจของเธอได้บ้างไม่มากก็น้อย
"อร่อยมากเลยค่ะพี่เมย์ หอมกลิ่นมัทฉะติดจมูกเลยค่ะ" มายด์ชมปนฝืนยิ้ม
"แน่นอนจ้ะ ทีนี้มาลองทานเค้กสตรอว์เบอร์รีกันบ้าง" เมย์จับส้อมโลหะสีเงินวับ ตัดชีสเค้กคำโตที่มีสตรอว์เบอร์รีชิ้นใหญ่ชุ่มเจลลี่หวานฉ่ำทับอยู่ด้านบน
หญิงสาวตักเค้กขนาดพอคำยื่นไปรอชิดริมฝีปากสามี "อ้าม... ลองทานหน่อยนะคะคุณสามี ชิมดูซิว่าสูตรร้านโปรดของเมย์รสชาติดีพอสู้ฝีมือเมย์ได้หรือเปล่า" เมย์หยอดเสียงหวานปานน้ำผึ้งฉอเลาะสามีรัก
เบสหัวเราะเบา ๆ ยอมอ้าปากงับเค้กจากส้อมที่ภรรยาป้อนประเคนให้ "อืม... รสสัมผัสละมุนลิ้นดีมากครับ แต่แน่นอนว่ายังสู้ฝีมือภรรยาคนเก่งของพี่ไม่ได้อยู่ดี" ชายหนุ่มป้อยอหวานเอาอกเอาใจได้อย่างคล่องแคล่วเปี่ยมจริตสามีตัวอย่าง
เมย์หัวเราะร่วนแก้มแดงระเรื่อด้วยความปริ่มเปรม "ปากหวานตลอดเลยนะคะ งั้น... รางวัลของคนปากหวาน..."
เธอละคำพูดไว้กลางคัน นัยน์ตาสวยเหลือบมองน้องสาวที่นั่งเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์คล้ายนึกสนุกพาดผ่านมุมปาก เมย์วางส้อมคันเดิมลงบนจานเค้กของสามีแล้วบอกว่า "พี่เบสป้อนน้องมายด์บ้างสิคะ แบ่งกันทาน"
คำกล่าวสั้น ๆ นั้นดุจสายอสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงตรงกลางเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อน!
เบสผงะนิ่งไปชั่วอึดใจ แววตาคมไหววูบด้วยความตกใจ ขณะที่มายด์สะดุ้งตัวโยน นัยน์ตากลมโตสั่นระริกจ้องมองพี่สาวร่วมสายเลือดแทบไม่เชื่อหู
"เอ่อ... ให้พี่ป้อนมายด์หรือครับ" เบสทวนถามคล้ายลังเลใจเพื่อรักษาท่าที
"ใช่สิคะ ทำไมล่ะ แหม แค่ป้อนขนมน้องสาวของเมย์เอง เมย์ยังป้อนพี่เบสได้เลย เร็วเข้าค่ะคุณสามี ยัยมายด์รอทานอยู่นะ สตรอว์เบอร์รีลูกโตสีแดงฉ่ำชิ้นนั้นน่ะ น่าอร่อยจะตาย" เมย์เร่งเร้ากึ่งบีบบังคับด้วยรอยยิ้มสดใส โดยไม่สังเกตเห็นมวลความตึงเครียดเข้มข้นที่พวยพุ่งขึ้นเงียบ ๆ ระหว่างสองคนนั้นเลย
เบสลอบกลืนน้ำลายฝืดคอ มองดวงหน้าหวานใสของน้องภรรยาที่เวลานี้แดงซ่านระเบิดไปถึงใบหูขาวนวล มายด์ก้มหน้าตัวสั่น สองมือกำหมัดแน่นใต้ขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน ใจจริงเธออยากปฏิเสธเสียงแข็ง แต่รู้ว่าหากทำกระโตกกระตากมีพิรุธ เมย์อาจสะดุดใจจนเรื่องราวบานปลาย
"เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะพี่เมย์ มายด์ตักทานเองสะดวกกว่าค่ะ" มายด์พยายามปฏิเสธนุ่มนวล ทว่าเสียงสั่นจนแทบปิดไม่มิด
"ไม่ได้ ๆ ยัยมายด์ ให้พี่เขยป้อนนั่นแหละ ถือเป็นการกระชับสัมพันธ์พี่น้องไงจ๊ะ เร็ว ๆ เข้าพี่เบส อย่าชักช้าชวนชักชวน" เมย์ขยับออดอ้อนตามประสาคนเอาใจตัวเองเป็นใหญ่ ซึ่งในเวลาปกติคงดูน่ารัก ทว่ายามนี้กลับสร้างความอึดอัดหวาดเสียวใจแก่ทั้งคู่จนล้นอก
เบสจำยอมผ่อนลมหายใจสยบอารมณ์ เขาเอื้อมมือไปจับส้อมสีเงินวาวคันเดิม... ส้อมคันเดียวกับที่เขาเพิ่งคาบเข้าปากรับรสรักจากภรรยามาเมื่อกี้... ชายหนุ่มตักชีสเค้กสตรอว์เบอร์รีชิ้นฉ่ำน้ำเชื่อมแดงเยิ้มขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
มือแกร่งของเบสไหวน้อย ๆ ยามเลื่อนปลายส้อมโลหะข้ามเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนไปชิดขอบปากอิ่มจิ้มลิ้มของเด็กสาว
ระยะความห่างระหว่างสองใบหน้าใกล้เข้ามาจนสัมผัสลมหายใจอุ่น นัยน์ตาคมปราบของเบสจ้องสบประสานนัยน์ตากลมโตสั่นพร่าของมายด์อย่างลึกซึ้ง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเมตตาปรานีเยี่ยงพี่เขยพึงมีต่อน้องเมีย แต่อัดแน่นไปด้วยเปลวไฟตัณหา ความเร่าร้อน และรอยจำสัมผัสสวาทที่เพิ่งกระทำร่วมกันมาหมาด ๆ ภายใต้การหลบซ่อน
"ทานสิ... มายด์" เบสเอ่ยปากเสียงทุ้มพร่าต่ำ แฝงประโยคคำสั่งในทีจนเด็กสาวสะท้านสั่นในอก
มายด์เหนียมอายจนแทบสลายกลืนไปกับสตูลนั่ง แก้มใสร้อนผ่าวเหมือนคนจับไข้หนัก เธอจ้องมองชายหนุ่มด้วยความปั่นป่วนตื่นกลัว แต่ครั้นชำเลืองเห็นแววตาคะยั้นคะยอคาดหวังของพี่สาว เธอจึงไม่มีทางรอดอื่นใด นอกจากน้อมรับสัมผัสสวาทแฝงเร้นนี้
เด็กสาวหลับตาลง หลบเลี่ยงความไหวระริกในหัวใจ ก่อนจะเผยอริมฝีปากอวบอิ่มสีกลีบกุหลาบช้า ๆ งับรับชิ้นเค้กหวานฉ่ำจากปลายส้อมโลหะของพี่เขย
ในชั่วขณะที่ริมฝีปากอุ่นแตะงับเนื้อขนม ปลายส้อมโลหะเย็นเฉียบสัมผัสโดนผิวปากนุ่มชื้นแผ่วเบา รสสัมผัสครีมชีสเปรี้ยวอมหวานพรีเมียมเคลือบละมุนไปทั่วอุ้งปาก ทว่าความหวานเก๋ของขนมหวานกลับไม่อาจสู้รสรัญจวนซ่านใจที่ระเบิดก้องไปทั่วสรรพางค์กายได้เลย
เพราะส้อมคันนี้... เพิ่งผ่านริมฝีปากและโพรงปากของพี่เบสมาไม่ถึงนาที... เปรียบเสมือนการจูบทางอ้อมที่ประทับทับรอยต่อหน้าต่อตาเมย์ ภรรยาตัวจริงของเขา!
ความจริงนี้ส่งผลให้หัวใจของมายด์เต้นกระหน่ำรัวราวกองศึกจนแทบทะลุทรวงอก เธอช้อนลืมตาขึ้นมองเบสอีกครั้ง และเห็นแววตาฉายประกายพึงใจและสิเน่หารสจัดจ้านของชายหนุ่มที่เผลอแย้มยิ้มตรงมุมปากเล็ก ๆ เขาตั้งใจใช้ส้อมคันเดียวกันนี้อย่างจงใจ เพื่อกระตุ้นเตือนความสัมพันธ์ซ่อนเร้นระหว่างกัน
"เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ อร่อยไหม" เมย์ถามไถ่เสียงใส ตบมือชอบอกชอบใจเมื่อเห็นสามีและน้องสาวสนิทสนมกันตามที่หวัง
มายด์รีบเคี้ยวลื่นกลืนเค้กคำนั้นลงคอโดยด่วน ก่อนรีบหลบตาก้มมองตัก "อระ... อร่อยค่ะพี่เมย์" เธอพูดเสียงผุดอ่อน สองมือบีบเค้นลงบนขากางเกงนอนเพื่อกลั้นอาการสั่นไหวของสรีระ
การเล่นสนุกเย้าแหย่ตามประสาคนไม่รู้เรื่องรู้ราวของเมย์ กลับเป็นเชื้อเพลิงกระตุ้นไฟตัณหาและศีลธรรมของคนทั้งคู่ให้เต้นเร่าด้วยความหวาดเสียวปนระทึกอารมณ์ มวลบรรยากาศรอบบาร์หินอ่อนนั้นล้นเปี่ยมไปด้วยความอึดอัด กลัวเกรงบาป ทว่าไม่อาจปฏิเสธกระแสความหฤหรรษ์วาบหวามใจชวนให้หลงใหล
ครั้นเสร็จสิ้นเกมป้อนเค้กระทึกใจ บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงเป็นปกติ (ในสายตาของเมย์) ทั้งสามนั่งทานขนมพลางละเลียดจิบมัทฉะลาเต้จนหมดเกลี้ยง เมย์ยังคงเจื้อยแจ้วคุยจ้อเรื่องสัพเพเหระกับการซื้อของช้อปปิ้งและข่าวซุบซิบในบริษัทอย่างมีอรรถรส โดยมีเบสคอยรับฟังเออออพยักหน้าตามจังหวะ ขณะที่มายด์นั่งจิบชาเงียบเชียบ ทำตัวเงียบสงบที่สุดเพื่อไม่ให้กลายเป็นจุดเด่นขึ้นมาอีก
ทว่าผ่านไปได้ไม่นาน เมย์เริ่มมีกิริยาแปลกไป มือเรียวสวยนวดคลึงขมับตนเองเบา ๆ สีหน้ารื่นเริงเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นอิดโรยเล็กลง
"โอ๊ย... ทำไมจู่ ๆ เมย์ก็ปวดหัวตึ้บขึ้นมาอย่างนี้ล่ะคะ สงสัยเมื่อวานจะโดนละอองฝนตอนวิ่งตามหาแท็กซี่แน่เลย" เมย์พ่นเสียงบ่นอุบอิบ ก่อนเอนศีรษะลงหนุนแนบไหล่กว้างอบอุ่นของสามีอย่างออดอ้อน
เบสรีบเบี่ยงตัวประคองดูอาการภรรยาด้วยทีท่าเป็นห่วงตามมารยาทสามีแสนดี "อ้าว เป็นอะไรไปเมย์ ปวดมากไหมครับ ให้พี่ไปหยิบยาแก้ปวดมาให้ทานก่อนดีกว่าไหม"
"ปวดรุม ๆ ค่ะพี่เบส คงนอนไม่พอด้วยแหละ เมื่อคืนคุยกับเจนดึกไปหน่อย" เมย์ตอบเสียงแผ่วล้า "เมย์ว่าขอตัวไปทานยาแล้วนอนพักยาวในห้องนอนใหญ่ก่อนดีกว่าค่ะ รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวยังไงพิกล"
"งั้นรีบเข้าไปพักผ่อนเถอะครับ เรื่องถ้วยชามพวกนี้เดี๋ยวพี่กับมายด์ช่วยกันล้างทำความสะอาดเอง" เบสแนะเสียงทุ้มสุภาพ
เมย์พยักหน้าอ่อนแรง ประคองตัวลุกขึ้นยืนพลางเซซ้ายขวาเล็กลง ก่อนหันมาสั่งความทิ้งท้ายกับสามี "อ้อ พี่เบสคะ... วันพรุ่งนี้เช้าเมย์กะจะนอนพักยาว ๆ ตื่นสายโด่งเลยนะคะ ไม่อยากให้ใครเข้าไปรบกวนในห้องนอนใหญ่เลย เมย์ฝากพี่เบสพายัยมายด์ออกไปช่วยจัดสวนไม้กระถางที่ริมระเบียงห้องพักหน่อยนะคะ"
คำไหว้วานฝากฝังนั้นฉุดให้เบสและมายด์ชะงักแข็งเกร็งไปพร้อม ๆ กัน
"จัดสวนที่ระเบียงหรือครับ" เบสทวนคำแสร้งถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ใช่ค่ะ ต้นไม้ลอยฟ้าประดับระเบียงที่เมย์สั่งซื้อมาส่งเมื่อวันก่อนยังไม่ได้เอาเข้ามุมสวย ๆ เลย วางเกะกะเต็มพื้นระเบียงไปหมด พรุ่งนี้เช้าอากาศดี ๆ ฝากพี่เบสกับน้องมายด์ช่วยกันจัดต้นไม้ใส่กระถางให้เรียบร้อยทีนะคะ ถือโอกาสรับสายลมเมืองหลวงยามเช้าไปด้วยกันเลย... นะคะ ทำให้เมย์หน่อยนะ" เมย์อ้อนเสียงแหบจาง พลางหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้น้องสาว "ฝากด้วยนะจ๊ะมายด์ ช่วยพี่เบสจัดสวนระเบียงให้พี่ทีนะ"
"คระ... ค่ะพี่เมย์ มายด์จะช่วยจัดให้เรียบร้อยค่ะ" มายด์ก้มหน้ารับคำตะกุกตะกัก ไม่ยอมยกตาขึ้นมองใคร
"ขอบใจจ้ะ งั้นเมย์ขอตัวไปนอนยาว ๆ ก่อนนะ ไม่ต้องปลุกเลยล่ะ ปล่อยให้หลับยาวไปถึงบ่ายเลย" เอ่ยจบ เมย์ก็ค่อย ๆ ก้าวเดินโซเซกลับเข้าสู่ห้องนอนใหญ่ เสียงประตูปิดและลงกลอนเงียบเชียบ ทิ้งให้หนุ่มสาวสองคนยืนเผชิญหน้ากันตามลำพังในห้องนั่งเล่นหรูที่เชื่อมต่อกับกระจกใสผืนใหญ่ริมระเบียงกว้าง
ความเงียบงันปกคลุมห้องพักอีกคำรบ ทว่าคราวนี้ปราศจากความรู้สึกอึดอัดทึบตันดั่งเช่นยามเช้า หากแต่ท่วมท้นด้วยแรงดึงดูดและพลังงานสิเน่หาเร้นลับที่เริ่มสุมกำลังปะทุ
เบสค่อย ๆ หันมาจ้องมองน้องเมียสาวข้างกาย สายตาคมปลาบของเขาจับจ้องผ่านแนวบานกระจกใสที่เปิดมุมมองสู่ระเบียงภายนอก ภาพเหล่ากระถางต้นไม้ลอยฟ้าน้อยใหญ่ตั้งระเกะระกะท้าทายสายตาและผืนฟ้ากว้าง จากนั้นนัยน์ตาคมพราวระยับก็เคลื่อนมาสบตากับใบหน้าเนียนหวานของมายด์อีกครั้ง
มุมปากหยักสวยของพี่เขยยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มแฝงนัยลึกซึ้งและกระแสความเร่าร้อน เขาไม่ต้องเอ่ยปากพูดสิ่งใดแม้แต่ประโยคเดียว ทว่าแววตาแรงกล้านั้นกลับก้องสะท้อนในความรู้สึกของมายด์อย่างแจ่มชัด
'วันพรุ่งนี้เช้า... ที่ระเบียง...'
มายด์ตีความหมายนัยตานั้นได้อย่างถ่องแท้ ดวงตากลมสั่นระริกยามประจันสายตากับพี่เขย หัวใจที่เพิ่งจะคลายจังหวะกระตุกเต้นแรงโครมครามขึ้นมาอีกครา ความกลัวต่อความผิดชอบชั่วดีและศีลธรรมยังคงค้ำคออยู่เต็มพิกัด ทว่าในซอกหลืบความรู้สึกที่แสนซับซ้อน ความปรารถนาต้องห้ามที่เพิ่งปลุกติดเมื่อคืนนี้ และถูกเติมเชื้อปะทุผ่านสัมผัสแนบเนื้อเบียดชิดในซอกบาร์ครัวหมาด ๆ ก็กำลังกำเริบเสิบสานขึ้นมาอย่างหักห้ามใจยากยิ่ง
เด็กสาวรีบก้มใบหน้าหลบเลี่ยง ปัดมือเก็บล้างทำความสะอาดจานชามและแก้วมัทฉะบนเคาน์เตอร์บาร์ด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา หวังเพียงปกปิดผิวแก้มที่ซับสีระเรื่อร้อนผ่าวและจังหวะการหอบหายใจกระเส่าสั่นของตนไว้ให้ลึกที่สุด
วันพรุ่งนี้เช้า... ที่ริมระเบียงคอนโดลอยฟ้า...
เพียงแค่จินตนาการถึงฉากจัดสวนบนพื้นที่โล่งแจ้งที่ท้าทายผืนฟ้าสายตาภายนอกเช่นนั้น ร่างกายของเธอก็พลันร้อนรุ่มขึ้นมาทันที ภาพในหัว มันผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ
มัทฉะลาเต้เย็นแก้วนี้... ช่างลอบซ่อนรสชาติอันล่อแหลมและหอมหวานปานยาพิษ เกินกว่าที่ใครหน้าไหนจะคาดเดาความร้ายกาจของมันได้เลยจริง ๆ...